ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 100 ฝนแปลกประหลาด มื้ออาหารรสชาติแย่
[ที่บ้านมีเหมิงเหมิง] : ฝนตกมาเดือนกว่าแล้ว ทำไมยังไม่หยุดอีก บ้านชื้นไปหมดแล้ว เสื้อผ้าตากหลายวันก็ไม่แห้งเลย
[การนอนคือชีวิต] : เฮ้อ ฉันอยู่ชั้นหนึ่ง พื้นเปียกชุ่ม ผนังก็ขึ้น ราสีดำเป็นจุด ๆ เต็มไปหมด
[ร้อนแทบตาย] : คุณข้างบน ผนังของคุณขึ้นราแค่เรื่องเล็ก ตอนนี้ผ้าห่มของฉันขึ้นราและเห็ดกำลังจะงอกออกมาแล้ว
[ลมพัดเย็นก้น] : ฉันรู้สึกหนาวนิดหน่อย เลยเอาเสื้อโค้ตออกมา ใส่ แต่เดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น เสื้อโค้ตทั้งตัวขึ้นรา ตู้เสื้อผ้าก็เต็มไปด้วย เชื้อราหมดแล้ว
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ตัวผมจะขึ้นราอยู่แล้ว ฝนบ้าอะไรเนี่ย หยุดสักทีเถอะ น่ารำคาญ
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ขอแจ้งทุกท่านทราบว่า วันนี้ทาง ซูเปอร์มาร์เก็ตมีกิจกรรมชิมสินค้าใหม่ ช่วงเที่ยงมีเห็ดต้มและยำเห็ด หูหนูเสิร์ฟให้ท่านละ 1 จาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โปรดมาเข้าคิวเพื่อ รับ
เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ทุกคนต่างก็ตื่นตกใจ
[ลา ลา ลา ฝนเอยจงตก] : มีผักให้กินแล้วเหรอ? ฉันไม่ได้ฝันไป ใช่ไหมเนี่ย ต่อไปไม่ต้องกินขนมไหว้พระจันทร์ยุงกับต้น กระบองเพชรอีกแล้วเหรอ?
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทาง ซูเปอร์มาร์เก็ตจะยกเลิกการจัดจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ยุงกับชิ้น กระบองเพชร และจะถูกแทนที่ด้วยเห็ดต้มและยำเห็ดหูหนู
[บุปผาขาวดอกน้อย] : !!! จะได้กินทุกวันเลยเหรอ?
[พี่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่] : เยี่ยมไปเลย กินขนมไหว้พระจันทร์ยุงกับชิ้น กระบองเพชรทุกวัน แค่เห็นก็แทบอ้วกแล้ว ในที่สุดก็ได้เปลี่ยน รสชาติสักที
ทั้งชุมชนตกอยู่ในความบ้าคลั่งอย่างไม่มีเหตุผล แม้จะยังไม่ถึง เวลากินข้าว แต่ทุกคนต่างก็ใส่เสื้อกันฝน ถือร่ม รีบไปต่อแถว เพราะ กลัวว่าของจะหมดก่อน
“ทำไมแจกช้าจัง”
คุณยายยืนอยู่ในแถวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน โดยใส่เสื้อกันฝน รองเท้าบูต และยังถือกล่องข้าวอีกสองกล่องในมือ
เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ข้างหลังคุณยาย ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลง เธอจึงใส่เสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วง ที่บ้านของเธอก็เปลี่ยนจาก เครื่องปรับอากาศแบบทำความเย็นเป็นแบบลดความชื้น ไม่อย่างนั้น ข้าวของจะขึ้นราหมด
“หนูไม่คิดว่ามันจะอร่อยนะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดลอย ๆ
คุณยายพูดอย่างจริงจังว่า “เห็ดราและเห็ดหูหนูเป็นของดีนะ เดี๋ยวนี้เราต้องประหยัดอาหารให้มากขึ้นแล้ว อย่าปล่อยให้เสียเปล่า ที่สำคัญมันแจกฟรี ถ้าไม่มารับก็เสียเปล่า”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดอะไรอีกและคิดในใจว่า รอให้คุณยายลอง ชิมดูก่อนแล้วกัน
เมื่อถึงคิว พนักงานก็ตักเห็ดต้มหนึ่งชามใหญ่และยำเห็ดหูหนู หนึ่งชามใหญ่ให้
คุณยายยิ้มแป้นจนตาหยี เธอแทบรอไม่ไหวที่จะได้ลิ้มลอง แต่ ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที ขณะที่รู้สึกกลืนไม่เข้าคาย ไม่ออก
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มปนขำ “หนูบอกแล้วไง”
คุณยายอดไม่ได้ที่จะบ่น “ของดี ๆ ถูกพวกเขาย ่ายีจนรสชาติแย่ ได้ขนาดนี้ เห็ดก็ไม่ได้มีรสชาติของเห็ดเลย แล้วยำเห็ดหูหนูนี่ก็ รสชาติแปลกประหลาดเกินไปแล้ว”
ไม่เพียงแค่คุณยายเท่านั้นที่บ่นว่าอาหารรสชาติแย่ แต่ยังมีอีก หลายคนที่บ่นเช่นกัน
บางคนถึงขนาดสร้างปัญหาตรงหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
“นี่มันอาหารหรือขยะเนี่ย! แม้แต่เห็ดดี ๆ ก็ทำให้รสชาติแย่ ขนาดนี้ เชฟของคุณเคยผสมแค่อาหารหมูมาก่อนหรือไง?”
“ใช่แล้ว ทำไมไม่หาเชฟฝีมือดีสักคน นี่มันอะไรกัน เหมือน อาหารเลี้ยงหมูชัด ๆ”
“ทำอาหารเป็นไหมเนี่ย ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าทำเลยจะดีกว่า รสชาติ หมายังไม่กินด้วยซ ้า”
พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตมองหน้ากันไม่รู้จะพูดอะไร
สีหน้าพี่เหมยหม่านยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “เห็ดและเห็ดหูหนูพวก นี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากกรมเกษตรกรรม แต่รสชาติไม่ดีเท่าไหร่ ต่อ ให้ปรุงยังไงก็รสชาติเหมือนเดิม ตอนนี้มีเครื่องปรุงไม่เพียงพอ เรา พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว”
ชายคนหนึ่งทุบกล่องอาหารกลางวันแล้วตะคอกใส่ “เก็บไปกิน เองเถอะ!”
เขายกนิ้วชี้พี่สาวเหมยหม่านและสาปแช่ง
“แกนี่มันใจไม้ไส้ระกำ ขนาดภัยพิบัติผ่านพ้นไปแล้ว แต่แกก็ยัง เอาอาหารขยะที่แม้แต่หมูกับหมายังไม่กินมาให้เรา พวกเราเป็นคน นะเว้ย ไม่ใช่หมูหมากาไก่! เราอยากกินข้าว บะหมี่ และเนื้อ ถ้าวันนี้
แกเอาอาหารดี ๆ มาให้พวกเราไม่ได้ ฉันจะทำลายซูเปอร์มาร์เก็ต ของแกซะ”
ทันทีที่พูดสิ่งนี้ หลายคนก็รีบเข้ามาพูดเสริม
“จริงด้วย ภัยพิบัติก็ผ่านไปแล้ว ทำไมการกลับไปกินอาหาร ตามปกติถึงยากเย็นนัก”
“ทั้งที่ปกติเห็ดและเห็ดหูหนูอร่อยมาก แต่ยังจะหาข้อแก้ตัวให้ ฝีมือห่วย ๆ ของตัวเอง แล้วบอกว่าเป็นสินค้าใหม่ ฝีมือพวกแกคงแย่ เกินไป นี่มันหลอกลวงกันชัด ๆ”
“วันนี้เราต้องได้รับคำอธิบาย!”
หลายคนปิดกั้นประตูเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต โดยตะโกนขอ กินเนื้อ ไม่งั้นจะไม่ยอมออกไป
เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าตนได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ คน เขาพลันฮึกเหิมขึ้นมา หลังพับแขนเสื้อก็รีบตรงดิ่งไปหาพี่เหมย หม่าน ระหว่างทางต้องผ่านคุณยาย เขาออกแรงผลักเธออย่างแรง
“หลบไป!”
คุณยายเซออกไปสองสามก้าวและเกือบล้มลง เซียวหมิงเยวี่ยรีบ เข้าไปพยุง ขณะที่ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ชายคนนั้นคว ่าเห็ดทั้งหม้อลงบนพื้น จากนั้นเตะโต๊ะอีกตัวหนึ่ง ทำให้เห็ดหูหนูหกกระจายอยู่บนพื้นทั้งหมด
“ใครมันจะไปอยากกินขยะพวกนี้!”
ผู้คนเริ่มเข้ามาประชิดประตูซูเปอร์มาร์เก็ต พี่เหมยหม่านและ พนักงานพากันเข้าไปหลบด้านใน สถานการณ์เริ่มยุ่งเหยิงมากขึ้น
“คุณอย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่นะ คุณทำอาหารหกหมดแล้ว ข้างหลังยังมีคนต่อแถวรออีกตั้งเยอะ” พี่เหมยหม่านพูดด้วยสีหน้า เย็นชา
ชายคนนั้นมองพี่เหมยหม่านด้วยความแค้นเคือง “นางสารเลว นี่
แกกำลังสั่งสอนฉันอยู่เหรอ? ไม่ชอบขี้หน้าแกมานานแล้ว เป็นผู้หญิง ก็ควรเชื่อฟังผู้ชายสิวะ วันนี้ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้!”
ในเวลานี้ ผู้จัดการซูเข้ามาพร้อมปืน เขาลั่นกระสุนตรงไปที่
หัวใจของชายคนนั้นโดยไม่พูดพร ่าทำเพลง
ชายผู้เย่อหยิ่งเมื่อกี้ล้มลงกับพื้น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเบิก กว้าง ก่อนจะสิ้นลม
“กรี๊ด! ผู้จัดการซูฆ่าคน!”
ทุกคนต่างก็ตกใจมาก คนที่ตะโกนประท้วงเมื่อครู่นี้พลันหดหัว ลงด้วยความกลัวและไม่กล้าพูดอะไร
ผู้จัดการซูส่งสายตาเป็นการปลอบใจให้พี่เหมยหม่าน จากนั้น หยิบโทรโข่งขึ้นมา
“ใครก็ตามที่สร้างปัญหาหรือรบกวนความสงบสุขของชุมชนมี โทษถึงตายเท่านั้น ขอแจ้งไว้ก่อนว่า เห็ดและเห็ดหูหนูจะเป็นอาหารที่
ต้องกินตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้ากินได้ก็กิน ถ้ากินไม่ได้ก็แค่อดตาย ถ้า ใครกล้ามาสร้างปัญหาในเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตอีก ก็มาคุยกับ ปืนในมือผมแทนแล้วกัน!”
เนื่องจากรัฐบาลให้ปืนแก่ผู้จัดการซู แต่เขายังไม่เคยนำออกมา ใช้สักครั้ง ขณะที่ผู้นำชุมชนอื่น ๆ ต่างก็เคยใช้หลายครั้งแล้ว ก่อน หน้านี้ความสงบเรียบร้อยของชุมชมฮว๋าฮั่นยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี วันนี้เป็นครั้งแรกที่วุ่นวาย
พี่เหมยหม่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก และมองผู้จัดการซู อย่างซาบซึ้งใจ
“อาหารแจกสำหรับวันนี้หมดแล้ว ทุกคนกรุณากลับไปด้วยครับ” ผู้จัดการซูกล่าวเสริม
ทว่ามีหลายคนแสดงความไม่พอใจ “แต่เรายังไม่ได้รับอาหารเลย นะ”
“จริงด้วย เรายังหิวอยู่เลย”
ผู้จัดการซูเหลือบมองพวกเขาอย่างเย็นชา “ตอนที่เขาสร้าง ปัญหาเมื่อกี้ ทำไมพวกคุณถึงช่วยเขาล่ะ แล้วตอนที่เขาเตะอาหาร กระจายลงพื้นเมื่อกี้ ทำไมถึงไม่มีใครเข้าไปหยุดเขาเลย?”
คนเหล่านั้นก้มหน้าลงด้วยความอับอายและพูดไม่ออก
แต่หากมื้อนี้ไม่กินก็ต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ บางคนตาไวเห็นบางจาน ยังไม่โดนน ้าสกปรก ก็รีบตะครุบเอาใส่ชามตัวเอง
เมื่อเห็นคนอื่นแย่งกัน หลายคนก็เข้าไปแย่งด้วย พวกเขาจะทำ อะไรได้ ถ้าไม่กินก็ต้องอดตาย
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูฉากนี้อย่างเงียบ ๆ คนเราก็อย่างนี้แหละ บางครั้งอยากได้สิ่งที่ดีกว่า แต่หากไม่ได้ก็ทำได้แค่พอใจกับสิ่งที่มี
ใครบอกว่าโลกาวินาศจบลงแล้ว อีกไม่นานผู้ประสบภัยจะแห่ แหนกันเข้ามา เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องแย่งชิงอาหารกัน
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ยิ่งคนมากขึ้น ความขัดแย้งก็ยิ่งเยอะ เหตุการณ์ฆ่ากันตายจะยิ่งทวีคูณความรุนแรงกว่าเดิมมาก
ตอนนี้ผู้จัดการซูยังใช้ปืนข่มขู่ได้ แต่ในอนาคตมันจะไม่ได้ผล อีก
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าต้องเสริม ความแข็งแรงให้กับกับดักรอบ ๆ บ้านของเธออีกครั้ง และตรวจสอบ ให้แน่ใจว่ามันยังใช้งานได้
เมื่อเห็นว่าความขัดแย้งได้รับการแก้ไขแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยและ คุณยายก็เตรียมตัวกลับบ้าน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเซียวหมิงเยวี่ยก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นข้อความเสียงที่ส่งมาจากน้าสาว
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเปิดข้อความเสียงนั้น เสียงอันคร ่าครวญและ สิ้นหวังของน้าสาวก็ดังมาจากอีกด้านของโทรศัพท์
“ช่วยฉันด้วย…”