ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 175 ยุยงให้แตกคอกัน
สัญลักษณ์ประหลาดแทรกซึมเข้าไปในประตูหินราวกับโลหะน้ำ ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้
เฉินรั่วเยียนนัยน์ตาเปล่งประกาย นางแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะพุ่งเข้าไปเปิดสมองของหลิวอู๋เสีย อยากรู้เหลือเกินว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่ มีหลายสิ่งที่ที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เฉียนคุนกำลังนั่งสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บ ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากประตูหิน เขาตกใจจนลืมตาขึ้น
“น้องรอง รีบไปดูประตูหิน!”
เยี่ยเซียวที่กำลังพักผ่อนลืมตาขึ้นทันที เขาก็ได้ยินเสียประตูหินสั่นเช่นกัน จึงรีบลุกขึ้นยืนและวิ่งตรงไปที่ประตูหิน
“พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล กลไกของประตูหินอยู่ด้านใน ไม่มีใครเปิดออกได้จากข้างนอก”
เขาก้าวเท้ายาว ๆ ไปที่ประตูหิน ทันทีที่พูดจบ ประตูหินก็ส่งเสียงดังสนั่นแล้วก็… ระเบิด
เยี่ยเซียวอยู่ใกล้ประตูหินเกินไป เศษหินที่พุ่งเข้าใส่ทำให้เขาไม่ทันตั้งตัว ไม่มีเวลาถอยหลังหนี
“ปัง ปัง ปัง…”
เศษหินที่พุ่งเข้าใส่ต่อเนื่องทำให้เขาเวียนหัว มือขวาไม่สามารถป้องกันได้ทัน ก้อนหินขนาดเท่าอ่างกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง
“พรวด!”
เลือดพุ่งออกมาจากปาก เยี่ยเซียวหน้าซีดเซียวและล้มลงไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น หินก้อนใหญ่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บจากหินก้อนเดียว สาเหตุหลักคือเขาไม่ได้เตรียมตัวรับมือใด ๆ ไม่ได้ใช้ปราณแท้ป้องกันร่างกาย จึงถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ประตูหินตรงกลางพังทลายลงจนหมด เหลือเพียงช่องว่างที่พอดีสำหรับคนคนหนึ่งเดินเข้าไปได้
หลิวอู๋เสียเอามือไพล่หลังพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปในวัง สายตาจ้องมองไปที่เฉียนคุน
“เจ้า… เจ้าทำลายประตูหินได้อย่างไร?”
เยี่ยเซียวลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
ประตูหินบานนี้ต้านทานผู้แข็งแกร่งมานับไม่ถ้วน แต่วันนี้กลับถูกหลิวอู๋เสียทำลายลงได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ดาบเสียเหรินถูกชักออกมาจากฝักอย่างรวดเร็ว ฟาดฟันลงไปอย่างเฉียบขาด เยี่ยเซียวยังไม่ทันได้กรีดร้อง ศีรษะก็หลุดออกจากบ่า ร่างกายกลายเป็นเพียงหนังหุ้มกระดูก
ลงมือเฉียบขาด!
หลิวอู๋เสียไม่ชอบคนช่างพูด เขาวางศีรษะของเยี่ยเซียวไว้ข้าง ๆ ศีรษะของหลี่หวงจง เพื่อนำกลับไปรายงาน
หลังจากฆ่าเยี่ยเซียวแล้ว เขาก็ค่อย ๆ เดินไปหาเฉียนคุน
ทุกย่างก้าวทำให้ร่างกายของเฉียนคุนสั่นเทา จอมมารผู้ยิ่งใหญ่เช่นเขากลับหวาดกลัวได้เช่นนี้เชียวหรือ?
การกลัวตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนอย่างหลิวอู๋เสีย วิธีการฆ่าคนช่างน่าขนลุก
“ถึงตาเจ้าแล้ว!”
หลิวอู๋เสียยืนอยู่ห่างจากเฉียนคุนห้าก้าว มองดูเขาอย่างเงียบ ๆ บาดแผลบนฝ่ามือดีขึ้นบ้างแล้ว แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม
เฉินรั่วเยียนเดินเข้ามาจากข้างนอก มองดูเยี่ยเซียวที่หายไป จากนั้นก็มองไปที่เฉียนคุนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ไม่ทันได้ยินเสียงต่อสู้ เยี่ยเซียวก็ตายแล้ว ชายหนุ่มที่ดูอายุยังน้อยกว่านางช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“ก่อนตาย บอกข้าได้ไหมว่าเจ้ามีนามว่าอะไร!”
เฉียนคุนเผยรอยยิ้มเยาะ เขาคือจอมยุทธ์ระดับพลังชำระไขกระดูก ผู้กล้ามีชื่อเสียงมานานกว่าสามสิบปี แต่วันนี้กลับต้องมาพบจุดจบเช่นนี้
“ไม่ได้!”
คำตอบของหลิวอู๋เสียเกือบทำให้เฉียนคุนสำลักตาย เขาไม่เคยพบเจอคนไร้เหตุผลเช่นนี้มาก่อน
แต่ลองคิดดูสิ หลิวอู๋เสียจะยอมบอกเขาทำไมกัน
เฉินรั่วเยียนเบ้ปาก นางอยากรู้เหมือนกันว่าหลิวอู๋เสียชื่อแซ่อะไร ตลอดทางก็ถามไปหลายครั้ง แต่ละครั้งหลิวอู๋เสียก็ถลึงตาใส่นาง
“ขอเพียงเจ้ายอมบอกข้าว่าใครเป็นคนส่งเจ้ามาฆ่าพวกข้า ข้าก็จะยอมบอกความลับให้เจ้ารู้ อย่างที่เจ้าเห็น นี่คือเสบียงอาหารจำนวนมหาศาล อาวุธและชุดเกราะมากมาย เจ้าไม่สงสัยบ้างเลยหรือ?”
เฉียนคุนรู้ดีว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้ว เขาอยากรู้แค่ว่าใครเป็นคนส่งเจ้าหนูนี่มาฆ่าพวกเขา
“ถ้าข้าบอกเจ้าว่า… แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าใครต้องการฆ่าพวกเจ้า เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”
หลิวอู๋เสียยักไหล่เผยสีหน้าจนปัญญา รอเขากลับไปที่สำนักศึกษาจักรวรรดิแล้วค่อยสืบเรื่องนี้ก็แล้วกัน
พรรคมังกรแดงก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย หลิวอู๋เสียถึงได้ยอมรับภารกิจนี้ ถ้าเป็นการฆ่าคนดี เขายอมออกจากสำนักศึกษาเลยดีกว่า ไม่ขอรับภารกิจนี้เด็ดขาด
หลายเรื่องบังเอิญประจวบเหมาะ จึงเกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้
คำตอบนี้เกินความคาดหมายของเฉียนคุนไปโดยสิ้นเชิง คนที่ฆ่าเขากลับไม่รู้ว่าใครเป็นคนบงการ ราวกับเป็นแผนการร้ายที่กำลังรอพวกเขาอยู่
หลิวอู๋เสียถูกดึงเข้าสู่แผนการร้ายนี้โดยไม่รู้ตัว
เฉินรั่วเยียนจ้องมองหลิวอู๋เสียราวกับมองสัตว์ประหลาด เดินวนรอบตัวเขาหลายรอบ
“หรือสวรรค์ต้องการทำลายล้างพรรคมังกรแดงของข้า”
เฉียนคุนเงยหน้าคำรามลั่น ก่อนตาย เขาอยากรู้ว่าใครต้องการฆ่าเขา นี่เป็นความปรารถนาสุดท้าย
ไม่มีใครตอบเขา ดาบเสียเหรินถูกยกขึ้น ในเมื่อเฉียนคุนไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เช่นนั้นก็มาจบภารกิจแรกกันเถอะ
ส่วนความลับที่นี่ เขาไม่สนใจอยากรู้ รอเขาบรรลุระดับพลังชำระไขกระดูก เมื่อนั้นเขาจะก้าวออกจากราชวงศ์ต้าเยี่ยน ไปสู่โลกกว้างภายนอก
ช่วงนี้เขาอ่านตำราไปไม่น้อย จึงพอมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมหาทวีปเจินอู่อยู่บ้าง ราชวงศ์ต้าเยี่ยนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นดินแดนที่ค่อนข้างยากจน
หลิวอู๋เสียอยากกลับไปยังพิภพเซียนโดยเร็ว เขายังมีภาระอันหนักอึ้งรออยู่เบื้องหน้า
“พวกเจ้าคงคิดไม่ถึงสินะ ที่นี่คือฐานที่มั่นลับของอ๋องยงเสียน อาวุธและเสบียงจำนวนมากถูกซ่อนไว้ที่นี่ เพื่อใช้สำหรับการกบฏ เขาเตรียมการมาเป็นเวลาถึงยี่สิบปี”
เมื่อคนเราใกล้ตาย คำพูดมักเป็นคำพูดที่ดี เฉียนคุนชี้นิ้วไปที่กองเสบียง อาวุธและชุดเกราะนับแสนชิ้นที่กองสูงราวกับภูเขา ปรากฏรอยยิ้มขมขื่นบนมุมปากของเขา
หลายปีมานี้ เขาต้องอยู่อย่างหวาดผวาภายใต้เงาของอ๋องยงเสียน ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนาง ไม่ได้รับชื่อเสียงเกียรติยศ สิ่งที่หลงเหลือมีเพียงชื่อเสียงอันเลวร้ายตลอดไป
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว เขาไม่ต้องการรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่เฉียนคุนก็ยังคงพูดออกมา แน่นอนว่าเขารู้ว่าอ๋องยงเสียนคือใคร ผู้อยู่เบื้องหลังสำนักศึกษาเทียนมู่
น้องชายขององค์จักรพรรดิในปัจจุบัน อาของเฉินรั่วเยียน ปัจจุบันเขามีอำนาจล้นฟ้า ขุนนางในราชสำนักกว่าครึ่งล้วนเอนเอียงไปทางอ๋องยงเสียน
เฉียนคุนจงรักภักดีต่ออ๋องยงเสียน หลิวอู๋เสียถึงกับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ข้าเดาถูกแล้ว เจ้าเป็นสุนัขรับใช้ที่อ๋องยงเสียนเลี้ยงไว้จริง ๆ”
ใบหน้าของเฉินรั่วเยียนเย็นชา กระบี่ยาวในมือชี้ไปที่เฉียนคุน นางสงสัยมานานแล้วว่าพรรคมังกรแดงเป็นกองกำลังลับภายใต้อ๋องยงเสียน มีหน้าที่หลักในการรวบรวมเสบียงและอาวุธ
เฉียนคุนเป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธ หลายปีมานี้เขาทำงานอย่างหนักเพื่อหลอมสร้างอาวุธจำนวนนับไม่ถ้วนให้กับอ๋องยงเสียน รอคอยวันที่อีกฝ่ายจะก่อกบฏ
พรรคมังกรแดงแข็งแกร่งมานานหลายปีล้วนเป็นเพราะอ๋องยงเสียน ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว พวกเขาจะเป็นคนแรกที่ได้รับข่าวสาร
“จักรพรรดิองค์ปัจจุบันอ่อนแอ ไร้ทายาท อ๋องยงเสียนมีสติปัญญาและความสามารถ มีเพียงเขาเท่านั้นที่คู่ควรกับตำแหน่งจักรพรรดิ เด็กน้อยอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร”
เฉียนคุนเปิดเผยความลับในใจ เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาก อ๋องยงเสียนอยู่ในสถานะที่สูงส่งในใจของเขามาโดยตลอด ชั่วชีวิตนี้เขาจะไม่มีวันทรยศต่อท่าน
เขาตายเมื่อไหร่ ความลับที่นี่คงปิดไม่มิด เร็ว ๆ นี้จะต้องประกาศไปทั่วแผ่นดิน ก่อนตาย เขาบอกความลับนี้แก่หลิวอู๋เสีย
“เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล แม้ว่าท่านพ่อของข้าอายุมากแล้ว แต่สององค์ชายก็ทำหน้าที่อย่างแข็งขันมาตลอด เป็นเพราะพวกเจ้ามีจิตใจโลภมาก อยากจะฮุบสมบัติของตระกูลเฉิน”
เฉินรั่วเยียนโกรธมาก ยกกระบี่ยาวขึ้นมาจ่อคอของเฉียนคุน
“พี่ชายสองคนของเจ้าน่ะหรือ?” เฉียนคุนหัวเราะเยาะ “คนหนึ่งโง่เขลา อีกคนก็โง่งม หากราชวงศ์ต้าเยี่ยนตกไปอยู่ในมือของพวกเขา ไม่ถึงสามปี จะต้องถูกราชวงศ์อื่นกลืนกิน มีแต่อ๋องยงเสียนเท่านั้นที่จะนำพาราชวงศ์ต้าเยี่ยนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปได้”
องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนในปัจจุบัน ข่าวลือภายนอกบอกว่าเขามีปัญหาทางสติปัญญา องค์ชายรองก็ทำตัวโง่งมทุกวัน ข่าวลือในหมู่ประชาชนบอกว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนใกล้จะถึงกาลอวสานแล้ว
จักรพรรดิมีพระชนมายุมากแล้ว ไม่สามารถมีรัชทายาทได้อีก จึงเป็นเหตุให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้
“สั่งเสียอะไรเสร็จหรือยัง!”
หลิวอู๋เสียขี้เกียจฟังบทสนทนา เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
“เจ้าไม่สงสัยเลยหรือ… ทั้งหมดนี้เป็นแผนการขององค์จักรพรรดิที่ส่งเจ้ามาฆ่าข้า เพื่อใช้โอกาสนี้กำจัดมือขวาของอ๋องยงเสียน”
เฉียนคุนเผยยิ้มชั่วร้าย มุมปากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ตัดเส้นชีพจรตัวเอง สิ้นใจตายดีกว่าต้องมาตายในมือของพวกเขา
“เจ้าช่างใจคอโหดเหี้ยม ก่อนตายยังจะใส่ร้ายท่านพ่อของข้า ท่านพ่อจะส่งเขามาฆ่าเจ้าได้อย่างไร?”
เฉินรั่วเยียนโกรธมาก เห็นได้ชัดว่าคำพูดสุดท้ายของเฉียนคุนเป็นการยุยงให้แตกคอ ทำให้หลิวอู๋เสียเกลียดชังจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน
ศัตรูของจักรพรรดิย่อมเป็นสหายของอ๋องยงเสียนโดยธรรมชาติ
หลิวอู๋เสียไม่ใช่คนที่ใครจะมาโน้มน้าวใจได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เขาจะสืบหาเอง
“เจ้าอย่าไปเชื่อคำพูดของเขา คนแบบนี้ตายหมื่นครั้งก็ไม่สาสม”
เฉินรั่วเยียนมองไปที่หลิวอู๋เสีย นางไม่กล้าเป็นศัตรูกับหลิวอู๋เสีย ศัตรูแบบนี้น่ากลัวเกินไป…
“ข้าทำภารกิจที่นี่เสร็จแล้ว ขอลาตรงนี้เลยก็แล้วกัน!”
หลังจากฟันศีรษะของเฉียนคุน แล้วใช้ผ้าสีดำห่อเอาไว้ หลิวอู๋เสียก็หันหลังเดินออกจากวังใต้ดิน ส่วนอาวุธกับเสบียงอาหารเหล่านั้น ไม่ได้เอาไปแม้แต่ชิ้นเดียว
เฉินรั่วเยียนได้แต่กระทืบเท้าพลางมองดูแผ่นหลังของหลิวอู๋เสีย ไม่เคยพบเคยเห็นคนที่ไร้เหตุผลเช่นนี้มาก่อน
เมื่อกลับขึ้นไปบนพื้นดิน ได้ยินว่าหัวหน้าใหญ่ได้รับบาดเจ็บ พวกสมุนของพรรคมังกรแดงต่างพากันหลบหนีไปหมดแล้ว ภูเขาทั้งลูกเงียบสงัด มีบ้างที่พบเจอกับคนตาถั่วไม่กี่คนที่โจมตีหลิวอู๋เสีย แต่ก็ถูกกำจัดจนสิ้นซาก
เขาเดินตามเส้นทางบนภูเขากลับไปยังเมืองซาง วางแผนว่าจะพักผ่อนหนึ่งวัน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังเทือกเขาซีเหลียง
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ข่าวการกวาดล้างพรรคมังกรแดงก็แพร่สะพัดออกไป คนที่มีความแค้นกับพรรคมังกรแดงพากันกรูเข้าไป ฆ่าล้างบางกองกำลังที่เหลือของพรรคมังกรแดงจนหมดสิ้น
พรรคมังกรแดงที่เหิมเกริมมานานหลายสิบปี ถูกกำจัดหายไปจากโลกนี้ภายในวันเดียว
เมื่อวานหลิวอู๋เสียยังไม่ได้คืนห้องพักที่โรงเตี๊ยม เขาเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูห้อง ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามา
จากนั้นจึงหยิบถุงเก็บของออกมาสามใบ เป็นของเฉียนคุน เยี่ยเซียวและหลี่หวงจง
หลิวอู๋เสียไม่สนใจทรัพย์สมบัติเงินทองธรรมดาสามัญ พวกมันเป็นแค่ของไร้ค่า
“รวยแล้ว รวยแล้วจริง ๆ!”
ไม่มีคนนอก หลิวอู๋เสียลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นราวกับเด็กน้อย
ถุงเก็บของของทั้งสามคนมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าถุงเก็บของของเขาหลายเท่า ข้างในมีทรัพยากรกองเป็นภูเขาเลากา หลิวอู๋เสียดีใจจนยิ้มแก้มปริ เกือบจะแหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วตะโกนออกมา
“หินวิญญาณห้าพันก้อน โอสถเม็ดระดับสามหนึ่งหมื่นกว่าเม็ด โอสถเม็ดระดับสี่ราวสามสิบเม็ด สมุนไพรวิญญาณนับไม่ถ้วน ชุดเกราะและอาวุธนานาชนิด พวกเขาน่าจะปล้นสะดมมาตลอดหลายสิบปี สุดท้าย… ทั้งหมดก็ตกเป็นของข้า”
โอสถและหินวิญญาณมากมายขนาดนี้ หลิวอู๋เสียไม่ต้องกังวลเรื่องการทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณขั้นห้าอีกต่อไป
หลิวอู๋เสียไม่ได้แตะต้องข้าวปลาอาหารและอาวุธแม้แต่น้อย
หนึ่ง เขาไม่มีถุงเก็บของขนาดใหญ่พอ
สอง สิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา เฉินรั่วเยียนเป็นถึงองค์หญิงสาม ย่อมต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน เพื่อที่จะกำจัดพรรคมังกรแดง นางต้องทุ่มเทความพยายามอย่างมาก อย่างน้อยก็ต้องได้อะไรติดไม้ติดมือบ้าง
การเป็นคนไม่ควรตระหนี่เกินไป เขากินเนื้อ ก็ต้องแบ่งน้ำแกงให้คนอื่นกินบ้าง
“โอสถกำเนิดพิภพ! ของดี!”
เขาหยิบโอสถกำเนิดพิภพออกมาจากถุงเก็บของของเฉียนคุน นี่คือสิ่งที่เยี่ยเซียวมอบให้เขา โอสถคุณภาพสูงระดับสี่ หากผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกกลืนเข้าไป มีโอกาสถึงห้าส่วนที่จะทะลวงระดับพลังยุทธ์ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น
– โปรดติดตามตอนต่อไป –