ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 106 เซียวหมิงเยวี่ยช่วยจัดหาที่พักให้ผู้ประสบภัย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 106 เซียวหมิงเยวี่ยช่วยจัดหาที่พักให้ผู้ประสบภัย
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ “เว่ยจวิน คุณกลับมาแล้ว เหรอ?”
คุณยายถือมีดทำครัวออกมาด้วยเช่นกัน “ไม่ได้เจอกันตั้งหลาย เดือนแล้ว หนุ่มน้อยคนนี้ดูแข็งแรงขึ้นเยอะเลยนะ ดูสิ หน้าแดงก ่ามี ชีวิตชีวา แล้วนี่ได้เป็นคนใหญ่คนโตแล้วเหรอ?”
ได้ยินคุณยายพูดแบบนี้ เว่ยจวินรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
“คนใหญ่คนโตอะไรกันครับ ก็แค่คนที่รับใช้ประชาชนเท่านั้น แหละ”
หลังได้คุยกันมากขึ้นจึงรู้ว่า เดิมทีเว่ยจวินทำงานเป็นหัวหน้า หน่วยในชุมชนอื่น และเนื่องจากมีผลงานดีหลายครั้ง ผู้นำจึงเลื่อน ตำแหน่งให้เขาเป็นข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งสูงกว่าผู้จัดการซูด้วยซ ้า
เป็นตำแหน่งประเภทที่นั่งทำงานในห้องทำงานออกคำสั่ง ไม่ใช่ แบบผู้จัดการซูที่ต้องลงมาทำงานหนักด้วยตัวเอง
เว่ยจวินยื่นกล่องในมือให้เซียวหมิงเยวี่ย “สัญญาแล้วว่าจะเอา ของขวัญมาให้ เชอร์รีหนึ่งกล่อง รับไปสิ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูกล่องและรู้สึกคุ้นเคย นี่มันเชอร์รีจากมูน ฟาร์มของเธอไม่ใช่เหรอ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ
“งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ ตอนนี้ผลไม้หายากมากด้วย” เซียวหมิง เยวี่ยรับมันมาด้วยรอยยิ้ม
คุณยายถือมีดสองเล่มวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ก่อนหยิบถุงใส่เห็ด ทอดออกมามากมาย เห็ดเหล่านี้ไม่ใช่เห็ดที่เพาะจากเทคโนโลยีของ แผนกวิจัยและพัฒนา B แต่เป็นเห็ดธรรมดาที่พ่อเซียวได้รับเป็น ของขวัญจากกรมเกษตรกรรม
“นี่ ๆ ๆ เห็ดทอดยังร้อน ๆ เลย มารับไปสิ เอาไปกินเป็นของว่าง นะ”
เว่ยจวินไม่สามารถต้านทานความกระตือรือร้นของคุณยายได้ จึงรับเห็ดทอดถุงใหญ่มา พวกเขาพูดคุยกันอีกสักพักก่อนจะบอกลา
เมื่อเว่ยจวินจากไปแล้ว คุณยายถามขึ้นว่า “เขาเพิ่งบอกว่าได้ บรรจุเป็นข้าราชการ ตำแหน่งสูงกว่าแม่ของหลานหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่เพียงตำแหน่งสูงกว่าแม่ เท่านั้น แต่ยังสูงยิ่งกว่าผู้จัดการซูด้วยค่ะ”
คุณยายอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง “เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันแค่ พูดไปตามมารยาท แต่ดันพูดถูก นี่เขากลายเป็นข้าราชการคนใหญ่ คนโตไปแล้วจริง ๆ เด็กคนนี้มีอนาคตไกลน่าดู”
…
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาหาแม่ของเธอ แม่เซียวกำลังลงทะเบียนที่
อยู่อาศัยให้กับผู้ประสบภัยอยู่
“เจ้าหน้าที่เจี่ยง โปรดเมตตาช่วยเราด้วยเถอะ พวกเราสองสามี ภรรยาอายุมากแล้ว ที่บ้านยังมีผู้สูงอายุอีกสี่คน และยังมีเด็กด้วย เรา ปีนขึ้นไปบนชั้น 27 ไม่ไหวจริง ๆ”
คู่รักวัยกลางคนเช็ดน ้าตาและขอร้องอย่างนอบน้อม
แม่เซียวถอนหายใจ เธอเองก็มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน จึงเข้าใจดีว่า ผู้ประสบภัยรู้สึกอย่างไร แต่กฎระเบียบนั้นไร้ความปรานี เจ้าหน้าที่
ดูแลการอพยพคนอื่น ๆ มีประสิทธิภาพมากกว่าเธอมาก ขณะที่เธอ มักจะคิดถึงผู้ประสบภัยมากกว่าเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ทำให้ความ รวดเร็วในการทำงานช้าลง
คนเหล่านี้ดูผอมแห้งจนแก้มตอบ พวกเขาต้องพาครอบครัวลี้ภัย มาอย่างยากลำบาก แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเกรงใจ และ ความรู้สึกประหม่า ซึ่งทำให้แม่เซียวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ
แม่เซียวพลิกดูใบลงทะเบียนการอพยพอย่างหนักใจ แล้วพูดว่า “อาคาร 17 ชั้น 9 ยังมีห้องนอนพร้อมห้องน ้าขนาดเล็กอีกห้อง แต่ มันเล็กไปหน่อย ฉันเกรงว่ามันจะแออัดเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ ของคุณ”
คู่สามีภรรยาวัยกลางคนมองหน้ากัน “พวกเราไม่กลัวแออัด ชั้น 9 ก็ดีแล้ว ดีกว่าชั้น 27 มาก ขอบคุณคุณมากจริง ๆ ไม่รู้จะขอบคุณ ยังไงเลย พวกเราจะก้มหัวให้คุณ”
พวกเขาพูดพลางจะคุกเข่าลง แม่เซียวตกใจมาก จึงรีบเข้าไป พยุงพวกเขาให้ลุกขึ้น
“ไม่ ๆ ๆ อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ พวกคุณเอาใบลงทะเบียนไปได้ เลย พอไปถึงก็เอาให้เจ้าหน้าที่ดู เดี๋ยวพวกเขาจะจัดห้องให้พวกคุณ เอง”
คู่สามีภรรยาวัยกลางคนหลั่งน ้าตาด้วยความตื้นตัน ฝ่ายผู้หญิง หยิบถุงออกจากอ้อมแขนแล้วมอบให้แม่เซียวราวกับเป็นสมบัติล ้าค่า
“นี่คือมันเทศตากแห้ง เราไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว คุณรับไว้นะ”
ดวงตาแม่เซียวร้อนผ่าว “ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเก็บไว้กิน เองเถอะ รีบไปกันนะ ยังมีคนเข้าคิวรออยู่ด้านหลังอีกหลายคน”
แม่เซียวเร่งเร้าให้ครอบครัวใหญ่ออกไปโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นเธอ จะต้องร้องไห้ออกมาจริง ๆ ช่างเป็นเรื่องน่าหดหู่ใจที่ภัยพิบัติในปีนี้ได้ นำปัญหามาสู่ผู้คนมากมาย
“แม่คะ ให้หนูช่วยนะ” เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้ามาด้านข้าง
แม่เซียวอธิบายวิธีการให้เธอฟัง “ตอนจัดสรรบ้านพักให้คนอื่นก็ ต้องดูเงื่อนไขของเจ้าของเดิมด้วย หากเจ้าของเดิมเป็นครอบครัวที่มี
สมาชิกหลากหลายวัย ลูกควรจัดสรรบ้านพักให้ผู้ประสบภัยที่มี เงื่อนไขใกล้เคียงกัน หากเจ้าของเดิมเป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่คน เดียว ลูกก็ไม่ควรจัดสรรบ้านพักให้ผู้ชายเข้าไปอยู่ด้วย การจัดสรร บ้านพักให้คนอื่นอย่างยืดหยุ่นจะช่วยลดความขัดแย้งได้”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ ปรากฏว่าการจัดสรรที่พักจะต้องมี ความพิถีพิถันถึงขนาดนี้
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างกระชับและ รัดกุม ซึ่งทำให้แม่เซียวโกรธมาก
“ผู้หญิงคนนั้นจิตใจชั่วร้ายจริง ๆ คิดแต่จะสร้างปัญหาให้แม่ ก่อนหน้านี้แม่ไม่สนใจจะคุยกับหล่อนด้วยซ ้า แต่หล่อนกลับคิดว่า ตัวเองสูงส่งมากจนแม่ไม่กล้ายุ่ง เห็นทีแม่ต้องสั่งสอนหล่อนซะหน่อย ไม่อย่างนั้นหล่อนคงคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้!”
สีหน้าแม่เซียวมืดครึ้ม เธอเกิดความคิดดี ๆ ในใจแล้ว
เมื่อเห็นว่าแม่เซียวสามารถจัดการกับปัญหาได้ เซียวหมิงเยวี่
ยจึงไม่พูดอะไรอีก และเริ่มทำการลงทะเบียนผู้ประสบภัย
มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอคนนั้นมีสีหน้าเย็นชา และยังพา สุนัขตัวใหญ่มาด้วย เนื่องจากเธอพาสุนัขมาด้วย คนอื่น ๆ จึงขยับ ถอยห่างจากเธอ
“กี่คนคน?”
“แค่ฉันกับสุนัข”
“ไม่ได้มากับครอบครัวเหรอ?”
“ตายหมดแล้ว เหลือฉันคนเดียว”
เซียวหมิงเยวี่ยตกอยู่ในความเงียบ แล้วพูดช้า ๆ “สำหรับสุนัข มี ปัญหาอยู่นิดหน่อย ฉันต้องถาม…”
ก่อนที่จะพูดจบ เด็กสาวก็แสดงปฏิกิริยาที่รุนแรงและรีบโอบกอด สุนัขตัวใหญ่ไว้
“ฉันจะไม่แยกจากเจ้าดำเด็ดขาด! คุณจะให้ฉันพักอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ฉันไม่ขอแยกจากเจ้าดำ เราสองคนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ถ้าคุณ ให้ฉันทิ้งมันไป ฉันยอมตายซะดีกว่า”
สุนัขตัวใหญ่ส่งเสียงครวญครางและเลียมือเด็กสาว ก่อนจะหัน มามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยท่าทางออดอ้อน
“สุนัขของเธอฉลาดมากเลยนะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
เด็กสาวพยักหน้า “เจ้าดำฉลาดมาก มันเป็นสุนัขทหาร มันคอย ปกป้องฉันมาตลอด และยังเข้าใจภาษาคนด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันจะจัดให้เธอ อยู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้หญิง เพราะมีสุนัขตัวใหญ่อยู่ด้วย พวกเธอจะ ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”
เยี่ยเสี่ยวเหมิงหรือ [ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] อาศัยอยู่ตามลำพัง เธอเป็นคนใจดีและใจกว้าง พวกเขาน่าจะเข้ากันได้ดี
ดวงตาของเด็กสาวเป็นประกาย “จริงเหรอ?”
“เธอชื่ออะไร?”
“ซ่งอวิ๋นอวิ๋น”
“ที่นี่ อาคาร 2 ชั้น 11 พาสุนัขของเธอไปด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
เด็กสาวพาสุนัขตัวใหญ่ออกไป
หลังจากนั้นผู้ประสบภัยก็ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์ ของพวกเขา เซียวหมิงเยวี่ยลงทะเบียนและจัดหาที่พักให้พวกเขา รวดเร็วขึ้น เมื่อผู้จัดการซูเดินผ่านมา เขาออกปากชมว่าแม่เซียวเป็น พนักงานคนเดียว แต่ทำงานรวดเร็วเหมือนสองคน แม่ลูกทำงาน ด้วยกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเลย
โดยปกติเซียวหมิงเยวี่ยจะไม่เข้ามายุ่งกับงานของแม่เซียว แต่ ตอนนี้ทางการต้องการกำลังคน เธอจึงยินดีเข้ามาช่วยเหลือ
เวลานี้คนสามคนเดินเข้ามา ซึ่งทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกว่ามี บางอย่างไม่ชอบมาพากล
ชายสองคนร่างกายเต็มไปด้วยรอยสัก อายุราว 30 ปี กำลังจับ มือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขา ดูเหมือนว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นจะอยู่โรงเรียนมัธยมต้นและยังไม่บรรลุนิติภาวะ
แต่ที่แปลกคือเด็กผู้หญิงท้องป่อง ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังตั้งครรภ์
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วถาม “พวกคุณสามคนมีความสัมพันธ์ กันยังไง?”
ชายที่อยู่ด้านขวาเขย่าขาและพูดอย่างเกียจคร้าน
“พี่น้องไง มองไม่ออกเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วลึกขึ้น สัญชาตญาณของเธอบอกว่า บุคคลนี้กำลังโกหก
เสื้อผ้าของเด็กผู้หญิงขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าสกปรกมอมแมม ดวงตา หมองคล ้า และกำลังกำจี้กระต่ายในมือแน่น ซึ่งไม่ว่าใครจะพูดอะไร ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยิน
“ความสัมพันธ์ของพวกคุณคืออะไร จะบอกดี ๆ ไหม? ฉันมี เหตุผลที่จะสงสัยว่าคุณลักพาตัวเด็กผู้หญิงมา” เสียงของเซียวหมิง เยวี่ยเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ชายคนนั้นโกรธและพูดว่า “หมายความว่ายังไงวะ แล้วเรื่องนี้มัน เกี่ยวอะไรกับคุณไม่ทราบ อย่าเสนอหน้าเข้ามายุ่งน่า! รีบจัดหาที่พัก ได้แล้ว อย่ามาจู้จี้จุกจิกนัก”
ใบหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยมืดมนทันใด “ระวังปากด้วย”
เมื่อเห็นว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ง่ายที่จะต่อกร เขาจึงพูดว่า “เอาละ ๆ ๆ คุณเป็นเจ้าหน้าที่จัดหาที่พัก คุณทำงานได้ดีมาก”
“รีบ ๆ จัดที่พักให้เราเถอะ” ชายอีกคนก็เร่งเร้าเช่นกัน
เซียวหมิงเยว่จ้องมองไปที่ใบหน้าของเด็กผู้หญิงตัวเล็กพลาง รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากพิจารณาดูอยู่พักหนึ่ง ดวงตาของเธอพลันเบิกกว้าง ด้วยความตกใจ