ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 127 เซียวหมิงเยวี่ย เธอแอบชอบฉันใช่ไหม
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 127 เซียวหมิงเยวี่ย เธอแอบชอบฉันใช่ไหม
เซียวหมิงเยวี่ยเดินตามเสียงเอะอะ และเห็นว่าเป็นจางต้าฉือ นี่
เขากำลังคิดจะทำอะไรอีก?
“เอาออกมา เอาไก่ออกมาเดี๋ยวนี้!” จางต้าฉือตะคอกด้วยความ โกรธ
คนที่ซ่อนไก่ไว้ชื่ออู๋อวิ้นคัง อดีตเด็กขี้แพ้ในชั้นเรียน เขาตัวเตี้ย แต่กลับเจ้าเล่ห์มาก ทุกคนจึงล้อว่าเพราะเขาเจ้าเล่ห์ จึงทำให้เขาตัว เตี้ยลงแบบนั้น
เนื่องจากอู๋อวิ้นคังมีรูปร่างเล็ก เขาจึงมักถูกแกล้งอยู่บ่อย ๆ บาง คนถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่าไอ้เตี้ยอู๋
อู๋อวิ้นคังโอบไก่ไว้แน่น “มันไม่ใช่เรื่องของแก คนที่เก็บเอาของ กลับไปไม่ได้มีแค่ฉัน แกไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินซะหน่อย แกก็แค่อิจฉา ฉันเท่านั้นแหละ”
ทุกคนรอบข้างเห็นแต่ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยพูดอะไร เพราะว่าอู๋อ วิ้นคังพูดถูก มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเก็บอาหารกลับไป และ เกือบทุกคนก็แอบเก็บไว้โดยไม่บอกใคร
ทุกวันนี้อาหารมีค่าอย่างมาก ใครจะยอมกินหมดในมื้อเดียว ทุก คนย่อมอยากเก็บไว้สำหรับมื้อต่อ ๆ ไป
จางต้าฉือคว้าตัวอู๋อวิ้นคังและพูดอย่างดุเดือด
“ไอ้เตี้ยอู๋ แน่จริงแกก็ลองพูดเหมือนเมื่อกี้อีกทีสิวะ!”
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วพูดขึ้นว่า “จางต้าฉือ หยุด ยุ่งเรื่องของคนอื่นได้แล้ว ทีเมียของแกเก็บของใส่ถุงพลาสติก ไม่เห็น แกจะพูดอะไรสักคำ แกก็แค่เห็นว่าอู๋อวิ้นคังอ่อนแอรังแกง่ายใช่ไหม ล่ะ? ถ้าแกแน่จริง ทำไมไม่ทำตัวกร่างกับกู้หลงซีล่ะ เพราะแกกลัวถูก โยนออกไปใช่ไหม?”
คนที่พูดคือจ้าวหู่ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการกีฬาของชั้นเรียน เนื่องจากตัวสูงใหญ่และแข็งแรง จึงไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา
พอจ้าวหู่พูดจบ ก็มีคนพูดต่อว่า
“จริงด้วย มาหาเรื่องคนอ่อนแอทำไม พ่อแม่ของอู๋อวิ้นคังมี สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ให้เขาเอาอาหารกลับบ้านไปบ้างจะเป็น อะไรนักหนา”
“จางต้าฉือ แกจำไม่ได้แล้วหรือไงว่าตัวเองตักขาหมูใส่จานจน ล้นแล้วกินไม่หมด?”
“อย่ามาพูดว่าใครดีกว่าใครเลยดีกว่า กินข้าวเมื่อกี้พวกแกก็ต่าง คนต่างรีบตักให้เร็วที่สุด ตั้งแต่เกิดภัยธรรมชาติ ทุกคนไม่เคยกินอิ่ม ท้อง แล้วใครบ้างจะไม่หิว”
“เจียงฉุน สามีแกนี่มันสองมาตรฐานนะ ดูสิว่าแกแอบเก็บอาหาร ไปเยอะแค่ไหน แล้วมีหน้ามาว่าคนอื่นได้ยังไง?”
เจียงฉุนรีบกอดกระเป๋าถือไว้แน่น ซึ่งซ่อนถุงพลาสติกที่เต็มไป ด้วยผัก โชคดีที่เธอนำถุงใบใหญ่มา มันสามารถเก็บอาหารได้มาก พอให้กินอีกสองถึงสามมื้อ
อู๋อวิ้นคังสะบัดมือออกจากจางต้าฉืออย่างแรง “จริงด้วย ถ้าแก อยากให้ฉันเอาไก่ออกมา แกก็ต้องให้เมียแกแบ่งผักให้พวกเราก่อน”
จางต้าฉือใบหน้าแดงก ่า เขารู้สึกโกรธและอับอายเมื่อความจริง ถูกเปิดเผย
คนที่หวงแหนศักดิ์ศรีอย่างเขา จะทนโดนคนอื่นตำหนิได้ อย่างไร?
ต้องหาคนมาอับอายยิ่งกว่าเขาให้ได้
จางต้าฉือหันไปมองเจียงฉุน หญิงสาวเข็ดหลาบจากเหตุการณ์ ก่อนหน้า เลยพาลูกหนีไปหลบไกล ๆ
“นางแพศยา หนีไปไหนแล้ววะ?”
จางต้าฉือสบถสาปแช่ง จากนั้นเขาก็หันมองอู๋อวิ้นคังอย่างเย็น ชาและชกเข้าที่หน้าอีกฝ่ายอย่างแรง
“แกกล้าดียังไงถึงมาเถียงฉัน!”
อู๋อวิ้นคังผู้มีรูปร่างเล็กถูกต่อยจนกระเด็นไปนอนกองบนพื้น เขา กอดไก่ไว้แน่นและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ชั่วขณะ
จางต้าฉือถ่มน ้าลายด้วยความเหยียดหยาม ก่อนเชิดหน้าแล้ว ยืดอก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นชายชาตรีผู้มีความกล้าหาญ
พฤติกรรมของเขาปลุกเร้าสาธารณชนให้โกรธเคือง “เฮ้ย ทำไม ถึงต้องลงไม้ลงมือกันด้วย?”
“ไม่พอใจอะไรก็พูดมาสิ ทำไมต้องไปต่อยคนอื่นแบบนั้น?”
จูเจ๋อรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก “เพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณตีกันอีก แล้ว”
ฉู่เสวียนรู้สึกอับอายมาก เธอไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เดิมทีเธอแค่ต้องการอวดการเปลี่ยนแปลงของตัวเองต่อหน้าเพื่อน ร่วมชั้น แต่ใครจะคาดคิดว่าพวกเขาไร้รสนิยมกันขนาดนี้ จนเธอ แทบทนไม่ไหว
โชคดีที่เธอยังสามารถแนะนำกู้หลงซีและสวี่ฮั่นให้รู้จักกับจูเจ๋อ ซึ่งถือว่างานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้ยังไม่เปล่าประโยชน์
ฉู่เสวียนขมวดคิ้วมุ่น “จางต้าฉือยังคงทำตัวน่ารังเกียจ เหมือนเดิม หมิงเยวี่ย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนนั้นเธอถึงเลิกยุ่ง เกี่ยวกับพวกเขา ตอนนี้ฉันเข้าใจเธออย่างแจ่มแจ้งทีเดียว”
“เลิกยุ่ง? มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นสินะ” จูเจ๋อเริ่มสนใจ
เซียวหมิงเยวี่ยวางตะเกียบลงและหยิบแก้วน ้าขึ้นดื่มก่อนพูดว่า
“มันเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมานานแล้วค่ะ ไม่ควรค่าที่จะให้เอ่ย ถึง”
กู้หลงซีโบกมือเรียกพ่อบ้านมาและออกคำสั่งอะไรบางอย่าง พ่อบ้านจึงพาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนมาจับจางต้า ฉือเพื่อโยนออกไป
“พวกแกทำอะไร ปล่อยฉันนะเว้ย ปล่อยฉัน! ฉันไม่ไปไหน ทั้งนั้น!”
จางต้าฉือยังไม่อยากออกไป แม้ว่าจะกินอาหารเสร็จแล้ว แต่เผื่อ ว่ายังมีเหลืออยู่ เขาเห็นว่าอาหารบนโต๊ะของกู้หลงซียังคงเหลืออยู่ มาก หลังอีกฝ่ายกินเสร็จแล้วน่าจะขอห่อกลับบ้านไปได้บ้าง ไม่อย่างนั้นมันคงจะเสียเปล่า
เขาต้องอยู่จนถึงที่สุด
เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอาจริง จางต้าฉือก็ วิตกกังวลมาก อดีตเพื่อนร่วมชั้นต่างก็แอบปรบมือเมื่อเห็นแบบนั้น และไม่มีใครอยากออกไปพูดแทนเขา
“เซียวหมิงเยวี่ย! เธอสนิทกับกู้หลงซี ช่วยพูดให้ฉันหน่อยได้ ไหม สมัยมัธยมปลายเธอพยายามเล่าเรื่องแย่ ๆ เกี่ยวกับฉันให้ ภรรยาฟังทุกวัน ฉันไม่ได้โกรธเธอเลย เพราะจริง ๆ แล้วเธอแอบชอบ ฉันใช่ไหมล่ะ?”
“เธอพยายามทำให้ฉันกับเจียงฉุนเลิกกัน ก็เพราะเธออยากคบ กับฉันเอง ฉันเดาเรื่องนี้ได้อยู่แล้วละ พวกผู้หญิงชอบแย่งแฟนกัน แบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ฉันละเสียใจจริง ๆ! ถ้ารู้แบบนี้คงตามจีบเธอไป นานแล้ว!”
จางต้าฉือพยายามดิ้นรนและตะโกน
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังดื่มน ้า เมื่อเธอได้ยินคำพูดของจางต้าฉือ เธอก็แทบสำลักน ้าเกือบตาย
“แค่ก ๆ ๆ!”
เมื่อตระหนักว่าทุกคนกำลังมองมาที่เธอ เซียวหมิงเยวี่ยจึงนึกด่า ทอจางต้าฉืออยู่ในใจ จะไปก็ไป ทำไมต้องมาพูดอะไรแบบนี้ด้วย เธอ แค่อยากกินข้าวอย่างสงบ ไม่ได้ไปเหยียบหางใครเสียเมื่อไหร่?
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งไขว่ห้างมองดูเขาอย่างเย็นชาและพูดว่า
“ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ที่บ้านไม่มีกระจกให้ส่องเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบ เพื่อนร่วมชั้นต่างหัวเราะเยาะจางต้าฉือที่
ไม่รู้จักประมาณตน ปัจจุบันเธอสวยกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่มีทางที่จะ ชายตามองคนอย่างจางต้าฉือได้เลย
จางต้าฉือขมวดคิ้วตะโกนกลับไป “ฉันไม่เชื่อ งั้นทำไมเธอต้อง มุ่งเป้ามาที่ฉันตลอด เธอต้องการเรียกร้องความสนใจจากฉันใช่ไหม ล่ะ แต่เธอโกรธที่แย่งฉันมาไม่ได้”
เจียงฉุนรู้สึกชาชินไปหมดแล้ว เธอนั่งป้อนองุ่นให้ลูกชายที่มุม ห้องเงียบงัน ราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง
“ตอนนั้นที่ฉันพยายามทำให้พวกนายเลิกกัน เพราะฉันมองคน ผิดไป คิดว่าตัวเองกำลังทำเพื่อเพื่อน นายเป็นคนยังไง ฉันรู้ดี ทุกคน ต่างก็รู้ดี คนอย่างนาย แค่มองนาน ๆ ก็รู้สึกขยะแขยงจะตายอยู่แล้ว”
หลังจากได้ยินเซียวหมิงเยวี่ยพูดว่าเธอมองคนผิดไป สีหน้าของ เจียงฉุนพลันแข็งค้างอยู่นาน
ดวงตาจางต้าฉือแดงก ่า เขายังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากออกไปก่อน
หลังจากนำตัวคนพาลออกไป ทุกคนกลับมานั่งพูดคุยกัน ตามปกติ บ้างก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ บ้างก็บ่นเกี่ยวกับจางต้าฉือ และบ้างก็บ่นเรื่องความยากลำบากของชีวิตหลังภัยพิบัติถาโถม
เมื่อไม่มีอะไรจะกินก็ดื่มน ้า ราวกับว่ายังมีเรื่องพูดไม่รู้จบ
ส่วนโต๊ะของกู้หลงซี ในที่สุดก็สามารถทานอาหารอย่าง เอร็ดอร่อยได้เสียที
ฉู่เสวียนพูดปลอบใจ “หมิงเยวี่ย อย่าไปโกรธคนแบบนั้นเลยนะ เขาคู่ควรเสียเมื่อไหร่? ช่างไร้ยางอายจริง ๆ ว่าแต่ ยังไม่ได้แสดง ความยินดีกับพ่อของเธอเลย เขาเก่งมากจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจนะ บางครั้งฉัน ยังนึกถึงซาลาเปาฝีมือพ่อของเธออยู่เลย มันเป็นซาลาเปาที่อร่อย ที่สุดเท่าที่เคยกินมา ฝีมือของคุณอาสุดยอดมาก”
ฉู่เสวียนปิดปากด้วยความประหลาดใจ “เธอยังจำได้อีกเหรอ! ที่
รัก เห็นไหมว่าฉันไม่ได้โกหกคุณ ฉันบอกแล้วว่าพ่อของฉันทำ ซาลาเปาอร่อยที่สุด เขาเปิดร้านอาหารเช้ามานานหลายสิบปี มี ร้านอาหารเช้าหน้าโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง ถ้าพ่อฉันได้ไปทำงานที่
โรงอาหารของกรมเกษตรกรรม พนักงานของคุณคงจะโชคดีมีของ อร่อยกินแน่นอน…”
เธอตั้งใจจะใช้เส้นสายของจูเจ๋อเพื่อเข้าทำงานในกรม เกษตรกรรม ไม่ว่าเธอหรือพ่อของเธอ หากคนใดคนหนึ่งได้เข้าไป ทำงาน ชีวิตหลังจากนี้ก็จะไม่ลำบากอีกต่อไป การพึ่งพาเสน่ห์ ยั่วยวนชายหนุ่มนั้นไม่ยั่งยืนไม่ใช่หรือไง?
ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยภัยพิบัติเช่นนี้ การมีงานทำที่มั่นคงนั้น สำคัญยิ่ง จากนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาจูเจ๋ออีกต่อไป และ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีด้วยลำแข้งของตัวเอง