ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 120 งานเลี้ยงรุ่น?
บ้านของหวังฟู่เฉียงเคยถูกปล้นครั้งหนึ่ง เขาจึงไม่สามารถหา ของขวัญดี ๆ เพื่อเป็นสินบน ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องไปอาศัยอยู่ในโรง จอดรถใต้ดิน
เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะคำพูด เพียงคำเดียวของพวกเขาสามารถกำหนดได้ว่าชีวิตของคุณจะดีหรือ เลวร้าย
ครั้งหนึ่งมีชายฉกรรจ์ทำให้เจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักร่างท้วมขุ่น เคือง โดยการเรียกเธอว่านางอ้วนโลภมาก ผลก็คือเจ้าหน้าที่ร่างท้วม คนนั้นขึ้นบัญชีดำเขาทันที ทำให้เขาไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่ได้รับการ แจกอาหาร
ในท้ายที่สุด เขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนอยู่นานและนำของขวัญมา ให้มากมาย กว่าจะตกลงเรื่องนี้ได้
ญาติพี่เขยเป็นเจ้าหน้าที่จัดสรรที่พักด้วยนี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่
พวกเขาจะใช้ชีวิตสุขสบายได้ขนาดนี้ ทำไมพวกเขาถึงโชคดีนักล่ะ?
ลุงใหญ่พูดขอบคุณ “น้องสี่ โชคดีจริง ๆ ที่เธออยู่ที่นี่”
สิ้นเสียง เขาหันไปจ้องมองหวังฟู่เฉียงและภรรยาที่อยู่บนพื้น โดยทำท่าทีกร่างใหญ่ข่มขู่ราวกับเป็นเสือที่อาศัยบารมีของราชัน
ใบหน้าของหวังฟู่เฉียงซีดเผือด เขายังคงไม่ยอมก้มหัวขอโทษ แม้จะถูกกดดัน ราวกับว่าการยอมรับผิดนั้นยากเย็นยิ่งกว่าการถูกฆ่า ตายเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด คนที่ผิดคือ พี่สาวของเขาต่างหาก
จางเฟิ่งยิ้มอย่างฝืน ๆ และคิดว่าเธอยังคงสามารถอ้อนวอนขอ ความเมตตาได้
“ที่แท้พวกพี่ก็เป็นญาติกับพนักงานจัดสรรนี่เอง ไม่แปลกใจเลย ที่ดูคุ้นเคยกันดี เมื่อกี้แค่เป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกเราทุกคนต่างก็เป็น ครอบครัวเดียวกันนี่…”
เจี่ยงจ้วงยืนเท้าสะเอว “ใครเป็นครอบครัวเดียวกับพวกคุณ!”
ใบหน้าของจางเฟิ่งดูน่าเกลียด แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มออกมา โดยคิด ว่าหากครอบครัวของเธอเกี่ยวข้องกับคนของรัฐบาล ชีวิตของพวก เขาคงจะง่ายขึ้นมาก
เธอพยายามส่งสายตาให้สามี ขอให้เขาขอโทษพี่สาวเพื่อ คลี่คลายเรื่องนี้ แต่หวังฟู่เฉียงกลับเมินเฉยและยังขุ่นเคืองอย่างหนัก
แม่เซียวกระแอมในลำคอ และขอให้พี่ชายอย่าทำกร่างเกินไป
“ขอเอาเรื่องจริงมาพูดกันต่อหน้าทุกคนเลยแล้วกัน จะได้ไม่มี ใครว่าฉันลำเอียงให้กับคนในครอบครัว ฉัน เจี่ยงชิงหว่าน ประพฤติ ดีและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง”
แม่เซียวหันไปมองหวังฟู่เฉียง “วันนี้คุณคือคนที่เริ่มสร้างปัญหา ลวนลามผู้หญิง การโดนทุบตีถือเป็นการลงโทษที่เบามากแล้ว นอกจากนั้น คุณยังพูดจาหยาบคาย บังคับให้พี่สาวแท้ ๆ เลี้ยงดู ตัวเอง เธอเป็นพี่สาวไม่ใช่แม่ มีกฎหมายข้อไหนที่ระบุว่าพี่สาวต้อง เลี้ยงดูน้องชายบ้าง?”
หวังฟู่เฉียงต้องการหักล้าง แต่เนื่องจากตัวตนของแม่เซียว เขา จึงไม่กล้าพูดและหดคอลงด้วยความไม่เต็มใจ
“อีกอย่าง พอคุณเห็นว่าพี่สาวปฏิเสธที่จะดูแลคุณ ใจคุณก็โกรธ เคืองและอยากให้เธอตายอย่างเดียวเลยหรือไง? คุณเอาแต่พูดว่าคุณ เป็นน้องชายของเธอ แล้วคุณทำตัวสมกับเป็นน้องชายแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าคุณต่างหากที่เลือดเย็นและเห็นแก่ตัว ต ่าช้าต ่าทรามจนเกิน จะแก้ไข”
เซียวหมิงเยวี่ยแอบปรบมือให้แม่เซียวเงียบ ๆ คำพูดพวกนั้นยอด เยี่ยมมาก
“สุดท้าย ถ้าคุณยังกล้าสร้างปัญหาอีก ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ช่วงนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมากเกินไป เราได้ช่วยตำรวจจัดการกับ คนพวกนั้น ถ้าคุณต้องการละก็…”
ใบหน้าหวังฟู่เฉียงซีดเซียวลง “ไม่ ฉันไม่อยากตาย ฉันไม่อยาก โดนหนอนฟันแทะกินร่างกาย พี่ช่วยผมด้วย!”
ในที่สุดเขาก็เริ่มหวาดกลัว
ป้าสะใภ้ใหญ่เพียงกลอกตาใส่เขาและไม่พูดสิ่งใด
แม่เซียวพ่นลมหายใจเย็นชา เธอเกลียดคนประเภทนี้เป็นพิเศษ เช่นเดียวกับครอบครัวของพ่อเซียว พวกเขาล้วนเป็นคนน่ารังเกียจ
สุดท้ายครอบครัวของหวังฟู่เฉียงก็ต้องเผ่นหนีไปด้วยความอับ อาย พวกเขาคงจะไม่กล้ากลับมาอีกแล้ว หรือถ้ากลับมาคงไม่กล้า อาละวาดเหมือนเมื่อก่อน และคงคิดหาวิธีใกล้ชิดกับครอบครัวลุง ใหญ่แทน
แม่เซียวพูดคุยกับลุงใหญ่และครอบครัวพวกเขาอีกสักพัก โดย บอกให้พวกเขาอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย อย่าสร้างปัญหา และ อย่าใช้ชื่อเสียงของเธอไปอวดอ้าง ลุงใหญ่ตกปากรับคำ เขารู้ดีว่า เรื่องนี้สำคัญแค่ไหน
เซียวหมิงเยวี่ยที่เป็นเพียงผู้ชมตัวยงข้างสนาม เมื่อไร้ความ บันเทิงใด ๆ ให้ชม เธอจึงกลับบ้าน ดูเหมือนว่าการส่งแม่ไปทำงานที่
ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จะเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก
ตอนนี้แม่ของเธอพูดจาและทำอะไรก็ดูมีอำนาจแบบข้าราชการ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ
หลังจากทุกคนแยกย้ายออกไป เซียวหมิงเยวี่ยแวะไปที่ภูเขา ด้านหลังและทำความสะอาดมูลสัตว์ในพื้นที่มิติ เมื่อลูกหมูโตขึ้นก็ เริ่มถ่ายมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันขับถ่ายกันเก่งมาก
เมื่อลูกหมู 36 ตัวนี้โตเต็มวัย ก็ถึงเวลาฆ่าแล้ว ถึงตอนนั้นเธอ จะต้องสร้างเพิงด้านหลังคอกหมู เข้าไปในนั้นด้วยมีดขาวสะอาด และ กลับออกมาด้วยมีดสีแดงฉาน เธอไม่เคยฆ่าหมูมาก่อน มันคงเป็น ฉากที่นองเลือดน่าดู
เลือดหมูไม่ควรปล่อยให้เสียของ เธอสามารถนำกะละมังมารอง เลือดหมูเพื่อนำไปขายได้ เพราะว่าเมนูต้มเลือดหมูกับเต้าหู้อร่อย มากจริง ๆ
ถึงเวลานั้น หมูในพื้นที่มิติจะมีจำนวนค่อนข้างมาก เธอจะเก็บไว้ เองส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะนำไปขายผ่านแอปพลิเคชันมูนฟาร์ม และทำเงินมากมายจากมัน
นับตั้งแต่มูนฟาร์มเปิดตัว เธอเก็บเหรียญปริศนาไว้จำนวนมาก แต่ร้านค้าปริศนายังคงเป็นสีเทา เธอจึงรอจนกว่าจะขายหมูรุ่นนี้
ออกไป บางทีร้านปริศนาอาจจะเปิดใช้งานได้เมื่อมีเหรียญปริศนา 20,000 เหรียญ
เซียวหมิงเยวี่ยแทบอดใจรอไม่ไหวแล้ว เธอรู้สึกตื่นเต้นและอยาก รู้อยากเห็นมากขึ้น
หลังจากจัดการกับมูลสัตว์เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็เดินกลับ บ้านอย่างสบายอารมณ์ ระหว่างทางผ่านบ้านหลังใหญ่ เธอเห็น บุคคลที่คุ้นเคยคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น
เธอเพ่งมองดูอย่างตั้งใจ ชายคนนั้นคือกู้หลงซีไม่ใช่เหรอ เขามา อยู่ที่นี่ได้ยังไง?
กู้หลงซีพูดคุยกับเพื่อนของเขาและเตรียมตัวจะออกเดินทาง พอดี เมื่อเขาเห็นเซียวหมิงเยวี่ย ดวงตาทั้งสองก็ทอประกายสดใส ยิ้ม กว้างและกางแขนตรงเข้ามาหาเธอ
“เพื่อนเซียวคนสวย ไม่ได้เจอกันนานเลย”
กู้หลงซีทำท่าเหมือนพวกผู้ชายเพลย์บอย ดูเหมือนว่าชีวิตเขาจะ ยังคงสุขสบายหลังจากเมืองใต้ดินล่มสลาย และไม่ได้รับผลกระทบ อะไรมาก
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่มีทางกอดเขา เธอใช้มือข้างหนึ่ง ผลักเขาออกไป กู้หลงซีไม่ได้ใส่ใจ และเพียงแปะมือเธอเสียงดัง
เซียวหมิงเยวี่ยทำหน้าไม่ถูกไปครู่หนึ่ง “…”
“นายมาทำอะไรที่นี่?” เธอถาม
“ฉันมาหาเพื่อนน่ะ นั่นไง เถ้าแก่น้อยหลิวคือเพื่อนสนิทของฉัน เอง เขาย้ายมาที่ชุมชนฮว๋าฮั่นหลังน ้าท่วม เธอเองก็คงย้ายมาที่นี่
เหมือนกันละสิ บางทีเธออาจจะเคยเจอเขาก็ได้”
คุณหลิวยิ้มและพยักหน้าให้เซียวหมิงเยวี่ย ก่อนจะหันหลังกลับ เข้าบ้าน
“งี้นี่เอง บังเอิญจังนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้บอกเขาว่าเธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านฮว๋าฮั่นอยู่ แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้ ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปก็ดี
“นายย้ายมาอยู่ทางใต้ของเมืองด้วยเหรอ? ฉันนึกว่าครอบครัว นายคงไม่ได้รับผลกระทบจากน ้าท่วมซะอีก ดูเหมือนจะยังใช้ชีวิตสุข สบายดีนี่”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองรถสปอร์ตสีดำที่เขาขับ มันดูเจ๋งมาก
“เธอก็ถามแปลก ๆ แน่นอนว่าฉันต้องย้ายมาอยู่ที่นี่สิ ไม่งั้นฉันก็ ต้องไปอยู่ใต้บาดาลแล้ว พูดถึงเรื่องนี้แล้วเจ็บใจชะมัด เมืองใต้ดิน เป็นสถานที่ที่ดีมาก แต่กลับถูกน ้าท่วมเสียอย่างนั้น”
“ครอบครัวของนายคงสูญเสียไปเยอะสินะ น่าเสียดายจริง ๆ”
“เสียดายอะไรล่ะ จริงอยู่ที่ตัวเลขบนบัญชีขึ้นว่าขาดทุน แต่เธอ ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาโกยเงินไปได้มากแค่ไหน เมืองใต้ดินดึงดูดผู้คน และทรัพยากรหายากมากมาย นั่นต่างหากที่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด คิดว่า พวกคนใหญ่คนโตพวกนั้นโง่เหรอ พวกเขาไม่ทำอะไรที่ขาดทุน หรอก”
เซียวหมิงเยวี่ยพอจะเข้าใจคร่าว ๆ “เป็นแบบนี้นี่เอง”
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกบในกะลา ไม่เข้าใจโลกของคนรวย
กู้หลงซียักไหล่ “ตาเฒ่าพวกนั้นยังคงคิดที่จะสร้างสถานที่คล้าย กับเมืองใต้ดินในทางตอนใต้ของเมือง น่าเสียดายที่นี่เป็นอาณาเขต
ของจี้เหวินซี พื้นที่บนยอดเขาทั้งหมดเป็นของจี้กรุ๊ป หากเราต้องการ สร้างมันจริง ๆ จี้กรุ๊ปจะต้องขอส่วนแบ่งจำนวนมาก ตาเฒ่าเหล่านั้น ไม่มีทางเต็มใจหรอก ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าพวกเขาเจรจาตกลงกันได้หรือ ยัง”
กู้หลงซีเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“จริงสิ! ฉันเกือบลืมไปเลย เธอจะมางานเลี้ยงรุ่นด้วยไหม?”
“งานเลี้ยงรุ่นอะไร?”
“พวกเราจัดงานเลี้ยงรวมตัวเพื่อนชั้นมัธยมปลายน่ะ หลายคน ย้ายมาอยู่แถวเมืองทางใต้แล้ว เพื่อน ๆ ในชั้นของเราส่วนใหญ่ก็มา เธอไม่ได้เข้าไปพูดอะไรในกลุ่มเลย ไม่เห็นข้อความเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างเฉยเมย “ฉันไม่มีเพื่อนตอนมัธยม ก็เลย ออก”
ทันใดนั้นกู้หลงซีก็เพิ่งนึกออก “เป็นเพราะเจียงฉุนกับจางต้าฉื อหรือเปล่า? มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว แค่ไม่ต้องสนใจพวกเขาตอน ที่เจอกันก็พอ”
เซียวหมิงเยวี่ยเคยมีความแค้นต่อทั้งสองคน แต่มันเป็นเรื่องใน อดีตจริง ๆ
หญิสาวหัวเราะเบา ๆ “นายนี่มีเวลาว่างจริงนะ จัดงานที่บ้าน พร้อมเชิญคนมากมายเพื่อกินดื่ม คงจะมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลย ใจป ้า เสียจริง”
กู้หลงซีทำท่ามีเลศนัย “ฉันแค่เป็นโฮสต์สถานที่จัดงาน แต่ไม่ได้ ออกค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร จำดาวโรงเรียนฉู่เสวียนได้หรือเปล่า เห็น ว่าเธอได้แฟนรวยมากเลยนะ
ไอ้หนุ่มคนนั้นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่มาจะเสียดายเอา นะ! อีกอย่างเพื่อนร่วมชั้นเราหลายคนก็ทำงานในระบบราชการ การ สร้างคอนเน็กชันไว้ก็มีประโยชน์ คิดว่าฉันจะทำอะไรที่เสียเปรียบกับ ตัวเองเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยถูกจุดประกายไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็น จำ ได้ว่าครอบครัวของฉู่เสวียนเป็นคนธรรมดา แฟนหนุ่มของเธอต้อง รวยล้นฟ้าขนาดไหนกันนะ?
กู้หลงซีเดาะลิ้น “เพื่อนเซียวคนสวย ตอบคำถามให้ชื่นใจหน่อย สิ ว่าเธอจะมาหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “ก็ได้ ฉันจะไป”