ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 655 พึ่งพาตนเอง
ซื่อฉันเจอคำขอให้ช่วยปกป้องคนครั้งแรก นักบวชต้องมีเมตตา
เป็นที่ตั้ง การปกป้องผู้คนเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว
เขาตอบตกลง แต่ไม่รู้ว่าการปกป้องคนควรเตรียมการอย่างไร
ป้องกันอะไรบ้าง
ซื่อฉันคิดว่าศิษย์พี่ทั้งสองเดินทางไปทั่วยุทธภพมานาน น่าจะมี
ประสบการณ์มากกว่าตนเองที่ฆ่าหมูมาตลอดหลายปี จึงมาถาม
คำแนะนำ
ลู่หยางก้มหน้ามองมือสังหาร
ดั้งเดิมเขายังอยากจะไปถามคนฝั่งตรงข้ามว่ามีหญิงสาวชื่อคงเย่
วบ้างหรือไม่ เผื่อมือสังหารกำลังพูดโกหก
คราวนี้ไม่จำเป็นต้องไปสอบถามแล้ว
เมิ่งจิ่งโจวมองลู่หยางที่อยู่ทางซ้ายมือ ผู้ที่ได้เป็นวีรบุรุษ
ช่วยเหลือสาวงาม แล้วมองซื่อฉันที่อยู่ทางขวามือ ผู้ที่สามารถ
ปกป้องสาวงามได้
ทำไมพอมาถึงเขากลับเจอโจรผู้บำเพ็ญล่ะ
โจรผู้บำเพ็ญไม่ได้เข้าห้องผิดหรอก เขาเพียงแต่คิดว่าดึกแล้วคง
ไม่มีแขกใหม่มาอีก จึงซ่อนตัวในห้องที่ว่าง เตรียมรอให้ฝูหลิงหลับ
แล้วจะขโมยเห็ดหลินจือสายฟ้าพิบัติอายุสามร้อยปีไป
ใครจะคิดว่าจะมีคนสามคนมาพักแรมดึกขนาดนี้
เรียกได้ว่าเหมือนกับเมิ่งจิ่งโจว ต่างก็โชคไม่ดีด้วยกันทั้งคู่
จู่ๆ ซื่อฉันก็สังเกตเห็นฝูหลิง เกิดความสงสัย “โยมคงเย่ว์ เหตุใด
ท่านจึงอยู่ที่นี่”
“พระคุณเจ้า ท่านจำคนผิดแล้ว ข้าชื่อฝูหลิง”
“ศิษย์พี่ซื่อฉัน เกิดอะไรขึ้น”
“โยมฝูหลิงหน้าตาเหมือนศรัทธาคงเย่วไม่ผิดเพี้ยน”
ลู่หยางรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง “คุณหนู ท่านมีพี่น้องหรือ”
“ไม่มี……” ฝูหลิงกำลังจะปฏิเสธ จู่ๆ ก็มีความทรงจำพร่ามัวไหล
บ่าเข้ามาในหัว “มี ข้ามีพี่สาวฝาแฝด แต่หายไปตั้งแต่ข้ายังเล็ก”
ลู่หยางทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่าตนเข้าใจแล้ว จึงบอก
ซื่อฉัน “เจ้าไปเรียกคุณหนูคงเย่ว์มาหน่อย บอกนางว่าจับมือสังหาร
ได้แล้ว”
ซื่อฉันรู้สึกประหลาดใจ ผู้ที่นอนอยู่บนพื้นนี่คือมือสังหารหรือ
ก็ใช่ คนชุดดำนั่นไม่เหมือนคนดีอยู่แล้ว
คงเย่ว์ซ่อนตัวอยู่ในห้องของซื่อฉัน กุมลูกประคำที่ซื่อฉันทิ้งไว้
ให้ เมื่อรู้ว่ามือสังหารถูกจับตัวได้แล้ว ก็ดีใจเหลือเกิน
เดิมนางยังคิดว่าคืนนี้คงต้องนอนในห้องเดียวกับพระคุณเจ้าแล้ว
สมกับเป็นพระคุณเจ้า จับคนได้เร็วจริงๆ
“คงเย่ว์ขอขอบคุณพระคุณเจ้า!”
ซื่อฉันสวดอมิตาพุทธหนึ่งครั้ง “โยมไม่ต้องกล่าวขอบคุณ
ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของศิษย์พี่ทั้งสอง อาตมาไม่ได้ออกแรงในเรื่องนี้
เลย”
คงเย่ว์คิดว่าเขาเพียงแค่ถ่อมตัว จึงส่งแหวนเก็บของให้ซื่อฉัน “นี่
คือลิ่นซือจำนวนหนึ่ง ขอพระคุณเจ้าโปรดรับไว้”
ซื่อฉันส่ายหน้าเบาๆ “นักบวชต้องมีเมตตาเป็นที่ตั้ง การช่วยคน
เป็นหน้าที่ของอาตมา จะรับเงินได้อย่างไร”
“นี่ไม่ใช่เงินให้พระคุณเจ้า แต่เป็นค่าธูปเทียนถวายแด่
พระพุทธเจ้า”
ซื่อฉันยังคงปฏิเสธ “อาตมาก็คือพระพุทธเจ้า”
“หา?”
คงเย่ว์งงงันด้วยคำพูดของซื่อฉัน ซื่อฉันไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
ตามคำสั่งของลู่หยาง นำคงเย่ว์มาที่ห้องของฝูหลิง
เมื่อสองสาวเห็นกันและกัน ทั้งคู่ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
บรรยากาศตึงเครียดไปชั่วขณะ
ฝูหลิงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน ริมฝีปากสั่นระริก เสียงสั่น
เครือ น ้าตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว “พี่สาว?”
“เจ้า… เจ้าคือน้องสาว?”
“พี่!”
“น้องเอ๋ย!”
พี่น้องกอดกันร้องไห้ พลัดพรากกันตั้งแต่สองขวบ กลับมาพบ
กันอีกครั้งหลังสิบแปดปี ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ
“พี่สาว ตอนนั้นพี่ไปไหน ทำไมตอนนี้พี่ชื่อคงเย่ว์ล่ะ”
คงเย่ว์เช็ดน ้าตา พูดปนสะอื้น “หลังจากพลัดพรากกัน อาจารย์
เก็บข้าได้ พาข้าเที่ยวหาพวกเจ้าทั่วบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่พบ จึงพา
ข้ากลับไปที่สำนักและเลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่”
“ตอนนั้นข้ายังเล็ก จำชื่อตัวเองไม่ได้ อาจารย์จึงตั้งชื่อให้ว่าคง
เย่ว์”
ลู่หยางคิดในใจว่า ข้าคิดไว้แล้ว มือสังหารเก่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะ
จำคนผิด ที่แท้ก็มีสาเหตุ
ห้องของฝูหลิงกลายเป็นที่ปราชุมคนในพริบตา มีลู่หยางกับ
สหายสามรวมคน ฝูหลิง คงเย่ว์ มือสังหาร และโจรผู้บำเพ็ญที่เมิ่งจิ่ง
โจวจับมา
เจ็ดคนรวมตัวกัน
ลู่หยางมองสำรวจทุกคน มีสองพี่น้องที่กลับมาพบกัน มือสังหาร
ตาไม่ดี โจรที่อยากขโมยของ เขาเองดั้งเดิมแค่ต้องการหาที่พัก
ข้าแค่เข้าห้องผิด ทำไมพลิกตาเดียวก็มีเรื่องมากมายเช่นนี้
ตอนนี้ลู่หยางรู้สาเหตุทั้งหมดแล้ว เขาคงไม่สามารถบอกให้ฝูหลิ
งลากมือสังหารไปแจ้งความเองได้
สองพี่น้องที่เพิ่งพบกัน คนหนึ่งลากมือสังหาร อีกคนลากโจร
หัวเราะคุยกันอย่างมีความสุขไปแจ้งความ ภาพนี้ช่างไม่เหมาะสมเอา
เสียเลย
“ไปกันเถอะ พาคนไปที่ว่าการ” ลู่หยางถอนหายใจ ตัดสินใจทำ
ความดีให้ถึงที่สุด
อีกอย่างเขาก็หนีไม่พ้น ถึงไม่ไปที่ว่าการ เจ้าหน้าที่ก็ต้องมาหา
เขาเพื่อบันทึกคำให้การในฐานะพยานอยู่ดี
เจ็ดคนเดินออกจากโรงแรมอย่างคึกคัก ทำเอาเจ้าของโรงแรม
ตกตะลึง
เขาไม่จำได้ว่ามีคนมากขนาดนี้บนชั้นสอง
ลู่หยางอธิบายเหตุการณ์ให้เจ้าของโรงแรมฟัง จนเจ้าของ
โรงแรมเหงื่อแตกพลั่ก
โชคดีที่มีคุณชายทั้งสามคน ไม่อย่างนั้นโรงแรมของเขาคงมีคดี
ฆาตกรรม สิ่งที่จะเกิดตามมาเขาคิดไม่กล้าคิด ใครจะกล้ามาพักที่
โรงแรมของเขาอีก
เจ้าของโรงแรมขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ยกเว้นค่าอาหารและที่พัก
ให้ทั้งสามคน และสัญญาว่าทั้งสามคนอยากพักนานแค่ไหนก็ได้
สองพี่น้องเกือบเกิดเรื่องในโรงแรม เจ้าของโรงแรมรู้สึกผิด จึง
ยกเว้นค่าใช้จ่ายให้สองพี่น้องด้วย และสัญญาเช่นเดียวกัน
ห้าคนลากสองคนออกไป เดินไปได้ไม่ไกลก็พบเจ้าหน้าที่ที่กำลัง
ลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ฟังเรื่องราวแล้วรีบพาทั้งเจ็ดคนกลับไปที่ว่า
การ เพื่อสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเป็นไปตามที่ลู่หยางคาดการณ์ มือสังหาร
และโจรผู้บำเพ็ญถูกส่งมอบให้ทางการจัดการ ส่วนพวกเขาสามคน
ในฐานะพยานให้การตามจริง เมื่อเสร็จสิ้น แต่ละคนได้รับธงผ้าแห่ง
คุณธรรมและลิ่นซือเป็นรางวัล
คราวนี้ซื่อฉันไม่ได้ปฏิเสธ
เมื่อเรื่องทั้งหมดเรียบร้อย ทั้งสามคนเหน็ดเหนื่อย ในที่สุดก็ได้
กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม มีเพียงสองพี่น้องที่เพิ่งพบกันที่ยัง
กระตือรือร้นมีชีวิตชีวา
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน ลู่หยางยืดเส้นยืดสาย รู้สึกสดชื่นเต็ม
เปี่ยม
“เมิ่งเฒ่า ตื่นได้แล้ว!”
ลู่หยางเคาะประตูเรียกเมิ่งจิ่งโจวอย่างเอาใจใส่
เมิ่งจิ่งโจวเปิดประตูด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก จ้องลู่หยางด้วยสายตา
เย็นชา
ลู่หยางไม่สนใจสายตาของเมิ่งจิ่งโจว
ซื่อฉันเดินออกจากห้อง สดชื่นเบิกบาน แตกต่างจากตอนกลับ
เข้าห้องเมื่อคืนนี้อย่างสิ้นเชิง แสดงว่าพักผ่อนได้ดี “อรุณสวัสดิ์ ศิษย์
พี่ลู่”
“วันนี้จะไปไหนกัน ไปทำพิธีกรรมหรือ”
“ถูกต้อง”
ลู่หยางพูดล้อเล่น “ข้านึกว่าเจ้าจะเอาลิ่นซือที่ทางการให้เป็น
รางวัลเมื่อคืนไปหอนางโลมเพื่อฝึกจิตใจเสียอีก”
“ศิษย์พี่ล้อเล่นแล้ว กินบุญคุณของผู้อื่นโดยไม่ทำประโยชน์
ย่อมไม่สมควร อาตมาเมื่อวานไม่ได้ทำอะไรเลย อาศัยบุญคุณของ
ศิษย์พี่ทั้งสองจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้าหาญ ลิ่นซือที่ทางการให้มา
ปฏิเสธไม่ได้ จึงถือว่าเป็นลิ่นซือที่ทางการบริจาคให้วัดของอาตมา
อาตมาจะใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้อย่างไร”
“ต้องการให้ข้าให้ลิ่นซือเจ้าบ้างไหม” เมิ่งจิ่งโจวพูดพลางหัวเราะ
ซื่อฉันส่ายหน้าปฏิเสธ “หากอาตมาใช้ลิ่นซือของศิษย์พี่เมิ่งไป
หอนางโลม นั่นไม่ใช่อาตมาไปหอนางโลม แต่เป็นศิษย์พี่เมิ่งไปหอ
นางโลม จะไม่มีผลในการฝึกฝนเลย”
“อาจารย์เคยสอนอาตมาเสมอว่า ต้องพึ่งพาตนเอง ลิ่นซือที่
อาตมาใช้ไปหอนางโลมต้องหามาด้วยความสามารถของตนเอง”