ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 125 กินเลี้ยงอย่างตะกละตะกลาม!
กู้หลงซีหรี่ตาลง
“คุณชายจู นั่งลงก่อนสิครับ”
ขณะที่กล่าว เขาขยิบตาให้ฉู่เสวียน เพื่อขอให้เธอช่วยพาแฟน หนุ่มไปโต๊ะข้างหน้า
เนื่องจากมีเพื่อนร่วมชั้นมาร่วมงานจำนวนมาก โดยเพื่อนร่วม ชั้นส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมืองเผิงจิงและยังมีชีวิตอยู่เกือบครบทุกคน รวมกันแล้วประมาณ 40 กว่าคน บางคนก็พาคู่ครองมาด้วย ทำให้ คนยิ่งเยอะขึ้นไปอีก
ในห้องโถงใหญ่มีโต๊ะกลมสำหรับงานเลี้ยง 4 โต๊ะ โต๊ะที่อยู่ ด้านหน้าจะใหญ่กว่าและดูหรูหรากว่า ที่สำคัญคืออยู่ห่างจากโต๊ะ กลมที่เหลืออีก 3 โต๊ะ
โต๊ะนั้นถูกจองไว้สำหรับกู้หลงซีและคนสนิทของเขา คนที่นั่งโต๊ะ นั้นได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา
ฉู่เสวียนไหวพริบดี เธอรีบพูดว่า “จริงด้วยค่ะที่รัก พนักงานกำลัง จะเสิร์ฟอาหารแล้ว ไปนั่งกันเถอะค่ะ”
จูเจ๋อพูดอย่างสุภาพ “คุณกู้สุภาพเกินไปแล้ว เรียกผมว่าอาเจ๋อ เถอะครับ คุณเป็นเพื่อนของเสวียนเสวียน ซึ่งก็เหมือนเพื่อนของผม”
พูดจบหลายคนก็หันหลังเดินออกไป โดยไม่มีใครตอบจางต้าฉือ หรือแม้แต่สนใจเขา ราวกับเขาเป็นแค่อากาศธาตุ
ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียนมากมาย จางต้าฉือรู้สึกอับอาย เขา โกรธมากและตะโกนขึ้นทันที
“เฮ้ย ๆ ๆ พวกแกหมายความว่ายังไง? นี่ดูถูกฉันงั้นเหรอ!”
กู้หลงซีจ้องมองเขาอย่างเย็นชาพลางหัวเราะเยาะ
“รู้แล้วยังถามอีกเหรอ?”
จูเจ๋อไม่พูดอะไร เพียงมองจางต้าฉือด้วยหางตาราวกับกำลังมอง แมลงสาบน่าขยะแขยง จนอยากจะกระทืบให้ตายคาเท้า
เสียงหัวเราะดังลั่นโถง จางต้าฉือหน้าแดงก ่าด้วยความอับอายจน แทบพูดไม่ออก เขาพูดตะกุกตะกักว่า
“แกก็แค่มีเงินมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย มีอะไรให้อวดนัก แค่โชค ดีเกิดมาในตระกูลร ่ารวยเท่านั้นเอง”
กู้หลงซีไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนประเภทนี้ เขาโบกมือ
“ยาม ลากเขาออกไป”
จางต้าฉือถูกยามลากตัวไป เขาพยายามดิ้นรนอย่างหนัก โดย การกอดเก้าอี้ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยนะเว้ย! ฉันยังไม่ได้กินอาหารเลย ฉันเดินทางมาไกลก็ เพื่ออาหารในงานเลี้ยงนะ แกจะไล่ฉันออกไปแบบนี้ไม่ได้ ให้ฉันกิน เสร็จก่อนเดี๋ยวฉันออกไปเอง!”
หลังเห็นว่าเหตุการณ์วุ่นวาย เพื่อนร่วมชั้นที่มามุงดูต่างรีบเข้า มาห้ามปราม หัวหน้าชั้นพูดขึ้นว่า
“เราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ในที่สุดก็ได้กลับมาเจอกันอีก อย่าทะเลาะกันไปเลย อย่าทำลายบรรยากาศด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้เถอะนะ จางต้าฉือ ทำไมนายยังไม่รีบขอโทษอีก?”
“จริงด้วย ไหน ๆ ก็ได้กลับมาเจอกันแล้ว จะมาทะเลาะกันทำไม ใครไม่อยากเข้ากรมเกษตรกรรมบ้าง แต่นายไปขอร้องเขาแบบนั้น หน้าหนาเกินไปแล้วนะ”
“รีบขอโทษซะ มาอาละวาดในบ้านคนอื่นแบบนี้ น่าขายหน้า ชะมัด”
“พวกเราต่างก็อยากเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงนะ”
“อย่ามาทำให้พวกเราเสียเวลาแบบนี้ เจียงฉุน เธอไม่ห้ามสามี ตัวเองหน่อยหรือไง กอดเก้าอี้ไว้ไม่ยอมปล่อยแบบนี้ น่าขำจริง ๆ”
“…”
เสียงติติงยังคงดังไม่หยุดหย่อน จางต้าฉือรู้สึกโกรธเคือง แต่เมื่อ เห็นยามที่อยู่ด้านข้างเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะจุดประสงค์ที่
แท้จริงของเขาที่มางานเลี้ยงรุ่นก็เพื่อกินอาหารมื้อนี้
อาหารฟรี มีทั้งเนื้อสัตว์และผัก ใครไม่กินก็โง่แล้ว เขาไม่ได้กิน อาหารปกติแบบนี้มานานจนเกือบลืมไปแล้วว่ารสชาติเป็นอย่างไร
ขอแค่ได้กินสักจานก็พอแล้ว
ต่อให้ต้องตายในวันนี้ เขาก็ขอกินอาหารมื้อนี้ให้เสร็จก่อนตาย
เจียงฉุนรู้สึกอับอายเช่นกัน เธอเดินไปหาสามีแล้วพูดเบา ๆ ว่า
“ต้าฉือ ลุกขึ้นก่อนเถอะ พวกเราไปไหนไม่ได้หรอก เหลียงเหลี ยงต้องกินอะไรดี ๆ บ้าง…”
เพียะ!
จางต้าฉือตบหน้าของเธอ ซึ่งเสียงดังก้องห้องโถงจนทำให้ทุกคน ตกใจ
“นางชั่ว ใครบอกให้แกพูดมากกันฮะ นางผู้หญิงน่าเกลียดน่า ขยะแขยง แค่เห็นหน้าฉันก็ไม่อยากกินอะไรแล้ว จะไปตายที่ไหนก็ ไป!”
จางต้าฉือตวาดด้วยสีหน้าดุร้าย เขาไม่กล้าแม้แต่จะหาเรื่องกู้ หลงซี แล้วทำไมถึงกล้าทำร้ายภรรยาตัวเองแบบนี้?
ไม่นานแก้มของเจียงฉุนก็บวมเป่ง เธอยกมือปิดใบหน้าและไม่ กล้าเงยหน้าขึ้น เมื่อยืนอยู่กลางฝูงชนเช่นนี้ เธอรู้สึกอับอายอย่างยิ่ง
หญิงสาวหลายคนตกใจและพากันกระซิบกระซาบ
“จางต้าฉือกล้าทุบตีผู้หญิงจริง ๆ ด้วย เขาเป็นผู้ชายไร้ยางอาย ที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัว ฉันคิดว่าเจียงฉุนน่าสงสารเหมือนกัน นะ”
ผู้หญิงที่เพิ่งตอกหน้าเจียงฉุนพูดขึ้นว่า “สมน ้าหน้าแล้วละ จำ ไม่ได้เหรอว่าเมื่อก่อนหล่อนเคยเป็นยังไง หล่อนกับจางต้าฉือเป็น คู่สร้างคู่สมกันแล้ว เธออาจคิดว่าหล่อนน่าสงสาร แต่บางทีหล่อนอาจ กำลังมีความสุขก็ได้”
“สองคนนี้น่าสนใจจริง ๆ เธอดูเด็กคนนั้นสิ เขาดูตกใจมากเลย น่าสงสารจังเลยที่ต้องมีพ่อแบบนี้…”
หลังจากตบเจียงฉุน จางต้าฉือรู้สึกเหมือนได้ศักดิ์ศรีที่สูญเสียไป กลับคืนมา เขาจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย และพูดด้วยน ้าเสียง ที่ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติว่า
“เหล่ากู้ เมื่อกี้ฉันพูดจาไม่ดีเอง หลังกินเสร็จแล้วฉันจะไปเอง”
กู้หลงซีมองเขาด้วยความรังเกียจและเบือนหน้าไปอีกทาง โดย ไม่ต้องการพูดอะไรอีก
จางต้าฉือถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่ากู้หลงซีไม่ได้ ไล่ตนออกไป
“ทำไมอาหารถึงยังไม่มาเสิร์ฟอีก ฉันหิวจะตายแล้วเนี่ย”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก จนผู้ สังเกตการณ์ต้องพูดขึ้นว่า
“ทุกท่านกรุณานั่งลงด้วยครับ”
ฝูงชนจึงสลายตัว ทยอยหาที่นั่งเพื่อร่วมโต๊ะกับคนสนิท พูดคุย กันเรื่องจางต้าฉือและเจียงฉุน บางคนถึงกับสร้างกลุ่มแชตขึ้นพร้อม กับข้อความใหม่ที่ปรากฏขึ้นไม่หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูโทรศัพท์ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลี่ฉีดึงเธอเข้า ร่วมกลุ่มแชต ทุกคนกำลังพูดคุยอย่างสนุกปาก บอกว่าจางต้าฉือ เป็นพวกโรคจิต
มีคนพูดถึงพาวเวอร์พ้อยที่เซียวหมิงเยวี่ยเคยทำไว้ เพื่อนเก่ามา รวมตัวกัน เรื่องอื้อฉาวในอดีตยังคงสามารถจุดประกายการสนทนาที่
ร้อนแรงได้ ให้พูดซ ้าสักแปดร้อยรอบก็ไม่มีเบื่อ
เธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ และพบกับการจ้องมองของเจียงฉุน สายตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความซับซ้อนและแฝงไว้ด้วยความอับ อาย เซียวหมิงเยวี่ยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นและเบือนหน้าไปทางอื่น
“มานั่งนี่สิหมิงเยวี่ย เธอนั่งโต๊ะเดียวกับฉันนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยปล่อยให้ฉู่เสวียนดึงเธอไปโต๊ะกลมขนาดใหญ่ แถวหน้า
แม้ว่าโต๊ะจะใหญ่ แต่กลับมีคนร่วมโต๊ะไม่มาก ทั้งโต๊ะมีคน ทั้งหมด 9 คน ตรงข้ามเธอคือกู้หลงซี ถัดมาคือฉู่เสวียนและจูเจ๋อ รวมถึงสวี่ฮั่นและเพื่อนหญิงที่เขาพามาด้วย แล้วยังมีชายหนุ่มที่คุ้น หน้าคุ้นตากันอีกสามคน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมัธยมปลาย เช่นกัน พวกเขาทั้งหมดต่างก็มาจากครอบครัวที่ดี ซึ่งบ่งบอกได้จาก นิสัยที่พวกเขาแสดงออกมา
เพื่อนร่วมชั้นที่เหลือกระจายไปนั่งยังโต๊ะอีก 3 ตัว แม้จะดูแออัด ไปบ้าง แต่พวกเขาก็ประหม่าเกินกว่าจะขอมานั่งร่วมโต๊ะกับกู้หลงซี
จูเจ๋อพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟสองถึงสามประโยค จากนั้น พนักงานก็เริ่มยกอาหารมาเสิร์ฟมาที่โต๊ะ
มีทั้งชุดรวมเนื้อลา เกี๊ยวซ่าสี่สหาย เต้าหู้ภูเขาไฟ เป็ดปักกิ่ง ไก่ ตุ๋นน ้าแดง ผักผัดรวม ขาหมูเยอรมัน ไก่ต้มหม้อดิน กุ้งมังกรนึ่งซีอิ๊ว ขาว…
มีทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักมากมาย แม้แต่โต๊ะจีนระดับหรู โต๊ะละ 3,000 หยวนในโรงแรมห้าดาวในอดีตก็ยังไม่เสิร์ฟของดี ขนาดนี้
อาหารจานแล้วจานเล่าถูกวางบนโต๊ะ น ้าลายของเพื่อนร่วมชั้น เก่าแทบจะไหลออกมา ทุกคนหิวโหยเหมือนหมาป่า และละสายตา จากอาหารตรงหน้าไม่ได้เลย
โต๊ะมีระบบไฟฟ้า อาหารจะหมุนวนไปบนโต๊ะกลม ซึ่งทำให้ทุก คนน ้าลายสอยิ่งกว่าเดิม
“ฉันคงฝันไปแน่ ๆ นี่จะต้องเป็นความฝันแน่นอน” มือที่จับ ตะเกียบของหัวหน้าห้องสั่นเทา
บางคนถึงขั้นหลั่งน ้าตาออกมา “เนื้อ ฉันไม่ได้เห็นเนื้อมาเกือบ แปดร้อยปีแล้ว ฮือ ๆ ๆ ยังมีผักอีกด้วย ฉันไม่ได้กินผักมาเกือบแปด ร้อยปีแล้วเหมือนกัน ฮือ ๆ ๆ แถมมีกุ้งมังกรด้วย ฮึก ฮือ ๆ ๆ แม่จ๋า หนูไม่ได้กินกุ้งมังกรมากี่ชาติแล้ว…”
ทุกคนอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ โดยพยายามรักษา ภาพลักษณ์ที่ดี แต่ก็แทบจะอดทนไม่ไหวแล้ว เมื่อไหร่จะได้กินเนี่ย?
แต่เจ้าภาพยังไม่ได้พูดอะไรเลย จะลงมือชิงเปิดก่อนก็กระไรอยู่
จางต้าฉือใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวซ่าสี่สหายสองลูกขึ้นมาพร้อมพูด เสียงดัง
“กินกันสิ รอพระแสงอะไรอยู่เล่า! บริกร มีหมั่นโถวด้วยหรือ เปล่า?”