ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 788 ขั้นข้ามพิบัติประสบชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่
เซียนห่านไห่มองไปรอบๆ อย่างหมดหนทาง หวังว่าจะมีคน
ช่วยเหลือ
กึ่งเซียนก็เพียงแค่มีรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าเพิ่ม
ขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแต่อย่างใด หลังจาก
ผ่านไปห้าหมื่นปีได้พบกับเอ้าหลิงอีกครั้ง เขากลัวว่าจะต้องประสบ
ชะตากรรมเช่นเดียวกับเมื่อห้าหมื่นปีก่อน
น่าเสียดายที่ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่หลี่หาวเหรินผู้เป็นกึ่ง
เซียนที่มีวิทยายุทธ์สูงสุดในที่นี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่
ต้องพูดถึง
เลือดของเมิ่งจิ่งโจวแม้จะมีฤทธิ์บำรุงกำลังวังชา แต่เขามีวิทยา
ยุทธ์จำกัด เลือดอย่างมากก็ใช้ได้ผลกับผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียน
เท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้จึงใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้
ทุกคนได้แต่มองตาปริบๆ ส่งเซียนห่านไห่ไป
เมื่อเอ้าหลิงลากเซียนห่านไห่เข้าไปในห้องลับข้างๆ บรรยากาศ
ในที่นั้นจึงกลับเป็นปกติ
ราชามังกรเฒ่ากระแอมเบาๆ ใบหน้าชราเปลี่ยนเป็นสีแดง ใน
ด้านวิทยายุทธ์แล้ว เอ้าหลิงอาจสู้ตนไม่ได้ แต่ด้วยฐานะของบรรพ
บุรุษเมื่อห้าหมื่นปีก่อน ตำแหน่งและสถานะมีอยู่ตรงนี้ จึงไม่สะดวกที่
จะพูดอะไร
แต่ท่านบรรพบุรุษกับคู่รักเก่าเพิ่งเจอกันก็ลากเข้าห้อง ช่างรีบ
ร้อนเกินไปหน่อย
แต่เรื่องพวกนี้ก็ได้แต่นึกในใจเท่านั้น
ราชามังกรเฒ่าเข้าใจความเร่งรีบของบรรพบุรุษเอ้าหลิง
เพราะว่าตนเองในฐานะตระกูลมังกร ก็มีลักษณะมังกรเจ้าชู้เช่นกัน
เพียงแต่ว่าอายุมากแล้ว ทำอะไรไม่ไหวเท่านั้น
“เซียนห่านไห่กับบรรพบุรุษเอ้าหลิงกำลังรำลึกถึงช่วงเวลาอัน
เกรียงไกรในอดีต จนกว่างานเลี้ยงจะเริ่ม ทุกท่านไปยังโถงใหญ่เพื่อ
ทักทายผู้คุ้นเคยเถิด?”
ทุกคนพากันรับคำเห็นด้วย
ท้องพระโรงของวังมังกรเป็นตำหนักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจาก
แนวปะการังหลากสีสัน ไข่มุกและเปลือกหอยสะท้อนแสงจันทร์อันใส
สะอาดราวกับแสงสว่าง ก่อเกิดเป็นกำแพงวังที่เปล่งประกาย
ระยิบระยับ สาหร่ายทะเลพลิ้วไหวราวกับม่านหยกอ่อนๆ
ผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงจากเผ่าทะเลทั้งหมดแปลงร่างเป็นมนุษย์ เพื่อ
ความสะดวก ไม่เช่นนั้นร่างจริงของพวกเขาที่มีรูปร่างแปลก
ประหลาดไม่พอ ขนาดก็แตกต่างกันมาก บางตัวมีความยาวสิบกว่า
จั้ง บางตัวมีความยาวนับพันจั้ง ไม่มีทางนั่งอยู่ด้วยกันได้
ขณะนี้มีผู้บำเพ็ญมาถึงที่นี่แล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อเมิ่งจิ่งโจวเข้าไปใน
ท้องพระโรง เขายังเห็นองค์ชายสองกำลังสนทนาอย่างสนุกสนาน
ได้ยินมาว่าองค์ชายสองกำลังตามหาสิ่งของที่ช่วยยืดอายุไม่
ค่อยราบรื่นนัก
เมิ่งจิ่งโจวนึกขึ้นมาได้กะทันหัน ว่าไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งของยืด
ชีวิตให้ฮ่องเต้ สมุนไพรเซียนแปรกายแบบนี้ที่ช่วยยกระดับวิทยายุทธ์
ขึ้นอย่างฉับพลันก็สามารถยืดอายุได้เช่นกัน
เมื่อวิทยายุทธ์เพิ่มขึ้น อายุขัยก็ไม่เป็นปัญหา
แต่เขาไม่ได้คิดที่จะบอกเรื่องนี้กับองค์ชายสองที่จงใจเข้ามาทำ
ความสนิทสนมกับตน เขาไม่ค่อยชอบองค์ชายสองผู้นี้นัก
องค์ชายสองเห็นเมิ่งจิ่งโจว ดวงตาเปล่งประกาย รีบเดินเข้ามา
ต้อนรับ “คุณชายเมิ่ง ท่านกลับมาแล้วจริงๆ”
ตั้งแต่ลู่หยางและคณะถูกผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติลึกลับจับตัวไป
เขาก็ตกอยู่ในความหวาดกลัวไม่สบายใจ ยังดีที่ภายหลังได้ยินว่าลู่
หยางและคณะอยู่ที่ตลาดทะเลของวังมังกร ตอนนี้อาศัยอยู่ที่ตระกูล
คุนเผิงชั่วคราว จึงได้ถอนหายใจโล่งอก
หากลู่หยางและคณะเกิดเรื่องบนเรือของเขา เขายังจะมีชีวิต
กลับไปยังแคว้นต้าเซี่ยหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่พูดได้ไม่แน่นอน
ด้วยขุมกำลังของสำนักเวิ่นเต๋าและตระกูลเมิ่ง หากต้องการแก้
แค้น เรือสามลำนี้ที่มีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างสิบคน ขั้นข้ามพิบัติหนึ่ง
คน คงรับมือไม่ไหว
“เกี่ยวกับเรื่องที่สหายลู่หยางหายตัวไป ข้ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ข้า
ได้ส่งคนไปสืบหาร่องรอยของสหายลู่หยาง แต่น่าเสียดายที่ไม่พบ
อะไรเลย” องค์ชายสองส่ายหน้าถอนหายใจ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง เป็น
ความรู้สึกจากใจจริง หากเขาสามารถพบลู่หยางได้ ก็ถือว่ามีบุญคุณ
กับลู่หยาง ในอนาคตเมื่อต้องแย่งชิงตำแหน่งฮ่องเต้ ลู่หยางก็จะยืน
อยู่ฝั่งของเขา
“ไม่เป็นไร ไอ้ลู่หยางมันหนังหนานัก ไม่เป็นอะไรหรอก” เมิ่งจิ่ง
โจวพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจ
พูดได้ว่าในที่นี้ คนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของลู่หยางน้อย
ที่สุดก็คือเมิ่งจิ่งโจว
แม้แต่ราชามังกรเฒ่าเกิดเรื่อง ไอ้ลู่หยางก็ไม่มีทางเกิดเรื่องกับ
มันได้หรอก
“เซียนห่านไห่ไม่ได้มาหรือ?” องค์ชายสองยังอยากรู้จักบรรพ
บุรุษผู้ฟื้นฟูในตำนานผู้นี้
“ท่านอาจารย์กำลังนั่งสนทนาธรรมกับสหายจากตระกูลมังกร”
“เป็นเช่นนั้นหรือ”
เมิ่งจิ่งโจวและคณะนั่งอยู่กับตระกูลคุนเผิง คุยกันไปเรื่อยๆ พลาง
เคี้ยวผลไม้บนโต๊ะไป
ในวังมังกรเริ่มมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นการ
ตอบสนองจากฝั่งผู้บำเพ็ญมนุษย์ ผู้อาวุโสปีกดำมองไปเห็น ร้อง
อุทานเบาๆ
“ไม่คิดว่าท่านเต๋าซานซาน เจ้าเกาะใหญ่ทั้งสามจะมาเร็วขนาด
นี้ ให้เกียรติราชามังกรเฒ่าจริงๆ”
ท่านเต๋าซานซาน ท่านฟังสมุทร ผู้อาวุโสหกทิศ สามคนนี้เป็น
กำลังหลักของผู้บำเพ็ญมนุษย์ในทะเลตงไห่ มีอิทธิพลมหาศาล
โดยเฉพาะท่านเต๋าซานซาน ผู้บำเพ็ญมนุษย์แทบทุกคนล้วนเคย
กราบไหว้รูปปั้นของเขา อธิษฐานขอให้การบำเพ็ญราบรื่น
หม่านกู่สังเกตเห็นว่าท่านเต๋าซานซานถือกล่องไม้เล็กๆ อยู่
กะทันหันก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะมามือเปล่า
“พวกเราควรเตรียมของขวัญด้วยไหม?”
หม่านกู่รู้สึกว่าพวกเขามาทะเลตงไห่กินฟรีอยู่ฟรี รู้สึกไม่ค่อยดี
นัก
เมิ่งจิ่งโจวโบกมือ “ราชามังกรเฒ่าเป็นผู้อาวุโส หากจะพูดเรื่อง
เตรียมของขวัญ ก็เป็นหน้าที่ของผู้บำเพ็ญขั้นฝึกความว่างเปล่า ขั้น
รวมร่างขึ้นไปที่ต้องเตรียม พวกเราเป็นเพียงรุ่นเยาว์ แค่ดูแลเรื่องกิน
ดื่มก็พอ”
หม่านกู่จึงวางใจ ก้มหน้าก้มตากินผลไม้ต่อไป
“ผู้อาวุโสปีกดำ” ผู้บำเพ็ญเผ่าทะเลผู้มีรูปร่างสง่างามคนหนึ่ง
เดินมาทักทาย ดูไม่ออกว่าเป็นเผ่าอะไร
ผู้อาวุโสปีกดำเห็นผู้มาเยือนก็ยิ้มพลางกล่าว “เสี่ยวน ้า พวกเรา
ไม่ได้พบกันสิบปีแล้ว ช่วงนี้ได้ยินว่าเจ้านอนป่วยบนเตียง ตอนนี้
ทำไมถึงได้กระฉับกระเฉงเช่นนี้?”
“อย่าพูดถึงเลย ถ้าข้าไม่แต่งเรื่องสักหน่อย พวกลูกหลานของ
ข้าจะให้ข้าเป็นหัวหน้าเผ่าต่อไป น่ารำคาญนัก ข้าจึงบอกว่าข้าแก่
หง่อมแล้ว นอนติดเตียง ควรเปลี่ยนหัวหน้าเผ่าได้แล้ว”
“ก็เคยบอกเจ้าไปแล้วว่าเป็นหัวหน้าเผ่าไม่ใช่งานดี ดูข้าสิ
เกษียณไปนานแล้ว” ผู้อาวุโสปีกดำภูมิใจในตัวเอง นี่เรียกว่ามี
วิสัยทัศน์
เห็นทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน เมิ่งจิ่งโจวจึงถามเสี่ยวซิง
ไห่เบาๆ ว่าคนผู้นี้เป็นใคร
“นี่คือผู้อาวุโสเสี่ยวน ้าแห่งตระกูลเต่าทะเล เขารู้จักกับบรรพบุรุษ
ปีกดำตั้งแต่ยังหนุ่ม ทั้งสองสนิทกันมาก มักจะทำกิจกรรมด้วยกัน
เสมอ เนื่องจากร่างกายของทั้งสองเป็นสีดำ จึงได้ฉายาว่า ‘คู่หูทมิฬ
แห่งทะเลตะวันออก'”
“คู่หูทมิฬแห่งทะเลตะวันออก?”
“ท่านก็รู้ว่าตระกูลของเรามีชื่อเสียงด้านความเร็ว ส่วนตระกูลเต่า
ทะเลมีชื่อเสียงด้านการป้องกัน ตอนที่บรรพบุรุษทั้งสองยังหนุ่ม พวก
ท่านเป็นคนหนุ่มที่อยู่ไม่นิ่ง ชอบออกไปก่อเรื่องตลอดเวลา เมื่อเจอ
ใครที่สู้ไม่ได้ บรรพบุรุษปีกดำก็จะคว้าตัวผู้อาวุโสเสี่ยวน ้าแล้ววิ่งหนี”
“หากฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมแพ้ ไล่ตามมา บรรพบุรุษก็จะใช้
กระดองเต่าของผู้อาวุโสเสี่ยวน ้ารับการโจมตี อาศัยแรงผลักของการ
โจมตีช่วยเร่งความเร็วในการหนี วิธีนี้ใช้ได้ผลดีเสมอ ไม่มีใครทำ
อะไรพวกท่านได้”
“ตอนนี้พวกท่านบรรลุขั้นข้ามพิบัติแล้ว จึงไม่ค่อยได้ทำกิจกรรม
ด้วยกันเท่าไร”
“เพราะแก่แล้วจึงสงบลง?”
“เพราะความเร็วของบรรพบุรุษถึงขีดสุดแล้ว ไม่มีใครไล่ตามทัน
อีกต่อไป จึงไม่จำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสเสี่ยวน ้าปกป้องแล้ว”
นอกจากผู้อาวุโสเสี่ยวน ้าแล้ว ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติจากเจ็ด
เผ่าทะเลใหญ่ที่เหลือก็มาถึงที่นั่งของตน บางคนหน้าตาหล่อเหลา
บางคนหน้าตาธรรมดา แต่พวกเขามีลักษณะเดียวกันคือดวงตาสงบ
นิ่ง ดูไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกเห็น
ในทางตรงกันข้าม ผู้อาวุโสปีกดำและผู้อาวุโสเสี่ยวน ้า ดวงตา
ของทั้งสองกลอกไปมา ดูไม่ค่อยเรียบร้อย
ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติทั้งเจ็ดคนจากเผ่าทะเลนั่งห่างจากผู้
อาวุโสปีกดำและผู้อาวุโสเสี่ยวน ้าไกลๆ กลัวว่าสองคนนี้จะเอาเรื่อง
อดีตที่น่าอับอายมาพูด
เมื่อเวลาผ่านไป ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ได้รับ
เชิญทั้งหมดมาถึงกันครบแล้ว เอ้าหลิงและเซียนห่านไห่ออกมาจาก
ห้องลับ มุ่งหน้าไปยังงานเลี้ยง
เอ้าหลิงมีสีหน้าเปล่งปลั่ง เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ได้กลับมามีพลัง
เหมือนในอดีต
เซียนห่านไห่หน้าซีดเผือด ขาสั่นงันงก
“บรรพบุรุษ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เมิ่งจิ่งโจวถามด้วยความ
เป็นห่วง
เซียนห่านไห่ฝืนทนลุกขึ้น “ไม่มีอะไรมาก แค่ต้องพักผ่อนสัก
หน่อย”
“ข้าอิจฉาที่เจ้ามีรากฐานโสดจริงๆ ไม่ต้องทรมานเหมือนข้า”
เมิ่งจิ่งโจว: “……”