ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 822 เพื่อนร่วมคุกจากไปกันหมด
เสนาบดีกรมอาญาฟังรายงานโดยละเอียดจากผู้ใต้บังคับบัญชา
ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เข้าใจผิด เป็นไอ้หลานชายปู้อวี่นี่เองที่จับซูโม่
หร่านได้
“ไป ไปเมืองเยว่ แล้วก็เรียกคนขององครักษ์ลั่วสุ่ยมาด้วย อย่า
เสียงดังเกินไป ไม่อยากให้ลัทธิอู่ชิงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของ
พวกเรา!”
เสนาบดีกรมอาญานำกำลังกลุ่มเล็กมุ่งสู่เมืองเยว่ นึกถึงตอนที่
ตนเองยังหนุ่มในเมืองหลวง ถูกท่านเต๋าปู้อวี่แกล้งจนเจ็บใจ
“แม้ข้าเองยังบำเพ็ญถึงขั้นข้ามพิบัติไม่ได้ โลกนี้ยังมีความ
ยุติธรรมอยู่หรือไม่!”
“งานราชการมากมายขนาดนี้ ต่อไปให้ฝ่าบาทจัดการเถิด ข้าจะ
ไปบำเพ็ญเซียน!”
ระหว่างทางไปเมืองเยว่ เขาสมทบกับกำลังขององครักษ์ลั่วสุ่ย
นำโดยหนึ่งในเก้าวัง หลัวฉางเหอ ผู้มีวิทยายุทธ์ขั้นข้ามพิบัติ
ระดับกลาง
น่าเสียดายที่พวกเขามาช้าไปก้าวหนึ่ง วิญญาณของซูโม่หร่าน
ถูกท่านเซียนห่านไห่ส่งกลับไปยังสำนักเวิ่นเต๋าแล้ว
แต่ก็ไม่ได้สายเกินไปนัก ท่านเต๋าปู้อวี่และเพื่อนร่วมห้องของเขา
ยังอยู่ที่นี่รับโทษ
“ท่านเสวียเฒ่า มานี่ มานี่!” ท่านเต๋าปู้อวี่โบกมือเรียกเสนาบดี
กรมอาญาสวีซินจากด้านล่าง
สวีซินพบว่าเขาจริงๆ แล้วมองทะลุวิทยายุทธ์ของท่านเต๋าปู้อวี่
ไม่ได้ มั่นใจว่าเขาเข้าสู่ขั้นข้ามพิบัติจริง ไม่ใช่การใช้วิชาลับระเบิด
พลังชั่วขณะเพื่อเอาชนะซูโม่หร่าน
สวีซินเพิ่งลงพื้น ก็ได้ยินท่านเต๋าปู้อวี่พูดด้วยกิริยาวางมาด “สวี
น้อย เจ้าก็เป็นคนเก่าคนแก่ กฎของโลกผู้บำเพ็ญเจ้าคงรู้ดีโดยไม่
ต้องให้ข้าพูดมาก ในโลกผู้บำเพ็ญ ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นใหญ่ เห็นแก่
ที่เราเคยเป็นคนรุ่นเดียวกัน เจ้าเรียกข้าว่าผู้อาวุโสปู้อวี่ก็พอแล้ว”
สวีซินกลอกตา ไม่อยากตอบท่านเต๋าปู้อวี่
ในตอนนี้เขาจึงสังเกตเห็นเพื่อนร่วมห้องของท่านเต๋าปู้อวี่
“ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจว พวกเจ้าสองคนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
ในอดีตตอนที่เขาถูกท่านเต๋าปู้อวี่หลอกเข้าคุก เคยเห็นลู่หยาง
มาเยี่ยม
ส่วนเมิ่งจิ่งโจว เขาไม่รู้จักคนของตระกูลเมิ่งได้อย่างไร นั่นคือ
หนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันความก้าวหน้าของกฎหมายแคว้น
ต้าเซี่ย
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวอ้าปากค้าง ไม่กล้าพูดว่าพวกเขาสองคน
ขโมยของกันและกัน เพื่อเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านปู่
เห็นท่าทางของลู่หยางทั้งสอง สวีซินเข้าใจแล้ว คงถูกท่านเต๋าปู้
อวี่หลอกเข้ามาแน่นอน
“ซูโม่หร่านอยู่ที่ไหน?” สวีซินนึกถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่
“ถูกท่านเซียนห่านไห่ส่งกลับสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเราแล้ว”
ท่านเต๋าปู้อวี่หัวเราะหึๆ
สวีซินได้ยินดังนั้นก็หมุนตัวจะไปสำนักเวิ่นเต๋า แต่ถูกท่าน
เต๋าปู้อวี่ดึงไว้
“เอ้ รอก่อน รอก่อน ข้าเหนื่อยแทบตายกว่าจะจับซูโม่หร่านได้
นับเป็นความดีความชอบใหญ่หลวงนะ เจ้าทำเรื่องปล่อยตัวข้าสัก
หน่อย”
จุดประสงค์ที่ท่านเต๋าปู้อวี่อยู่ในคุกคือพาท่านเจ้าเผ่าจิ่นมา
สัมผัสประสบการณ์ชีวิต หลังจากเหตุการณ์ที่เมืองเยว่ ที่นี่ไม่เหมาะ
กับการสัมผัสประสบการณ์ชีวิตอีกต่อไป ออกจากคุกเสียเถอะ
ท่านเต๋าปู้อวี่ชี้ไปที่ท่านเจ้าเผ่าจิ่นข้างๆ “ยังมีลูกน้องข้า เรียก
เขาว่าจิ่นเฉยๆ ก็ได้ เขาก็จับผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างของลัทธิอู่ชิงได้
หนึ่งคน ก็ถือว่าเป็นความดีความชอบใหญ่หลวงเช่นกัน”
สวีซินมองท่านเจ้าเผ่าจิ่นอย่างลึกซึ้ง ทุกวันนี้ยังมีคนที่รีบร้อนไป
คบหากับท่านเต๋าปู้อวี่อีก สมองมีปัญหาหรือ?
“ได้ เดี๋ยวข้าจะไปจัดการเรื่องเอกสารที่ทำการเมือง มีอะไรอีก
ไหม ถ้าไม่มีข้าไปละ” สวีซินรีบจะไปสำนักเวิ่นเต๋า
“ยังๆ คนนี้พวกเจ้าก็ต้องปล่อยด้วย”
“เจ้าพูดให้จบทีเดียวไม่ได้หรือไง คนนี้เป็นใครอีก?” สวีซินมอง
ไปตามทิศทางที่ท่านเต๋าปู้อวี่ชี้ เห็นท่านเซียนบรรพกาลนั่งอยู่ในมุม
“ศิษย์ของสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรา เดิมคิดจะแฝงตัวเข้าไปใน
ลัทธิอู่ชิงเป็นสายลับ ไม่คิดว่าฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงจะถูกเมืองเยว่
บุกกวาดล้าง เขาไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นคนของสำนักเวิ่นเต๋า กลัว
จะทำให้สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเราเสียชื่อ เลยถูกจับเข้ามา”
สวีซินตะลึงในความปราดเปรื่อง ไม่คิดว่าสำนักเวิ่นเต๋ายังมีศิษย์
ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เช่นนี้ ดูท่าทางเพิ่งขั้นสร้างฐาน คงอยู่ในสำนักเวิ่น
เต๋ามาแล้วประมาณหนึ่งปี
อยู่ในสำนักเวิ่นเต๋าเพียงหนึ่งปี ยังทำตัวเหมือนดอกบัวที่บริสุทธิ์
แม้เกิดในโคลนตมได้
“เรื่องนี้ก็จัดการได้”
สวีซินกำลังจะออกไป จู่ๆ ก็หยุดฝีเท้า “คราวนี้ไม่มีอะไรอีกแล้ว
ใช่ไหม?”
“ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว ไปเถอะ”
ไม่นานนัก ฝ่ายราชสำนักก็ออกจากคุกไป ท่านเต๋าปู้อวี่ ท่าน
เจ้าเผ่าจิ่น และท่านเซียนบรรพกาลก็ออกจากคุก เหลือเพียงลู่หยาง
และเมิ่งจิ่งโจวสองคน
สองคนมองหน้ากัน ชั่วพริบตาเดียว คุกที่เคยคึกคักกลับเหลือ
เพียงพวกเขาสองคน
“คิดดูให้ดี พวกเราสองคนไม่มีเหตุผลที่จะออกจากคุกจริงๆ”
ตอนที่มีการต่อสู้ สองคนไม่ได้ช่วยออกแรง ก็ไม่ได้เป็นเหมือน
ท่านปู่ที่ถูกใส่ร้ายเข้าคุก
“พวกเราต้องติดคุกอีกกี่วัน?”
“สิบวัน”
สองพี่น้องส่ายหน้าถอนหายใจ ก็ต้องอยู่ที่นี่บำเพ็ญเซียนอย่าง
เรียบร้อยสิบวันแล้ว
“ไม่มีที่บังลมกันฝนสักที่” ลู่หยางเงยหน้า ท้องฟ้าเต็มไปด้วย
ดวงดาว ปราศจากเมฆ หลังคาถูกผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างของลัทธิอู่ชิง
เปิดพังไปตั้งแต่ตอนแรก
เขายังคงต้องสวมล็อกในพื้นที่จิตวิญญาณเพื่อบำเพ็ญ มอง
เซียนอมตะที่อีกฟากของกรงขังกำลังเพลิดเพลินกับชีวิต ทำให้รู้สึก
อิจฉายิ่งนัก
“ทำดีไม่ได้ดีจริงๆ”
—-
หลังจากท่านเซียนห่านไห่นำวิญญาณของซูโม่หร่านกลับมายัง
สำนักเวิ่นเต๋า ก็เรียกประชุมอาจารย์ผู้เฒ่าแห่งยอดเขาคุมขัง ท่าน
เถาแห่งหอคัมภีร์ และเชิญอวี้จือมา
ร่างของอู่เล่ย์ถูกมอบให้ผู้อาวุโสที่ห้า ให้เขาหลอมเป็นวัตถุวิเศษ
ตามใจชอบ
ร่างของซูโม่หร่านไม่ได้ถูกนำไปหลอม ถือเป็นของรางวัลของ
ท่านเต๋าปู้อวี่ สามารถใช้เพิ่มพลังให้กับกระบี่ของท่านเต๋าปู้อวี่ได้
กำลังระดับสูงของสำนักเวิ่นเต๋ารวมตัวกัน ใช้วิชาค้นจิตโดยตรง
ได้รับความทรงจำทั้งหมดของซูโม่หร่าน
ในตอนนี้ คนของกรมอาญาและองครักษ์ลั่วสุ่ยก็มาถึงอย่าง
รวดเร็ว ร่วมประสานงานกับสำนักเวิ่นเต๋าเกี่ยวกับเรื่องของลัทธิอู่ชิง
ท่านเซียนห่านไห่แบ่งปันข้อมูล ขมวดคิ้วพูดว่า “ลัทธิอู่ชิงเป็น
ศัตรูที่น่ากลัวจริงๆ จากความทรงจำของซูโม่หร่าน ประมุขของลัทธิอู่
ชิงไม่ทราบรูปร่างหน้าตาและอายุแน่ชัด สงสัยว่าเป็นกึ่งเซียน ตาม
การคาดเดาของซูโม่หร่าน เขาก่อตั้งลัทธิอู่ชิงเพื่อรวบรวมคนที่ไร้
ความรู้สึกทั้งหมด สังเกตความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับวิถีไร้
ความรู้สึก เพื่อเติมเต็มตัวเอง”
“หมายความว่า ตั้งแต่ลัทธิอู่ชิงก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน ประมุข
ยังคงเป็นคนเดียวกัน?” หลัวฉางเหอขององครักษ์ลั่วสุ่ยประหลาดใจ
ลัทธิอู่ชิงเป็นหนึ่งในสี่ลัทธิมารใหญ่ที่มีประวัติยาวนานที่สุด มีอยู่
ตั้งแต่แคว้นต้าเซี่ยเพิ่งก่อตั้ง
“เป็นไปได้มาก!”
“พอแล้ว ไม่ต้องถกเรื่องนี้ก่อน จากความทรงจำของซูโม่หร่าน
ที่สำนักงานใหญ่ของลัทธิอู่ชิงมีป้ายชีวิตของเขา หากวิญญาณแยก
จากร่างกาย ป้ายชีวิตจะแตก ผู้นำระดับสูงของลัทธิอู่ชิงจะละทิ้ง
สำนักงานใหญ่ทันที และย้ายฐานที่มั่น”
“ข้าจะเปิดประตูมิติไปยังสำนักงานใหญ่ ถ้าโชคดีเราอาจจะ
ทันเวลา”
ทุกคนก้าวเข้าสู่ประตูมิติ มาถึงสำนักงานใหญ่ของลัทธิอู่ชิง ใต้
ทะเลสาบฉางหลงในแคว้นอนุ่ย
น่าเสียดาย เมื่อทุกคนไปถึง ลัทธิอู่ชิงได้หายตัวไปอย่างไร้
ร่องรอย ทั้งใต้ทะเลสาบถูกขนย้ายไปด้วยวิชาเทพ ทำให้ระดับน ้าของ
ทะเลสาบฉางหลงลดลงเป็นสิบๆ เมตร
“งั้นไปยังสาขาต่างๆ!”
ในความทรงจำของซูโม่หร่าน เขารู้ตำแหน่งของทุกสาขา ท่าน
เซียนห่านไห่จึงเปิดประตูมิติมากมาย มุ่งสู่สาขาเหล่านั้น
สาขาของลัทธิอู่ชิงล้วนมีผู้แข็งแกร่งคุ้มกัน อย่างน้อยก็เป็นขั้น
ทารกแรกกำเนิด แต่วิทยายุทธ์ระดับนี้ไม่อาจต้านทานสำนักเวิ่นเต๋า
และราชสำนักที่ร่วมมือกันได้
บางสาขามีตำแหน่งสูง มีวิธีติดต่อกับผู้นำระดับสูงของลัทธิอู่ชิง
โดยตรง พวกเขารู้ว่ารองประมุขถูกจับ จึงหลบหนีทันที
สาขาเหล่านี้มีจำนวนน้อยมาก เพียงหนึ่งในสิบ ส่วนอีกเก้าใน
สิบถูกสำนักเวิ่นเต๋าและราชสำนักขุดรากถอนโคน และถูกสอบสวน
ทั้งคืน
หนึ่งในสิบของสาขาที่หนีไปก็ไม่ได้โชคดีนัก พวกเขาหนีได้ แต่
ถูกจำกัดด้วยวิทยายุทธ์ วิ่งช้าเกินไป หลายคนถูกผู้บำเพ็ญขั้นรวม
ร่างที่ตามมาจับได้
ลัทธิอู่ชิงสั่นคลอนถึงรากฐาน บาดเจ็บสาหัส