ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 124 แต่ละคนต่างมีเจตนาของตัวเอง
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
“ขอบคุณครับ/ค่ะคุณจู!”
“ดาวโรงเรียนของเรากับคุณจูช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบ หยก”
“ขอบคุณคุณจูสำหรับมื้ออาหารในงานเลี้ยงนะคะ ทุกคนต่างก็ เคารพคุณมากเลยค่ะ”
ฉู่เสวียนคล้องแขนแฟนหนุ่มพร้อมยิ้มหวานอย่างมีจริตจะก้าน จู เจ๋อมองดูทุกคนอย่างผิวเผิน ก่อนพูดเสียงเบา
“คนพวกนี้คือเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของคุณเหรอ? ทำไมถึงมี คนกระเตงลูกมาด้วย คนพวกนี้มันอะไรกัน ทั้งสกปรกและตัวเหม็น แต่ละคนล้วนโลภมากหวังกินอาหารมื้อเดียวจนหน้ามืดตามัว”
เขาไม่ค่อยได้พบปะกับคนทั่วไป เลยไม่รู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ ของคนธรรมดา และมองทุกคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
ฉู่เสวียนแย้มริมฝีปากสีแดง “ที่รักอย่าหงุดหงิดไปเลย พวกเขา มาที่นี่เพื่อขอทานอาหารมื้อเดียว อย่าไปสนใจเลยค่ะ”
กู้หลงซีสังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ยที่อยู่ด้านหลังฝูงชน เธอเป็นคน เดียวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลางมองดูความวุ่นวายกลางโถง ราวกับว่า เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเธอ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นทักทายและเดินเข้าไปหาเพื่อนสาว
“เพื่อนเซียวคนสวย เธอมาจริง ๆ ด้วย ฉันยังคิดอยู่เลยว่าเธอจะ มาหรือเปล่า กำลังจะส่งข้อความหาอยู่พอดี แยกตัวมานั่งคนเดียว แบบนี้คงจะเหงาแย่เลย”
เซียวหมิงเยวี่ยอมยิ้มให้เขา “ได้ฟังเรื่องซุบซิบมาเยอะเลยละ น่าสนใจทีเดียว”
กู้หลงซีดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ “ตอนแรกฉันยังคิดจะชวนเพื่อน มาร่วมสนุกด้วยกัน เพื่อนที่อยู่ชุมชนเดียวกับเธอนั่นแหละ แต่เขามี งานยุ่งมาก ไม่งั้นพวกเธอคงจะได้มาด้วยกัน…”
มีคนในฝูงชนพึมพำขึ้นว่า
“กู้หลงซีกับเซียวหมิงเยวี่ยดูสนิทกันมากเลยนะ ความสัมพันธ์ ของทั้งคู่ดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ฉันจำได้ว่าพ่อของเซียวหมิงเยวี่ยเปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ใช่ไหม? ภูมิหลังครอบครัวเธอธรรมดาจะตาย”
หนิวซินชี้ไปทางฉู่เสวียน “เธอก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง ผู้หญิง สวย ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร แค่ถ่างขาออก เงินก็ไหลมาเทมาแล้ว นี่มันโลกบ้าอะไรกันฟะ ชาติหน้าขอให้ได้เกิดเป็นผู้หญิงด้วยเถอะ”
“นายเบาเสียงลงหน่อย อย่าให้ใครได้ยินเชียว”
…
“มา ๆ ๆ ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเพื่อนของฉัน เซียวหมิงเยวี่ย เธอ เป็นคนใจป ้ามากทีเดียว ใช้จ่ายเหรียญทองราวกับผลิตได้เอง โอ๊ย…”
ก่อนที่กู้หลงซีจะพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยก็กระทุ้งศอกเข้าที่หน้า ท้องของเพื่อนชายเพื่อขัดจังหวะ ไม่มีใครที่ไหนเขาแนะนำความ ร ่ารวยของเพื่อนกันหรอก ช่างพูดมากเสียจริง
จูเจ๋อยิ้มมุมปากพร้อมส่งสายตาอย่างมีเลศนัย
“เรารู้จักกันแล้ว คุณหนูเซียว พบกันอีกแล้วนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “หัวหน้าจู บังเอิญจริง ๆ เลย ค่ะ”
กู้หลงซีมองไปที่จูเจ๋อ จากนั้นมองมาทางเซียวหมิงเยวี่ย เขาพูด ด้วยความประหลาดใจ
“รู้จักกันด้วยเหรอ แล้วไปเจอกันได้ยังไง?”
ฉู่เสวียนแปลกใจเช่นกัน ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นต่างก็สับสน คนอย่างเซียวหมิงเยวี่ยรู้จักบุคคลระดับนี้ได้อย่างไร?
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าจูเจ๋อเป็นใคร แต่อีกฝ่ายต้องไม่ใช่คนรวย ธรรมดา แต่เป็นคนรวยมาก ๆ ไม่งั้นเขาจะมีปัญญาเลี้ยงข้าวคน แปลกหน้ามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
ปัจจุบันอาหารราคาแพงมาก อาหารต่าง ๆ ที่กรมเกษตรกรรม ผลิตนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะซื้อได้เลย
จูเจ๋อยิ้มอย่างสุภาพ “พ่อของคุณเซียวทำงานในกรม เกษตรกรรม เป็นพนักงานดีเด่นของแผนกเรา เธอเคยไปที่กรม เกษตรกรรม และเราก็ได้พบกันครั้งหนึ่ง”
“เป็นแบบนี้นี่เอง” กู้หลงซีพูด
เหล่าเพื่อนร่วมชั้นต่างตกตะลึง พวกเขาอยากจะหันไปนินทากับ เพื่อนฝูง แต่ก็ไม่กล้าพูดเสียงดัง กรมเกษตรกรรม นั่นมันกรม เกษตรกรรมเลยนะ พ่อของเซียวหมิงเยวี่ยไปทำงานที่นั่นได้ยังไง?! ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะดูแตกต่างจากคนอื่น ดูเหมือนคนที่สามารถ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ต่างจากก่อนเกิดเหตุภัยพิบัติเลย
ดวงตาของหลิวคังเป็นประกาย สมแล้วที่เธอคือผู้หญิงที่เขา หมายปอง เป็นคนที่คู่ควรกับเขาจริง ๆ!
“เซียวหมิงเยวี่ยเหมือนจะเป็นลูกคนเดียวใช่ไหม?” หลิวคังถาม หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เสียงเบา
“อืม ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ” เธอตอบกลับ
หลิวคังยิ้มกว้าง เขาพึงพอใจมากกว่าเดิม เป็นลูกสาวคนเดียวก็ ยิ่งดี หลังจากแต่งงานกัน ทุกอย่างก็จะตกเป็นของเขา แต่ไม่รู้ว่าพ่อ ของเซียวหมิงเยวี่ยทำงานที่แผนกไหน เดี๋ยวต้องหาโอกาสถามดู
เขาจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับว่าที่พ่อตาไว้เยอะ ๆ
เจียงฉุนมองเซียวหมิงเยวี่ยจากด้านหลังฝูงชน ดวงตาทั้งสอง ปรากฏความอิจฉาริษยาอย่างชัดเจน ใบหน้าของเธอค่อย ๆ บิดเบี้ยว ด้วยความโกรธ ดูเหมือนว่าอดีตเพื่อนรักจะมีชีวิตเจริญรุ่งเรือง หลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายปี
ผลการเรียนสมัยมัธยมปลายของเซียวหมิงเยวี่ยยังสู้เธอไม่ได้ ด้วยซ ้า แล้วทำไมถึงได้มีชีวิตที่ดีขนาดนี้?
ดูสิว่าเซียวหมิงเยวี่ยแต่งตัวดูดีสะอาดสะอ้านแค่ไหน ถึงขนาด คบค้าสมาคมกับคนอย่างกู้หลงซี แถมเขายังแนะนำให้เธอรู้จักกับ แฟนหนุ่มของฉู่เสวียนด้วย
นี่มันอะไรกัน เกมสังคมของคนรวยงั้นเหรอ?
แล้วเธอล่ะเป็นอะไร ตัวประกอบ? หรือฉากพื้นหลัง?
เจียงฉุนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก อดีตคนเคยเท่าเทียมกัน แต่ ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยกลับมีชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เธอมัวแต่ยุ่งอยู่ กับการเลี้ยงลูก ไม่ยุติธรรมเลย ฉันเกลียดแก!
“หม่าม้า เจ็บ…”
เมื่อได้ยินเสียงร้องของลูกชาย เจียงฉุนจึงรู้ตัวว่าเธอออกแรงบีบ มือลูกแรงเกินไป จึงรีบคลายมือออก
จูเจ๋อยังคงไม่ยอมแพ้ต่อเซียวหมิงเยวี่ย แม้ว่าจะมีฉู่เสวียนอยู่ข้าง ๆ รวมถึงผู้หญิงที่รายล้อมรอบตัวหลายคน แต่ไม่มีใครเลยที่
เหมือนกับเซียวหมิงเยวี่ย ยิ่งเธอทำตัวเย็นชามากเท่าไหร่ จูเจ๋อก็ยิ่ง อยากได้เธอมากขึ้นเท่านั้น
“จริงด้วยสิ อย่าเรียกผมว่าหัวหน้าจูเลยครับ ตอนนี้ผมเป็นรอง หัวหน้าแผนก พ่อของผมย้ายผมไปที่แผนกงานธุรการ ซึ่งเป็นแผนก เดียวกับหม่าเย่าจู่ ตอนนี้ผมกลายเป็นหัวหน้าของเขาแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นเขาก็อยู่ในกำมือคุณ แล้ว โชคไม่ดีเลยนะ”
จูเจ๋อพอใจกับท่าทีของเซียวหมิงเยวี่ย จะมีอะไรดีไปกว่าการทำ ให้สาวสวยหัวเราะได้
ฉู่เสวียนเห็นแบบนั้นก็ร้อนรนจับมือเซียวหมิงเยวี่ย และพูดอย่าง สนิทสนมว่า
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หมิงเยวี่ยสวยขึ้นเยอะเลย มานั่งโต๊ะ เดียวกับพวกเราสิ อีกไม่นานเชฟก็เตรียมอาหารเสร็จและคงยกมา เสิร์ฟเร็ว ๆ นี้ พวกเรามาพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันดีกว่า”
เธอจะไม่เข้าใจจูเจ๋อได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าเพลย์บอยหนุ่มคน นี้กำลังหมายปองเพื่อนสาวตรงหน้า
จูเจ๋อมีดวงตาสีพีช ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยเสน่ห์ ใคร ๆ ก็รู้ ว่าเขามาจากครอบครัวร ่ารวย มีอำนาจ และมีผู้หญิงมากมายต่อแถว รอนับไม่ถ้วน เขาไม่เคยปฏิเสธใคร ใช้ชีวิตอย่างผู้ชายเสเพล
เขาเคยพูด ‘คำคม’ ไว้ว่า ฉันมีทั้งความรวยและหน้าตาดี ทำไม ต้องหยุดอยู่กับผู้หญิงคนเดียวด้วย?
จูเจ๋อเป็นผู้ชายเจ้าชู้ไก่แจ้ ฉู่เสวียนรู้ดีตั้งแต่แรก เธอไม่ได้โง่ พอที่จะไปพูดเรื่องความรักกับคนแบบนี้ ต่างคนต่างได้สิ่งที่ตัวเอง ต้องการ แม้จูเจ๋อจะเป็นเพลย์บอย แต่เขาก็ดีกับผู้หญิงมากจริง ๆ แล้วยังเปย์ให้ไม่อั้น
ตั้งแต่ฉู่เสวียนเกาะผู้ชายคนนี้ ชีวิตของเธอก็ดีขึ้นมาก ได้กิน ของอร่อย ดื่มน ้าอัดลม ครอบครัวของเธอก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเช่นกัน
จูเจ๋อเชยคางฉู่เสวียนอย่างเสน่หา เขาชอบผู้หญิงที่รู้จักเอาใจ
“ได้สิ”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม เธอไม่ต้องการนั่งร่วมโต๊ะกับ จางต้าฉือและคนอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นตัวที่เหม็นเปรี้ยวของพวก เขา แค่เห็นหน้าจางต้าฉือเธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว
แม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยและฉู่เสวียนจะเคยอยู่ชั้นเรียนเดียวกันมา ก่อน แต่พวกเธอไม่ได้สนิทกันนัก ฉู่เสวียนหยิ่งยโสด้วยรูปโฉมที่
งดงาม และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร การที่เธอกลับกลายเป็นคนร่าเริงและ กระตือรือร้นผิดหูผิดตาแบบนี้ ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยอึดอัดเล็กน้อย
จางต้าฉือเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มและพูดเสียงดัง
“เฮ้ยเจ้ากู้! กู้หลงซี นายยังจำฉันได้ไหม สมัยเรียนฉันเคยช่วย นายส่งการบ้านด้วยนะ ทำไมถึงแนะนำแค่เซียวหมิงเยวี่ย แต่ไม่ แนะนำฉันบ้างล่ะ? นายไม่เห็นหัวเพื่อนเก่าอย่างฉันแล้วหรือไง?”
หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มคนบ่นพึมพำ
“ไอ้บ้านั่น เสนอหน้าไปทำอะไรตรงนั้นเนี่ย?”
“ก็ไปทำให้ตัวเองขายขี้หน้าไง ฟังมันพูดก็ขำดีเหมือนกัน”
หญิงสาวอีกคนหนึ่งถามขึ้นว่า “เจียงฉุน ทำไมเธอไม่ไปห้าม สามีตัวเองหน่อยล่ะ?”
เจียงฉุนกลอกตาอย่างเย็นชา และไม่พูดอะไร
“หล่อนเป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำตัวหยิ่งไปได้? เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็ ท้องโตจนต้องลาออก แล้วยังมีหน้ามาทำตัวหยิ่งแบบนี้อีก…” หญิง สาวคนนั้นพูดจาเหน็บแนมทันที
จางต้าฉือลูบพุงและเดินตรงเข้าไปหาจูเจ๋อด้วยรอยยิ้ม ประจบประแจง
“เมื่อกี้ผมได้ยินหมดแล้วละ คุณทำงานอยู่ที่กรมเกษตรกรรมใช่ ไหม แล้วยังเป็นถึงรองหัวหน้าแผนกด้วย คุณคงจะมีเส้นสายเยอะ น่าดู งั้นช่วยรับรองผมเข้าทำงานในกรมเกษตรกรรมหน่อยสิ ถือว่า ช่วยเหลือเพื่อนเก่าของแฟนคุณ เรื่องแค่นี้ สำหรับคุณคงจะง่ายนิด เดียวใช่ไหม?”
เมื่อเห็นว่าจูเจ๋อไม่ตอบอะไร จางต้าฉือพูดต่อว่า
“ฉู่เสวียน แม่ดาวโรงเรียน! ช่วยพูดให้ฉันหน่อยสิ สมัยก่อนเรา เคยอยู่กลุ่มเดียวกันนะ”