ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 115 ช่างโชคร้ายจริง ๆ คนที่เธอทำให้หมดสติคือหัวหน้า ตระกูลจี้
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 115 ช่างโชคร้ายจริง ๆ คนที่เธอทำให้หมดสติคือหัวหน้า ตระกูลจี้
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเดินไปตามทาง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนมี อะไรบางอย่างแข็ง ๆ กดทับที่ไหล่ จึงเอื้อมมือไปแตะ
โอ้โห ไอ้หนุ่มคนนี้พกปืนด้วยเหรอ แถมปืนพกนี้ดูประณีตมาก เลย!
เซียวหมิงเยวี่ยเล่นกับปืนสีเงินในมือ ปืนกระบอกนี้ไม่หนัก เล็ก และประณีต ดูแล้วไม่ใช่ของธรรมดา ซึ่งต่างจากปืนที่เธอเคยยึดได้ จากแก๊งมังกรดำโดยสิ้นเชิง
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ
“ฉันมาหาเว่ยจวินค่ะ”
ตำรวจที่ประตูมองเซียวหมิงเยวี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นชี้ไปยัง ชายบนบ่าของเธอแล้วถามว่า
“คุณเป็นใคร แล้วเขาเป็นใคร? คุณไม่รู้เหรอว่านี่คือสถานที่แบบ ไหน คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเด็ดขาด”
เซียวหมิงเยวี่ยขี้เกียจพูดเรื่องไร้สาระ “ฉันเพิ่งโทรหาเขาเมื่อกี้ ลองไปถามเขาดูสิ”
เจ้าหน้าที่รัฐบาลตั้งเต็นท์มากมายในพื้นที่โล่งใกล้ชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมากมายอาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อสักครู่เซียวหมิง
เยวี่ยโทรหาเว่ยจวินแล้ว และเว่ยจวินบอกให้เธอมาหาเขาที่นี่ เธอจึง มาตามคำบอก
ในตอนนี้ เลขานุการแต่งตัวสุภาพเดินออกมา “ตรวจค้นตัวเธอ และปล่อยให้เข้าไปได้”
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปด้านในเต็นท์ เธอก็เห็นโซฟาสองตัว และโต๊ะประชุมตรงกลาง โดยมีชายสามคนนั่งอยู่ข้างใน
ผู้ชายที่นั่งอยู่ถัดจากเว่ยจวินไว้ทรงผมสั้น ผิวสีเข้ม สวมกางเกง ลายพราง อายุไล่เลี่ยกับเว่ยจวิน ส่วนอีกคนอายุมากกว่า ดูเหมือน ชายอายุราว 50 ปี หน้าตาเคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้ม
เซียวหมิงเยวี่ยพูดตรงประเด็นว่า “ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ”
เมื่อเว่ยจวินเห็นว่าเธออุ้มผู้ชายคนหนึ่งมาด้วย เขาแทบจะโพล่ง ขึ้นมาทันที “เขาเป็นใคร ทำไมคุณถึงพาเขามาที่นี่ด้วย มีเรื่องอะไร จะพูดก็พูดได้เลยนะครับ นอกจากนี้ ที่บอกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง อันตรายถึงชีวิตก่อนหน้าคืออะไรครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยโยนชายคนนั้นลงพื้นและพูดด้วยน ้าเสียงที่น่าอึด อัดใจ
“ฉันอยากจะบอกกับคุณตามลำพังค่ะ”
เว่ยจวินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ พูดมาเถอะ นี่คือเพื่อน ร่วมรบของผมเองชื่อซ่งเวย เรียกเขาว่าหัวหน้าซ่งก็ได้ ส่วนท่านนี้คือ
ผู้กำกับเหยียนจากสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัด พวกเขาล้วนเป็นคน ที่ไว้ใจได้ และอาจจะช่วยคุณได้นะ”
เซียวหมิงเยวี่ยทักทายพวกเขา “สวัสดีค่ะหัวหน้าซ่ง สวัสดีค่ะผู้ กำกับเหยียน”
หลังจากทักทาย ภาพความทรงจำเกี่ยวกับทั้งสองคนก็เริ่ม กลับมา เซียวหมิงเยวี่ยมองหัวหน้าซ่งอย่างพินิจพิเคราะห์ ใบหน้า ของเขาดูคุ้นเคย
ในชีวิตก่อนของเธอ หัวหน้าซ่งนี่แหละที่พาทีมมาช่วยเธอไว้ เพียงแต่ว่าตอนนั้น บนใบหน้าของหัวหน้าซ่งมีรอยแผลเป็นน่ากลัว เต็มไปหมด
ตอนนั้นเซียวหมิงเยวี่ยเห็นก็ตกใจ ปรากฏว่าก่อนที่เขาจะได้รับ บาดเจ็บ หน้าตาของหัวหน้าซ่งดูคมเข้มแบบนี้นี่เอง และบาดแผลที่
น่ากลัวเหล่านั้นคงเกิดจากองค์กรลึกลับ
ส่วนผู้กำกับเหยียนจากสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัด ในชีวิต ก่อนชะตากรรมของเขาช่างน่าหดหู่…
เซียวหมิงเยวี่ยเคยได้ยินคนพูดถึงผู้กำกับเหยียนคร่าว ๆ ว่า เขา เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ถูกทรมานจนตาย แม้แต่ศพก็ยังหาไม่เจอ ภรรยาของเขาเสียใจมากจนฆ่าตัวตายตามไป
ดังนั้นพวกเขาจึงสมควรฟังเรื่องที่เธอกำลังจะเล่า
หัวหน้าซ่งขยิบตาให้เว่ยจวินและพูดติดตลก
“นี่คือผู้หญิงที่นายพูดถึงใช่ไหม? น่าสนใจดีนี่ เธอมีแววจะ ทำงานในสายนี้ได้ ระวังให้ดีล่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ เว่ยจวินเคยพูดถึงเธอให้เพื่อน ร่วมงานฟังด้วยเหรอ?
เว่ยจวินกระแอมในลำคออย่างอึดอัด “มานั่งนี่สิครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยถอดเสื้อกันฝนออกและนั่งลงบนโซฟา เธอเรียบ เรียงความคิดแล้วเล่าเรื่องราวที่พบเจอบนภูเขาเมื่อสักครู่ให้ฟังอย่าง คร่าว ๆ
โดยเฉพาะคำพูดของพวกมันที่ขู่จะเอาคืนตำรวจ
ยิ่งรับฟังเรื่องราวมากเท่าไหร่ เว่ยจวินและหัวหน้าซ่งก็แสดงสี หน้าตึงเครียดมากขึ้น “หัวหน้าของมันชื่ออะไร?”
“ฉันได้ยินคนเรียกเขาว่าพี่เหมิ่ง”
ผู้กำกับเหยียนที่เงียบอยู่ตลอดพลันพูดขึ้นว่า “ที่แท้ก็เหลยเหมิ่ง เป็นเขานี่เอง เขามาถึงเมืองเผิงจิงเร็วมากจริง ๆ”
เว่ยจวินขมวดคิ้วมุ่น “เรากำลังพูดถึงเรื่องนี้อยู่พอดี ตอนไป ปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองซีเฉิงครั้งก่อนก็บังเอิญเจอกับพวกมัน ไอ้หนุ่มคน นี้มีเรื่องกับตำรวจ ฉันจึงยิงเขาไปหนึ่งนัด เขาเป็นคนโหดเหี้ยมและ พยาบาทมาก การที่มันถ่อมาถึงที่นี่ก็เพื่อแก้แค้นเราอย่างแน่นอน”
“ฉันได้ยินชื่อของคุณ เลยตัดสินใจมาหา พวกมันบอกว่า… บอก ว่า…” เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถพูดจนจบประโยค
เว่ยจวินหัวเราะเบา ๆ “จะทรมานผมจนตายงั้นเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย
หัวหน้าซ่งจิบน ้าแล้วพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “กระสุนนัดนั้นยิงเข้า ไหล่ของเขา ซึ่งทำให้กระดูกและเส้นเอ็นบาดเจ็บ เขาบอกว่าจะรอจน ร่างกายฟื้นฟูดีก่อนค่อยลงมือ งั้นก็อาจต้องใช้เวลาอีกราวสองเดือน”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก “พวกมันเป็นองค์กรก่อการร้าย เรา ลงมือจัดการพวกมันก่อนไม่ได้เหรอคะ?”
หัวหน้าซ่งวางแก้วน ้าลง และพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เธอเป็น แค่เด็กสาว คิดอะไรง่ายไปนะ พวกมันส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารรับจ้าง เคยผ่านสมรภูมิมาโชกโชนในต่างประเทศ มีประสบการณ์การต่อสู้ที่
โหดเหี้ยม
พวกมันฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น การทำงานเป็นทีมก็ไร้ที่ติ แถม ยังได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังนอกประเทศ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่
ใช้นั้นล ้าสมัย พวกเราไม่รู้แน่ชัดว่าพวกมันมีอาวุธอะไรบ้าง ซึ่งยากที่
จะต่อกร”
“อีกอย่างพวกมันเจ้าเล่ห์มาก มีโอกาสแทรกซึมอยู่ในกลุ่ม ประชาชน เปรียบเสมือนกระต่ายเจ้าเล่ห์ที่มีหลายโพรง มีผู้คนอาศัย อยู่อย่างแน่นหนาในทางใต้ของเมือง หากเกิดการปะทะขึ้น กองทัพมี
กฎระเบียบมากมายที่ต้องระวัง และคงไม่สามารถจัดการได้อย่าง เต็มที่ ในขณะที่พวกมันสามารถลงมือโดยไม่มีความกังวลใด ๆ น่า โมโหชะมัด!” หัวหน้าซ่งพูดด้วยความโมโห
เว่ยจวินรู้สึกหงุดหงิดเช่นกัน “พวกมันกำลังจะสังหารหมู่ เรา จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นจะปล่อยให้เกิดเรื่องร้ายกับ ประชาชนงั้นเหรอ?”
ผู้กำกับเหยียนมองไปที่เขา “เว่ยจวิน นายต้องรักษาอาการ บาดเจ็บให้หายดีก่อน นายไม่ได้เป็นตำรวจหรืออยู่ในกองทัพแล้ว เรื่องนี้เราจะหาวิธีจัดการเอง”
“ผู้กำกับครับ ผมเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งก่อน และผมก็เคยเป็น ทหารมาก่อน ผมไม่อยากทำแต่งานชุมชนแล้ว อยากกลับไปร่วมรบ กับพวกพ้อง…”
ผู้กำกับเหยียนปฏิเสธเสียงแข็ง “แต่นายยังบาดเจ็บอยู่! อีกอย่าง นายปลดประจำการมานานแล้ว ฉันสัญญากับลุงสามของนายไว้ว่า จะไม่ให้นายเสี่ยงอันตรายอีก ครั้งที่แล้วนายไม่ควรไปเมืองซีเฉิงเลย ด้วยซ ้า”
แม้เว่ยจวินจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรอีก เห็นได้ชัด ว่าเขาต้องเชื่อฟังผู้กำกับเหยียน
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ เธอแค่ทำ หน้าที่ส่งต่อข้อมูล การจัดการต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล และไม่ เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย
“ฉันแค่มาส่งข่าว ในเมื่อได้บอกไปทั้งหมดแล้ว คิดเสียว่าฉันไม่ ได้มาวันนี้ก็แล้วกันค่ะ และอย่าบอกว่าฉันเป็นคนพูดนะคะ” เซียวหมิง เยวี่ยพูดเสริม
หัวหน้าซ่งหัวเราะ “วางใจเถอะ เราจะเก็บเป็นความลับ ดูคุณ ระแวดระวังขนาดนี้ จะพูดว่าขี้ขลาดก็ไม่ใช่ เพราะคุณกล้าแอบฟังบท สนทนาของพวกมัน แล้วยังมาถึงที่นี่เพื่อบอกเรา แต่จะพูดว่าคุณ กล้าหาญก็ไม่เชิง เพราะยังคงระวังตัวขนาดนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยท่าทีสงบ “ฉันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่
พอจะดูแลตัวเองได้ แน่นอนว่าฉันต้องระวังตัว หากมีคนทรยศในหมู่ พวกคุณ พวกมันก็จะรู้ว่าฉันเป็นคนมาบอกเรื่องนี้”
เว่ยจวินรีบห้ามปราม และส่งสัญญาณให้เซียวหมิงเยวี่ยหยุดพูด เรื่องไร้สาระ “อย่าถือสาเธอเลยนะครับ เป็นแค่เด็กสาวไม่ประสีประสา พูดอะไรไม่คิด”
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึมของผู้กำกับเหยียน เขามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความประหลาดใจและชื่นชม
“เด็กคนนี้ไม่เลวเลย ฉลาดและมีไหวพริบกว่าคนหนุ่มสาวโง่ ๆ ในสำนักงานของเราบางคนเสียอีก”
เว่ยจวินฉุกนึกบางอย่างได้ จึงรีบถามเซียวหมิงเยวี่ย
“คุณถูกพวกมันจับได้หรือเปล่าครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันแอบซ่อนตัวอย่างดี ถ้าถูกจับ ได้ฉันคงไม่มีโอกาสรอดกลับมาบอกเรื่องนี้ แต่ระหว่างทางกลับ ฉัน บังเอิญเจอชายคนหนึ่งท่าทางแปลก ๆ และยังพกปืนด้วย ฉันคิดว่า พวกคุณน่าจะสอบปากคำเขาหน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปที่จี้เหวินซีซึ่งยังคงนอนอยู่บนพื้น
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาดูคุ้น ๆ”
หัวหน้าซ่งลุกขึ้นยืนและเดินไปหาชายคนนั้น ยิ่งมองดูก็ยิ่งรู้สึก คุ้นเคย เขาถอดหน้ากากของจี้เหวินซีออก เมื่อได้เห็นใบหน้าที่
ชัดเจน เขาก็แทบสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“เฮ้ย! นี่มันคุณจี้ไม่ใช่เหรอ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้กำกับเหยียนและเว่ยจวินก็รีบเข้าไปดูด้วย ความตกใจ
“ใช่จริงด้วย ทำไมเหวินซีถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ทั้งสามมองไปที่เซียวหมิงเยวี่ย หญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าว่าง เปล่า คิดในใจว่าแย่แล้ว คุณจี้ที่ว่าคือจี้เหวินซีใช่ไหม? นั่นมันหนึ่งใน ผู้มีอิทธิพลในเมืองเผิงจิงเลยนี่นา
ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย แม้จะใช้คำ ว่ามีอิทธิพลก็ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ ้า
เธอประสบปัญหาใหญ่แล้ว
“ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันไม่รู้จักเขา เขาทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ฉันก็เลย…”
เซียวหมิงเยวี่ยบ่นอยู่ในใจไม่รู้จบ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน แค่ บังเอิญเจอผู้มีอิทธิพลก็แย่แล้ว แต่เธอยังไปทำให้เขาหมดสติอีก โชคชะตากลั่นแกล้งเธอเกินไปแล้ว
หัวหน้าซ่งพยายามปลุกจี้เหวินซี แต่พอแตะที่ท้ายทอย เขาก็ร้อง อุทานว่า “แย่แล้ว รีบตามหมอเร็ว!”
“รีบตามหมอหลี่มาเร็วเข้า รีบ ๆ ไปเร็ว!”
ผู้กำกับเหยียนที่ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเมื่อได้ยินเกี่ยวกับองค์กร ลึกลับ ตอนนี้กลับแสดงท่าทางร้อนรน
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจจนเหงื่อตก จี้เหวินซีเขา… คงยังไม่ตายใช่ ไหม? หากมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เธอคงกลายเป็นคนบาปของเมือง เผิงจิงอย่างแน่นอน
อย่าเป็นอะไรเลยนะ ไม่งั้นเธอคงรู้สึกผิดจนตายก่อนที่จะถูก สอบสวนความจริง
เซียวหมิงเยวี่ยขยับเข้าหาเว่ยจวินเงียบ ๆ “คุณจี้เป็นคนยังไง เหรอคะ?”