ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 257 หัวกะโหลกปีศาจ
ห้องโถงแห่งนี้กว้างขวางมาก สามารถจุคนได้นับพันคน
ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงค้นหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องโถง
“กรี๊ดดดดด…”
เสียงกรีดร้องน่าอนาถดังมาจากทางออก ตามมาด้วยเลือดจำนวนมากไหลมาตามทางเดินราวกับน้ำท่วม รวมตัวกันเป็นแม่น้ำในพื้นห้องโถง
“ตูม!”
ประตูหินที่เลื่อนขึ้นไปก่อนหน้านี้ตกลงมาอย่างกะทันหัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หลิวอู๋เสียยังไม่ทันได้ตอบสนอง ประตูหินก็ปิดลงเสียแล้ว
เสียงกรีดร้องยังคงดังต่อเนื่อง ชายห้าสิบกว่าคนที่เข้าไปในทางออกพยายามคลานกลับออกมาตามทางเดิม ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเจ้าถึงกลับมา?”
ผู้คนต่างกรูเข้าไปถาม
“ข้างใน… ข้างในมีงูหลามเต็มไปหมด พวกที่เข้าไปก่อนหน้านี้ถูกกินไปจนหมดแล้ว”
มีผู้คนมากกว่าห้าสิบคนเข้าไป แต่มีเพียงสิบคนเท่านั้นที่กลับมาที่ห้องโถงทั้งยังมีชีวิต ส่วนคนที่เหลือต่างก็ตายกันหมด
ภายนอกทางออกมีฝูงงูหลามจำนวนมากเฝ้าอยู่ หากคิดจะคลานหนีไปจากที่นี่ ก็ไม่ต่างอะไรกับแกะที่วิ่งเข้าปากเสือ ส่งตัวเองเข้าไปในปากของงูหลาม
“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร!”
ความไม่สบายใจค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาทีละน้อย แต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จากจำนวนผู้คนกว่าพันคนที่เข้ามา ตอนนี้ภายในห้องโถงเหลือเพียงแค่สองร้อยกว่าคนเท่านั้น ไม่เคยเกิดอัตราการตายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน
ในปีก่อน ๆ ที่เข้าสู่สนามรบเขาหมางซาน ขอเพียงไม่ย่างกรายเข้าไปในเขตต้องห้ามที่อันตราย ความปลอดภัยจะไม่มีปัญหามากนัก
บัดนี้พวกเขากลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ไม่รู้ว่าจะรุกหรือถอยดี!
ผู้คนกว่าสองร้อยคนถูกขังอยู่ในนี้ แม้ว่าผู้ฝึกตนจะไม่กินไม่ดื่มก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้หนึ่งปี แต่สุดท้ายแล้ว หากยังคงติดอยู่แบบนี้ก็มีแต่ทางตายเท่านั้น
หลิวอู๋เสียยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถง เขาสงบสติอารมณ์ลงมาก
ทางออกมีงูหลามเฝ้าอยู่ ทางถอยหลังก็ถูกปิดตายด้วยประตูหิน ผู้ที่ออกแบบสุสานใต้ดินแห่งนี้คงไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครเข้ามา
ความลับที่แท้จริงควรจะอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ เหตุใดประตูหินบานนี้ถึงได้เปิดขึ้นหลังจากถูกย้อมด้วยเลือด แล้วก็ตกลงไปอย่างกะทันหัน เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจดั้งเดิมของผู้ออกแบบ
หลิวอู๋เสียใช้เวลาทั้งวัน เดินสำรวจไปทั่วสุสานใต้ดินแห่งนี้ ทุกซอกทุกมุม ปรากฏขึ้นในทะเลวิญญาณ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด ด้านหลังประตูหินคืออีกโลกหนึ่ง ส่วนสิ่งที่ผนึกไว้ ณ ตอนนี้ยังไม่ทราบ โลกทั้งสองถูกแยกออกจากกันด้วยประตูบานนี้!”
หลิวอู๋เสียพูดกับตัวเองเบา ๆ
สุสานใต้ดินแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก แม้ว่าอาคารหลายหลังจะพังทลายลง แต่ก็ยังคงมองเห็นร่องรอยของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ในอดีต
ประตูหินบานนี้แบ่งโลกออกเป็นสองส่วน ผนึกที่แม้แต่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ที่ผนึกสถานที่แห่งนี้ย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดา
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกับผนังหิน ผนังหินเหล่านี้แปลกมาก ไม่เหมือนกับก้อนหินทั่วไป ในท้องตลาดไม่สามารถหาได้เลย
คราบเลือดบนพื้นค่อย ๆ เลือนหายไป ซึมซาบลงไปใต้พื้นตามร่องหิน
“พวกเจ้าดูภาพสลักบนผนังหินพวกนี้สิ พวกมันเหมือนกำลังเปลี่ยนไป”
เสียงอุทานดังมาจากด้านหลังของหลิวอู๋เสีย ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ผนังหิน พบว่าภาพสลักบนนั้นกำลังเคลื่อนไหว
ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้น รีบพุ่งไปที่ผนังทั้งสองด้านเพื่อดูลวดลายบนนั้น
หลิวอู๋เสียสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนผนังหินมานานแล้ว แต่เขายังไม่เข้าใจว่าภาพสลักพวกนี้หมายถึงอะไร
“กึก กึก กึก…”
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังกึกกักมาจากผนังหิน ทุกคนตกใจกลัวจนต้องถอยหลังกลับมารวมกันตรงกลางห้องโถง
“นี่มันลายปีศาจ!”
หลิวอู๋เสียอุทานออกมา ในที่สุดเขาก็จดจำลวดลายเหล่านี้ได้ มันคือลายปีศาจ
มหาทวีปเจินอู่เป็นเพียงมิติระดับล่าง ทำไมถึงมีลายปีศาจปรากฏขึ้น?
พิภพเซียนมีลายเซียน พิภพปีศาจมีลายปีศาจ พิภพมารมีลายมาร
ลายปีศาจนั้นไม่ด้อยไปกว่าลายเซียนเลย การบำเพ็ญเพียรของเผ่าปีศาจเมื่อบรรลุถึงขั้นสูงสุด ก็เทียบเท่ากับเซียน หรืออาจเหนือกว่าเซียนด้วยซ้ำ
หลิวอู๋เสียเผยสีหน้าเคร่งขรึม การปรากฏตัวของลายปีศาจ แสดงว่าต้องมีปีศาจตนใหญ่ยักษ์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ลายปีศาจบนผนังหินเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างต่อเนื่อง เหมือนไส้เดือนตัวเล็ก ๆ กำลังพันกันไปมา
ไส้เดือนตัวเดียวนั้นดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่เมื่อรวมตัวกันนับร้อยนับพันตัวก็สามารถก่อตัวเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ ได้
ลายปีศาจแต่ละเส้นบนผนังหินเปรียบเสมือนไส้เดือนตัวเล็ก ๆ เมื่อพวกมันรวมตัวกัน กลับกลายเป็นกะโหลกปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว
“นี่มัน…”
ยากที่จะบอกได้ว่ากะโหลกปีศาจขนาดใหญ่นั้นดูเหมือนมังกรหรือแมลงชนิดหนึ่ง
“ฮี่ ๆ…”
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือกะโหลกปีศาจส่งเสียงหัวเราะออกมา ดวงตาสีดำสนิทราวกับจะทะลวงจิตวิญญาณของผู้คน
ทุกคนรู้สึกอึดอัดมากเมื่อจ้องมองมาที่มัน บางคนถึงกับกลัวจนปัสสาวะราดกางเกง
“รอคอยมาหลายปี ในที่สุดก็มีคนเข้ามา!”
กะโหลกปีศาจที่แปลกประหลาดนั้นพูดออกมา แม้เสียงของมันจะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจับใจความได้
คนกว่าสองร้อยคนมารวมตัวกัน คนที่กล้าหาญบางคนพยายามก้าวไปข้างหน้า พวกเขายกอาวุธ ปล่อยกระบี่แทงตรงไปที่กะโหลกปีศาจ
มือขวาของหลิวอู๋เสียวาดตราประทับประหลาด เตรียมพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
“เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่ ปล่อยพวกเราออกไปเดี๋ยวนี้!”
จ้าวเฉินผู้กล้าหาญ บัดนี้ก็ยังหวาดกลัวจนขาแข้งสั่น แต่เขาก็ยังฝืนใจถามกะโหลกปีศาจออกไป
ส่วนคนที่อยู่ด้านหลังต่างก็เปียกโชกไปทั้งตัว บางคนก็เพราะความกลัว บางคนก็เพราะฉี่ราด
“เด็กน้อยทั้งหลาย พวกเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้ว่าข้าคือใคร ขอเพียงดูดกลืนเลือดและแก่นแท้ของพวกเจ้า ข้าก็จะฟื้นคืนชีพได้”
ปราณปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กว้างไปทั่วทั้งห้องโถง
“ร่างกายของข้า…”
ปราณปีศาจแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านรูขุมขน หลายคนมีเกล็ดงอกออกมาจากร่างกาย กลายเป็นปีศาจไปในที่สุด
แม้แต่ผู้มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อปราณปีศาจเข้าสู่ร่างกาย มันจะเปลี่ยนสายเลือดของพวกเขา ให้กลายเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจ
เสียงกรีดร้องน่าเวทนาดังไปทั่วทั้งห้องโถง บางคนมีหนวดงอกออกมาจากศีรษะ ดูแล้วน่าสังเวชอย่างยิ่ง
ปราณปีศาจที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณนั้นเกือบจะกลายเป็นรูปร่างที่จับต้องได้ ไหลบ่าสู่ร่างกายของหลิวอู๋เสียราวกับสายน้ำ
ทันใดนั้นติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ก็เคลื่อนไหว ปราณปีศาจที่น่ากลัวถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา กลายเป็นของเหลววิญญาณสีม่วงเข้มหยดแล้วหยดเล่า หลิวอู๋เสียตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ปกติของเหลววิญญาณจะเป็นสีเขียวมรกต ของเหลววิญญาณที่เกิดจากพิษจะเป็นสีดำ แล้วสีม่วงเข้มนี่มันอะไรกัน?
ทันใดนั้นกะโหลกปีศาจก็หันมามองหลิวอู๋เสีย ปล่อยปราณปีศาจออกมาอีกส่วนหนึ่ง
ผู้คนกว่าสองร้อยคน ส่วนใหญ่ล้วนมีพลังยุทธ์ต่ำต้อย ต่างกลายร่างเป็นปีศาจไปจนหมดสิ้น พวกมันอ้าปากกว้างหมายจะกัดกินผู้คนที่อยู่ข้างกาย
ส่วนผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงส่งยังคงฝืนทนต่อต้านเอาไว้ได้ มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่แตกต่างออกไป ร่างของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง กะโหลกปีศาจก็อ้าปากกว้าง ปล่อยปราณปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมออกมา ก่อตัวเป็นงูพิษมากมายพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย
ภาพตรงหน้า!
สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะกลายร่างเป็นปีศาจ แต่สติยังคงอยู่ พวกเขามองไปที่หลิวอู๋เสียเป็นตาเดียว
“ฮึ่ม!”
หลิวอู๋เสียส่งเสียงเย็นยะเยือก ตราประทับที่เขาวาดไว้บนมือขวาพลันพุ่งออกไป
ราวกับแสงสีทองเจิดจ้า เฉือนทะลวงฝูงงูพิษที่พุ่งเข้ามาจนแหลกสลายกลางอากาศ
พริบตาเดียว งูพิษที่อยู่ตรงหน้าก็หายวับไปจนหมดสิ้น กะโหลกปีศาจที่ปรากฏบนผนังหินส่งเสียงคำรามเกรี้ยวกราด
การสูญเสียปราณปีศาจจำนวนมากสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้กับมัน
“เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่ ถึงรู้จักลายวิญญาณได้!”
สิ่งที่หลิวอู๋เสียวาดไว้ไม่ใช่ลายเซียน แต่เป็นลายวิญญาณชนิดหนึ่งที่สามารถสะกดเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ มันกลับเป็นประโยชน์อย่างมาก
น้ำเสียงของกะโหลกปีศาจแฝงไปด้วยความหวาดกลัว มันพยายามซ่อนตัวเข้าไปในผนังหิน
ลายวิญญาณได้ผล หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
มือทั้งสองข้างเริ่มสร้างประทับมือ เนื่องจากมันถูกผนึกไว้ที่นี่ เขาจึงสามารถใช้ประโยชน์จากผนึกนี้ บังคับมันกลับสู่ร่างเดิมและสังหารมันให้สิ้นซาก
ประทับมือแปลกประหลาดควบแน่นคล้ายเส้นลมปราณฟ้าดิน พวกมันเชื่อมต่อกันราวกับใยแมงมุมที่หนาแน่น
กะโหลกปีศาจเป็นเหมือนเงาเลือนราง วิชายุทธ์ทุกชนิดที่โจมตีใส่ล้วนไร้ผล เหมือนกับโจมตีไปในอากาศธาตุ
มีเพียงลายวิญญาณเท่านั้นที่ทำร้ายมันได้
กะโหลกปีศาจไม่ใช่ร่างจริง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิชายุทธ์ถึงไม่ส่งผลต่อมันแม้แต่น้อย
“เจ้าเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น ยังกล้าบังอาจเช่นนี้อีกหรือ?”
หลิวอู๋เสียพูดเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึก จั่วหงและคนอื่น ๆ พูดถึงวิญญาณนักรบ คงไม่ใช่สิ่งนี้กระมัง?
ส่วนวิญญาณนักรบคืออะไร ไม่มีใครเคยเห็น เป็นเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น
เมื่อฝึกฝนจนบรรลุถึงระดับสูงส่ง หลังความตายจะหลงเหลือจิตสำนึกเอาไว้ แล้วคอยหาโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่
เผ่าปีศาจก็เช่นกัน หลังความตายจะหลงเหลือวิญญาณเอาไว้ หากดูดซับพลังงานได้มากพอก็สามารถฟื้นคืนชีพได้
มนุษย์มีสามจิตเจ็ดวิญญาณ ปีศาจมีหนึ่งจิตสามวิญญาณ
วิญญาณของกะโหลกปีศาจถูกทำลายไปนานแล้ว ร่างกายเน่าเปื่อย เหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่ยื้อชีวิตเอาไว้
ทันใดนั้นสองมือก็ประกบเข้าหากัน ตราประทับที่วาดไว้ดูเหมือนโล่ บินตรงไปยังกะโหลกปีศาจ
รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!
กะโหลกปีศาจต้องการหลบเลี่ยง แต่ก็สายเกินไป ถูกโล่กระแทกเข้าอย่างจัง
“อ๊าาาาาาาาาาาา”
กะโหลกปีศาจร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ราวกับหัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
ร่างกายของผู้ที่ถูกปีศาจเข้าสิงเริ่มฟื้นตัวทีละน้อย ปราณปีศาจค่อย ๆ อ่อนลง สายตาที่ทุกคนมองมายังหลิวอู๋เสียเต็มไปด้วยความเคารพ
หากไม่ใช่เขา วันนี้ทุกคนที่อยู่ในนี้คงกลายเป็นอาหารของกะโหลกปีศาจไปแล้ว
“มนุษย์ที่น่ารังเกียจ ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”
กะโหลกปีศาจค่อย ๆ จางหายไป หลังจากถูกโล่กระแทกบาดเจ็บสาหัส มันกลายเป็นไส้เดือนจำนวนนับไม่ถ้วนกลับเข้าไปในผนังหิน
ลายวิญญาณหายไป กะโหลกปีศาจหายไป ทั่วทั้งห้องโถงกลับสู่ความสงบ
บนพื้นมีศพนอนเกลื่อนกลาดไปทั่ว ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีมีผู้คนจำนวนมากถูกปีศาจเข้าสิงแล้วฆ่ากันเอง
“โครม!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว
ผนังหินด้านขวาทรุดตัวลง เผยให้เห็นทางออก
ทุกคนต่างใจเต้นรัว ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ผนังหินสูงหลายจั้งทรุดตัวลงทั้งหมด กลิ่นเหม็นฉุนกึกก้องโชยมา
“อุ๊บ...”
กระเพาะอาหารของทุกคนปั่นป่วนไปหมด หลิวอู๋เสียเองก็เช่นกัน
มืดมิดและชื้นแฉะ!
รังขนาดมหึมาปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน งูหลามนับพันตัวขดตัวอยู่ด้วยกัน
ส่งเสียงขู่ฟ่อที่น่าขนลุก ปล่อยลิ้นสองแฉกสีแดงสดออกมา ดวงตาเล็กสีเขียวขุ่นจ้องมองมายังทุกคนที่อยู่ในห้องโถงพร้อมกัน
“กึก…”
ความเย็นยะเยียบแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ
เมื่อได้กลิ่นเลือดเนื้อของมนุษย์ งูหลามหลายพันตัวก็เลื้อยตามก้อนหินเข้ามาในห้องโถง
เมื่อใช้ม่านตาภูตมองไปยังส่วนลึกของถ้ำงู เขาก็เห็นทางออกที่ทอดไปสู่ภายนอก
ไม่ใช่แค่หลิวอู๋เสียที่เห็น คนอื่น ๆ ก็เห็นเช่นกัน แสงสว่างเลือนรางส่องเข้ามาตามทางเดิน
“ทางออกอยู่ข้างนอกถ้ำงู ขอเพียงเราฝ่าดงงูหลามเหล่านี้ออกไปได้ เราก็จะรอด”
จ้าวเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ งูหลามมากมายขนาดนี้… หากคนสองร้อยกว่าคนอยากรอดออกไป ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์
“บ้าเอ๊ย! ข้ายังไม่อยากตาย!”
ยังไม่ทันได้สู้ก็มีบางคนสติแตก นั่งร้องไห้โฮบนพื้น
หญิงสาวสิบกว่าคนหน้าซีดเผือด ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้แม้แต่การเดินก็เป็นปัญหาใหญ่
งูหลามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นคาวเลือดที่น่าสะพรึงกลัวทำให้รู้สึกอึดอัด สภาพแวดล้อมใต้ดินที่ปิดสนิท พลังปราณก็เบาบาง ไม่เหมาะกับการต่อสู้เป็นเวลานาน
– โปรดติดตามตอนต่อไป –