ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 821 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องรบกวนอวี้จือหรอก
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 821 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องรบกวนอวี้จือหรอก
ซูโม่หร่านยังพยายามจะอธิบายอะไรบางอย่าง ท่านเต๋าปู้อวี่บิด
กระบี่วิเศษที่แทงเข้าไปที่หน้าผากของเขา ทำลายศาลาเรือนร่างของ
เขาโดยตรง
ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติยากจะฆ่าให้ตายได้ วิญญาณหนึ่งบิน
ออกมาจากศาลาเรือนร่างของซูโม่หร่าน ยอมแลกกับการเผาพลัง
แก่นเพื่อหนีเอาชีวิตรอด
“คิดจะหนีงั้นรึ?”
ท่านเต๋าปู้อวี่หัวเราะเย็นชา ความคิดสั่งการ คมกระบี่ปรากฏขึ้น
ทั่วทุกทิศทาง ครอบครองทุกอณูของอากาศ สิ่งใดก็ตามที่ต้องการ
เคลื่อนไหวในบริเวณอิทธิพลของคมกระบี่ จะถูกคมกระบี่สับเป็น
ผุยผง
วิญญาณของซูโม่หร่านตกใจกลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อน ท่าน
เต๋าปู้อวี่หยิบน ้าเต้าสุราสีแดงออกมา เปิดปากน ้าเต้า ดูดวิญญาณ
ของซูโม่หร่านเข้าไปในน ้าเต้า
การค้นจิตวิญญาณนี้ ต้องรอกลับไปขอให้อาจารย์ผู้มีพลัง
วิญญาณสูงในระดับขั้นข้ามพิบัติช่วยทำ หากเขาทำเองอย่างไม่
ระมัดระวัง อาจถูกวิญญาณของซูโม่หร่านย้อนกลับได้
“น่าเสียดาย คนเหล่านั้นที่ข้าช่วยไว้ในอดีตไม่ได้เห็นภาพนี้”
ท่านเต๋าปู้อวี่ถอนหายใจ นั่นเป็นเรื่องเมื่อพันกว่าปีก่อน ผู้บำเพ็ญขั้น
ฝึกความว่างเปล่าเท่านั้นจึงจะมีชีวิตถึงปัจจุบัน คนเหล่านั้นที่ช่วยไว้
ไม่มีใครบำเพ็ญถึงขั้นฝึกความว่างเปล่า
ท่านเต๋าปู้อวี่เงยหน้า พลิ้วมือปล่อยคมกระบี่หนึ่งสาย พุ่งทะลุร่าง
ของอู่เล่ย์ที่กำลังจะหันหลังหนี
ในขณะเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างท่านเจ้าเผ่าจิ่นกับผู้บำเพ็ญขั้น
รวมร่างของลัทธิอู่ชิงก็ใกล้จะสิ้นสุดลง ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างของลัทธิ
อู่ชิงเห็นภาพที่ซูโม่หร่านพ่ายแพ้ ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่มีใจจะสู้
ต่อ ต้องการจะหนีจากสนามรบ
แต่ท่านเจ้าเผ่าจิ่นจะให้โอกาสเช่นนั้นได้อย่างไร กระพือปีกคู่ ลม
ทองกำแพงกั้นร่างของอีกฝ่ายชั่วขณะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะตั้งตัวได้ ท่าน
เจ้าเผ่าจิ่นก็อ้าปากกว้าง กลืนอีกฝ่ายเข้าไปทั้งตัว
“ดูสิ การต่อสู้ต้องมุ่งมั่นแน่วแน่แบบนี้แหละ จึงจะแสดงพลังสู้รบ
ได้อย่างเต็มที่” เซียนอมตะชื่นชมวิธีการต่อสู้ของตระกูลฉงฉีอย่าง
มาก เคยสอนเผ่าม่านหลายครั้งให้เรียนรู้วิธีการต่อสู้ของตระกูลฉงฉี
“จบ… จบแล้วหรือ?” ท่านผู้ปกครองเมืองไม่กล้าเชื่อว่าเขาจะได้
เห็นภาพที่ท่านเต๋าปู้อวี่ทะลุพลังในระหว่างการต่อสู้ สังหารรอง
ประมุขลัทธิอู่ชิง
“จบแล้ว การจัดการเก็บกวาดต่อจากนี้ต้องรบกวนท่านผู้ว่าแล้ว
ข้าจะกลับไปดูเพื่อนร่วมห้องขังของข้าก่อน”
“เรียบร้อย” ท่านเต๋าปู้อวี่กลับมาที่คุก ตบน ้าเต้าสีแดงเบาๆ อวด
ของรางวัลกับลู่หยางและคนอื่นๆ
ท่านเต๋าปู้อวี่คำนวณในใจอย่างยินดี “จับผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
ระดับกลางได้หนึ่งคน ขั้นรวมร่างตอนปลายอีกหนึ่งคน ถ้าแลกเป็น
คะแนนอุทิศตน ข้าจะได้เป็นเจ้าสำนักผู้รักษาการแทนกี่วันกันนะ…
เอ๊ะไม่ใช่ ข้าคือเจ้าสำนักนี่นา”
ท่านเต๋าปู้อวี่นึกขึ้นได้ทันใดถึงตำแหน่งของตนเอง
“เก่งมาก” ท่านเซียนบรรพกาลมองท่านเต๋าปู้อวี่ด้วยความ
เคารพนับถือ การทะลุพลังในระหว่างการต่อสู้ สามารถเอาชนะศัตรูที่
แข็งแกร่งกว่า เป็นเหตุการณ์ที่จะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
กลายเป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้เล่าขาน
“จับรองประมุขได้หนึ่งคน ซูโม่หร่านต้องรู้ข้อมูลสำคัญมากมาย
ต้องระวังลัทธิอู่ชิงจะมาแย่งตัวไป” ท่านเต๋าปู้อวี่รู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบจริง
ต้องส่งวิญญาณของซูโม่หร่านไปยังสำนักเวิ่นเต๋า เรื่องนี้จึงจะจบ
สมบูรณ์
“ให้ข้าไปเชิญศิษย์พี่ใหญ่มาหรือไม่?” ลู่หยางอาสา เตรียมจะใช้
มวยเลียนแบบของศิษย์พี่ใหญ่
ท่านเต๋าปู้อวี่โบกมือ “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องรบกวนนาง เชิญ
ท่านเซียนห่านไห่มาก็พอ”
เขาก้มหน้าพูดกับท่านเซียนบรรพกาล “ท่านปู่ ท่านคงมีวิธีเชิญ
ท่านเซียนห่านไห่มาได้กระมัง?”
“มีสิ มีสิ” ท่านเซียนบรรพกาลเป็นทั้งผู้อาวุโสและผู้สืบทอดของ
ท่านเซียนห่านไห่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือหลักการ ล้วนมีวิธี
ติดต่อท่านเซียนห่านไห่ได้
เขาล้วงยันต์ส่งตัวออกมาจากอกเสื้อ ยันต์ส่งตัวลุกไหม้ขึ้นเอง
ประตูมิติเปิดออก ร่างหนึ่งเดินออกมา
ร่างนั้นหลับตาสนิท กางแขนทั้งสองข้าง ท่าทางไม่เรียบร้อย “มา
เถิดที่รัก เรามาจูบกันหน่อย… อืม นี่ที่ไหนกัน?”
เซียนห่านไห่รู้สึกว่าตำแหน่งในมิติของตนเองเปลี่ยนไป จาก
ทะเลตงไห่มาถึงแผ่นดิน
ทุกคนเงียบกริบมองเซียนห่านไห่ที่ออกมาจากประตูมิติ ตกใจ
จนตัวสั่นไม่กล้าพูดอะไร ต่อหน้าผู้มีผลของการบำเพ็ญควบคุมมิติที่
ยังไม่สมบูรณ์แต่เป็นถึงกึ่งเซียน คงไม่มีใครมีความสามารถหนีรอด
ได้
ท่านเซียนห่านไห่มองไปรอบๆ ส่วนใหญ่เป็นคนคุ้นเคย เซียน
บรรพกาล ท่านเต๋าปู้อวี่ ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว และอีกคนที่ไม่รู้จักจาก
ตระกูลฉงฉี คาดว่าเป็นเซียนบรรพกาลที่ใช้ยันต์ส่งตัวเรียกเขามา
ซึ่งตามหลักแล้วต้องใช้ในยามอันตรายเท่านั้น
เขากระแอมเบาๆ แล้วถามอย่างจริงจัง “ข้ากำลังเข้าภวังค์อยู่ ไม่
ทราบว่าพวกเจ้าเรียกข้ามามีธุระอะไร?”
ทุกคนเห็นท่าทีของท่านเซียนห่านไห่เมื่อครู่ ไม่เหมือนคนกำลัง
เข้าภวังค์สักนิด
ท่านเซียนบรรพกาลชี้ไปที่ท่านเต๋าปู้อวี่พูดว่า “เป็นอย่างนี้ เขา
จับรองประมุขลัทธิอู่ชิงได้ กังวลว่าระหว่างทางขนส่งอาจมีเหตุไม่คาด
ฝัน จึงอยากรบกวนท่านช่วยส่งวิญญาณของรองประมุขลัทธิอู่ชิง
กลับไปยังสำนักเวิ่นเต๋า”
“จับรองประมุขลัทธิอู่ชิงได้?” ท่านเซียนห่านไห่ประหลาดใจมาก
คนของลัทธิอู่ชิงรอบคอบเป็นที่สุด ยากยิ่งที่จะจับผู้บำเพ็ญระดับสูง
ได้
“ดี ดี ดี เรื่องนี้มอบให้ข้า ข้าอยากดูนักว่าใครในลัทธิอู่ชิงกล้า
แย่งคนจากมือข้า!” ท่านเซียนห่านไห่ดีใจยิ่ง พูดด้วยท่าทีเต็มไปด้วย
ความทะนง
ที่ทำการเมือง ท่านผู้ปกครองเมืองจับกุมลูกชายของตนเองด้วย
ตัวเอง
มองลูกชายที่ยังดิ้นรนต่อสู้ เขาถอนหายใจ ลูกชายที่ดีๆ ทำไม
ถึงกลายเป็นสภาพนี้ไปได้
ความผิดที่ลูกชายก่อไว้ใหญ่หลวงเกินกว่าอำนาจของผู้ว่าจะ
จัดการได้ ต้องส่งให้ราชสำนักตัดสิน คงหนีความตายไม่พ้น
ผู้ว่าเมืองใกล้เคียงนำกำลังทหารมาถึง รวมถึงกองทัพที่
ประจำการใกล้เคียง พวกเขารีบมาที่ทำการเมืองแต่ไม่คิดว่าการต่อสู้
จะจบลงแล้ว
“อะไรกัน ท่านเต๋าปู้อวี่จับรองประมุขลัทธิอู่ชิงได้?”
ทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจ นี่เป็นเรื่องใหญ่ เกินกว่าที่พวกเขาจะ
จัดการได้ ต้องรายงานราชสำนักทันที ขอให้ราชสำนักส่งขุนนาง
ใหญ่มาตัดสิน
เมืองหลวง
ตอนนี้เป็นเวลาดึกแล้ว ตามหลักแล้วขุนนางคงเลิกงานพักผ่อน
ไปแล้ว แต่ผู้บำเพ็ญระดับสูงมีข้อดีคือสามารถทำงานไม่จำกัดเวลา
กลางวันกลางคืน
เสนาบดีกรมอาญาอ่านเอกสารด้วยท่าทีอ่อนเพลีย แต่ก่อนเขา
ไม่ต้องทำงานดึกขนาดนี้ แต่เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ทะเลตงไห่
กลายเป็นที่สนใจ ผู้บำเพ็ญแคว้นต้าเซี่ยรวมกลุ่มไปทะเลตงไห่ ทำให้
เกิดคดีนอกอาณาเขตมากมาย ยุ่งยากในการจัดการ
อีกทั้งคดีนอกอาณาเขตมีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น กฎหมาย
เดิมไม่เพียงพอ ต้องร่างกฎหมายใหม่
แล้วยังมีเรื่องของประเทศปีศาจ ประเทศปีศาจต้องการสร้าง
ความสัมพันธ์กับแคว้นต้าเซี่ย เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศเป็น
หน้าที่ของเขา เป็นอีกเรื่องที่ยุ่งยาก
“ทำไมต้องมีทั้งประเทศปีศาจ ทั้งทะเลตงไห่ด้วย แต่ก่อนสองที่นี้
ไม่มีเรื่องอะไร ช่วงสองปีมานี้กลับคึกคักขึ้นมา เพราะการแย่งชิงยุค
ทองหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าการแย่งชิงยุคทองจะทำให้ยุคโบราณกลับมารุ่งเรือง
อัจฉริยะแข่งขันกันข้ามพิบัติ ต่อสู้กันทุกที่หรอกหรือ?”
เสนาบดีกรมอาญาอ่านเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ เตรียมกลับ
บ้านพักผ่อน
ผู้ใต้บังคับบัญชาพรวดพราดผลักประตูเข้ามา รายงานอย่างเร่ง
รีบ “ท่าน แคว้นจี๋เมืองเหยี่มีรายงานด่วน บอกว่าหัวหน้าลัทธิมารถูก
จับได้แล้ว”
“มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ!” เสนาบดีกรมอาญาฮึกเหิมขึ้นทันใด
ความง่วงหายไปสิ้น ไม่คิดว่าดึกดื่นแบบนี้จะมีข่าวดีเช่นนี้
“ท่านผู้เฒ่าท่านใดจับได้?”
“คือท่านเต๋าปู้อวี่…”
“ข้าถามว่าใครจับได้ ไม่ได้ถามว่าใครถูกจับ”