ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 802 เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายใต้อาณัติเซียนอมตะ
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 802 เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายใต้อาณัติเซียนอมตะ
ลู่หยางรู้สึกว่าตนเองแค่ระดับทารกแรกกำเนิดขั้นกลางเท่านั้น
ไม่อาจแบกรับความรับผิดชอบในฐานะผู้ปกครองเขตปีศาจและทะเล
ตงไห่ได้
“โธ่ ทั้งหมดล้วนเป็นความจริงใจของเอ้าหลิงกับเหลี่ยนอี๋ เขต
ปีศาจกับทะเลตงไห่นั้นแค่เล็กน้อย เจ้าก็รับไว้เถอะ” เซียนอมตะพูด
อย่างใจกว้าง
“หากเจ้าไม่กล้ารับจริงๆ ข้าก็รับไว้แทนได้”
เห็นได้ชัดว่าลู่หยางไม่กล้ารับ แต่มีหลายคนที่กล้า
ลู่หยางคิดไปคิดมา เซียนอมตะในฐานะผู้ปกครองสวรรค์ และยัง
เป็นฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หวงโต้วโต้ว บัดนี้ยังเป็นทั้งผู้ปกครองเขต
ปีศาจและทะเลตงไห่อีก เรียกได้ว่ามีอำนาจมหาศาล ไม่มีผู้ใดเทียบ
ได้ “แม้เซียนน้อยจะรับไว้ แต่จะจัดการดูแลหรือ?” ลู่หยางจำได้ว่า
เซียนอมตะในยุคโบราณไม่ชอบการบริหารจัดการ จึงปกครองเพียง
ดาวเหนือดวงเดียว ซึ่งเซียนทั้งสี่ยุคโบราณยัดเยียดให้นาง
ลู่หยางสงสัยว่าการยัดเยียดดาวเหนือให้เซียนอมตะ อาจเป็น
เพียงเพื่อไม่ให้นางเที่ยววิ่งวุ่นไปทั่ว ให้มีที่พำนักที่มั่นคง
“การบริหารจัดการมีอะไรยาก ข้าสามารถให้เอ้าหลิงและเหลี่ยน
อี๋จัดการทะเลตงไห่และเขตปีศาจได้”
แม้เซียนอมตะจะไม่เก่งในการบริหารจัดการ แต่เก่งในการใช้คน
“พี่อมตะ พวกเราขอดูสถานที่ที่ท่านอยู่ประจำได้ไหม?” เหลี่ยนอี๋
ถาม
“ได้สิ ได้สิ” เซียนอมตะตอบตกลงทันที
เอ้าหลิงและเหลี่ยนอี๋ส่งจิตของพวกนางแล่นเข้าไปในพื้นที่จิต
วิญญาณของลู่หยาง
“มา มา มา มาถึงที่นี่แล้วก็ทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเอง นั่งตาม
สบาย” เซียนอมตะต้อนรับกึ่งเซียนทั้งสองอย่างอบอุ่น
เซียนอมตะได้ระบายน ้าทะเลออกจากพื้นที่จิตวิญญาณไปนาน
แล้ว ตอนนี้พื้นที่จิตวิญญาณของลู่หยางกลับคืนสู่สภาพเดิมที่เป็นสี
ชมพูอ่อนๆ น่ารัก
ชิดผนังมีเตียงวางขวางอยู่ ยังมีโต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง และเฟอร์นิเจอร์
อื่นๆ
ลู่หยางมองดูทุกอย่างเงียบๆ ไม่พูดอะไรสักคำ
นี่มันพื้นที่จิตวิญญาณของใครกันแน่?
เหลี่ยนอี๋นั่งลง นึกขึ้นได้ว่าจุดประสงค์ที่นางมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียง
เพื่อทักทายเอ้าหลิงเท่านั้น
“การต่อสู้ของเซียนที่ทะเลตงไห่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เอ้าหลิง
เจ้าถูกใครจับตามองอยู่?”
เอ้าหลิงคิดสักครู่ “เรื่องนี้อธิบายค่อนข้างยุ่งยาก หากข้าบอกทุก
อย่างกับเจ้า เจ้าก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“อย่างนี้ ข้าจะเลือกบอกแต่เรื่องที่สามารถบอกเจ้าได้”
“หลังจากสามีและเซียนทั้งสี่ต่อสู้กับฆาตกร เจ้าเข้าสู่สภาวะ
แกล้งตาย ส่วนข้าตามสามีไปสร้างราชวงศ์ซินฮั่ว”
“เดี๋ยวก่อน” เอ้าหลิงเพิ่งพูดได้ประโยคเดียว ก็ถูกเหลี่ยนอี๋
ขัดจังหวะ
“ตอนนั้นไม่ได้ตกลงกันไว้หรือว่าพวกเราสองคนจะใช้วิชาแกล้ง
ตายด้วยกัน?”
พระราชวังแคว้นต้าเซี่ย
จิ่นผิงอานที่แบกจอบอยู่ ไถนาเสร็จแล้ว นั่งอยู่บนม้านั่งเล็กเช็ด
เหงื่อ เงยหน้ามองผู้มาเยือน
“ท่านสหายอวี้ มีอะไรให้ข้ารับใช้?”
อวี้จือหยิบห่อสีแดงขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแขนเสื้อ เปิดผ้า
สีแดงออก เผยให้เห็นกำไลลายมังกรที่ทำด้วยฝีมือประณีต
จิ่นผิงอานถูกดึงดูดด้วยลวดลายของกำไลลายมังกร “โอ้ เทคนิค
การหลอมที่ประณีตยิ่งนัก ผู้ใดหลอมสิ่งนี้ขึ้น?”
“เป็นเครื่องรางระดับเซียนที่เซียนอิงเทียนหลอม ในสภาวะที่เต็ม
เปี่ยมด้วยพลัง สามารถต้านทานการโจมตีของเซียนได้หลายครั้ง”
“โอ้ ช่างเป็นสิ่งวิเศษยิ่งนัก” การหลอมเครื่องรางระดับเซียนได้ถึง
ขั้นนี้ นับว่าถึงขีดสุดแล้ว “ข้าเห็นว่าภายในกำไลว่างเปล่า ต้องการ
ให้ข้าเติมพลังใหม่หรือ?”
“ถูกต้อง”
จิ่นผิงอานถือกำไลลายมังกรพลิกไปมาดูสองรอบ “ได้ ขอให้ข้า
ศึกษาสักหน่อย”
ระหว่างที่จิ่นผิงอานศึกษากำไล เขานึกถึงข่าวที่เพิ่งได้รับ จึงคุย
เล่น “ท่านสหายอวี้ต่อสู้กับผู้ใดที่ทะเลตงไห่ เป็นหนึ่งในเซียนทั้งสี่ยุค
โบราณหรือ?”
เนื่องจากเซียนมีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้คนลืม ชาวโลกจึงจำได้
เพียงว่ามีการต่อสู้ของเซียนที่ทะเลตงไห่ แต่จำไม่ได้ถึงกระบวนการ
ต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
อวี้จือส่ายหน้า “เป็นเซียนจากยุคโบราณ แต่ไม่ใช่หนึ่งในเซียน
ทั้งสี่ยุคโบราณ”
“ข้าไม่สะดวกที่จะบอกที่มาของนางมากนัก หากเจ้ารู้มากเกินไป
นางก็จะสังหารเจ้า”
“โอ้ หรือว่าท่านสหายอวี้คิดว่าข้าสู้เซียนผู้นั้นไม่ได้?” จิ่นผิงอาน
ร้องเสียงโอ้ น ้าเสียงแฝงความหยิ่งทะนงเล็กน้อย
ในฐานะฮ่องเต้ผู้สถาปนา แคว้นต้าเซี่ยตั้งมั่นมาหนึ่งแสนปีไม่
โค่นล้ม เขามีส่วนสำคัญยิ่ง ทั้งเพราะการตัดสินใจอันชาญฉลาด
และเพราะวิทยายุทธ์อันลึกล ้ายากหยั่งของเขา
อวี้จือพยักหน้า “เจ้าสู้นางไม่ได้จริงๆ”
“ดีล่ะ สู้ไม่ได้ก็สู้ไม่ได้” จิ่นผิงอานราวกับมะเขือที่ถูกตบ ก้มหน้า
ยอมรับความจริง
เมื่ออวี้จือถือกำไลลายมังกรที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังกลับมาที่
สำนักเวิ่นเต๋า นางเห็นลู่หยาง เอ้าหลิง และเหลี่ยนอี๋ทั้งสามคนนอน
เรียงกันอย่างเป็นระเบียบบนพื้น
อวี้จือเคาะที่หน้าผากของลู่หยาง ดึงทุกคนออกจากพื้นที่จิต
วิญญาณของลู่หยาง
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านกลับมาเสียที” ลู่หยางเห็นอวี้จือก็ดีใจยิ่งนัก
ในที่สุดก็มีคนเป็นหลักเป็นแหล่ง เขาคนเดียวรับมือบรรพบุรุษมังกร
และหงส์ไม่ไหวจริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีหวงโต้วโต้วที่ชอบก่อ
เรื่องอีกคน
เมื่อครู่ในพื้นที่จิตวิญญาณ แทบจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นสองครั้ง
อวี้จือมอบกำไลลายมังกรให้เอ้าหลิง หันไปถามเหลี่ยนอี๋ “ท่านผู้
อาวุโสเหลี่ยนอี๋ มาพบท่านผู้อาวุโสเอ้าหลิงหรือ?”
เหลี่ยนอี๋แค่นเสียงเย็นชา “ใครอยากเจอนาง ข้ามาสืบข่าวเรื่อง
ทะเลตงไห่ต่างหาก”
อวี้จือร้องเสียงโอ้ ไม่พูดอะไร
เซียนอมตะตื่นเต้นโผล่ออกมาจากร่างของลู่หยาง นับจำนวนคน
“ข้า ผู้นำสอง เอ้าหลิง เหลี่ยนอี๋ อืม ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว!”
“ใครมาพร้อมกัน?” ลู่หยางยังคิดไม่ทัน
“ก็ทีมท้าทายเด็กอวี้ของพวกเราไงล่ะ!”
ลู่หยาง: “…”
ไม่ใช่นะ เซียนน้อย พวกท่านจะฆ่าตัวตายช่วยอย่าพาข้าไปด้วย
ได้ไหม?
เห็นเซียนอมตะเตรียมโบกมือใหญ่ แม้นางยังไม่ฟื้นฟูถึงจุด
รุ่งโรจน์ ไม่อาจต่อต้านเด็กอวี้ได้ แต่ตอนนี้นางมีเอ้าหลิงและเหลี่ยนอี๋
ช่วยเหลือ มีผู้นำสองเป็นสมองคิด พอจะมีทุนในการต่อสู้กับเด็กอวี้
ลู่หยางเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามเซียนอมตะที่กำลังจะโบกมือใหญ่
“อย่า อย่า อย่า เซียนน้อย ท่านใจเย็นๆ ก่อน”
“ข้าใจเย็นอยู่แล้ว” เซียนอมตะพูดเสียงดัง
“ไม่ ไม่ ไม่ เซียนน้อย ลองคิดดู พวกเรา เอ๊ย พวกท่านจะต่อสู้
กับศิษย์พี่ใหญ่ คนยังไม่ครบ”
“ไม่ครบหรือ ยังขาดใครอีก?”
ลู่หยางเตือนด้วยความหวังดี “ผู้นำสามไงล่ะ เขาเป็นกึ่งเซียน
เป็นกำลังสำคัญในการรบ!”
เซียนอมตะตบหน้าผาก “โอ้ ใช่ ข้าลืมเขาไปเลย”
ยอดเขาเทียนไม่ไกลจากร้านปิ้งย่างในตลาด เซียนอมตะ
สามารถควบคุมเซียนอมตะชายได้จากระยะไกล
เซียนอมตะชายที่กำลังนับเงินอยู่ในร้านปิ้งย่างได้รับการ
เรียกร้องจากเซียนอมตะ ราวกับมีคนดึงเสื้อด้านหลัง ร่างโค้งงอคล้าย
กุ้งใหญ่ บินถอยหลังมาที่ยอดเขาเทียน
เซียนอมตะชายเห็นกำลังพลมหาศาลบนยอดเขาเทียน ถึงกับ
ตะลึง
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
“พบผู้นำใหญ่ ผู้นำสอง ผู้นำใหญ่ ท่านเรียกข้าหรือ?” เซียน
อมตะชายถามอย่างระมัดระวัง มีลางสังหรณ์ไม่ดี
เซียนอมตะพยักหน้า กล่าวอย่างมั่นใจ:
“พวกข้าได้ตัดสินใจท้าประลองกับอวี้ในวันนี้ วางแผนเรียบร้อย
แล้ว เจ้าในฐานะสมาชิกสายอมตะของข้า สมควรอุทิศตน”
ผู้เป็นหัวหน้าย่อมต้องให้รางวัลและลงโทษอย่างยุติธรรม “อย่าง
นี้ ข้าให้โอกาสเจ้าสร้างความดีความชอบ เจ้าเป็นหน่วยบุกเบิกไป
ทดสอบฝีมือของเด็กอวี้ เพียงแค่เจ้าสามารถเอาชนะเด็กอวี้ได้
ตำแหน่งผู้นำใหญ่นี้ข้าจะยกให้เจ้า!”
“หา?”