ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 103 แม่เซียวฆ่าคนครั้งแรก
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเห็นจางกุ้ยหลานอีกครั้ง ความรู้สึกที่
เหมือนกับในชีวิตชาติก่อนก็ย้อนกลับมา
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย “ก็มาหาคุณไง จางกุ้ยหลาน”
จางกุ้ยหลานเห็นหญิงสาวแต่งกายค่อนข้างดี ดวงตาของเธอก็ เปล่งประกายในทันใด และไม่สามารถซ่อนเร้นความละโมบไว้ได้ แต่ แล้วเธอก็ตระหนักถึงสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
“เธอรู้ชื่อของฉันได้ยังไง?”
มุมปากของเซียวหมิงเยวี่ยโค้งขึ้นอย่างมีนัย เธอขยับก้าวออกไป ด้านข้างหนึ่งก้าว ทันใดนั้นจางกุ้ยหลานก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง อย่างชัดเจน จนดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ
แม่เซียวยืนถือปืนอยู่ด้านหลังและมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ปืนในมือของเธอพร้อมระเบิดกระสุนได้ทุกเมื่อ ในชั่วพริบตาแม่เซียว ก็เหนี่ยวไกปืน
‘ปัง!’ เสียงกัมปนาทปืนดังสนั่น กระสุนเหล็กพุ่งเข้ากลางอกของ จางกุ้ยหลานจนทำให้เธอล้มกระแทกพื้นทันทีพร้อมกับเลือดกบปาก ดวงตาทั้งสองที่มองแม่เซียวเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
หลังจากยิงปืนแล้ว มือของแม่เซียวสั่นเทาเล็กน้อย เธอได้ฆ่าคน ด้วยปืนเป็นครั้งแรก
“เยี่ยมเลยค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยออกปากชมผู้เป็นแม่ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ของน้าสาว
“อ๊าก! กรี๊ดกรี๊ด!”
คนที่อยู่ข้างในส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวา จางกุ้ยหลาน ตายแล้ว เธอถูกยิงตายคาที่!
แม้ว่าพวกเขาจะนิสัยเลวร้ายมากแค่ไหน แต่จะเคยเห็นฉาก ฆาตกรรมแบบนี้มาก่อนได้อย่างไร? นั่นมันปืนของจริงเลยนะ!
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีทางปล่อยครอบครัวปรสิตพวกนี้ไป เธอถือ ดาบยาวในมือและค่อย ๆ เดินเข้าไปในวิลลา เริ่มจากคนไหนดีนะ
แม่เซียวมองไปรอบ ๆ บ้านเพื่อหาน้องสาวตัวเอง ทันใดนั้นเธอ สังเกตเห็นร่างหญิงสาวผอมแห้งที่ถูกทำร้ายจนไม่เหลือความเป็น มนุษย์และถูกล่ามโซ่ในกรงสุนัข ความหวาดกลัวในใจของเธอพลัน อันตรธานหายไป
เมื่อกี้เธอยิงได้ดีจริง ๆ
“น้องเล็ก พี่มาแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ที่นี่แล้ว”
แม่เซียวน ้าตาคลอเบ้า และทำอะไรไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าควรสัมผัส ร่างของน้องสาวอย่างไร เพื่อไม่ให้โดนบาดแผลบนตัวอีกฝ่าย
น้าสาวรู้สึกตัวและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่ เป็นพี่จริง ๆ เหรอ? พี่มาที่นี่เพื่อช่วยฉันใช่ไหม?”
“พี่เอง เรามาที่นี่เพื่อช่วยเธอแล้วนะ” แม่เซียวโอบกอดหญิงสาว ไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
จู่ ๆ น้าสาวก็คว้ามือของแม่เซียว “พวกมันมีกันตั้งหลายคน แค่ พี่กับหมิงเยวี่ยเอาชนะพวกมันไม่ได้หรอก!”
“ไม่เป็นไร พวกเรามีปืน แล้วหมิงเยวี่ยก็เก่งมากด้วย จริงสิ พวก มันมีกันกี่คน?”
แม่เซียวพูดขณะปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการน้องสาว
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “นอกจากจางกุ้ย หลาน ก็ยังมีผู้ใหญ่อีก 9 คน และเด็กอีก 8 คน พี่คะ รีบฆ่าพวกมัน เร็ว! ฆ่าพวกมันให้หมดเลยได้ไหม?”
“ได้สิ ๆ แต่ตอนนี้เธอกำลังเจ็บหนัก”
แม่เซียวเกือบใจสลาย น้องสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ตั้งแต่ยังเด็ก กลับต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายพวกนี้
หลังจากแม่เซียวพยุงน้าสาวให้ลุกขึ้นมาแล้ว เสียงกรีดร้อง โหยหวนก็ดังออกมาจากด้านในวิลลา ทั้งชายและหญิงที่เพิ่งด่าทอ ก่อนหน้านี้พลันเปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนขอร้อง
เซียวหมิงเยวี่ยกำดาบยาวที่เปื้อนเลือดไว้แน่น ตอนแรกพวก ผู้ชายเหล่านั้นยังพยายามต่อต้าน แต่พวกเขาก็เปลี่ยนท่าทีไปเมื่อ เธอสะบั้นหัวของลู่โฮ่วจนขาด
พวกคนเหล่านั้นตกใจมากจนฉี่ราด บางคนก้มหัวลงอ้อนวอน บางคนก็วิ่งหนีไป
“ไว้ชีวิตฉันเถอะ ไว้ชีวิตฉันด้วยเถอะ…” ลู่เหว่ยยังคงคุกเข่าบน พื้น โดยรายล้อมไปด้วยศพญาติพี่น้องของเขา
เซียวหมิงเยวี่ยวางดาบลงบนคอของเขา “น้าของฉันเองก็คงอ้อน วอนขอความเมตตาและคุกเข่านับครั้งไม่ถ้วน แต่มีใครในพวกแก เห็นใจเธอบ้าง?”
“ไม่นะ ไม่ ทั้งหมดเป็นความคิดของจางกุ้ยหลาน เธอเป็นคนทำ ฉันไม่เกี่ยวอะไร…” ลู่เหว่ยยังคงร้องขอความเมตตา
เซียวหมิงเยวี่ยก้มตัวลงแล้วพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
“แกรู้ไหมว่าลู่หนานซานตายยังไง? ฉันใช้มือคู่นี้บีบคอของมัน จนคอหัก แล้วลูกชายแกก็สิ้นใจในทันที”
ลู่เหว่ยทรุดตัวลงกับพื้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความ หวาดกลัว
“แกเป็นคนฆ่าหนานซานเหรอ? ทำไมล่ะ… เราไม่ได้มีความแค้น ส่วนตัวต่อกัน แล้วทำไมต้องฆ่าลูกชายของฉันด้วย แกเป็นใครกัน แน่?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองอย่างเหยียดหยาม “ไม่ได้มีความแค้น ส่วนตัว? ถ้าฉันเดาไม่ผิด พวกแกวางแผนกำจัดน้าของฉันมานาน แล้วใช่ไหม ถ้าลู่หนานซานไม่ตาย น้าของฉันคงกลายเป็นกองซาก กระดูกไปแล้ว ทีนี้แกรู้หรือยังว่าทำไมฉันต้องฆ่ามัน?”
ลู่เหว่ยสั่นสะท้านไปทั้งตัว “กะ… แกรู้ได้ยังไง? แกเป็นใครกัน แน่?”
เมื่อเขายอมรับ เซียวหมิงเยวี่ยจึงได้รับการยืนยันความสงสัยใน ใจของเธอ ปรากฏว่าน้าของเธอในชาติที่แล้วถูกพวกเขาฆ่าจริง ๆ และลู่หนานซานก็คือผู้ร้ายตัวจริง
ดังนั้นการที่เธอฆ่าลู่หนานซานก่อน จึงกลายเป็นการช่วยน้าสาว โดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซี่ยวหมิงเยวี่ยไม่สามารถควบคุมความอาฆาต แค้นในใจได้อีกต่อไป เธอจึงเหวี่ยงดาบยาวในมืออย่างแรง
“ไปลงนรกซะ”
ลำคอถูกสะบั้นจนขาดในคราวเดียว พร้อมกับสายเลือดที่ไหล ทะลัก
ดาบยาวเล่มนี้ใช้งานได้ดีมาก ไม่น่าแปลกใจที่เจิ้งเผิงสามารถใช้ มันควบคุมผู้คนทั้งหมดในโรงจอดรถใต้ดินได้ ใบมีดยาวและบาง ทั้ง ยังคมกริบ มันสามารถตัดเหล็กเหมือนตัดดินเหนียว
และเมื่อเอามาใช้กับคนก็เหมือนกับการตัดเต้าหู้ มันเป็นดาบที่ดี จริง ๆ
ในตอนนี้ แม่เซียวพยุงน้าสาวเดินเข้ามา “หมิงเยวี่ย พวกมันมี ผู้ใหญ่ทั้งหมด 9 คน และเด็ก 8 คน ระวังตัวด้วยนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยนับจำนวนศพคร่าว ๆ แล้วหันขึ้นไปทางบันไดชั้น สอง
ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องระคนเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาอีกครั้ง เซียวหมิงเยวี่ยไล่ตามกลุ่มเด็ก ๆ และลากลงมาทีละคน
เด็กทั้ง 8 คนมีตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบจนถึงเด็กอายุไม่กี่ขวบ และ พวกเขาทั้งหมดต่างก็หวาดผวาจนฉี่ราดกางเกง
แม่เซียวมองด้วยสายตาซับซ้อน “เด็กพวกนี้ต่างก็เป็นลูกของ พวกสัตว์นรกนั่นงั้นเหรอ?”
เด็กชายคนหนึ่งจ้องมองแม่เซียวอย่างขมขื่น
“ผมไม่เคยตีผู้หญิงคนนั้นเลยนะ ผมไม่ได้ทำ ถ้าอยากจะฆ่าก็ไป ฆ่าผู้ใหญ่พวกนั้น ทำไมต้องฆ่าผมด้วย?”
แม่เซียวสีหน้าบึ้งตึง “เรื่องนี้เป็นฝีมือของญาติผู้ใหญ่ของเธอ และพวกเธอทุกคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า ดูผิวพรรณ ที่ผ่องใสและมีน ้ามีนวลนั่นสิ แล้วลองมองดูน้องสาวของฉัน เธอผอม แห้งจนเหลือแค่หนังติดกระดูก ตอนที่พวกเธอกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย เคยนึกสงสารเธอบ้างหรือเปล่า?”
เด็กชายกัดฟันแล้วพูดตามความเป็นจริง
“พ่อกับแม่บอกผมว่า คนที่ไม่เห็นแก่ตัวไม่มีทางเอาชีวิตรอด! คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีชีวิตที่ดี ส่วนคนอ่อนแอก็ต้องถูกรังแก ผู้หญิงคนนั้นสมควรได้รับมันแล้ว”
แม่เซียวรู้สึกโมโหจนหน้าอกสั่นสะท้าน “เด็กตัวเล็ก ๆ ทำไมถึง พูดจาได้โหดร้ายขนาดนี้?”
จู่ ๆ น้าสาวก็เงยหน้าขึ้น “ใช่ คนอ่อนแอต้องถูกรังแก แต่ตอนนี้
พวกแกนั่นแหละที่เป็นคนอ่อนแอ!”
เธอหยิบมีดผลไม้ขึ้นมาจากพื้นและรีบพุ่งตัวออกไปอย่างบ้าคลั่ง
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ ไม่มีเจตนาเข้าไปห้าม เพราะไม่มีใคร ตัดสินใจแทนน้าสาวในเรื่องนี้ได้ ถึงแม้เด็กพวกนี้จะอายุน้อย แต่พวก เขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสา
วันข้างหน้าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาอาจจะเหมือนกับพ่อแม่ ทุกอย่าง เพราะแน่นอนว่าพันธุกรรมจะได้รับการสืบทอดมา
ก่อนที่จะออกไป เซียวหมิงเยวี่ยพบว่าจางกุ้ยหลานยังไม่ตาย เธอ พยายามคลานไปที่ประตู โดยทิ้งรอยเลือดไว้ข้างหลังดูน่าสะพรึงกลัว
เซียวหมิงเยวี่ยย่อตัวลง “จางกุ้ยหลาน หยุดแสร้งตายได้แล้ว แก ต้องการคลานออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือใช่ไหม?”
สิ้นเสียงพูด ร่างของจางกุ้ยหลานก็สั่นสะท้านราวกับตะแกรงข้าว มองดูดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยราวกับเห็นผี เธออ้าปากคิดอ้อนวอน แต่ทันใดนั้นก็กระอักเลือดออกมาไม่หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เธอลุกขึ้นและเหยียบเท้า ลงบนมือของจางกุ้ยหลาน ทำการบดขยี้นิ้วทั้งสิบให้แหลกเหลว เพื่อ แก้แค้นเรื่องในอดีตของเธอ
จางกุ้ยหลานกรีดร้องคร ่าครวญ นิ้วทั้งสิบทุกบดขยี้จนกลายเป็น เนื้อเดียวกัน ความเจ็บปวดนั้นแสนสาหัสเหมือนถูกควักหัวใจออกมา
ในชาติก่อน เซียวหมิงเยวี่ยถูกจางกุ้ยหลานเหยียบนิ้วจนหัก หลังจากนั้นเธอต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดทุกค ่าคืน แผลเกิดการ อักเสบและมีน ้าหนองไหลเยิ้ม เธอแทบไม่กล้าย้อนกลับไปนึกถึงว่า เธอผ่านมันมาได้อย่างไร
ถึงเวลาที่จางกุ้ยหลานจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดนี้เองบ้าง
“คุณน้าคะ หนูยกให้ จัดการเธอเลยค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยมอบ โอกาสฆ่าจางกุ้ยหลานให้กับน้าสาว
แน่นอนว่าน้าสาวไม่ปล่อยโอกาสในการกำจัดศัตรูด้วยน ้ามือ ตัวเองไป เธอจ้วงแทงหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งจางกุ้ยหลานสิ้นใจ และนอนจมกองเลือด แต่น้าสาวก็ยังไม่หยุดมือ กระทั่งแม่เซียวบอก ว่าจะพากลับบ้าน เธอจึงหยุดในที่สุด
ขณะที่กำลังขึ้นรถ แม่เซียวก็ชี้ไปยังแมลงสีขาวบนพื้นและพูดว่า
“หมิงเยวี่ยดูสิ นั่นคืออะไรน่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งสังเกตเห็นว่า ข้างถนนมีแมลงสีขาวอยู่ไม่น้อย และบางแห่งก็รวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนดูน่ากลัวมากทีเดียว
มันคือหนอนฟัน!
หนอนฟันมีขนาดใหญ่เท่านิ้วหัวแม่มือของผู้ใหญ่ เมื่อยืดตัว ออกจะเป็นรูปไข่ เมื่อหดตัวจะเหมือนขนมบัวลอย
เนื่องจากปากของมันเต็มไปด้วยฟันที่แหลมคม ผู้เชี่ยวชาญจึง ตั้งชื่อมันว่าหนอนฟัน
หนอนฟันเป็นลางบอกเหตุของน ้าท่วม ดูเหมือนว่าความรุนแรง ของน ้าท่วมจะรุนแรงมาก และกำลังจะมาถึงเมืองเผิงจิง
ใบหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยพลันเคร่งขรึม “ขึ้นรถค่ะ รีบกลับบ้าน กันเถอะ”