ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 134 เกิดอุบัติเหตุ!
ด้วยคำสอนของคุณยายซ ้าแล้วซ ้าเล่า ทุกคนในบ้านต่างจดจำ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองตัก อาหารให้ทุกคนอย่างสุภาพ และยังตักเพิ่มให้จนเต็มถ้วย
ไม่เหมือนกับพนักงานตักอาหารบางคนที่มีท่าทีดูถูก
แม้แต่ลุงใหญ่ที่อารมณ์ร้อนก็ยังวางตัวดี ยามเจอคนรู้จักก็จะ ทักทาย พูดคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ต่างคนต่างบ่นเรื่องชีวิตที่
ยากลำบาก ลุงใหญ่ก็จะบอกว่า ชีวิตฉันแย่ยิ่งกว่าอีก จนแทบเอาตัว ไม่รอดทีเดียว
ชายวัย 50 กว่าปี ร้องไห้คร ่าครวญ ระบายความทุกข์ยาก ไม่ กล้าโอ้อวดแม้แต่น้อย สุดท้ายเขายังได้รับความเห็นอกเห็นใจจาก คนรู้จัก
ก็เพราะว่านี่เป็นปีแห่งภัยพิบัติ ทุกคนจึงต้องวางตัวให้ต ่าต้อยเข้า ไว้
…
“เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้! จับหนอนฟันมาได้หม้อใหญ่แล้วเอาไป แช่น ้าในอ่างล้างจานทำไมฮะ ยายเข้าครัวไปเห็นแล้วตกใจเกือบ หัวใจวายตาย แล้วยังกล้าวิ่งหนีอีกเหรอ?”
คุณยายคว้าตะหลิวไล่ตีเจี่ยงจ้วง ขณะที่เด็กชายวิ่งหนีหัวซุกหัว ซุนพลางร้องขอความเมตตา
“คุณย่า ผมผิดไปแล้ว พวกเซวียนเซวียนบอกว่าหนอนฟันทอด อร่อยมาก แต่พวกเขาได้กินแค่วันละสองตัวเท่านั้น และเพราะคุณย่า ไม่อนุญาตให้ผมแบ่งอาหารหรือบอกพวกเขา ผมก็เลย…”
“ก็เลย… อยากให้คุณย่าทอดหนอนฟันแล้วเอาไปให้พวกเขากิน ผมคิดผิดไปแล้วครับ” เจี่ยงจ้วงพูดด้วยน ้าเสียงอ้อนวอน
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างเอร็ดอร่อย เมื่อ เธอเดินไปที่ห้องครัว ภาพของอ่างล้างจานทำให้เธอแทบสำลัก มัน เต็มไปด้วยหนอนฟัน และบางตัวพยายามไต่ขึ้นมาจากน ้า เป็นภาพที่
ดูแล้วขนพองสยองเกล้าถึงขีดสุด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ในมือบัดนี้ไม่อร่อยขึ้นมาทันที
คุณยายหยุดวิ่งตามและยืนหอบหายใจ
“หลานใจดีไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าไม่ใช่ปีแห่งภัยพิบัติ ย่าจะทอดอะไร ให้พวกเขากินก็ได้ แต่เจี่ยงจ้วงหลานย่าเอ๋ย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการ มีน ้าใจมากเกินไป การทอดหนอนฟันต้องใช้น ้ามัน และน ้ามันตอนนี้
มีค่ามาก แถมยังต้องใส่เครื่องปรุงรสอีกมากมายถึงจะอร่อย
ไม่ใช่ว่าย่าไม่อยากทำให้ ย่ารู้ว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นน่าสงสาร แต่ถ้า หลานทำให้พวกเขาเคยชิน พอพวกเขาเห็นว่าบ้านเรามีน ้ามันเยอะ
และเกิดความโลภขึ้นมา แล้วพ่อแม่พี่น้องของเขาบุกมาบ้านเราจะทำ ยังไง?”
เมื่อได้ยินคำพูดของคุณย่า เจี่ยงจ้วงจึงเงียบไป เขาคิดว่าสิ่งที่ย่า พูดนั้นสมเหตุสมผล
พี่สาวชื่อซินซินจากเหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ตเคยชอบแบ่งขนม ให้เด็ก ๆ ทาน จากนั้นพวกผู้ใหญ่ก็สอนลูกหลานให้ไปขอเพิ่ม ท้ายที่สุดพี่ซินซินก็ไม่แจกขนมอีกต่อไป ทำให้ผู้ใหญ่เหล่านั้นด่าทอ เธอว่าเห็นแก่ตัว
เจี่ยงจ้วงก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด “ผมเข้าใจแล้วครับ ผมผิดไป แล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟา “ถ้าตอนนี้ไม่มีฝน ที่จริงก็พอมีวิธี อื่นนะ ตอนเด็ก ๆ พวกเรากินตั๊กแตนย่างกัน แต่ตอนนี้ไม้เปียก หมดแล้ว หาไม้แห้งไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นลองย่างหนอนฟันกินดูดีไหม?”
ดวงตาของเจี่ยงจ้วงเป็นประกาย แต่ไม่นานก็กลับมามืดหม่น
“ตอนนี้แม้แต่หญ้าแห้งก็ยังไม่มีเลยนะพี่ แล้วเราจะไปหาไม้แห้ง มาจากไหน”
“ยังมีอีกวิธีนะ ตอนไฟฟ้ามาค่อยใช้หม้ออบลมร้อน อบพวกมัน จนหนังกรอบโดยไม่ต้องใช้น ้ามัน รสชาติจะแย่ลงนิดหน่อย แต่ดีกว่า ต้มน ้าเยอะ”
ในชีวิตก่อน เซียวหมิงเยวี่ยเคยเห็นคนอื่นทำแบบนี้ ชาวจีนมัก สร้างสรรค์วิธีหาอาหารกินอยู่เสมอ ภายใต้เงื่อนไขที่มีจำกัด พวกเขา จะพยายามหาวิธีสนองความต้องการของต่อมรับรส
ตอนนั้นเธอไปที่โรงจอดรถใต้ดิน แต่โรงจอดรถใต้ดินไม่มี อุปกรณ์อะไรเลย เธอทำได้แค่มองดูคนอื่นกิน
“จริงด้วย ทำไมถึงนึกไม่ออกเลยเนี่ย สมแล้วที่เป็นพี่สาว!” เจี่ย งจ้วงดีใจอีกครั้ง
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปยังห้องครัว “ไป นายไปเก็บหนอนฟันที่จับมา ใส่ถุงให้เรียบร้อย พวกมันน่าขยะแขยงชะมัด”
“ครับ”
เด็กชายพยักหน้ารับและเตรียมตัวไปจับพวกมัน
คุณยายรู้สึกไม่สบายใจ “เดี๋ยวก่อน ให้ย่าทำเองเถอะ หนอนฟัน พวกนั้นมีฟันแหลมคมจะตาย เดี๋ยวจะโดนกัดเอา”
ในเวลานั้น เซียวหมิงเยวี่ยได้รับโทรศัพท์จากพ่อเซียว บอกว่าจะ ลาพักร้อนสองวัน และขอให้เธอมารับเขาในตอนบ่าย
หญิงสาวลุกยืนขึ้นจากโซฟา “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูออกไปรับพ่อเอง”
“คุณยาย พ่อของหนูจะกลับมาที่บ้านนะ” เธอรีบไปบอกข่าวดีให้ คุณยายทราบ
หญิงชรายิ้มอย่างมีความสุข “ยายได้ยินแล้วจ้ะ จ้วงจ้วง อย่าไป จับมันสิ หลานไปเรียกพ่อกับอามาช่วยหน่อย แล้วบอกแม่กับอาหญิง ด้วยว่าให้แวะมาหลังจากทำงานเสร็จ เย็นนี้เราจะกินหม้อไฟกันที่นี่”
เจี่ยงจ้วงตื่นเต้นสุดขีด “เย่ ๆ ๆ จะได้กินหม้อไฟด้วย!”
น้าสาวเดินลงมาจากชั้นบน “แม่ ให้หนูช่วยนะ เดี๋ยวไปล้างผัก ให้”
“จ้ะ” คุณยายพูดด้วยความดีใจ
ช่วงนี้น้าสาวดูดีขึ้นมาก ถึงแม้จะยังพูดน้อยและไม่ค่อยยิ้ม แต่ก็ พูดมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เวลาคุณยายทำอาหาร น้าสาวก็มักลงมา ช่วยเสมอ
…
เซียวหมิงเยวี่ยขับรถไปรับพ่อของเธอที่กรมเกษตรกรรม และ พบว่าระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นมาก มีทหารติดอาวุธ คอยลาดตระเวนอยู่ เธอต้องผ่านการตรวจสอบหลายชั้นกว่าจะมาถึง ประตูใหญ่ของกรมเกษตรกรรม
เธอคิดว่าน่าจะเป็นเพราะองค์กรลึกลับ
เช่นเดียวกับทุกครั้ง กรมเกษตรกรรมให้ข้าวสารและอาหาร จำนวนมากกับพ่อของเธอ ทั้งข้าว แป้ง น ้ามัน พืชผัก และผลไม้ล้วน
บรรจุในกล่องลังขนาดใหญ่ คนทั่วไปมองไม่เห็นว่าข้างในคืออะไร แล้วยังมีสตรอว์เบอร์รีอีกครึ่งกิโลกรัมด้วย
ระหว่างทาง พ่อของเธอกลบความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เซียวหมิง เยวี่ยถามเขา แต่ผู้เป็นพ่อก็ยังทำท่าลึกลับ ไม่ยอมบอกอะไร โดย บอกว่าต้องรอจนกลับถึงบ้าน ทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ค่อยประกาศ
เซียวหมิงเยวี่ยอมยิ้มพลางคิดในใจ ต่อให้พ่อไม่บอก หนูก็รู้อยู่ แล้วว่าเรื่องอะไร
“คุณอากลับมาแล้ว คุณอากลับมาแล้ว!”
เมื่อเจี่ยงจ้วงเห็นพ่อเซียว เขาก็รีบวิ่งเข้าหาด้วยความดีใจยิ่งกว่า ตอนเห็นพ่อแท้ ๆ ของตัวเองเสียอีก เพราะว่าทุกครั้งที่พ่อเซียว กลับมา เขามักจะมีของอร่อยมาฝากเสมอ
พ่อเซียวลูบหัวของหลานชายแล้วยื่นถุงสตรอว์เบอร์รีให้
“เอาไปล้างน ้า แล้วแบ่งกันกินกับทุกคน อย่าแอบเก็บไว้คนเดียว ล่ะ”
เจี่ยงจ้วงยืนตัวตรง “ครับ! รับรองว่าจะล้างให้สะอาด แล้วเอาลูกที่
ใหญ่ที่สุดให้จื่อจื่อ”
“โอ้ เด็กคนนี้โตขึ้นมากจริง ๆ เขารู้จักนึกถึงจื่อจื่อด้วย”
เจี่ยงย่วนชื่นชมเขา ขณะที่ช่วยขนของเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
“กลับมาถึงบ้านสักที เมื่อกี้พี่สะใภ้ยังพูดอยู่เลยว่าควรโทรหาห มิงเยวี่ยดีไหม ทุกคนต่างมารอกันครบแล้ว” ป้าสะใภ้รองพูดด้วย รอยยิ้ม
ครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองต่างเข้ามาต้อนรับ ซึ่งทำให้พ่อ เซียวรู้สึกตื้นตันใจ
“ทุกคนมาทำอะไรอยู่หน้าประตูเนี่ย รีบเข้าบ้านกันเถอะ”
ลุงใหญ่โอบไหล่พ่อเซียว “ก็เพราะนายเป็นคนที่มีความสามารถ มากที่สุดของครอบครัวเรา แล้วจะไม่มาต้อนรับได้ยังไง คืนนี้เราสอง คนมาดื่มด้วยกันหน่อยดีไหม?”
ป้าสะใภ้ใหญ่ตีแขนเขารัว ๆ “น้องเขยอุตส่าห์เก็บสะสมเหล้าไว้ กินเอง เดี๋ยวคุณก็ดื่มของเขาจนหมดหรอก”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร เก็บเหล้าไว้ให้ดื่มด้วยกันนี่แหละ วันนี้
เป็นวันดี มาดื่มกันดีกว่า!” พ่อเซียวพูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
เซียวหมิงเยวี่ยมองภาพเหตุการณ์อันอบอุ่นนี้จากด้านข้าง เธอ หัวเราะแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
หลังจากที่ลุงใหญ่เมาแล้ว เตรียมตัวฟังเขาคุยโม้โอ้อวดได้เลย
หลังจากเข้าไปในบ้าน พ่อเซียวมองทุกคนในครอบครัวและ กระแอมเล็กน้อย
“ยังไงก็ตาม ผมมีข่าวดีมาบอก ผมได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และ ตอนนี้เป็นรองหัวหน้าทีมแล้ว”
ปฏิกิริยาที่เขาคาดหวังไว้ไม่เกิดขึ้น แม้ว่าทุกคนจะแสดงความ ยินดี แต่พวกเขากลับไม่มีท่าทีแปลกใจ ซึ่งนับว่าแปลกมาก
“ยินดีด้วยนะน้องเขย เก่งมากจริง ๆ” ป้าสะใภ้ใหญ่กล่าวชม
คุณยายยกผักกาดหอมที่ล้างแล้วมาวางบนโต๊ะ “พวกเรารู้แล้ว ละ หมิงเยวี่ยบอกพวกเราแล้ว ก็นี่ไง มื้อเย็นนี้ถึงได้กินหม้อไฟเพื่อ ฉลองให้”
พ่อเซียวเกาหัว “หืม? หมิงเยวี่ยรู้ได้ยังไงลูก?”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังกินสตรอว์เบอร์รีอยู่ เธอกลืนมันลงท้องก่อน ตอบ “ครั้งก่อนที่หนูไปงานเลี้ยงรุ่น จูเจ๋อเป็นคนบอกหนูค่ะ เขากำลัง คบหากับดาวโรงเรียนจากห้องเราอยู่”
“เป็นแบบนี้นี่เอง ทำไมลูกไม่เก็บไว้เป็นความลับก่อนเล่า แบบนี้
ก็ไม่เซอร์ไพรส์เลยสิ” พ่อเซียวบ่นพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะคิกคัก “ให้ทุกคนได้มีความสุขล่วงหน้าไม่ ดีเหรอคะ?”
พ่อเซียวหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมากินด้วยท่าทางอิ่มเอม
“เอาละ ยังไงก็ได้”
“ว่าแต่ แม่เขายังไม่เลิกงานเหรอ?” พ่อเซียวไม่เห็นภรรยาของ ตัวเองจึงเอ่ยถาม
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า “ยัง…”
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นหลายครั้ง จานสตรอว์เบอร์รีบนโต๊ะ สั่นสะเทือนจนเกือบตกพื้น โชคดีที่เซียวหมิงเยวี่ยตาไวและรีบคว้า จานไว้ได้ทัน
“แผ่นดินไหวเหรอ?”
“นี่คือแผ่นดินไหวใช่ไหม?”
“วิ่งเร็ว ทุกคนวิ่ง!”
ทุกคนต่างตกใจกลัวจนวุ่นวายไปหมด โดยเฉพาะคุณยาย เธอ ถึงกับทำมีดหลุดมือและเกือบบาดเท้าตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ท่าทางของเธอเปลี่ยนเป็น ตื่นกลัวขึ้นในทันใด และตะโกนสุดเสียงว่า
“ไม่ใช่แผ่นดินไหว!”