ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 105 เตียวหรงหรงแกว่งเท้าหาเสี้ยน
“การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นหน้าที่ที่หน่วยงานเบื้องบน มอบหมายมา แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรที่จะปฏิเสธ? น ้าท่วมเป็นภัยพิบัติ ระดับประเทศ เด็กคนนี้ช่างไม่มีหัวคิดเอาเสียเลย ทำไมคนเราถึงเห็น แก่ตัวขนาดนี้ได้นะ”
“อีกอย่าง ตอนนี้แม่ของเธอเป็นเจ้าหน้าที่จัดหาที่พักในชุมชน มันเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมาก ทำไมถึงไม่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนอื่น ล่ะ ทำแบบนี้ไม่เป็นการขัดคำสั่งผู้นำหรือไง การต่อต้านผู้นำหมายถึง การต่อต้านรัฐบาล และการต่อต้านรัฐบาลก็คือการต่อต้านประชาชน ผู้ประสบภัย ทุกคนว่าฉันพูดถูกไหมคะ?”
เตียวหรงหรงจับประเด็นและพูดไม่หยุด แม้กระทั่งต้องการใช้ ความคิดเห็นของสาธารณะมาข่มขู่เซียวหมิงเยวี่ย เพราะคนหนุ่มสาว มักสูญเสียความกล้าหลังจากถูกข่มขู่จากคนกลุ่มใหญ่
กลุ่มผู้ประสบภัยหลายคนเห็นด้วยกับเตียวหรงหรง พวกเขา ตะโกนบอกให้เซียวหมิงเยวี่ยหยุดสร้างปัญหาและรีบถอยออกไป พวกเขาต้องการเข้าไปข้างใน
แต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นมาข่มขู่ เธอเดินเข้า ไปใกล้ทีละก้าว
“ป้าเตียวพูดจาเหมือนพวกข้าราชการเลยจริง ๆ จะบอกอะไรให้ นะ ครอบครัวเราจ่ายเงินค่าบ้านเต็มจำนวนแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์
มาบังคับให้เรารับผู้ประสบภัยเข้ามา ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีปัญญาก็ ไปพูดกับผู้นำสิ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็หุบปากซะ แล้วมาจากไหนก็กลับไป ทางนั้น”
“เธอ!”
เมื่อเตียวหรงหรงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กลัว เธอชักสีหน้าและพูดด้วย รอยยิ้มไม่เป็นมิตร
“ฉันรู้ว่าบ้านของเธอจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้ว แต่แม่ของเธอเป็น เจ้าหน้าที่ข้าราชการ และแตกต่างจากคนทั่วไป เมื่อประเทศชาติ ประสบกับภัยพิบัติ ทำไมถึงกล้าเพิกเฉยล่ะ?”
“จริงด้วย จริงด้วย กล้าทำแบบนี้ได้ยังไง เธอเป็นถึงเจ้าหน้าที่
จัดหาที่พักในชุมชน ทำไมถึงได้ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมแบบ นี้ล่ะ” มีคนพูดเออออเห็นด้วยทันที
ในเวลานี้ คุณยายได้ยินเสียงเอะอะจากนอกบ้าน จึงออกมาดูว่า เกิดอะไรขึ้น
“คุณยายคะ เอาดาบมาให้หนูหน่อย ดาบยาวเล่มนั้นแหละ”
“เดี๋ยวยายไปหยิบให้จ้ะ”
คุณยายมองไปรอบ ๆ จนเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงปิด ประตูแล้วรีบไปหยิบดาบ ไม่นานเธอก็ยื่นดาบยาวให้เซียวหมิงเยวี่
ยถือ
เซียวหมิงเยวี่ยรับดาบยาวมาถือในมือ “ฉันไม่อยากพูดซ ้าสอง อีก อยากเข้ามานักใช่ไหม งั้นก็ลองดูสิ”
เมื่อเตียวหรงหรงเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง เธออดไม่ได้ที่จะก้าวถอย หลังออกไป เด็กคนนี้ยังอายุไม่มาก แต่กลับมีท่าทีดุร้ายถึงขนาดนี้ อนาคตหล่อนคงไม่มีทางได้แต่งงานแน่ ๆ
ผู้ประสบภัยเหล่านั้นมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าเดินไปข้างหน้า นั่นคือดาบของจริง แถมเป็นดาบยาวขนาดนี้ พวกเขาไม่อยากเอา ชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีกแล้ว และไม่มีใครกล้าเดินไป ข้างหน้า เตียวหรงหรงก็โกรธมาก คนพวกนี้ขี้ขลาดมากจริง ๆ พวก เขาทรยศต่อความตั้งใจดีของเธอ ขี้ขลาดตาขาวชะมัด แค่บุกเข้าไป ก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง
“นี่เธอคิดจะทำอะไร กฎระเบียบในสังคมไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือไง หรือว่าแม่เธอสอนมาแบบนี้?”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา และจ่อปลายดาบ ไปที่คอของอีกฝ่าย
“ธ… เธอจะทำอะไร เธอคิดจะฆ่าคนงั้นเหรอ!” เตียวหรงหรงตกใจ มากจนไม่กล้าขยับตัว
“อย่ามาพูดจาเหลวไหลกับฉัน คิดจะข่มขู่ฉันเรื่องศีลธรรมบ้าบอ ฉันไม่ตกหลุมพรางเธอหรอก ได้ยินมาว่าเธอเองก็ย้ายมาอยู่หมู่บ้าน
เราแล้ว แถมบ้านนั้นก็มีตั้งสี่ห้องนอน สองห้องนั่งเล่น ในเมื่ออยาก ช่วยเหลือคนอื่นขนาดนั้น ทำไมไม่พาพวกเขาไปอยู่ที่บ้านตัวเอง ล่ะ?”
เตียวหรงหรงหลบตา “บ้านฉันคับแคบจะตาย รีบเอาดาบของเธอ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความว่าเธอพกอาวุธมีคมทำร้าย ผู้อื่น”
เซียวหมิงเยวี่ยพ่นลมหายใจเย็นชาและเพิกเฉยต่อคำขู่ของอีก ฝ่าย
“ส่วนพวกคุณ รู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังถูกเธอหลอกใช้? เธอรู้ดีว่า บ้านของฉันชำระค่างวดหมดแล้ว และเจ้าของบ้านมีสิทธิ์ปฏิเสธการ รับผู้ประสบภัย แต่เธอก็ยังพาพวกคุณมาไกลขนาดนี้ พวกคุณกำลัง เป็นเครื่องมือของเธออยู่ ดูไม่ออกหรือไง?”
หลังฟังคำเตือนของเซียวหมิงเยวี่ย ในที่สุดก็มีผู้ประสบภัยบาง คนเริ่มเข้าใจ
“มันเป็นแบบนั้นนี่เอง คุณหลอกเรางั้นเหรอ!”
“เมื่อกี้คุณสัญญากับเราดิบดีว่าจะพามาอยู่ในบ้านดี ๆ แต่ตอนนี้
เจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เข้าไป ไม่สนแล้ว คุณต้องจัดการหาที่พัก ให้เรา ไม่อย่างนั้นพวกเราจะพากันไปอยู่บ้านของคุณ”
“ใช่ เราไปบ้านของคุณแล้วกัน บ้านสี่ห้องนอน สองห้องนั่งเล่น รองรับคนได้ตั้งเยอะ”
ใบหน้าเตียวหรงหรงซีดเผือดและบิดเบี้ยวดูน่าเกลียด
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นในทันที “พวกคุณต้องการให้ฉันพาไป บ้านของเธอไหม? บ้านของเธอไม่ใช่บ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้ว แต่ เป็นบ้านจัดสรร พวกคุณสามารถไปอยู่ได้”
เตียวหรงหรงตื่นตระหนก “ไม่ได้นะ!”
เธอกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนและทำตัวเองเดือดร้อน ขณะเดียวกัน นึกสาปแช่งนางเด็กสารเลวอยู่ในใจ ช่างปากดีจริง ๆ ผู้ประสบภัยที่
ตะโกนขู่จะบุกเข้าไปในบ้านเมื่อครู่ ตอนนี้กลับหันมาเปลี่ยน เป้าหมายกันหมดแล้ว
อันธพาลพวกนี้สนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง น่ารังเกียจจริง ๆ
“ทำไมล่ะ อย่าลืมว่าคุณเองก็เป็นเจ้าหน้าที่จัดหาที่พักในชุมชน ตอนนี้ประเทศกำลังมีปัญหาและผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว คุณไม่สามารถ เพิกเฉยได้นี่นา เมื่อกี้ยังพูดจาโอ้อวดอยู่เลย ตอนนี้ถึงตาคุณแล้ว ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หรือว่าคำพูดสวยหรูเรื่องจิตสำนึกรับผิดชอบต่อ สังคมของคุณเมื่อกี้เป็นแค่การแสดงใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยสวนกลับด้วยประโยคที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดไป
เตียวหรงหรงกัดฟันกรอด แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวคมดาบที่
อยู่ใกล้คอจนไม่กล้าขยับตัว
“ยังไงก็เถอะ บ้านฉันรองรับคนเพิ่มไม่ได้จริง ๆ เดี๋ยวฉันจะจัดหา สถานที่อื่นให้พวกคุณเอง”
เตียวหรงหรงร้องคร ่าครวญอยู่ในใจ พวกคนอันธพาลเหล่านี้
ล้วนเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ครั้งนี้เธอต้องยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เราจะอยู่ชั้นล่าง!”
“ใช่ เราไม่อยากขึ้นบันได และจะรับพิจารณาที่พักที่อยู่ต ่ากว่า ชั้น 3 เท่านั้น ใครชอบอยู่ตึกสูงก็ไปเองเถอะ”
“เราต้องการชั้นล่าง”
เตียวหรงหรงแทบจะเป็นลมด้วยความโกรธ เธอตะคอกไปว่า
“ชั้นล่าง ๆ แบบนั้นไม่ใช่ที่สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกคุณ หรอกนะ! มีที่ซุกหัวนอนก็ดีแค่ไหนแล้ว ยังจะมาจู้จี้จุกจิกเลือกมาก อยู่ได้ ไม่ดูสถานะเลยว่าตัวเองเป็นใคร”
ขนาดที่พักอาศัยของเธอยังอยู่บนชั้น 5 แล้วคนพวกนี้เป็นใคร มาจากไหนถึงได้กล้าเรียกร้อง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่แปลกใจที่เตียวหรงหรงจะพูดแบบนี้ เพราะผู้คน ที่มีเส้นสายเลือกชั้นที่มีทำเลดีก่อน แม้จะเป็นภัยพิบัติในยุคสิ้นโลก ผู้คนก็ยังแบ่งชั้นวรรณะกัน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็มีการแบ่งชนชั้นไปหมด
“นี่แบ่งแยกกันเหรอวะ! คิดว่ากำลังพูดกับใคร ตัวเองยิ่งใหญ่ค ้า ฟ้ามาจากไหน? ทั้ง ๆ ที่ก็มีสองตาปากเดียวเหมือนคนอื่น”
“จริงด้วย พูดอย่างกับตัวเองไม่ใช่คน เราทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน รู้ไหม คุณเองก็เป็นแค่คนธรรมดา หรือว่าเป็นพวกราชวงศ์หรือไง? ทำมาเป็นพูดจาสูงส่ง”
“เมื่อกี้คุณแสดงท่าทีเหยียดหยามเราชัด ๆ เชื่อหรือเปล่าว่าเรา ร้องเรียนคุณได้นะ?” บางคนเริ่มไม่พอใจ
เตียวหรงหรงตอบกลับเสียงเย็นชา “ร้องเรียนฉัน? ถ้าคิดว่าทำ ได้ก็ไปสิ รู้บ้างไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันสามารถสั่งให้พวกคุณไปนอน อัดกันอยู่ที่โรงจอดรถใต้ดินได้เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ลองดู”
คนเหล่านั้นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถ ขัดใจเจ้าหน้าที่จัดหาที่พักในชุมชน และกลัวจะถูกใส่ร้ายป้ายสีจนไม่ มีที่ซุกหัวนอน จึงทำได้เพียงต้องยอมแต่โดยดี
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บดาบคืนมา และปล่อยให้พวกเขากัดกันเอง
“ป้าเตียว รีบไปจัดหาที่พักพิงให้กับผู้ประสบภัยเถอะ เจ้าหน้าที่
คนอื่น ๆ ต่างก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ฉันสงสัยว่าป้ามาที่นี่เพราะ อยากอู้งานละสิ”
เตียวหรงหรงโกรธจนหายใจแทบไม่ทัน เธอจ้องมองเซียวหมิง เยวี่ยอย่างเกลียดชังแล้วหันหลังเดินจากไป ภายในอกเต็มไปความ โกรธเกรี้ยวราวกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
เมื่อเห็นเตียวหรงหรงเดินจากไป บรรดาผู้ประสบภัยต่างก็รีบเก็บ ข้าวของตามไปอย่างเร่งรีบ ด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้รับการจัดสรร บ้านพักชั่วคราว และจะไม่มีที่ซุกหัวนอนในคืนนี้
ในเวลานี้ คุณยายเปิดประตูโผล่หัวออกมา เธอคอยฟังอยู่ข้างใน ตลอด ในมือยังถือมีดทำครัวสองเล่มด้วย เผื่อว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น เธอจะรีบออกมาทันที
“หลานสาวของยายเก่งจริง ๆ ผู้หญิงแซ่เตียวทำตัวน่าเกลียดและ ก่อเรื่องให้เราได้ตลอด เหมือนกับน ้ามันก้นถังที่ใช้ซ ้า ๆ จนเป็นพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม หล่อนชั่วร้ายมากจริง ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขบขันกับท่าทีของคุณยาย “วางมีดทำครัวลง เถอะค่ะ จำไว้ว่าต้องล็อกประตูให้ดี ไม่ว่าใครมาเคาะประตูก็ห้ามเปิด นะคะ”
คุณยายพยักหน้ารับซ ้าแล้วซ ้าเล่า “ไม่ต้องห่วงนะ ยายจะเฝ้า บ้านให้อย่างดี กล้องวงจรปิดยายก็คอยดูตลอด ใครหน้าไหนกล้าเข้า มา ยายจะกดปุ่มเปิดกับดักและฆ่าพวกคนเลวให้หมด”
ในเวลานี้ ร่างที่คุ้นเคยก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาหา เว่ยจวินพูดทัก ด้วยรอยยิ้ม
“ฉันเห็นหมดแล้วละ ตอนแรกก็กะจะเข้าไปช่วย แต่ไม่คิดว่าคุณ เซียวจะจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง เก่งมากจริง ๆ”