ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 111 จัดสรรที่พักให้ญาติ
“เพ้อเจ้อ ป้าหลิว กล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง? ครั้งก่อนที่ระดม ชาวบ้านมาปล้นมันฝรั่งของต้าเหอฉันตีเบาเกินไปใช่ไหม? ฉันชักจะ ทนความเห็นแก่ตัวของป้าหลิวไม่ไหวแล้วนะ!”
ลุงใหญ่พับแขนเสื้อขึ้นและทำท่าพร้อมจะต่อสู้
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลุงใหญ่พูด ชาวบ้านที่กำลังจะต่อล้อต่อเถียงต่างก็ รู้สึกกระอักกระอ่วน และเบือนหน้าหนีด้วยความอับอาย
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจ “เราทุกคนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ทำไม ถึงต้องมาทะเลาะกันเองด้วย อากุ้ยชุ่น คราวก่อนคุณทำไม่ถูกจริง ๆ นั่นไม่ต่างอะไรกับโจรเลยไม่ใช่หรือไง?”
“ต้าไห่กับต้าเหอมีญาติพี่น้องอยู่ที่นี่ การที่พวกเขาจะอาศัยอยู่ กับญาตินั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลย เราไปที่ที่ทางการจัดหาให้เถอะ เร็วเข้า อย่ามัวเสียเวลาเลย ถ้าอยากจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อนาคตก็ แค่ไปหาพวกเขาบ่อย ๆ”
ป้าสะใภ้พูดด้วยรอยยิ้ม “สมแล้วที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน เขาเป็นคนมี ไหวพริบ ไม่เหมือนใครบางคน”
สีหน้าของป้าหลิวซีดเซียวลง ขณะที่เธอพูดไม่ออก
“แต่ชิงหว่านก็เป็นเด็กผู้หญิงที่แต่งออกจากหมู่บ้านของเรา อากุ้ยเฟินก็อยู่ที่นี่ ชาวบ้านทุกคนลี้ภัยด้วยความยากลำบากมาถึง
ที่นี่ แต่พวกเขากลับเพิกเฉย นี่มันเลือดเย็นเกินไปแล้ว คิดว่าตัวเอง เป็นใครกัน” ป้าหลิวพึมพำด้วยความไม่พอใจ
สองพี่น้องเจี่ยงลี่เจียวและเจี่ยงจ้วงต่างก็โกรธมาก ขณะที่เจี่ยง ย่วนตะคอกด้วยความเย็นชา
“เราแค่อยากอยู่ใกล้ครอบครัวเพื่อจะได้ดูแลกัน แต่ไม่ได้บอกว่า อยากจะอยู่บ้านของอาสี่ซะหน่อย ถ้าเราไปอยู่บ้านอาสี่ ก็ขอให้พวก เราโดนฟ้าผ่าไปเลย เราไม่ได้หน้าหนาขนาดที่จะยืนกรานอยู่บ้าน ของอื่นแบบนั้น”
เจี่ยงย่วนพูดถูก พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านของเซียวหมิง เยวี่ยจริง ๆ คนอื่นที่ได้ยินเข้าใจว่าพวกเขาคงไปอาศัยอยู่ในบ้านพัก ชุมชนเดียวกันเท่านั้น
สีหน้าป้าหลิวบิดเบี้ยวดูน่าเกลียด “พูดอะไรไร้สาระ ผู้ใหญ่เขา กำลังพูดกัน เป็นเด็กอย่ามาพูดแทรก ใครจะไปเชื่อคำพูดเธอ”
เจี่ยงจ้วงหยิบหินขึ้นมาแล้วขว้างมันออกไป “มันไม่ใช่เรื่องของ ป้า เราจะไปที่ไหนก็เรื่องของเรา ป้าเป็นใครมาจากไหนถึงมายุ่งเรื่อง คนอื่น เชื่อไหมว่าผมจะตีหลานป้าให้น่วมถ้ายังไม่ยอมหุบปาก?”
เจี่ยงลี่เจียวลูบหัวน้องชายเบา ๆ เพื่อเป็นคำชม
หลานชายและหลานสาวของป้าหลิวเริ่มร้องไห้ด้วยความตกใจ กลัว พวกเขากลัวเจี่ยงจ้วงมาก เพราะเด็กชายมักรังแกพวกเขาและ แย่งมันเทศไปกิน
เจี่ยงจ้วงจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาโหดเหี้ยม เด็กทั้งสองคน ร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม เสียงร้องไห้ดังก้องน่ารำคาญจนทำให้ปวดหัว
ป้าหลิวโกรธเคืองจนมือสั่น “แก! ครอบครัวแกสั่งสอนแกมายังไง ช่างไร้เหตุผลและป่าเถื่อนเสียจริง ผู้ใหญ่ทำตัวยังไง เด็กมันก็เป็น แบบนั้น!”
“แล้วนี่จะร้องไห้ทำไม อย่ามาสำออย ถ้ามันตีมา พวกแกก็ตี กลับไปสิ” ป้าหลิวตะโกนด่า
“หนูไม่กล้า…”
เด็กทั้งสองคนถอยกลับ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยน ้าตา และน ้ามูกไหล
ใบหน้าของป้าหลิวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
ลุงใหญ่เลิกคิ้วอย่างพึงพอใจ “ลูกพ่อ มัวเสียเวลาไปคุยกับพวก นั้นทำไม เรามุ่งหน้าไปที่ที่เราควรไปเถอะ ไป!”
หลังจากที่ครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองกล่าวคำอำลากับ ผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังชุมชนฮว๋าฮั่นทันที
ป้าหลิวยังไม่ยอมแพ้ “พวกเขาไปทางนั้น แล้วทางนั้นเป็นที่ตั้ง ของชุมชนอะไร?”
“มีหลายชุมชนเลยละ ทางใต้ของเมืองค่อนข้างกว้างขวาง” คน ด้านข้างตอบ
ผู้ใหญ่บ้านเร่งรัด “เลิกดูได้แล้ว รีบไปกันเถอะ ที่พักพิงของเรา ไม่ได้อยู่ทางนั้น เดี๋ยวมืดค ่าจะหาที่นอนไม่ได้นะ”
ป้าหลิวกัดฟันกรอดและเดินตามกลุ่มคนออกไป ขณะที่ยังคงก่น ด่าครอบครัวเจี่ยงต้าไห่ตลอดทาง
…
“ต้าไห่ ต้าเหอ พวกแกมาถึงสักที เมื่อกี้แม่ยังคุยกับหมิงเยวี่ยอยู่ เลยว่าถ้าพวกแกยังไม่มา พวกเราจะโทรหาเพื่อถามว่าถึงไหนแล้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นพวกแกมาถึงพอดี เดินทางมาลำบากไหม?”
คุณยายเห็นทั้งสองครอบครัวมากันครบก็ดีใจมาก และรีบเดินไป ต้อนรับ
เจี่ยงย่วนพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณยายครับ พวกเราสบายดี เดินทาง มาไม่ลำบากเท่าไหร่”
“จื่อจื่ออยู่ไหน มาหาคุณย่าทวดหน่อยเร็ว”
ภรรยาของเจี่ยงย่วนพาเด็กน้อยไปหาคุณยาย “จื่อจื่อ นี่คุณย่า ทวดไงจ๊ะ”
คุณยายพูดด้วยรอยยิ้ม “จื่อจื่อเหลนของทวด ช่างน่ารักน่าชัง อะไรเช่นนี้ ดูสิ จื่อจื่อของเราทั้งขาวทั้งสมบูรณ์ แล้วดูติ่งหูหนา ๆ ของเขาสิ ช่างเกิดมามีบุญวาสนาเหลือเกิน อีกไม่นานก็จะเดินได้ แล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ”
จื่อจื่อพ่นน ้าลายออกมา ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนหัวเราะ
ในช่วงภัยพิบัติเช่นนี้ การได้เห็นทารกน้อยก็เหมือนได้เห็น ความหวัง ช่วยให้คลายความมืดมนในใจไปได้มาก
หลังจากพูดคุยกันสักพัน เซียวหมิงเยวี่ยก็พาพวกเขาไปยังห้อง ที่เตรียมไว้ให้ เวลานี้แม่เซียวกำลังทำงาน หาเวลาว่างไม่ได้ และยังลา หยุดยาก เธอจึงไม่ได้มาด้วย
“อยู่ชั้นสามห้องหนึ่ง และชั้นสี่อีกห้องหนึ่งค่ะ เราซึ่งซื้อไว้ก่อนน ้า ท่วมแล้ว ชั้นสามสำหรับครอบครัวลุงรอง ส่วนชั้นสี่สำหรับครอบครัว ลุงใหญ่ ภายในห้องมีของใช้ครบครัน พวกเราทำความสะอาดคร่าว ๆ แล้วค่ะ และแม่ยังซื้อของเพิ่มอีกเยอะเลย พวกผ้าห่มและเครื่องนอน ต่าง ๆ ผ่านเครื่องอบผ้ามาแล้ว ไม่มีเชื้อรา คืนนี้พวกลุงนอนได้อย่าง สบายใจเลยค่ะ”
“น ้าประปาในชุมชนกลับมาไหลแล้ว แต่ต้องต้มให้เดือดก่อนดื่ม ไฟฟ้ามีให้บริการวันละหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลาบ่ายสี่โมงถึงห้าโมง เย็น”
“ช่วงนี้สามารถใช้แอร์ไล่ความชื้นได้ หนูเติมเงินค่าไฟไว้ 5,000 หยวน น่าจะพอใช้สักระยะหนึ่ง เดี๋ยวหนูเอาถุงดูดความชื้นมาให้สอง ลัง เท่านี้ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ”
“พวกลุงเข้าไปเก็บของก่อนเลยก็ได้ เก็บเสร็จแล้วค่อยไปที่บ้าน เพื่อกินข้าวเย็นด้วยกัน ตอนเย็นพ่อของหนูลาหยุดและจะกลับมากิน ข้าวด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดพลางเดินนำหน้า เมื่อหันกลับมา ก็เห็นว่าทุก คนกำลังมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ราวกับได้เห็น พระโพธิสัตว์
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอึดอัดขึ้นมา “ทำไมมองมาที่หนูแบบนั้นล่ะ คะ?”
ลุงรองยังไม่เท่าไหร่ แต่ลุงใหญ่ซึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคนเกือบจะ กลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่
“หมิงเยวี่ยหลาน หลานสาวของลุง…”
“หยุดเลยค่ะ อย่ามาพูดเรื่องเลี่ยน ๆ นะ รีบขึ้นไปดูกันเถอะ” หาก ขืนให้เขาพูดต่อคงได้ขนลุกซู่ทั้งตัว
ลุงใหญ่ชะงักกะทันหัน และหยุดพูดทันที
หลังจากพาลุงรองและครอบครัวไปดูห้อง พวกเขาก็เริ่มขน กระเป๋าเข้าไปข้างใน จากนั้นเซียวหมิงเยวี่ยก็พาลุงใหญ่และ ครอบครัวของเขาขึ้นไปที่ห้อง 402
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ทุกคนก็เห็นรอยเลือดจาง ๆ บนผนัง
“มีรอยเลือดได้ยังไง เจ้าของเก่าฆ่าไก่ในห้องนั่งเล่นเหรอ? ไม่ น่าดูเอาเสียเลย” ป้าสะใภ้พูดขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยกระแอมด้วยความลำบากใจ เธอควรจะบอกดีไหม ว่านี่คือเลือดคน และเพิ่งเกิดสด ๆ ร้อน ๆ
เจี่ยงจ้วงจ้องมองผนัง ก่อนจะหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ยและพูด เล่น ๆ ว่า
“พี่ครับ ที่นี่เหมือนที่เกิดเหตุฆาตกรรมเลยนะ บนพื้นน่าจะมี เลือดด้วย ถ้ามีศพอีกสัก 2-3 ศพนี่ยิ่งเหมือนเลย”
ทันทีที่เจี่ยงจ้วงพูดจบ พวกเขาทุกคนพลันหวนนึกถึงวีรกรรมอัน เก่งกาจของเซียวหมิงเยวี่ย และตกตะลึงไปชั่วขณะ
ป้าสะใภ้รู้สึกถึงขาที่เริ่มอ่อนแรง “นี่ไม่จริงใช่ไหม…”
ดวงตาเจี่ยงจ้วงเปล่งประกายด้วยความชื่นชมทันที
“พี่โคตรเจ๋งเลย! พี่เพิ่งฆ่าคนเลวอีกแล้วใช่ไหม? บอกความจริง ผมที นะ ๆ ๆ พี่บอกผมนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยผายมืออย่างช่วยไม่ได้ และดีดหน้าผากของเจี่ย งจ้วง
“เป็นเด็กเป็นเล็กกลับมาสนใจเรื่องพวกนี้ นายมีความสุขนักหรือ ไง?”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยพูด ลุงใหญ่และป้าสะใภ้ก็หันมอง หน้ากัน นี่แสดงว่าเธอยอมรับใช่ไหม ที่เห็นนั่นเป็นเลือดมนุษย์จริง ๆ?
เจี่ยงจ้วงยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม “พวกคนเลวควรถูกฆ่าให้หมด ใครที่แข็งแกร่งกว่าสมควรได้เป็นนายใหญ่ งั้นผมขอประกาศเลยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพี่หมิงเยวี่ยคือไอดอลของผม! และผมจะเป็น ลูกน้องของพี่”
“ฝันไปเถอะ พวกขาใหญ่ชอบอยู่คนเดียว และไม่ต้องการลูกน้อง หรอก” เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธ
เจี่ยงจ้วงรู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “พี่คิดดูอีกทีได้ไหม ผม คอยช่วยเหลือพี่ได้นะ”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าคงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป สภาพความ ปลอดภัยของหมู่บ้านย ่าแย่ลงเรื่อย ๆ แม้จะบอกพวกเขาก็คงไม่มี ปัญหาอะไร เธอจึงเล่าที่มาของรอยเลือดให้ฟัง
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ป้าสะใภ้ก็สาปแช่ง
“สมน ้าหน้า พวกมันกล้ามาปล้นบ้านคนอื่น ไร้ยางอายชะมัด”
พวกเขาชื่นชมเซียวหมิงเยวี่ยมากยิ่งขึ้น เธอแข็งแกร่งมากจน สามารถฆ่าชายที่แข็งแกร่งสามคนได้เพียงลำพัง
เป็นไปได้ไหมว่ายีนของตระกูลเจี่ยงได้กลายพันธุ์ไปแล้ว?