ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 112 หนอนฟันแพร่ระบาด
ในช่วงเวลานี้ ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ได้รับการอพยพและจัดสรรที่
พักพิงแล้ว ระดับน ้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และไหลบ่าเข้าท่วมเมืองเผิงจิ งอย่างรุนแรง
ในที่สุดคำพูดของผู้เชี่ยวชาญก็ได้รับการยืนยัน ใจกลางเมือง ถูกน ้าท่วมจนมิด เหลือเพียงเขตเมืองทางทิศใต้ที่รอดพ้นจากภัย พิบัติและกลายเป็นที่พักพิงของผู้รอดชีวิต
ทุกคนต่างดีใจที่เชื่อฟังรัฐบาลและอพยพมายังที่ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นคงกลายเป็นวิญญาณใต้บาดาลไปแล้ว
ชุมชนฮว๋าฮั่นเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด แทบจะมีผู้คนทุกตรอก ซอกซอย แม้แต่ชั้นใต้ดินก็มีผู้คนอาศัยอยู่หลายหมื่นคน เซียวหมิง เยวี่ยรู้สึกว่าอากาศในชุมชนเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหมือนจะเงียบสงบ ประชากรหนอนฟัน ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากจนน่าตกใจ พวกมันชอบความชื้นและเย็น แล้วยังสามารถดำรงชีวิตได้ทั้งในน ้าและบนบก
บนถนนสองข้างและในซอกหลืบต่าง ๆ มักจะเห็นพวกมันอยู่ เสมอ ยิ่งในน ้ายิ่งมีจำนวนมาก หากไม่ระวังให้ดี พวกมันอาจจะกัด คุณได้พร้อมสร้างบาดแผลเป็นรอยฟัน
ผู้คนจึงไม่กล้าใส่รองเท้าแตะออกไปข้างนอก เพราะกลัวว่าจะถูก มันกัด อีกทั้งเวลาสวมรองเท้าที่ปิดมิดชิดจะช่วยให้สามารถเตะมัน ออกไปไกล ๆ เด็กหลายคนยังเล่นแข่งกันเหยียบหนอนฟันอีกด้วย
เหยียบทีละตัว ๆ จนเนื้อขาวแตกกระจายดูน่าขยะแขยง
เนื่องด้วยสภาพสุขาภิบาลที่จำกัด ประกอบกับมีเหตุการณ์ ทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นเสียชีวิตบ่อยครั้ง ตำรวจจึงใช้ประโยชน์จาก ความสามารถในการย่อยสลายอันทรงพลังของหนอนฟัน พวกเขา ขุดหลุมขนาดใหญ่แล้วเติมหนอนฟันลงไป เมื่อมีศพถูกนำมาทิ้ง หนอนฟันทั้งบ่อจะจัดการกับศพนั้นได้อย่างรวดเร็ว
วิธีนี้สามารถกำจัดศพอย่างยอดเยี่ยม ไร้ร่องรอย และไม่เหลือ แม้แต่เส้นผม
มันเป็นวิธีที่ฉลาดมาก ประหยัดเวลาและความยุ่งยากในการทิ้ง ศพ ป้องกันไม่ให้ศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น เซียวหมิงเยวี่ยเห็นด้วย กับความคิดนี้ เธอเคยโชคดีได้เห็นวิธีนี้ด้วยตัวเอง แต่มันค่อนข้างน่า กลัว ถึงขนาดที่เธอฝันร้ายตอนกลางคืนเลยทีเดียว
เนื่องจากทุกอาคารมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น พวกเขาจึงสร้าง กลุ่มแชตต่าง ๆ ขึ้นมา เช่น กลุ่มประจำอาคาร กลุ่มประจำห้อง แต่ กลุ่มเดิมของชุมชนยังคงมีการใช้งานอยู่
บางทีอาจเป็นเพราะรู้สึกเหมือนถูกบุกรุกจากคนนอก ทำให้คน ในกลุ่มชุมชนมีความเป็นน ้าหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น และ
ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ พวกเขามักจะบ่นเกี่ยวกับ ผู้ประสบภัยในกลุ่มเสมอ
บางคนถึงขนาดภาคภูมิใจและหยิ่งยโสในฐานะผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม รวมไปถึงอารมณ์ต่อต้านคนนอกที่เข้ามาใหม่
[สี่คนครอบครัวสุขสันต์] : แทบทนไม่ไหวแล้ว ชายหญิงที่อยู่ใน ห้องข้าง ๆ มีเพศสัมพันธ์กันตอนกลางคืน ผู้หญิงร้องเสียงดังมาก ไร้ ยางอายที่สุด ทั้งที่มีเด็กอยู่ในบ้านด้วยนะ หน้าไม่อายจริง ๆ
[สี่คนครอบครัวสุขสันต์] : และพวกเขาเองก็มีลูก กล้าทำแบบนี้
ต่อหน้าลูกได้ยังไง คิดบ้าอะไรอยู่ มันอดอยากขนาดนั้นเลยหรือไง ฉันละไม่เข้าใจจริง ๆ!
[อดีตก็เหมือนควัน] : ของคุณยังดีนะ คู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ใน ห้องโถงบ้านฉันเปลี่ยนที่มีเซ็กซ์ทุกวันและร้องเสียงดังไม่ยอมหยุด พ่ออายุ 80 ของฉันต้องทนฟังทุกวัน มันทำให้ฉันโกรธมากจนกัด ปากเป็นแผลไปหมด
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : โห อะไรจะขนาดนั้น โชคดีที่บ้านฉันมี แต่สาว ๆ น่ารัก นิสัยดี พวกเราเข้ากันได้ดีและสนิทกันมาก
[อดีตก็เหมือนควัน] : พวกเขาทำได้ทุกอย่างแบบที่คุณนึกไม่ถึง เลยละ ไม่รู้ว่าเป็นพวกโรคจิตมาจากไหน ตอนนี้ฉันเพิกเฉยต่อพวก เขาโดยสมบูรณ์ ไม่อยากจะมองให้เสียสายตา
[สี่คนครอบครัวสุขสันต์] : ฉันเสียใจมาก ตอนนั้นทำไมถึงทน ไม่ได้กันนะ ก็แค่เพื่อข้าวสาร 10 กิโลกรัมและซี่โครงหมูตุ๋นมันฝรั่ง หนึ่งชาม ฉันกลับหลงกลผู้จัดการซูเต็ม ๆ และยอมให้พวกคนไร้ คุณภาพเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน ตอนนี้ฉันแทบจะป่วยเป็นโรค ซึมเศร้าแล้ว
[ผู้จัดการซู] : อะแฮ่ม ผมยังอยู่ในกลุ่มอยู่นะ
[สี่คนครอบครัวสุขสันต์] : ผู้จัดการซู คุณช่วยออกประกาศห้าม มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม พวกเขาไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าเกิดท้องขึ้นมา เด็กจะมีชีวิตอยู่อย่างไร แค่การคลอดก็เป็นปัญหาแล้ว คนสมัยนี้ไม่มี ความรับผิดชอบอะไรเลย คิดถึงแค่ความสนุกของตัวเอง
[ผู้จัดการซู] : …ผมควบคุมเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ
[ลมพัดเย็นก้น] : พี่สาวชั้นบนยังเป็นคู่ชายหญิง แต่คนที่มาอยู่ บ้านของผมเป็นเกย์! ผมยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่อาศัยอยู่ตาม ลำพัง แต่เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักสามารถตรวจสอบได้ไหมว่า ทำไม เกย์ถึงถูกจัดสรรมาอยู่บ้านผมด้วย? พูดตรง ๆ เลยนะ มันน่า ขยะแขยงจริง ๆ
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงทนกับพวก ผู้ประสบภัยไม่ไหว ผมเองก็แทบทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน คนที่อาศัย อยู่ที่บ้านผมมาจากชนบทแน่ ๆ ทั้งใจแคบ ขี้เหนียว และยังทะเลาะกัน ไม่เว้นวันแค่เรื่องเล็กน้อย น่ารำคาญสุด ๆ จนข่มตานอนไม่ได้เลย
[เตะหนอนอ้วนตัวใหญ่ทีละตัว] : ทะเลาะกันไม่เท่าไหร่ บ้านฉัน เมื่อวานนี้ถึงขั้นตีกันเลย แค่เรื่องแย่งปลั๊กไฟชาร์จโทรศัพท์ ไม่เล่น มือถือสักพักจะตายรึไง
[ด่วนจี๋ตามคำสั่ง] : อืม บ้านฉันก็เหมือนกัน วุ่นวายน่ารำคาญ ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาชุมชนเราด้วย! น่าเบื่อจริง ๆ เมื่อไหร่น ้าจะลด คน พวกนี้จะได้รีบกลับไปบ้านตัวเองซะที
[ดั่งความฝัน] : งั้นพวกคุณคงโชคร้ายที่เจอแต่คนไม่ดี บ้านฉัน คนที่มาอยู่ก็โอเคนะ ตอนนี้ก็อยู่กันดี ๆ ไม่มีปัญหาอะไร ยามเผชิญ กับภัยพิบัติแบบนี้ ทำไมต้องทะเลาะกันเองด้วย เราควรช่วยเหลือกัน คนละไม้คนละมือ และผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน
[บุปผาขาวดอกน้อย] : เธอก็พูดง่ายนะ ลองมาอยู่กับคู่รักที่
ทะเลาะกันทุกวันสิ พวกนั้นแทบจะพังข้าวของในบ้านเสียหาย หมดแล้ว ไอ้พวกคนป่าเถื่อน
…
สมาชิกในกลุ่มยังคงบ่นกันไม่หยุด มีทั้งเรื่องจริงจังและเรื่องตลก ปนกันไป เซียวหมิงเยวี่ยชอบอ่านข้อความในกลุ่มมาก เพราะเดี๋ยวนี้
ไม่มีข่าวบันเทิงให้ดูแล้ว การอ่านข้อความในกลุ่มก็ถือว่าเป็นการ ผ่อนคลายความเครียดได้ดีทีเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยเอนกายนอนบนเตียง กัดกินลูกแพร์หวานฉ ่า อย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่สายตาจดจ่ออยู่กับข้อความในกลุ่ม
ฟู่กุ้ยนอนอยู่บนพื้นและแอบดูเจ้านาย มันต้องการขึ้นไปนอนบน เตียงด้วยแต่ก็ไม่กล้า จึงทำได้เพียงดึงดูดความสนใจของเซียวหมิง เยวี่ยด้วยการใช้เล็บขูดพื้นเพื่อส่งเสียงเสียดสี
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันมอง “ห้ามขยับ”
ฟู่กุ้ยทรุดตัวลงเหยียดขาออกด้วยความหงุดหงิด มันเอียงศีรษะ ไปอีกทางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
ลุงใหญ่จัดการห้องนอนสำรองในห้อง 402 ให้กลายเป็นฟาร์ม เห็ด ตอนนี้เห็ดมีเยอะจนกินไม่ทัน ครอบครัวกินเห็ดทุกมื้อ ขณะที่
คุณยายพยายามสรรหาวิธีทำใหม่ ๆ ไม่ว่าจะทั้งแบบทอด ต้ม ผัด เซียวหมิงเยวี่ยกินอาหารเหล่านี้ทุกวันจนแทบอ้วกออกมา
ด้วยจำนวนประชากรในหมู่บ้านที่เพิ่มสูงขึ้น การพึ่งพาเหมย หม่านซูเปอร์มาร์เก็ตในการจัดหาอาหารไม่เพียงพออีกต่อไป ทาง ชุมชนจึงสร้างเพิงในพื้นที่เปิดโล่งด้านล่างแต่ละอาคารเพื่อแจกจ่าย อาหารให้กับทุกคน
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ผู้จัดการซูแจ้งกฎเกณฑ์การรับ อาหาร โดยแต่ละคนสามารถรับได้เพียง 1 มื้อต่อวัน และเวลา รับประทานอาหารในแต่ละอาคารจะแตกต่างกัน
เมื่อมีจุดแจกอาหารเพิ่ม ย่อมต้องการกำลังคนมากขึ้นด้วย แม่ เซียวเข้าไปช่วยเหลืองานบางอย่าง เธอจัดการให้ป้าสะใภ้ใหญ่และ
ป้าสะใภ้รองช่วยแจกจ่ายอาหารแก่ผู้คน นี่ถือเป็นการหาอะไรให้พวก เธอทำในยามว่าง และยังมีสวัสดิการจากงานให้ด้วย
ป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองรู้สึกขอบคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะ ได้รับสวัสดิการอะไรมาก็ตาม พวกเธอมักนำมาให้ครอบครัวของ เซียวหมิงเยวี่ยบ่อยครั้ง ทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวใหญ่ดีขึ้น กว่าแต่ก่อนมาก
ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ยิ่งเมื่อในยามทุกข์ยากก็ยิ่งได้เห็นมิตร แท้ง่ายขึ้น
จู่ ๆ ผู้จัดการซูก็ส่งข้อความเข้ามาในกลุ่มชุมชน…
[ผู้จัดการซู] : ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชา เนื่องจากมี การแพร่กระจายของหนอนฟันจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือจาก ทุกคน หาตาข่ายดักยุงที่ไม่ได้ใช้งาน ออกไปจับหนอนฟัน 10 ชั่ง เพื่อแลกกับมันเทศ 1 หัว
[ผกาบานมั่งคั่ง] : เดี๋ยวนะ ทำไมฉันถึงมีลางสังหรณ์ไม่ดี คล้าย ๆ กับตอนจับยุงครั้งที่แล้วเลยล่ะ?
[นักรบยามค ่าคืน] : คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ หนอนฟันพวกนั้น น่าขยะแขยงจะตายไป ให้ตายก็ไม่กินมันเด็ดขาด!
…
หินก้อนหนึ่งก่อให้เกิดคลื่นนับพัน ประกาศจากผู้จัดการซูกลบ กระแสบ่นในทันที ทุกคนต่างก็ถกเถียงกันว่าทำไมถึงต้องจับหนอน ฟัน
เซียวหมิงเยวี่ยอยากจะบอกว่า คุณเดาถูกแล้วละ
อย่างไรก็ตามการกินหนอนฟันต้องผ่านการจัดการให้ดีก่อน ขั้น แรกให้ดึงหัวออก เนื่องจากปากของมันเต็มไปด้วยฟัน แล้วนำไม้มา รีดอวัยวะภายใน อุจจาระ และสิ่งปฏิกูลออกให้หมด จากนั้นจึงจะ นำมาทานได้
หนอนฟันตัวอ้วนอัดแน่นไปด้วยโปรตีน กินแค่สิบกว่าตัวก็ทำให้ ท้องอิ่ม นี่มันดีกว่าขนมไหว้พระจันทร์ยุงชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง?
ในชีวิตก่อนของเธอ เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปริมถนนเพื่อเก็บหนอน ฟันเวลาที่หิว หลังจากดึงหัวออกมาและเอาของสกปรกออกแล้ว เธอ ก็โยนพวกมันเข้าปากทีละตัว มันทำให้ท้องอิ่มก็ดีมากแค่ไหนแล้ว และไม่มีสิทธิ์จู้จี้จุกจิกเลือกกิน
ในประเทศจีน คุณสามารถกินทุกสิ่งอย่างจนสามารถกลายเป็น สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ได้
หนอนฟันกำลังจะกลายเป็นเมนูใหม่บนโต๊ะอาหารเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง เป็นผู้นำพาเทรนด์ใหม่แห่งวงการอาหาร