ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 101 สะสางหนี้แค้นทั้งเก่าและใหม่ในคราวเดียว
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 101 สะสางหนี้แค้นทั้งเก่าและใหม่ในคราวเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยรีบกลับบ้าน ในเวลาเดียวกันแม่เซียวก็ได้รับวิดีโอ จากน้องสาวของตัวเอง
“ช่วยฉันด้วย! พวกมัดล่ามโซ่ฉันไว้เหมือนสุนัข และไม่ให้ฉัน กินข้าว ฉันต้องตายแน่ ฉันต้องตายแน่ ๆ! พี่คะ ช่วยฉันด้วย!!”
น้าสาวกรีดร้องอย่างสิ้นหวังอยู่ในวิดีโอ เธอมีปลอกคอสุนัขใส่ไว้ ที่คอ ร่างกายซูบผอมและสกปรก ทั้งยังมีคราบเลือดติดอยู่ที่มุมปาก
ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลและเห็นรอยตบอย่างชัดเจน
ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนหน้าตาดุร้ายก็วิ่งมาจากด้านหลังและ กระชากผมของเธอพร้อมเหวี่ยงลงพื้น
“นางคนชั่ว! กล้าดียังไงถึงถ่ายวิดีโอขอความช่วยเหลือ? แก อยากโดนตีอีกใช่ไหม ฉันจะตีแกให้ตายไปเลย”
เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับโทรศัพท์มือถือโดนทุบ จากนั้นภาพ วิดีโอก็ตัดไป
“ฟางฟาง ฟางฟาง!”
แม่เซียวจ้องมองโทรศัพท์อย่างเหลือเชื่อ ดวงตาทั้งสองปรากฏ ความตื่นกลัว เธอคิดว่าน้องสาวส่งวิดีโอเพื่อคุยเล่น แต่ไม่คาดคิดว่า เหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้
ไม่เพียงแค่วิดีโอ เธอยังส่งข้อความเสียงติดต่อกันหลายครั้ง ทั้งหมดล้วนเป็นคำขอความช่วยเหลือ
คุณยายแทบยืนไม่ไหว ขณะรีบทุบขาตัวเอง
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงถูกทุบตีจนสภาพย ่าแย่แบบนี้ แล้วอีกฝ่ายเป็นใครกัน?!”
ที่บ้านของน้าสาวในเวลาเดียวกัน หลังจากที่จางกุ้ยหลานทุบ โทรศัพท์มือถือเป็นชิ้น ๆ เธอก็จ้องมองน้าสาวด้วยสายตาเคียดแค้น พร้อมหยิบเข็มขัดเปื้อนเลือดขึ้นมา
“นางชาติชั่ว กล้าขโมยโทรศัพท์ตอนที่ฉันไม่เห็น ฉันทุบมันทิ้ง ไปแล้ว ดูสิว่าแกจะขอความช่วยเหลือได้ยังไงอีก คิดว่าจะมีคนมา ช่วยแกได้หรือไง แม้แต่ตำรวจยังไม่สนใจ แล้วใครจะกล้ามาช่วย แก?”
น้าสาวซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง ตัวสั่นเทาอย่างหนักขณะจ้องมองอีก ฝ่าย
“แกมองทำไม?” จางกุ้ยหลานก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว
“การตายของลูกชายแกไม่เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย ทำไมถึง ต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย?” น้าสาวถาม
จางกุ้ยหลานถ่มน ้าลายใส่ “แกคือคนที่ฆ่าลูกชายฉัน! หนาน ซานบอกว่าแกร ่ารวย แต่ไร้สมอง เขาถึงได้ยอมนอนกับแกอย่างไม่ เต็มใจ
เขายังบอกว่า หลังจากโกงเงินจนแกหมดตัว เขาจะเตะแกออกไป แต่ก่อนจะได้เงิน จู่ ๆ ลูกชายฉันก็หายตัวไป ถ้าไม่ใช่เพราะแกฆ่า แล้วเขาจะหายไปไหนได้?”
“บอกมา เพราะแกรู้ว่าหนานซานต้องการฉ้อโกงเงินของแก แก ก็เลยฆ่าเขาใช่ไหม?”
น้าสาวส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง “ฉันไม่รู้ ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!”
เธอเสียใจกับการตายของลู่หนานซานมาโดยตลอด แต่ต่อมา เธอก็ได้รู้ว่า โครงการที่เขาเคยเล่าให้เธอฟังนั้น แท้จริงแล้วเป็น โครงการหลอกลวง ปรากฏว่าเขาต้องการฉ้อโกงเงินของเธอ
จางกุ้ยหลานฟาดเข็มขัดออกไปอย่างแรง
“ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ ยังจะปากแข็งอีกงั้นเหรอ! แกมันแก่แล้ว ไม่เจียมตัว นางแพศยาที่นอนกับผู้ชายมานับไม่ถ้วน แล้วยังกล้ามา หลงรักเด็กหนุ่ม ถ้าไม่ได้คิดทำร้ายเขา แล้วคิดจะทำอะไร ฉันจะทุบ แกซะ ทุบให้ตายไปเลย!”
“กรี๊ด! อย่าตีฉัน ได้โปรดอย่าตีฉันเลย…”
น้าสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขดตัวแนบกับพื้นและร้อง ขอความเมตตา
จางกุ้ยหลานอ้าปากหอบหายใจ “แกยังมีเงินอยู่ใช่ไหม เอาเงิน ของแกออกมาให้หมด แล้วฉันจะไม่ทุบตีแกอีก”
เสียงน้าสาวแหบแห้งจากการร้องไห้ “ฉันให้ไปทั้งหมดแล้ว ไม่ เหลืออีกแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าจางกุ้ยหลานไม่เชื่อ “ไม่มีงั้นเหรอ? แกร ่ารวยมีบ้าน ใหญ่โต คิดว่าบอกว่าไม่มีเงิน แล้วคนอื่นจะเชื่อเหรอ? ถ้ายังไม่ยอม เอาเงินออกมา ฉันจะแก้ผ้าของแกออกแล้วทุบตีให้ตาย!”
“ก็ฉันให้เงินทั้งหมดที่มีไปแล้ว ฉันจะยังมีเงินอยู่อีกได้ยังไง!” น้า สาวตะโกนเสียงแหบพร่า
ดวงตาของจางกุ้ยหลานเบิกกว้าง “ฮะ? นี่แกกล้าตะโกนใส่ฉัน เหรอ? แกคิดว่าฉันไม่กล้า…”
“พอแล้ว ๆ ถ้าคุณตีอีกเธอคงได้ตายจริง ๆ ก็คงจะหมดตัวอย่าง ที่ว่าแหละ ของที่กรมเกษตรกรรมขายแพงซะขนาดนั้น คงใช้จ่ายไป เยอะพอควร”
ชายชราคนหนึ่งเดินออกไปอย่างช้า ๆ โดยคาบไม้จิ้มฟันไว้ใน ปาก
จางกุ้ยหลานกลอกตาใส่สามี “นี่ แค่นี้ทนไม่ไหวแล้วเหรอ? อย่า มาแสร้งทำตัวเป็นคนดีนักเลย คุณนั่นแหละที่ล่ามโซ่มันไว้อย่างกับ หมูกับหมา อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ นี่คือนางแพศยา ที่ลูกชายคุณนอนด้วย อยากจะลิ้มลองมันหรือไง?”
“พูดบ้าอะไรเนี่ย ผมมีแค่คุณในใจเท่านั้นนะ เธอไม่ได้อาบน ้ามา นาน คงสกปรกโสโครกน่าดู” ชายชราพูดแบบนั้น ขณะที่ยังคงแอบ มองน้าสาวด้วยสายตาหื่นกระหาย
จางกุ้ยหลานได้ยินก็พอใจ “ฮึ งั้นก็แล้วไป”
…
แม่เซียวยังคงพยายามต่อสายหาน้องสาว ทว่าโทรเท่าไหร่ก็โทร ไม่ติด
เซียวหมิงเยวี่ยมีท่าทีเคร่งขรึม เธอเห็นชัดเจนว่าผู้หญิงคนนั้นคือ จางกุ้ยหลาน
จางกุ้ยหลานเป็นแม่ของลู่หนานซาน ในชีวิตก่อนครอบครัวของ ลู่หนานซานไม่เพียงยึดครองบ้านของเธอ แต่ยังทำร้ายเธอจน บาดเจ็บสาหัสและขับไล่เธอออกไป ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาน อย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางกุ้ยหลาน หล่อนทำร้ายเซียวหมิงเยวี่ย แสนสาหัส เธอจึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้โหดร้ายเพียงใด
หลังจากที่ไล่เซียวหมิงเยวี่ยออกจากบ้าน จางกุ้ยหลานก็ทำให้ เธออับอาย โดยบอกว่าโสเภณีแบบเธอไม่คู่ควรกับลูกชายของหล่อน แล้วยังกระทืบนิ้วมือของเธอข้างหนึ่ง
นี่น้าสาวตกอยู่ในมือของผู้หญิงคนนี้จริง ๆ เหรอ?
ไม่น่าแปลกใจที่น้าสาวจะขาดการติดต่ออย่างกะทันหันในชาติที่
แล้ว ตอนนั้นเซียวหมิงเยวี่ยทั้งยากจน สุขภาพไม่แข็งแรง และต้อง อาศัยความช่วยเหลือจากน้าสาวเป็นครั้งคราว ถึงจะยื้อชีวิตให้รอด พ้นจากความตายมาได้ แต่น้าสาวกลับขาดการติดต่อไปแบบดื้อ ๆ
แต่ในชาติที่แล้ว เซียวหมิงเยวี่ยกับน้าสาวขาดการติดต่อกันเร็ว กว่านี้ มันเป็นช่วงกลางถึงปลายของสภาวะอากาศร้อนจัด ตอนนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับลู่หนานซานและ ครอบครัวของเขาแน่นอน
เซียวหมิงเยวี่ยรีบปลอบใจครอบครัวของเธอก่อน “แม่ คุณยาย อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปเลยค่ะ ดูเหมือนว่าบ้านของน้าสาวจะถูกใคร บางคนปล้นไป อีกฝ่ายต้องมีมากกว่าหนึ่งคนแน่ ๆ เราต้องรีบไปช่วย คุณน้าโดยเร็ว”
“แจ้งตำรวจ พวกเราควรโทรแจ้งตำรวจเลยดีไหม?” แม่เซียว กระวนกระวายใจจนทำอะไรไม่ถูก
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว “แจ้งตำรวจไม่ได้ น้าสาวคงโทรแจ้ง ตำรวจไปแล้ว จากนั้นตำรวจคงมาสอบถามที่บ้านพอเป็นพิธี และถูก คนที่ปล้นบ้านใช้คำลวงหลอก ไม่อย่างนั้นเธอจะโทรหาเราทำไม น้า คงไม่มีทางเลือกอื่น และทำได้เพียงฝากความหวังไว้ที่เรา”
เธอหยุดชั่วคราวแล้วพูดต่อ “ถ้าเดาไม่ผิดละก็ คนพวกนั้นควร จะเป็นครอบครัวของลู่หนานซาน”
คุณยายเบิกตากว้าง “ไอ้เด็กหนุ่มที่มาทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดน่ะ เหรอ?”
เมื่อพิจารณาว่าเด็กคนนั้นคือแฟนเก่าของเซียวหมิงเยวี่ย มันจึง ไม่น่าแปลกใจที่เธอจะจำญาติของเขาได้
“บาปกรรมอะไรนักหนา ฉันบอกแล้วว่าให้รีบตัดขาดกับผู้ชาย แบบนั้น แต่เธอก็ไม่ฟัง แถมยังมาชวนทะเลาะอีก ตอนนี้เป็นยังไงล่ะ คนพวกนั้นไม่ถือว่าเธอเป็นคนด้วยซ ้า และยังถูกทำร้ายจนบอบช ้า แบบนี้อีก โตจนอายุ 30 ปีแล้วก็ยังดื้อรั้นไม่ฟังอะไรเลย! ฉันสอนไป ทำไมไม่ฟัง ทำไมไม่ฟังอะไรเลย?”
คุณยายโกรธมากจนร้องไห้
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอย่างรอบคอบและปะติดปะต่อเรื่องราว
เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ลู่หนานซานหายตัวไป ตำรวจคงจะ สันนิษฐานว่าเขาน่าจะเสียชีวิต แต่เพราะครอบครัวของลู่หนานซาน เป็นพวกนักเลงหัวไม้และชอบทำเรื่องเลวทราม ดังนั้นพวกเขาจึง
แบล็กเมล์น้าสาว และโทษว่าน้าสาวเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของลู่ หนานซาน
น้าสาวเป็นพวกบูชาความรัก เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างเอาอกเอาใจ ตั้งแต่เด็ก จึงไม่รู้ว่าจิตใจของมนุษย์นั้นโสมมเพียงใด และเธอยังคิด ว่าทุกคนเป็นคนดี
เธอจึงเปิดประตูต้อนรับคนเหล่านั้นเข้าไปโดยไม่ได้ระแวดระวัง ใด ๆ
อย่างไรก็ตาม เซียวหมิงเยวี่ยก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุดเธอก็คือคนที่ฆ่าลู่หนานซาน
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นพูดด้วยสีหน้า เรียบเฉย
“แม่คะ หยิบปืนของแม่ออกมา แล้วไปบ้านของคุณน้ากัน”
วันนี้ ถึงเวลาที่ต้องสะสางหนี้แค้นทั้งเก่าและใหม่ในคราวเดียว
“ไปช่วยน้าเขาเหรอ?” แม่เซียวยังไม่ได้ตอบสนอง
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูเธอแล้วพูดทีละคำ
“ไปฆ่าคน”
แม่เซียวตกตะลึงชั่วขณะ จากนั้นจึงหันหลังและวิ่งขึ้นไปชั้นบน เพื่อหยิบปืน
“ตกลง! แม่ยังไม่เคยได้ลองใช้ปืนเลย งั้นขอใช้ไอ้พวกคนสาร เลวเป็นเป้าฝึกหน่อยละกัน!”