ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 666 ผู้ต้องสงสัยมากเกินไป
“บ้านโยมสวี่ใหญ่ไม่น้อยเลยนะ”
สวี่อานยิ้มอย่างเขินอาย “บิดามารดาล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ ตอนที่
ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ไม่น้อย น่าเสียดายที่ข้ามี
พรสวรรค์จำกัด ไม่สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญได้ ทำให้
สามท่านต้องหัวเราะเยาะเสียแล้ว”
เมื่อไม่สามารถบำเพ็ญได้ ก็ต้องอ่านตำราของปราชญ์ให้หนัก
เปลี่ยนไปหาชื่อเสียงและลาภยศแทน ก็ยังถือว่าไม่ทำให้บิดามารดา
ต้องผิดหวัง
น่าเสียดายที่เขาในด้านการสอบขุนนางก็ไม่มีความโดดเด่นแต่
อย่างใด
สวี่อานไม่ค่อยเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟัง แต่ลู่หยางทั้งสามคนเป็น
ข้อยกเว้น
เขาได้ยินพี่ชายจงหมิงบอกว่า ซื่อฉันและผู้คุ้มกันทั้งสองมี
โอกาสสูงที่จะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานไปจนถึงขั้นแก่นทองคำ ผู้
บำเพ็ญระดับนี้คงไม่สนใจทรัพย์สินเล็กน้อยของเขา
ที่ด้านในประตูบ้านของสวี่ติดอยู่ด้วยยันต์สีเหลือง เป็นยันต์ไล่ผี
ที่ผู้บำเพ็ญคนก่อนๆ ติดไว้ แม้จะไม่มีประโยชน์อะไร แต่ก็ทำให้รู้สึก
อุ่นใจเมื่อติดไว้ตรงนั้น
ทั้งสี่คนเข้าไปในบ้านสวี่ พอดีกับที่มีสาวใช้คนหนึ่งกำลังกวาด
ลานบ้าน จากเสื้อผ้าที่เรียบง่ายก็พอจะเดาได้ว่าเป็นสาวใช้
เมื่อสาวใช้เห็นเจ้าของบ้านพาแขกสามคนเข้ามา ก็รีบหลบไป
ด้านข้าง เพื่อไม่ให้เกะกะทาง
สาวใช้หน้าตาดี เมิ่งจิ่งโจวมองอยู่หลายครั้ง
“นี่คือเสี่ยวฉุย” สวี่อานยิ้มพลางกล่าว
“ปีที่แล้วข้าไปสอบ พักค้างคืนที่วัดบนภูเขา บังเอิญได้พบกับ
เสี่ยวฉุยที่วัด เสี่ยวฉุยบอกว่ามีคนร้ายกำลังไล่ล่านาง ขอให้ข้าช่วย
ปิดบังให้หน่อย และหลังจากนั้นก็มีคนหน้าตาดุร้ายบุกเข้ามาในวัด
จริงๆ ข้าก็ทำตามที่เสี่ยวฉุยบอก ปกปิดช่วยเหลือจนรอดพ้น นาง
บอกว่าพระคุณใหญ่หลวงไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร จึงมาเป็นสาวใช้
ให้ข้า”
“นายท่านทั้งหลาย สวัสดีค่ะ” เสี่ยวฉุยกล่าวอย่างขลาดกลัว
น ้าเสียงอ่อนหวาน
เมิ่งจิ่งโจวพยักหน้า นี่คือผีผู้หญิง
ทั้งสี่คนเดินผ่านซุ้มประตูดอกไม้ เข้าสู่เรือนที่สอง มีสตรีแต่งกาย
หรูหราเดินออกมาจากห้อง “สามี ท่านมาได้จังหวะพอดี เห็ด
หลินจือสามร้อยปีที่ท่านซื้อมาต้มเสร็จแล้ว… สามท่านนี้คือ?”
สตรีแต่งกายหรูหราตกใจเมื่อเห็นลู่หยางทั้งสามคน พระสงฆ์พา
ศิษย์ฆราวาสสองคนงั้นหรือ?
“เสียงอวี่ รีบมาทักทายท่านผู้เชี่ยวชาญทั้งสามเถิด”
“ก่อนหน้านี้ข้าพูดอยู่ตลอดว่าช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ เหมือน
มีผีร้ายคอยกลั่นแกล้ง ทำให้ข้าอ่อนเพลียทั้งวัน เชิญผู้บำเพ็ญมา
หลายท่านก็ไม่ได้ผล”
“นี่ไง พี่ชายจงหมิงที่ติดต่อกับผู้บำเพ็ญบ่อยๆ แนะนำสามท่าน
ผู้เชี่ยวชาญมาให้ ล้วนเป็นผู้มีวิชาจริง”
“ขอแนะนำ นี่คือภรรยาที่ต ่าต้อย หลิวเสียงอวี่”
“นี่คือโยมหลิวนี่เอง”
“ท่านผู้เชี่ยวชาญทั้งสาม” หลิวเสียงอวี่ทำความเคารพตามแบบ
ฉบับสตรี
“ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดา เห็นสามีทุกข์ทรมานทุกวัน รู้สึก
เจ็บปวดในใจแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ต้องรบกวนสามท่านแล้ว”
“อมิตาภพุทธ อาตมาจะทำเต็มความสามารถ”
ซื่อฉันไม่กล้าพูดอย่างมั่นใจนัก นี่คือมารงู
“เชิญ สามท่านเข้ามาในโถงใหญ่” สวี่อานเชื้อเชิญทั้งสามเข้า
ไปในโถงใหญ่อย่างกระตือรือร้น ต้อนรับอย่างดี
“ไม่จำเป็น พวกเราต้องสำรวจบ้านของโยมให้ละเอียด เพื่อจะได้
จัดการให้เหมาะสม”
“ดีๆ ดีมาก” สวี่อานยินดีอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญก็คือผู้เชี่ยวชาญ
ลงมือเร็วทันใจ
“เสี่ยวจู่ เจ้ามานี่”
สวี่อานตะโกนเรียกหนึ่งที และไม่นาน สาวใช้อีกคนก็วางงานใน
มือและรีบมา
“เสี่ยวจู่ พาผู้เชี่ยวชาญทั้งสามไปชมรอบๆ บ้าน”
“ได้ ได้เจ้าค่ะ”
เสี่ยวจู่หน้าตาน่ารัก ตาหวานเยิ้ม
ลู่หยางมองทะลุร่างแท้จริงของเสี่ยวจู่ นี่คือปีศาจจิ้งจอก
ก่อนที่ทั้งสามจะออกไปกับเสี่ยวจู่ พอดีหลิวเสียงอวี่นำน ้าแกงสี
ดำออกมา เป็นน ้าแกงที่ต้มจากเห็ดหลินจือสามร้อยปี
ด้วยร่างกายของสวี่อาน ไม่สามารถกินเห็ดหลินจือหนึ่งดอกได้
หมดในคราวเดียว ที่ใช้ต้มน ้าแกงนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของเห็ด
หลินจือเท่านั้น
เมิ่งจิ่งโจวสูดจมูก ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเป็นความรู้สึก
ของเขาเอง แต่เขากลับได้กลิ่นคาวเลือดจากน ้าแกงสีดำ
ทั้งสามสำรวจบ้านของสวี่อย่างละเอียด และเข้าใจสถานการณ์
ของบ้านสวี่โดยรวม
บ้านสามหลังสามชั้น มีคนอาศัยอยู่ห้าคน รวมถึงสามีภรรยาสวี่
และสาวใช้สามคน
พูดง่ายๆ ก็คือมีเพียงสวี่อานเท่านั้นที่เป็นมนุษย์
สาวใช้คนที่สามชื่อเสี่ยวฉิว เป็นวัตถุวิญญาณวิเศษ
เมื่อถึงยามเย็น ตอนกินอาหารเย็น สวี่อานมองทั้งสามคนด้วย
ความคาดหวัง “ท่านผู้เชี่ยวชาญทั้งสาม ค้นพบอะไรบ้างหรือไม่?”
ซื่อฉันสวดมนต์ “อมิตาพุทธ พวกเราพบบางอย่าง แต่
รายละเอียดคงต้องรอดูคืนนี้”
ผู้ต้องสงสัยมากเกินไป พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของใคร
“อาตมาและศิษย์พี่อีกสองท่านจะอยู่เฝ้าข้างกายโยมคืนนี้ คอย
ปกป้อง”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องขอบคุณสามท่านก่อนล่วงหน้า!”
เมื่อเทียนถูกดับ ทั้งสามนั่งสมาธิอยู่ข้างเตียงของสวี่อาน สวี่อาน
มีสภาพจิตใจที่ดี หลับไปนานแล้ว
ทันใดนั้น กลิ่นหอมพัดผ่านมา ทั้งสามรู้สึกจิตใจเบาลง หลับไป
ร่างงามสายหนึ่งเปิดประตูเข้ามา ยิ้มมองทั้งสามคน
“ข้านึกว่าคุณชายเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับไหนมา ที่แท้ก็แค่เด็ก
น้อยขั้นแก่นทองคำสามคน”
ภายใต้การตรวจสอบด้วยจิตของร่างงาม ตรวจพบว่าวิทยายุทธ์
ของทั้งสามคนล้วนอยู่ในขั้นแก่นทองคำ
“น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เปิดเผยตัวตนกับคุณชาย”
ร่างงามมองใบหน้าที่หลับสนิทของสวี่อาน เลียริมฝีปาก ถอด
เสื้อผ้า แล้วจูบเบาๆ ลงไป
ทั้งสองยังไม่ได้สัมผัสกัน มีเพียงสายพลังหยางลอยออกมาจาก
ริมฝีปากของสวี่อาน และถูกร่างงามดูดซับไป
จากนั้นร่างงามก็ลูบคลำไปทั่ว
ทั้งสามคนแกล้งทำเป็นหลับ แต่แท้จริงแล้วแอบมองเหตุการณ์นี้
อยู่ และสื่อสารกันด้วยจิต
“สวี่อานช่างมีวาสนาไม่น้อย ผีหญิงคนนี้วิทยายุทธ์ไม่ธรรมดา
เลย”
“ไม่แปลกที่เขารู้สึกว่าพลังหยางไม่พอ ถ้าพลังหยางพอก็แปลก
แล้ว”
“ที่แท้คนที่ดูดพลังหยางของสวี่อานคือสาวใช้เสี่ยวฉุย”
“แกล้งทำได้อย่างแนบเนียนจริงๆ”
ผีไม่สามารถสัมผัสสิ่งของได้ ตอนกลางวันที่กวาดลานบ้าน
ความจริงแล้วเป็นเพียงการทำท่าทาง ใช้พลังจิตควบคุม ทั้งสาม
สังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่พบเสี่ยวฉุยแล้ว
ตอนนี้ก็เช่นกัน เสี่ยวฉุยเพียงแค่ดูดพลังหยางของสวี่อาน พร้อม
กับมีเพศสัมพันธ์กับเขาในความฝัน นี่เป็นวิธีที่ผีหญิงงามมักใช้
เมิ่งจิ่งโจวไวต่อผีเป็นพิเศษ จึงมองเสี่ยวฉุยหลายครา
หลังจากบรรเลงเพลงรักฝันเคลิบเคลิ้ม เสี่ยวฉุยก็ออกจากบ้าน
สวี่อย่างพึงพอใจ ทั้งสามรีบตามไปดู
ยามนี้เป็นยามดึก ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดแล้ว
เสี่ยวฉุยมาถึงหน้าร้านที่ปิดแล้วแห่งหนึ่ง มองซ้ายมองขวา แน่ใจ
ว่าไม่มีใคร จึงเคาะประตูไม้เบาๆ
ราวกับว่าอีกฝ่ายรู้ว่าจะมีคนมา พอมีคนเคาะประตู ก็เปิดประตู
ทันที
เสี่ยวฉุยเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่เกรงใจ
ลู่หยางเงยหน้ามอง: ร้านเนื้อย่าง ‘มาอีกครั้ง’ สาขาเมืองชุนเจียง
“ขอต้อนรับหัวหน้าสาขามาตรวจร้าน!” เด็กฝึกงานในร้านกล่าว
อย่างเคารพ
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว พวกเราลัทธิจิ่วอิ่วทำธุรกิจถูกกฎหมาย ต้อง
เรียกข้าว่าเถ้าแก่”
“ขอรับ ขอรับ”
เด็กฝึกงานหยิบสมุดบัญชีออกมา “นี่คือยอดขายวันนี้”
เสี่ยวฉุยเปิดสมุดบัญชี ตรวจสอบทีละรายการ ร้านเนื้อย่างเป็น
โครงการสำคัญที่สุดของลัทธิจิ่วอิ่ว ไม่อาจเกิดข้อผิดพลาด
เด็กฝึกงานเห็นว่าหัวหน้าสาขาอารมณ์ดี จึงกล่าวขึ้นมาทันที
“เถ้าแก่ ท่านจะเป็นสาวใช้ของสวี่อานไปตลอดจริงๆ หรือ?”
“ท่านมีฐานะอย่างไร ทำไมต้องแสดงตนต ่าต้อยถึงเพียงนี้ ข้าว่า
แสดงตัวตนออกไปเลย จับตัวเขามามัดไว้ที่นี่ เขาก็จะยอมทุกอย่าง”
เด็กฝึกงานมองอย่างร้อนรน เถ้าแก่ของพวกเขาอยู่ในขั้นทารก
แรกกำเนิด ยอมตกต ่าไปเป็นสาวใช้ในบ้านคนธรรมดา
เสี่ยวฉุยปฏิเสธทันที “ไม่ได้ คุณชายช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจะทำ
เช่นนั้นได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง เรื่องเปิดเผยตัวตน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ หากเขารู้ตัวตน
ของข้า ก็จะติดข้อหาซ่อนลูกหลานลัทธิมาร วันหน้าจะไปสอบขุน
นางได้อย่างไร?”