ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 133 ปีศาจร้ายกินคนคือเขานั่นเอง
“ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ ทุกคนได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม?”
คุณยายพูดจนปากแห้ง เธอจิบน ้าชาอึกหนึ่งและมองทุกคนใน ห้องนั่งเล่น
ยกเว้นพ่อเซียวที่ทำงานอยู่กรมเกษตรกรรม ทุกคนในครอบครัว ต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งครอบครัวลุงใหญ่ ครอบครัว ลุงรอง คุณตา และน้าสาว
ลุงรองพูดว่า “ชัดแล้วครับแม่ พวกเราจะไม่ไปยุ่งกับใคร จะระวัง คำพูดคำจา เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหากับใคร”
สิ้นเสียงลุงรอง คุณยายก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “คนสมัย นี้ไม่มีความเป็นมนุษย์แล้ว พวกเราต้องพูดให้น้อย ไม่ไปมีเรื่องกับ ใคร ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ออกจากบ้าน ใครจะไปรู้ได้ว่าคนข้างบ้านจะ เป็นฆาตกรหรือเปล่า?”
ลุงใหญ่กระแอมแล้วพูดเสียงดังว่า
“แม่ ผมเข้าใจแล้ว ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องเรา เราก็ไม่หาเรื่องใคร ก่อน แต่ถ้าใครมายุ่งกับผม ผมก็จะ…”
คุณยายพูดแทรกทันที
“แกนี่มันเหลือเกินจริง ๆ! ที่แม่พูดไปเมื่อกี้ได้ฟังบ้างไหม? ฉัน บอกให้ระวังตัว อย่าไปมีเรื่องกับใคร กับคนทั่วไปก็พูดจาดี ๆ เข้าไว้ อย่าไปเอาเรื่องกับใครเขา แค่ความสะใจชั่ววูบมันไม่คุ้มกับชีวิตนะ”
“ชีวิตพวกเราถือว่ายังดี ยังมีญาติพี่น้องคอยห่วงใย แต่คนพวก นั้นไม่ใช่นะ แกลองมองออกไปดูสิ มีใครบ้างที่ยังสามารถยิ้มได้? แก จะไปหาเรื่องกับพวกที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ทำไม ถ้าเขาอยากตายอยู่ ก่อนแล้ว และดึงดันจะเอาแกไปตายด้วยกัน มันคุ้มแล้วเหรอ?”
คุณยายพูดจบแล้วถามต่อว่า “ที่พูดไปเข้าใจไหม โดยเฉพาะ แก! ตั้งแต่เด็กเที่ยวไปหาเรื่องคนอื่นตลอด ไม่เคยทำให้แม่วางใจได้ เลย”
ลุงใหญ่พึมพำ “รู้แล้วครับแม่”
เมื่อเห็นลุงใหญ่โดนดุ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบว่า
“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ พวกเราเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้จะคอยเตือนกัน เวลาอยู่ข้างนอกจะพูดจาดี ๆ กับทุกคน แน่นอนว่าจะไม่สร้างศัตรู โดยไม่จำเป็น
ครอบครัวของเรามีขนาดใหญ่ แค่ได้อยู่กินด้วยกันอย่างมี ความสุขก็เพียงพอแล้ว ถึงแม้จะต้องเสียเปรียบในบางเรื่องก็ไม่ใช่ ปัญหาใหญ่ แม่พูดถูก การมีชีวิตอยู่นั้นสำคัญที่สุด”
เจี่ยงจ้วงพยักหน้าซ ้า ๆ “คุณย่าครับ ผมจะคอยดูแลพ่อเอง ถ้า พ่อไม่เชื่อฟัง ผมจะตีพ่อแทนให้เอง”
ลุงใหญ่หัวเราะและดุเขา “เจ้าเด็กนี่! เป็นเด็กเป็นเล็ก กล้าตีพ่อ หรือไง?”
ลุงใหญ่และลูกชายหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ บรรยากาศผ่อนคลายลงมาก ในที่สุดคุณยายก็ยิ้มออกมาได้
“อีกอย่าง เวลาออกไปข้างนอกต้องถ่อมตัวเข้าไว้ อย่าอวดรวย เป็นอันขาด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ระวังจะโดนคนจับจ้อง ใน ยามทุกข์ยากยิ่งต้องทำตัวเรียบง่าย คนที่ชอบอวดมักตายเร็ว”
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”
ทุกคนตอบรับและเห็นด้วยกับเรื่องนี้
แม่เซียวพูดเสริมว่า “อย่าพาจื่อจื่อออกไปข้างนอกเลยนะ สมัยนี้
เด็กที่อุดมสมบูรณ์แบบนี้หายาก เขาตัวขาวและอวบอ้วน ถ้าเกิดมีคน คิดไม่ดี มันก็จะเป็นปัญหาใหญ่”
ภรรยาของเจี่ยงย่วนพยักหน้าซ ้าแล้วซ ้าเล่า “เราคงไม่พาออกไป ไหน ถ้ามาที่นี่ก็จะใช้ผ้าห่อตัวเขามา และจะไม่ให้ใครเห็นเด็ดขาด”
เจี่ยงย่วนเอื้อมมือไปบีบแก้มอ้วนกลมของลูกชายพลางพูดว่า “เจ้าเด็กตัวอ้วน ตอนนี้ลูกกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับการ ปกป้องแล้วนะ”
จื่อจื่อขยับแขนขาไปมาอย่างอารมณ์ดี เห็นแบบนั้น ภรรยาเจี่ยง ย่วนก็ยิ้มบาง ๆ
ป้าสะใภ้รองยังไม่หายขวัญเสีย “น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวมาก จริง ๆ คิดไม่ถึงว่าในหมู่บ้านของเราจะมีคนแบบนี้ แล้วจะโดนลงโทษ อะไรบ้างนะ เขาจะถูกยิงเป้าไหม?”
แม่เซียวตะคอกอย่างเย็นชา “จะเสียลูกกระสุนไปซะเปล่า ๆ! คน แบบนี้ควรถูกโยนลงไปในบ่อหนอนฟันและปล่อยให้ถูกกัดตายอยู่ใน นั้น เขายังถูกเรียกว่าเหลียงซั่น*[1] อีกด้วยนะ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้ง ชื่อให้เขา?”
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่เซียว เซียวหมิงเยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นและ ถามว่า
“แม่บอกว่าเขาชื่ออะไรนะคะ? นิ้วหัวแม่มือซ้ายของเขาหายไป ด้วยหรือเปล่า?”
แม่เซียวดูสับสน “ลูกรู้ได้ยังไง? ชื่อของเขาคือเถียนเหลียงซั่น ฟังแล้วน่าขันจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพลันจำชื่อนั้นได้และพึมพำออกมา
“เป็นเขานั่นเอง เถียนเหลียงซั่น”
เธอไม่เพียงแค่รู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้น แต่ยังรู้ด้วยว่าอาการ บาดเจ็บของเถียนเหลียงซั่นเกิดขึ้นจากการถูกเคียวเกี่ยวนิ้วขาดเมื่อ ตอนที่ยังเด็ก
ก่อนหน้าตอนที่เขาถูกใส่กุญแจมือ มือของเขากำไว้แน่น เซียวห มิงเยวี่ยจึงไม่ได้สังเกตเห็น คาดไม่ถึงเลยว่าผู้ต้องหาคนนั้นจะเป็นคน รู้จัก
แม่เซียวตกตะลึง “ลูกรู้จักเขาเหรอ?”
ทุกคนหันมองเซียวหมิงเยวี่ยเป็นตาเดียว เธอเพียงพยักหน้ารับ เล็กน้อย
“เรียกว่ารู้จักก็ได้มั้งคะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เขาถูกไล่ออก จากมหาวิทยาลัยเพราะทารุณกรรมแมว มันเป็นเรื่องใหญ่มากใน ตอนนั้นและเป็นข่าวด้วย ทางมหาวิทยาลัยต้องจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อปิดข่าว…”
มีแมวจรจัดจำนวนมากในมหาวิทยาลัย นักศึกษามักชอบให้ อาหารแมว โดยเฉพาะหรั่นหรั่นรูมเมตของเซียวหมิงเยวี่ย เธอเป็นคน ที่มีจิตใจดี อ่อนโยน และชอบสัตว์ตัวเล็ก ๆ มาก
เซียวหมิงเยวี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอ และมักจะไปให้อาหาร แมวจรกับอีกฝ่ายบ่อย ๆ
เถียนเหลียงซั่นอยู่คณะคณิตศาสตร์ฝั่งตรงข้าม เขาเป็นคนเก็บ ตัวและถ่อมตัว เข้ามาเป็นอาจารย์ด้านวิชาการที่อ่อนโยน หรั่น หรั่นมักไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์จากเขา นานวันเข้า ทั้ง สองคนก็พัฒนาความรู้สึกต่อกัน
วันหนึ่ง เมื่อหรั่นหรั่นไปให้อาหารแมวที่ป่าหลังมหาวิทยาลัย เธอ เห็นเถียนเหลียงซั่นอยู่ที่นั่น โดยกำลังใช้สายเบ็ดรัดคอแมวจรจัด เจ้า แมวน้อยสีส้มตัวนั้นดิ้นรนอย่างสิ้นหวังและมีน ้าตาคลอเบ้า
ขณะดึงสายเบ็ดแน่นขึ้น ใบหน้าของเถียนเหลียงซั่นก็ปรากฏ รอยยิ้มที่ทั้งลุ่มหลงและคลุ้มคลั่ง
รอบตัวเขามีแมวจรจัดหลายตัว หลายสี และหลายลาย โดยถูก เขาจับมัดด้วยเชือก ขณะรอคอยความตายอย่างสิ้นหวัง
เถียนเหลียงซั่นยังมีหม้อวางอยู่ข้างตัว เขาทรมานแมวเหล่านั้น ด้วยสารพัดวิธี จากนั้นก็นำแมวใส่ลงไปในหม้อที่มีน ้าเดือด ปิดฝา หม้อ และเฝ้าดูแมวจรจัดดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกตื่นเต้นจน หน้าตาบิดเบี้ยว
หรั่นหรั่นหวาดผวาจนอยากกรีดร้องออกมา แต่เซียวหมิงเยวี่ย ปิดปากของเธอไว้แน่น จากนั้นหรั่นหรั่นก็ตั้งสติและถ่ายวิดีโอเพื่อ บันทึกการทารุณกรรมแมวของเถียนเหลียงซั่น
เมื่อหรั่นหรั่นเผยแพร่วิดีโอนั้น มันก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว วิดีโอแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แม้แต่มหาวิทยาลัยใกล้เคียงก็ยังรู้ เรื่องนี้
ใครจะคิดว่านักวิชาการที่พูดจาอ่อนหวานและถ่อมตัวจะเป็น พวกโรคจิตชอบทรมานแมว?
นักศึกษาหลายคนโกรธแค้นและรวมตัวกันไปห้องทำงานของ คณบดีเพื่อประท้วง นอกจากนี้ เหตุการณ์การทารุณกรรมแมวยัง สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย คณะ ผู้บริหารจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ตัดสินใจไล่เถียนเหลียงซั่นออกไป
ต่อมา เถียนเหลียงซั่นมาพบหรั่นหรั่น เขาถามเธอด้วยท่าทีคลุ้ม คลั่งว่าทำไมถึงเปิดเผยวิดีโอนั้น แล้วทำลายชีวิตของเขา?
เขาพูดว่าตัวเองแค่หาทางระบายความเครียด และไม่ได้ทำผิด กฎหมายอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีทางลืมสายตาคู่นั้น ตอนที่เถียนเหลียงซั่นถูก ไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เขาหันกลับมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความแค้นเคือง
งั้นตอนที่เจอกันเมื่อครู่ เขาจำเธอได้อย่างนั้นเหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยจำเขาไม่ได้จริง ๆ ชายหนุ่มเปลี่ยนไปมากจนแทบ จำไม่ได้ ตอนนี้เขาเหมือนกับคนบ้า อาจเป็นเพราะนี่คือตัวตนที่
แท้จริงของเขา และที่ผ่านมาเป็นการเสแสร้งมาโดยตลอด
หลังจากรับฟังคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย แม่เซียวก็ตบหน้าอก เบา ๆ และอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความกลัว
“ถ้าทรมานแมวได้ ก็ไม่แปลกใจที่กล้าฆ่าคน ตอนนั้นลูกสนิท กับหรั่นหรั่น แล้วเขาจะไม่โกรธแค้นลูกเหรอ? โชคดีที่เขาถูกจับตัว
ไปแล้ว หากถูกประหารชีวิตเร็ว ๆ อาชญากรรมบนโลกอาจจะลด น้อยลงอีกหนึ่ง”
ป้าสะใภ้รองพูดเสริม “จริงด้วย น่ากลัวเหลือเกิน”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ เธอไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าเถียนเหลียง ซั่นจะถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้ง เธอยังจำได้ว่า ในวันวาเลนไทน์แรกของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เขายังนำดอก กุหลาบมาให้หรั่นหรั่นด้วยใบหน้าแดงก ่า
เพื่อนร่วมห้องของเธอยังเคยพูดว่าเขาดูเหมือนพระรองในนิยาย ช่างอ่อนโยนและอบอุ่น ทั้งยังบอกว่าหรั่นหรั่นโชคดีมากจริง ๆ
แต่กาลเวลาเปลี่ยนผัน ผู้คนที่เคยรู้จัก กลายเป็นรู้หน้าไม่รู้ใจ
ทว่า เขาจะถูกประหารชีวิตจริง ๆ เหรอ?
*[1] เหลียง แปลว่า ดี มีคุณธรรม ส่วนคำว่าซั่น แปลว่า คุณงาม ความดี ความดีงาม