ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 626 เสมอกัน
“และเจ้าด้วย น้องเมิ่ง ไม่สิ รองผู้ดูแลเมิ่ง ตำหนักรับภารกิจนี้ข้า
ขอฝากให้พวกเจ้าสองคนรับผิดชอบแล้ว”
ไต้ปู้ฟานรู้สึกว่าตนเองตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไม่ทัน
ถึงเวลาเกษียณแล้ว ถึงเวลาต้องหลีกทางให้ผู้มีความสามารถกว่า
เมื่อสองปีก่อนที่เขายังไม่รู้จักลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว เขารู้สึกว่า
ตนเองวัยเยาว์แต่ก็อยู่ในขั้นรวมร่างระดับต้น อนาคตสดใส
ระหว่างที่เขาดูแลตำหนักรับภารกิจ สามารถใช้เหตุการณ์เล็กๆ
น้อยๆ ที่แปลกประหลาดมาคาดการณ์ข้อมูลที่ต้องการ สามารถ
ค้นหาความจริงจากเรื่องราวที่ซับซ้อน ภารกิจที่เขาออกทั้งช่วย
ลงโทษคนชั่วยกย่องคนดี ทั้งฝึกฝนศิษย์น้องศิษย์พี่ พูดว่าเป็นเสา
หลักของสำนักเวิ่นเต๋าก็ไม่เกินไป
ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีอะไรเป็นเสาหลัก จัดการเรื่องราว
ของสองคนนี้ไม่ได้เลย!
การออกเดินทางครั้งแรกของพวกเจ้า ก็เข้าร่วมลัทธิอมตะ
จากนั้นลัทธิอมตะก็ล่มสลาย
การออกเดินทางครั้งที่สอง พบว่าน้องหลี่หาวเหรินคืออดีต
ประมุขลัทธิจิ่วอิ่วกลับชาติมาเกิด
การออกเดินทางครั้งที่สามสร้างลัทธิสวรรค์ขึ้นมา และมีความ
ร่วมมืออันลึกซึ้งกับลัทธิจิ่วอิ่ว
การออกเดินทางครั้งที่สี่ไปร่วมงานฉลองแคว้นชิง พบผู้บำเพ็ญ
แห่งแคว้นต้าอวี๋ขั้นข้ามพิบัติหนึ่งคน จนศิษย์พี่ใหญ่ต้องออกมือ
การออกเดินทางครั้งที่ห้าพบผู้บำเพ็ญแห่งแคว้นต้าอวี๋ขั้นข้าม
พิบัติทั้งสามคนที่เมืองฮั่นสุ่ย ซึ่งถูกจับกลับมาทั้งหมด
จนกระทั่งการออกเดินทางครั้งที่หกของพวกเจ้า ปลุกบรรพบุรุษ
ตระกูลหงส์ในตำนานให้ฟื้นคืนชีพ แล้วก่อเรื่องใหญ่ที่งานเฉลิม
ฉลองเปิดประเทศปีศาจ
ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าสองคนไปช่วยน้องกั่นเถียนขุดโบราณวัตถุ
ทำไมขุดๆ อยู่ก็ขุดบรรพบุรุษหงส์ออกมาได้ล่ะ?
การออกเดินทางครั้งต่อไปพวกเจ้าจะทำอะไรได้อีก ข้าคิดไม่
ออก!
กึ่งเซียนยุคโบราณในตำนานเชียวนะ แค่ออกไปสักพัก พวกเจ้า
กลับทำให้นางฟื้นคืนชีพได้ ทั้งยังก่อให้เกิดการต่อสู้ระดับกึ่งเซียน!?
ผู้ขั้นข้ามพิบัติหกคน กึ่งเซียนสองคน ไต้ปู้ฟานทั้งชีวิตไม่เคย
เห็นการต่อสู้ในระดับนี้ พวกเจ้าสองคนกลับไม่เพียงได้เห็น ยังเป็น
สาเหตุที่ทำให้เกิดการต่อสู้ครั้งนี้อีกด้วย!
“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าน้อยไม่กล้า ไม่กล้า!” ลู่หยางโบกมือหลายครั้ง
ปฏิเสธข้อเสนอของไต้ปู้ฟาน
“นั่งลงเถอะ เรื่องทางอาจารย์ ข้าจะไปคุยกับท่าน ท่านต้องเห็น
ด้วยแน่นอน!”
“ไม่ได้ ไม่ได้ ฐานะข้าต ่าต้อย วิทยายุทธ์ไม่น่าชื่นชม ไม่อาจรับ
ตำแหน่งใหญ่ได้!”
เมิ่งจิ่งโจวก็คอยช่วยพูดแทนลู่หยาง “จริงๆ ขอรับ เขาไม่อาจเป็น
หัวหน้าตำหนักรับภารกิจได้ เขาเป็นรองประมุขลัทธิสวรรค์ เป็นศิษย์
พี่ของท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋ ท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋ก็อยู่ในสำนักของ
เรา หากนางรู้เข้า คงไม่เห็นด้วยแน่นอน”
ไต้ปู้ฟานรีบหันหน้าไปมองเมิ่งจิ่งโจว ในสายตาเต็มไปด้วยความ
แปลกใจและงุนงง ราวกับกำลังฟังเรื่องเล่าปรัมปรา
พวกเจ้าทำอะไรในเขตปีศาจกันแน่?
เขาจับไหล่ของลู่หยางทั้งสองข้าง และกดเขาลงนั่งบนเก้าอี้อย่าง
แรง
พี่ไต้ยิ้มแย้ม อากัปกิริยาเป็นมิตร น ้าเสียงอ่อนโยน ด้วยตนเอง
จัดการเรื่องชาและน ้าให้ลู่หยาง
“เชิญ ท่านผู้ดูแลลู่ เล่าประสบการณ์ของท่านในเขตปีศาจให้ฟัง
หน่อย”
สองคนพูดถึงประสบการณ์ในเขตปีศาจทีละคำถามและเสริมเป็น
ครั้งคราว แน่นอนว่าปกปิดการมีตัวตนของเซียนอมตะ เพียงบอกว่าลู่
หยางโชคดี บังเอิญผ่านถ ้าโบราณแห่งกำเนิด ปลุกเจียงเหลียนอี๋
ไต้ปู้ฟานเอามือทุบหน้าผากอย่างเจ็บปวด เรื่องราวของทั้งสอง
ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
“หมายความว่า ประเทศปีศาจตามหลักการแล้ว ก็ถือเป็น
ทรัพย์สินของลัทธิสวรรค์หรือ?”
“เข้าใจเช่นนี้ก็ไม่ผิด”
“……”
“พี่ไต้ หากไม่มีธุระอะไร พวกเราสองคนขอตัวก่อน” ลู่หยางพูด
อย่างระมัดระวัง ฉวยโอกาสตอนที่พี่ไต้ตบหน้าผาก แอบหนีออกจาก
ตำหนักรับภารกิจพร้อมกับเมิ่งจิ่งโจว
จนถึงตอนนี้พี่ไต้ก็ยังไม่ได้สติจากข้อมูลที่ถ่าโถมเข้าใส่
สองคนแยกย้ายกันที่ประตูตำหนักรับภารกิจ กลับไปยังยอดเขา
ของตน
ครั้งนี้กลับไป เมิ่งจิ่งโจวก็เตรียมทะลวงสู่ขั้นทารกแรกกำเนิด
กลับถึงถ ้าพักของตน เห็นม้าแก่กำลังแทะหญ้าอย่างเชื่องช้าอยู่
หน้าประตูถ ้า ดูสบายใจยิ่งนัก
“ม้าแก่ ข้ากลับมาจากเขตปีศาจแล้ว คราวนี้เจ้าไม่ไปจริงๆ น่า
เสียดายมาก การเดินทางไปเขตปีศาจครั้งนี้ข้าได้อะไรมามาก
ทีเดียว!”
โดยไม่สนใจว่าม้าแก่อยากฟังหรือไม่ เมิ่งจิ่งโจวก็เล่า
ประสบการณ์ในเขตปีศาจครึ่งปีนี้ให้ม้าแก่ฟัง
ม้าแก่ฟังจบก็เสียใจอย่างมาก เสียดายแต่ความขลาดกลัวของ
ตนเอง ไม่ได้เห็นการต่อสู้ของกึ่งเซียนกับตาตนเอง
ถ้ารู้ว่ามีบรรพบุรุษหงส์คอยหนุนหลัง มันจะกลัวอะไรกัน อาจ
กวาดล้างเขตปีศาจได้เลยนะ
ไม่ได้แล้ว ครั้งหน้า ครั้งหน้าจะต้องติดตามเจ้าหนุ่มคนนี้ออกไป
เปิดหูเปิดตา!
……
“ไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋ได้พบกับศิษย์พี่ใหญ่หรือยัง” ลู่
หยางรู้สึกกังวลเล็กน้อย
ลู่หยางปีนขึ้นเขา เดินทางที่คุ้นเคยไปถึงยอดเขา บนยอดเขาพบ
เพียงศิษย์พี่สามที่กำลังวิตกกังวล ไม่เห็นศิษย์พี่ใหญ่และเจียงเหลียน
อี๋
ศิษย์พี่สามนั่งอยู่ที่โต๊ะหิน มือทั้งสองไขว้กันไว้ นิ้วหัวแม่มือวน
เป็นวงกลม ดูกระสับกระส่าย ระหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความกังวล
“ศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่ใหญ่และท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋อยู่ไหน?”
“ศิษย์น้องนี่เอง เมื่อครู่นี้ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋
พอเห็นศิษย์พี่ใหญ่ก็เสนอว่าอยากลองฝีมือศิษย์พี่ใหญ่ และศิษย์พี่
ใหญ่ก็ตกลงทันที”
“ทั้งสองคนคำนึงว่าการเคลื่อนไหวในการต่อสู้จะทำให้เกิดความ
วุ่นวายมากเกินไป จึงไปที่มิติพิเศษที่ศิษย์พี่ใหญ่สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กัน
ข้าก็รออยู่ที่นี่ตลอด”
ลู่หยางถอนหายใจเฮือก ท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋ช่างกล้าจริงๆ เพิ่ง
มาก็ท้าทายศิษย์พี่ใหญ่เสียแล้ว
“ศิษย์พี่สามกังวลว่าศิษย์พี่ใหญ่จะพ่ายแพ้หรือ?”
ศิษย์พี่คนที่สามถอนหายใจ เชิญลู่หยางนั่ง บอกความกังวลของ
ตน “ข้ากังวลว่าท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋เพิ่งออกมาก็ถูกตีจนหัวใจการ
บำเพ็ญพังทลาย”
“แต่ก่อนศิษย์พี่ใหญ่ออกมือไม่มีการสำรวมกำลัง เท่าที่ข้ารู้ มีผู้
อาวุโสหลายคนที่ถูกศิษย์พี่ใหญ่ตีจนหัวใจการบำเพ็ญพังทลาย ต้อง
ใช้เวลาหลายร้อยปีจึงจะดูแลหัวใจการบำเพ็ญกลับคืนมาได้”
“พวกเขาฟื้นฟูอย่างไร?” ลู่หยางสงสัย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยิน
ว่าหัวใจการบำเพ็ญสามารถเยียวยาได้ เพียงแต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
มาก ต้องใช้เวลาหลายร้อยปี
“ก็คือกดระดับการบำเพ็ญ ปลอมตัวเป็นคนรุ่นหลัง ไปขี่บัลลังก์
ในหมู่คนรุ่นหลัง พบเห็นทั่วไปคือให้คนเยาะเย้ยก่อน พูดว่าขั้นการ
บำเพ็ญต ่า พรสวรรค์แย่ ชาตินี้ไม่มีหวัง อะไรประมาณนี้ จากนั้นก็ลุก
ขึ้นต่อสู้ ปลดปล่อยพลังบางส่วน โจมตีกลับ”
“พวกเขาเริ่มต้นจากขั้นฝึกลมปราณ เข้าร่วมสำนักเล็กๆ ก่อน
แล้วเมื่อระดับเพิ่มขึ้นถึงขั้นสร้างฐาน สำนักเล็กๆ ก็จำกัดการพัฒนา
ของพวกเขา พวกเขาก็เข้าร่วมสำนักขนาดกลางบำเพ็ญ แล้วก็ขั้น
แก่นทอง ขั้นทารกแรกกำเนิด…… ระหว่างการบำเพ็ญก็ทำซ ้า
กระบวนการที่ข้าเพิ่งบอกไป”
“แปลกแต่ก็จริง วิธีนี้ใช้ได้ผลมาก มีผู้อาวุโสหลายคนใน
กระบวนการนี้ได้พบกับนางในดวงใจ จากนั้นก็เป็นวัวแก่กินหญ้า
อ่อน บรรลุความสุขอย่างสมบูรณ์ ทำให้จิตใจเป็นหนุ่มกว่าเดิม ที่
สำคัญ ด้วยพลังความรัก พลังยังเพิ่มขึ้นอีกระดับ”
ลู่หยาง: “……”
นี่ผู้อาวุโสเสียเวลาหลายร้อยปีเพื่อเล่นบท “ทำเป็นอ่อนแอแล้ว
ค่อยเปิดตัวว่าแข็งแกร่ง” หรือ?
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุย มิติเหนือศีรษะก็บิดเบี้ยวไปมา ร่าง
ของเจียงเหลียนอี๋ในรูปร่างมนุษย์ตกลงมาจากท้องฟ้า กระแทกลงกับ
พื้น ก่อให้เกิดฝุ่นควันมากมาย
ลู่หยางและศิษย์พี่คนที่สามรีบไปดูสถานการณ์
เห็นเพียงเจียงเหลียนอี๋ลมหายใจขาดสะบั้น ไร้ร่องรอยแห่งชีวิต
ชัดเจนว่าตายจนไม่อาจตายมากกว่านี้แล้ว
“ท่านผู้อาวุโสเหลียนอี๋ ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”
ได้ยินลู่หยางถามไถ่ เจียงเหลียนอี๋ก็ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง รีบลุกขึ้น
นั่ง ใจยังระทึก
“เกือบไปแล้ว เกือบไปแล้ว คิดไม่ถึงว่ายุคหลังจะมีทายาทที่
แข็งแกร่งเช่นนี้”
“โชคดีที่ข้าฆ่าตัวตายก่อนพ่ายแพ้ ยุติการต่อสู้ ก็ถือว่าสู้กับนาง
ได้เสมอกัน!”