ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 99 คุณพ่อคนหลอกลวง
จูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น และมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความประหลาดใจ เล็กน้อย จากนั้นเขาก็เหลือบมองป้ายชื่อที่อกเสื้อของพ่อเซียว พลัน พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า
“หม่าเย่าจู่ นายคิดว่าทีม 3 แผนก A ของเราไม่มีคนอื่นแล้วหรือ ไง? คนที่ทำงานในกรมเกษตรกรรมไม่มีใครที่ไม่มีภูมิหลังหรอก นาย มันก็แค่ใช้ภูมิหลังตัวเองไปข่มขู่คนอื่นเท่านั้นแหละ อย่าทำให้รอง ผู้อำนวยการหม่าต้องอับอายเลยดีกว่า”
หม่าเย่าจู่เหลือบมองเซียวหมิงเยวี่ยและลังเลที่จะพูดอยู่นาน นาง ผู้หญิงสารเลว กล้าดียังไงมาทำให้เขาเสียหน้า นางนี่คงไม่อยากมี ชีวิตอยู่แล้วสินะ
นอกจากนี้ยังมีไอ้สารเลวจูเจ๋อ ชอบมาขัดขวางเขาอยู่เรื่อย แต่ พ่อมันดันเป็นผู้อำนวยการจูซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรม เกษตรกรรม และมาจากตัวจังหวัด แม้แต่ในถิ่นของตัวเอง เขาก็ต้อง ถอยห่างสามก้าวและไม่กล้าขัดใจอีกฝ่าย
“ไม่ใช่เรื่องของนาย” ใบหน้าหม่าเย่าจู่เปลี่ยนเป็นสีน ้าเงิน
เขาหันมองลูกน้องทั้งสองคนอย่างดุเดือดและตบหน้าพวกเขาแต่ ละคน
“ขยะ! พวกแกนี่มันไร้ประโยชน์ แม้แต่หมาก็ยังดีกว่าพวกแก หมามันยังรู้ว่าต้องปกป้องเจ้านายของมัน”
“พี่หม่า…” ชายทั้งสองกำหมัดแน่นและมองหน้ากัน
เซียวหมิงเยวี่ยมองสองคนนั้นด้วยสายตาเฉยเมย เธอคิดว่าถ้า สองคนนั้นมีเส้นสาย พวกเขาก็ไม่น่าจะถูกรังแกขนาดนี้
ถ้าพวกเขามีความสามารถจริง ๆ ก็สามารถพึ่งพาตัวเองเพื่อ ผ่านการคัดเลือกที่เข้มงวดและสอบเข้ากรมเกษตรกรรม จากนั้นก็ไม่ ต้องก้มหัวให้ใคร
แต่พวกเขากลับยอมเป็นลูกน้องของหม่าเย่าจู่ ทำตัวเป็นหมาผู้ ซื่อสัตย์ และคอยใช้อำนาจของหม่าเย่าจู่ข่มคนอื่น คนพวกนี้ไม่ สมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจ
หม่าเย่าจู่ชี้นิ้วไปทางเซียวหมิงเยวี่ย “แกรอฉันก่อนเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพลันคว้านิ้วของเขาและหักมันทันที “ฉันจะรอแม่ แกแล้วกัน ถ้าแน่จริงก็รีบแก้แค้นสิ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เอาหางจุกตูดแล้ว ไสหัวออกไปซะ ฉันนึกว่าก่อนหน้าได้ทำให้แกหลาบจำแล้วเสียอีก”
หม่าเย่าจู่แผดเสียงร้องอีกครั้งราวกับหมูโดนเชือด เขาอ้อนวอน ขอความเมตตาเสียงดังโดยไม่สนใจจะรักษาหน้าตัวเองอีกแล้ว
“เจ็บ ๆ ๆ ฉันผิดไปแล้ว ปล่อยฉันเถอะ!”
หลายคนที่มองดูอยู่รอบ ๆ ต่างหัวเราะเยาะกับภาพดังกล่าว ไม่ น่าเชื่อว่าหม่าเย่าจู่จะกำลังอ้อนวอนขอร้องผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
จูเจ๋อหัวเราะออกมาเสียงดัง โดยคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริง ๆ
พ่อเซียวจ้องมองไปที่จูเจ๋อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นหัวหน้าทีมเหมือนกับหัวหน้าเฉา แต่เขาก็มี ตำแหน่งหน้าที่สูงกว่ามาก และไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก
ได้ยินมาว่าเขาเป็นลูกชายของผู้อำนวยการจู เพราะไม่มีอะไรทำ ก็เลยมารับตำแหน่งหัวหน้าทีมที่สามเท่านั้น
แม้ว่าจูเจ๋อจะมีภูมิหลังใหญ่โต แต่เขาก็ไม่ชอบสร้างเรื่องวุ่นวาย และไม่ใช่คนหยิ่งยโส ไม่เหมือนกับหม่าเย่าจู่ ที่อาศัยความสัมพันธ์ ในครอบครัวโกงกินอย่างไม่มีขอบเขต ดังนั้นชื่อเสียงของจูเจ๋อจึงถือ ว่าไม่เลวเลย
เมื่อประกอบกับรูปลักษณ์หล่อเหลา ทำให้พนักงานหญิงหลาย คนชื่นชอบเขา
เซียวหมิงเยวี่ยปล่อยนิ้วของหม่าเย่าจู่ ร่างกายของเขาสั่นเทา ด้วยความเจ็บปวด เขารู้ว่าการอยู่ที่นี่มีแต่จะทำให้ตัวเองอับอายมาก ยิ่งขึ้น จึงรีบวิ่งหนีไปอย่างกระอักกระอ่วน แม้แต่รองเท้าก็ไม่ทันได้ สวมใส่
ลูกผู้ชายยืดได้หดได้ แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย!
ขณะที่พ่อเซียวกำลังจะอ้าปากพูด จูเจ๋อก็เดินเข้ามาแนะนำ ตัวเอง
“ผมชื่อจูเจ๋อ เป็นหัวหน้าทีม 3 และเป็นเจ้านายพ่อของคุณ”
พ่อเซียวหัวเราะแห้ง ๆ และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จูเจ๋อก็พูด ตัดบทก่อน
“ยังไงก็เถอะ คุณไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ หม่าเย่าจู่คนนั้นขี้
ขลาดและชอบรังแกคนอ่อนแอ ต่อให้ยืมสิบชีวิต เขาก็ไม่กล้ามาหา เรื่องผม ผมเป็นหัวหน้าทีม 3 และจะไม่ปล่อยให้ลูกทีมถูกคนอื่น รังแก”
พ่อเซียวยังคงยิ้มอย่างสุภาพและคิดในใจว่า ในที่สุดคุณก็พูดจบ แล้ว ได้เวลาผมพูดบ้างแล้ว ขณะที่กำลังอ้าปากจะพูดนั้น
จูเจ๋อพลันพูดอย่างกระตือรือร้น “จริงสิ คุณเซียวครับ นี่เป็นครั้ง แรกที่คุณมากรมเกษตรกรรมใช่ไหม ผมสามารถพาคุณเดินชมรอบ ๆ ได้นะ อาหารในโรงอาหารอร่อยมาก ซึ่งปรุงโดยเชฟระดับห้าดาว อีกอย่างคุณสามารถไปเยี่ยมชมการแข่งขันปลูกพืชได้นะครับ มัน ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว”
พ่อเซียว “…”
แล้วนี่ผมยังต้องพูดอะไรหลังจากคุณพูดจบแล้ว?
พ่อเซียวมองจูเจ๋อด้วยท่าทีระแวงอยู่บ้าง เดิมทีเขาอยากจะ ขอบคุณอีกฝ่าย แต่เคยได้ยินเกี่ยวกับความเจ้าชู้ไก่แจ้ของชายหนุ่ม คนนี้ เขาคิดว่าที่จูเจ๋อมาแสดงท่าทีสนิทสนมกับลูกสาวเพราะมี เจตนาไม่ดีแน่ ๆ
“ขอบคุณครับหัวหน้าจู รับบ๊ะจ่างไปกินสักสองชิ้นนะครับ” พ่อ เซียวกล่าวอย่างสุภาพ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ได้ยินหัวหน้าทีมพูดแบบนี้ ฉันก็สบาย ใจหน่อยค่ะ นึกไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าจูจะยังหนุ่มและเก๋าขนาดนี้ บ๊ะจ่าง พวกนี้ครอบครัวของเราทำเองค่ะ ฉันถือว่าเป็นของขวัญแสดงความ ขอบคุณแล้วกัน”
จูเจ๋อขยิบตาและพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ผมแค่ผ่านเข้ามาทางประตูหลังเท่านั้นเอง ขอบคุณสำหรับบ๊ะ จ่างนะครับ มันกลิ่นหอมมากจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “แต่ฉันคงไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ เดี๋ยวจะเดินชมรอบ ๆ แล้วก็กลับ หัวหน้าทีมคงจะยุ่งมาก”
เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธคำเชิญชวนของจูเจ๋อ ซึ่งเขาไม่ได้โกรธ อะไร “ได้ครับ เดินดูได้ตามสบาย ถ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาผมได้”
หลังจากบอกลาจูเจ๋อแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็ติดตามพ่อเซียวไปยัง แผนกวิจัยและพัฒนา A
“พ่อ เจ้านายพ่อกระตือรือร้นแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ?”
พ่อเซียวส่ายหัว “เขามีชื่อเสียงในเรื่องความเจ้าชู้เสเพล มีแต่ พนักงานหญิงรายล้อม แม้ว่าเขาจะช่วยเหลือเรา แต่ลูกก็ต้องอยู่ห่าง จากเขาไว้นะ พ่อไม่ชอบลูกเขยแบบนี้”
ใบหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยแสดงออกถึงความประหลาดใจที่
อธิบายไม่ถูก ลูกเขย? เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับลูกเขย?
แต่อีกไม่นานเธอก็จะเข้าใจ
ในขณะที่กำลังพูดคุยกัน พ่อเซียวพาลูกสาวเดินชมไปเรื่อย ๆ ขั้นแรกพวกเขาได้พบกับดร.เผิงผู้หล่อเหลา จากนั้นพบกับนักวิจัย จ้าวผู้มีนิสัยอ่อนโยน และต่อมาก็ได้พบกับคุณจางที่กระตือรือร้นและ ร่าเริง
ทุกครั้งที่พบเจอกับหนุ่ม ๆ หล่อเหลา พ่อเซียวจะเดินเข้าไป ทักทายอย่างเป็นกันเอง หลังจากพูดคุยกันสักพัก ก็จะพาเซียวหมิง เยวี่ยไปแนะนำตัว ชมเชยเธอไม่หยุดหย่อน และยังไม่ลืมที่จะส่งบ๊ะจ่าง ให้แก่พวกเขา
เซียวหมิงเยวี่ยรู้ตัวช้าไปหน่อย เธอเพิ่งจะตระหนักได้ว่าพ่อเซียว กำลังหาคู่ให้เธออยู่!
หลังจากทักทายหนุ่มหล่ออีกคน เซียวหมิงเยวี่ยก็พูดด้วยสีหน้า บึ้งตึง
“ไม่แปลกใจเลยที่พ่อคะยั้นคะยอจะให้หนูมาที่นี่ โดยอ้างว่าอยาก กินบ๊ะจ่าง และยังพาเดินไปรอบ ๆ กรมเกษตรกรรม ที่จริงพ่อแค่อยาก ขายหนูออกไป คุณพ่อคนหลอกลวง”
พ่อเซียวรู้สึกผิดเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป มันเรื่องปกติที่ผู้ชายกับผู้หญิงจะแต่งงานกัน พ่อ เลือกมาให้อย่างดีแล้ว หลังจากสังเกตมานาน พวกเขาล้วนหน้าตาดี และนิสัยก็ดี ลูกไม่ชอบคนไหนเลยเหรอ?”
จู่ ๆ พ่อเซียวก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ลูกคงไม่ได้ชอบจูเจ๋อ หรอกใช่ไหม? เรื่องนี้ไม่ได้นะลูก เขาเปลี่ยนแฟนทุก ๆ สองสามวัน ชายคนนี้ไม่คู่ควรที่จะใช้ชีวิตร่วมกับลูกนะ การหาคู่ครองไม่ควรดูแค่ ฐานะครอบครัว แต่ต้องดูนิสัยใจคอด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้น จึงหันหลังเดินจากไป
“หนูจะกลับบ้าน”
“เดี๋ยวสิเดี๋ยว ยังมีอีก 2-3 คนที่ยังไม่ได้พาไปเจอเลย!” พ่อเซียว รีบไล่ตามเธอไป
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือ “พ่อเก็บไว้ดูคนเดียวเถอะ”
“แล้วไม่ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันเหรอ?”
พ่อเซียวยังคงไม่ยอมแพ้ ท้ายที่สุดหัวหน้าพ่อครัวในโรงอาหารก็ เป็นชายที่มีบุคลิกดีเช่นกัน
“ไม่กิน!”
พ่อเซียวถอนหายใจ “เด็กคนนี้มาตรฐานสูงซะเหลือเกิน คนพวก นั้นต่างก็เป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นมากเลยนะ แต่ไม่ถูกใจลูกสาวสักคน แล้วจะมีใครดีพอสำหรับลูกบ้างล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยตรงไปยังประตูสำนักงานทันที เธอเดินด้วยท่าทาง รีบร้อน และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับถึงบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยถามแม่เซียวและคุณยายว่ารู้เรื่อง พวกนี้หรือไม่ คุณยายมีท่าทีเลิ่กลั่ก แต่แม่เซียวกลับหลบตา
“หมิงเยวี่ยอย่าโกรธไปเลย เรากำลังทำเพื่อลูกนะ อยากให้ลูกมี ครอบครัวดี ๆ ครั้งนี้เราผิดจริง ๆ ที่ไม่ได้บอกลูกก่อน เพราะกลัวลูก จะไม่ยอมไป…”
“หนูไม่ต้องการครอบครัวใหม่ คราวหน้าถ้าทำแบบนี้อีก หนูจะ โกรธจริง ๆ ด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมาที่ห้องด้วยความโกรธ ชีวิตคู่อะไรกัน เธอ แค่อยากมีชีวิตที่ดีในวันสิ้นโลก และไม่อยากคิดถึงสิ่งอื่นใด