ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 126 เลียจานให้เกลี้ยง
พูดจบ จางต้าฉือก็ยัดเกี๊ยวซ่าสี่สหายอีกสองสามคำเข้าปากจน เต็ม สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างมาก
เมื่อเห็นจางต้าฉือลงมือกินอาหาร คนอื่น ๆ ก็ไม่รอช้า พวกเขา ต่างลงมือตักอาหารอย่างตะกละตะกลาม เคี้ยวไม่กี่คำก็รีบกลืนลง ท้องและรีบตักต่อ เพราะกลัวว่าอาหารบนโต๊ะจะถูกคนอื่นตักไปจน หมด
บนโต๊ะทั้งสามเต็มไปด้วยเสียงกระทบกันของชามและตะเกียบ รวมถึงเสียงกลืนอาหาร
“อย่าแย่งนะเว้ย อันนั้นฉันเห็นก่อน!”
“ขาหมูอันนี้เป็นของฉัน”
“เฮ้ย ๆ ๆ อย่าใช้มือจับสิวะ ล้างมือแล้วหรือยังเนี่ย?”
“จางต้าฉือ แกจะกินขาหมูคนเดียวหมดไม่ได้นะเว้ย เพื่อนร่วม ชั้นคนอื่นยังไม่ได้กินเลย แกไม่ละอายใจบ้างหรือไง?”
“โอ้โห นี่มันผีตะกละกลับชาติมาเกิดชัด ๆ”
“ของตรงหน้าฉันก็คือของของฉัน ถ้าแน่จริงก็มาแย่งไปสิ ถ้าแย่ง ไม่ได้ก็อย่ามาบ่น!”
จางต้าฉือทำตัวเหมือนโจร คอยปกป้องขาหมูไม่ให้ใครแตะต้อง พลางกินอย่างตะกละตะกลามจนน ้ามันไหลย้อยออกจากมุมปาก
หากใครกล้ามาแย่งอาหารตรงหน้าเขาจะรีบด่ากราด คนอื่นจึงไม่ กล้ามีเรื่องด้วย และหันไปกินอาหารจานอื่นแทน
เจียงฉุนล้วงถุงพลาสติกออกมาจากอกเสื้ออย่างเงียบ ๆ และคอย แต่ตักอาหารใส่ไม่หยุด จางต้าฉือมัวแต่กินจนอิ่มหนำสำราญ แล้วจะ มาสนใจแม่ลูกคู่นี้ได้อย่างไร?
เธอต้องเก็บอาหารดี ๆ ให้ลูกชายกิน เลี่ยงเลี่ยงมีรูปร่างผอมบาง เกือบเหมือนโครงกระดูกเดินได้ ซึ่งเกิดจากภาวะทุพโภชนาการ*[1]
ปกติแล้วงานเลี้ยงรุ่นควรเป็นการกินไปพูดคุยกันไป แต่กลับไม่มี ใครพูดเลย ต่างคนต่างก็รีบกินอย่างกับแข่งกัน
แม้แต่เพื่อนที่ปกติขี้อายก็ยังลุยตักอาหารอย่างไม่สนใจอะไร เพราะกลัวว่าถ้าชักช้าเดี๋ยวจะหมดซะก่อน เลยรีบตักใส่ชามตัวเองไว้
“อาหารจานนั้นของฉัน!”
“เฮ้ย อย่ามาแย่งสิวะ น ้าซุปหกเต็มโต๊ะแล้ว ไปให้พ้น!”
“ยังเหลือน ้าซุปอีกนิดหน่อย หอมน่ากินจริง ๆ”
บริกรยกขนมปังมาเสิร์ฟสามถาดใหญ่ แป๊บเดียวก็ถูกแย่งจน หมดเกลี้ยง อาหารบนโต๊ะก็ถูกกินจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
แค่เอาขนมปังจิ้มน ้าซุปกินก็อร่อยอย่าบอกใคร
คนที่ไม่ได้ขนมปังเกือบจะทะเลาะกัน คนที่แย่งขนมปังได้รีบเอา ไปซ่อนไว้ในอก เก็บไว้กินเองที่บ้านหรือเอาไปให้ญาติพี่น้องกิน
บริการยกของหวานมาเสิร์ฟอีก
“มีของหวานด้วย! เทมาให้ฉันชามหนึ่ง เร็ว ๆ เข้า”
“มีไข่อยู่ในของหวานด้วย”
“ฉันก็อยากกินของหวาน ทุกคนแบ่งกันสิ”
หนิวซินยกชามใหญ่ที่ใส่น ้าหวานมาและเทใส่ชามตัวเองด้วย ความลังเล ใจไม่อยากแบ่งให้ใคร แต่เพราะโดนคนอื่นด่า จึงต้องยอม แบ่งให้คนอื่นอย่างไม่เต็มใจ สุดท้ายเขาก็กินที่เหลือจนเกลี้ยงชาม
“ผลไม้มาแล้ว!”
บริกรยังไม่ทันวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ ก็ถูกผู้คนรอบข้างรุมแย่ง ผลไม้ในจานจนหมด ไม่ว่าจะแตงโม แคนตาลูป องุ่น กล้วย และ ผลไม้อื่น ๆ ถูกคว้าไปจนหมด เหลือเพียงน ้าผลไม้ไหลเยิ้มบนจาน
คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะพวกเขานั่งอยู่ ไกล จึงแย่งคนที่อยู่ใกล้กับบริกรไม่ทัน คนที่โมโหร้ายเริ่มโวยวาย ทำ ให้เกิดการแย่งชิงกันขึ้นจนชุลมุนวุ่นวาย
โต๊ะของกู้หลงซีแทบจะยังไม่มีใครแตะอาหารเลย แต่โต๊ะอื่น เกลี้ยงไปหมดแล้ว จานเปล่าเหมือนถูกขัดถูสะอาดเอี่ยมจนมองไม่ เห็นคราบน ้ามัน แสดงว่าพวกเขากินจนเกลี้ยงไม่ให้หลงเหลืออะไร
“พวกนั้น… อดอยากกันมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย? เสียมารยาทกัน จริง ๆ ไม่เคยเห็นอาหารกันหรือไง?”
จูเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น สายตาที่มองคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความ รังเกียจ
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ แกะเปลือกกุ้งมังกรในมือ “ก็มากกว่าหนึ่ง ปีแล้ว ตั้งแต่เกิดภัยแล้ง พวกเขาไม่เคยได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้เลยนี่
นา”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดมีคนกอดจานและเลียจนสะอาด น่า ขยะแขยงจริง ๆ” จูเจ๋อพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาอย่างเย็นชา เพราะเขาใช้ชีวิตอย่างสุข สบายและไม่เคยรู้จักความยากลำบาก จูเจ๋อเป็นลูกชายของ ผู้อำนวยการจูแห่งกรมเกษตรกรรม แม้ในวันสิ้นโลก เขาก็ไม่เคยต้อง อดอยาก ที่บ้านมีอาหารทะเลชั้นเลิศมากมาย ไม่เคยได้สัมผัสกับ ความยากลำบากของประชาชนคนธรรมดา
คนที่สามารถจัดโต๊ะเลี้ยงแบบหรูหราสี่โต๊ะนี้ แถมยังใจดีเลี้ยง อาหารคนแปลกหน้า ทั่วทั้งเมืองเผิงจิงจะมีสักกี่คนกันเชียว?
เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายของผู้อำนวยการจู
เหมือนกับกุ้งในมือเธอ ปกติแล้วเวลากินกุ้ง จะต้องแกะหัวและ เปลือกออกก่อน แต่บนจานของอีกสามโต๊ะนั้น ไม่มีแม้แต่เมล็ด พริกไทย ทุกอย่างที่กินได้ถูกกินจนหมด กุ้งถูกใส่ปากเคี้ยวและกลืน ลงไปโดยไม่คิดจะแกะเปลือกออกก่อนเลย
เพราะว่าพวกเขาต่างก็หิวโหย
กู้หลงซีจิบน ้าชาเล็กน้อย “ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกครับ มาคุยเรื่องของเรากันต่อดีกว่า สวี่ฮั่น เมื่อกี้พูดถึงไหนแล้วนะ?”
สวี่ฮั่นใช้มือจับแว่นให้เข้าที่ “เรื่องสร้างเมืองบันเทิงใหม่ จี้กรุ๊ป ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ ทางรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ พ่อของฉันบอกว่าต้อง เจรจาต่อรอง เพราะทางรัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงหน้าตาของจี้กรุ๊ปด้วย”
กู้หลงซีหัวเราะ “แบบนี้ตาเฒ่าเหล่านั้นคงจะร้อนรนน่าดู”
“จำเป็นต้องสร้างเมืองบันเทิงด้วยเหรอ รอให้น ้าลดลงแล้ว เมือง ใต้ดินก็น่าจะพอกลับมามีประโยชน์บ้าง เมืองใหม่ห่างไกลจากใจ กลางเมือง แถมต้องใช้เงินทุนและทรัพยากรมากกว่า มันจำเป็นจริง ๆ เหรอ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งตรงกลางตั้งคำถาม
กู้หลงซีอธิบาย “แน่นอนว่าจำเป็นต้องสร้าง นายคิดว่าทำไมก่อน เกิดภัยแล้ง จี้กรุ๊ปถึงกว้านซื้อที่ดินในทางใต้ของเมืองจำนวนมาก ถ้า ไม่ใช่เพราะภัยพิบัติธรรมชาติ ตอนนี้ทางใต้ของเมืองคงพัฒนาไป ไกลแล้ว ด้วยแผนของจี้กรุ๊ป ความเจริญรุ่งเรืองของละแวกนี้จึงไม่ ด้อยไปกว่าใจกลางเมืองเลย
พวกนั้นมองการณ์ไกล พื้นที่ทางใต้ของเมืองกว้างใหญ่ไพศาล ใครบ้างจะไม่อยากกินไขมันก้อนนี้? นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสร้างเมืองบันเทิง แต่เป็นเรื่องของใครจะได้กินส่วนแบ่งจากมันบ้าง ได้กินมากหรือน้อย ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เมืองบันเทิงจึงเป็นกุญแจสำคัญ”
ชายคนนั้นคิดตาม “เป็นแบบนี้นี่เอง”
จูเจ๋อยกยิ้มมุมปาก “คุณกู้พูดถูกครับ และอย่าลืมว่าจี้กรุ๊ปร ่ารวย ขึ้นได้จากอะไร นั่นก็คือการก่อสร้างยังไงล่ะ สำหรับคนอื่น การสร้าง เมืองบันเทิงต้องใช้ทั้งทรัพยากรคนทั้งเงินจำนวนมหาศาล แต่มันเป็น เรื่องง่ายดายสำหรับจี้กรุ๊ป
อีกอย่าง กรมเกษตรกรรมก็สร้างโดยเงินทุนของจี้กรุ๊ปทั้งหมด อาหารของคนงานก็ไม่ต้องห่วง คนสมัยนี้ขอแค่ได้กินอิ่ม จะให้ทำ อะไรก็ยอมหมด ค่าแรงก็ไม่ต้องจ่าย ถือว่าได้กำไรแบบสุด ๆ คุณชาย จี้ไม่มีทางยอมถอยง่ายดายแน่ ๆ…”
ทุกคนบนโต๊ะอาหารกำลังถกกันเรื่องสำคัญ เซียวหมิงเยวี่ยเพียง นั่งฟังเงียบ ๆ เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนธรรมดาสามัญ แบบเธอ เธอจึงแค่นั่งกินอาหารฟรีเงียบ ๆ คนเดียวก็พอ
อืม~ หมูกรอบอันนี้อร่อยจัง สมกับเป็นเชฟจากกรมเกษตรกรรม คราวที่แล้วไปกรมเกษตรกรรมไม่ได้ลองกินอะไร คราวนี้ถือว่าโชคดี จริง ๆ
จูเจ๋อสังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ยที่นั่งกินเงียบงัน พลางรู้สึกว่าเขา ช่างใจร้ายจริง ๆ เขาปล่อยให้สาวสวยนั่งกินคนเดียวได้อย่างไร?
“ว่าแต่คุณเซียวครับ คุณรู้หรือยังว่าพ่อของคุณกำลังจะได้รับ การเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าทีม” จูเจ๋อพูดด้วยรอยยิ้ม
เซียวหมิงเยวี่ยหันมองเขา “จริงเหรอคะ?”
“จริงครับ ตอนนี้ยังเป็นแค่ข่าวลือภายใน และยังไม่ได้ประกาศ อย่างเป็นทางการ แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน หลังกลับบ้านไป คุณ เตรียมฉลองกับครอบครัวได้เลย”
ปรากฏรอยยิ้มในดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ย “นับเป็นข่าวดีจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะรองผู้อำนวยการจู”
“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่แจ้งให้คุณทราบ พ่อของคุณมี ความสามารถที่โดดเด่นมาก” จูเจ๋อกล่าว
เซียวหมิงเยวี่ยอ้าปากคิดกล่าวคำ ทันใดนั้นเสียงตะโกนด้วย ความโกรธก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่ง
“บัดซบ! แกมันสารเลวจริง ๆ ไก่ทั้งตัวหายไปจากบนโต๊ะ ที่แท้ แกก็ซ่อนมันไว้ในกระเป๋า เอามันออกมาเดี๋ยวนี้!”
[1] ภาวะทุพโภชนาการ เป็น สภาวะของร่างกายที่เกิดจากการ ได้รับอาหารที่ไม่ครบถ้วน หรือมีปริมาณที่ไม่เหมาะกับความต้องการ ของร่างกาย