ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 135 มันคือการโจมตีของผู้ก่อการร้าย
นี่ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันคือการโจมตีของผู้ก่อการร้าย! มัน เกิดขึ้นเร็วกว่าชีวิตในชาติที่แล้วมาก
สิ่งนี้ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึงและกังวลอย่างหนัก ตำรวจรู้ เรื่องนี้ล่วงหน้า แต่พวกเขาไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติครั้งนี้ได้ ไม่รู้ เลยว่าเป็นเพราะตำรวจล้มเหลวหรือศัตรูแข็งแกร่งเกินไป?
สิ่งที่ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าคือ แม้ว่าเสียงจะ ดังมาก แต่แรงสั่นสะเทือนกลับค่อนข้างเบา จุดระเบิดไม่ได้อยู่ที่
ชุมชนฮว๋าฮั่น แต่ดูเหมือนจะอยู่ในชุมชนอื่น
ในชาติก่อน กลุ่มผู้ก่อการร้ายเริ่มต้นที่ชุมชนฮว๋าฮั่นเพื่อเป็น การเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนไปอย่างมาก และรูปแบบการ โจมตีก็เปลี่ยนไปเช่นกัน นี่คงจะเป็นทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก…
เซียวหมิงเยวี่ยตกอยู่ในความคิดอยู่พักหนึ่ง จิตใจของเธอสับสน และกังวลอย่างมาก กระนั้นเธอก็ไม่ได้มีเวลามากพอให้คิดตัดสินใจ
สีหน้าของหญิงสาวเคร่งขรึมอย่างยิ่ง เธอออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้า! ผู้หญิงและเด็กทุกคนไปที่ห้องใต้ดิน ส่วนผู้ชายอยู่ ด้านบน พ่อกับเจี่ยงย่วนคอยเฝ้าดูกล้องวงจรปิดให้ดี ถ้ามี ผู้ก่อการร้ายเข้าใกล้วิลลา ให้กดสวิตช์ฆ่าพวกมันทันที!”
สิ้นเสียงเธอ ทุกคนในห้องนั่งเล่นพากันอุทานออกมาด้วยความ ตกใจกับคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย
“อะไรนะ?”
“ฆ่า? ให้ฆ่าใคร?”
“ผู้ก่อการร้าย? หมิงเยวี่ย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอกำลังพูดถึง อะไร?” ป้าสะใภ้รองยกมือทาบหน้าอก
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่ทุกคนแล้วพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
“นี่คือการโจมตีของผู้ก่อการร้ายค่ะ เราจะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ วันนี้ ถ้าเดาไม่ผิด ข้างนอกคงจะวุ่นวายไปหมดแล้ว โชคดีที่ทุกคน มารวมตัวกันที่นี่ อย่ามัวแต่ยืนงงอยู่เลย รีบไปกันเถอะค่ะ!”
พวกมันจะไม่ปล่อยชุมชนฮว๋าฮั่นไปแน่ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมพวก มันถึงเลือกโจมตีชุมชนอื่นก่อน แต่ชุมชนฮว๋าฮั่นไม่มีทางรอดพ้น จากความทุกข์ทรมาน
แม้ชุมชนฮว๋าฮั่นจะไม่ได้เป็นเป้าหมายหลัก แต่แน่นอนว่ามี ผู้ก่อการร้ายจำนวนไม่น้อยที่มุ่งหน้ามาที่นี่
สีหน้าของเจี่ยงย่วนไม่สู้ดี วุ่นวายจริง ๆ โลกนี้ช่างวุ่นวาย เหลือเกิน ก่อนหน้านี้เคยเป็นแค่การทะเลาะวิวาท แต่ครั้งนี้มัน กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างก่อการร้าย!
“คุณรีบพาลูกลงไป เร็วเข้า! ดูแลลูกของเรา แล้วดูแลตัวเอง ด้วย” เขาพูดกับภรรยา
ภรรยาของเจี่ยงย่วนพยักหน้ารับซ ้า ๆ เธอกอดลูกน้อยแล้ววิ่งไป ที่ห้องใต้ดิน
“พระเจ้าช่วยลูกด้วย ประเทศเรามีความมั่นคงดีมาตลอด ทำไม ถึงเกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ได้ เราควรทำยังไงดี?”
ป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึกสับสนจนหลงลืมไปแล้วว่าประตูห้องใต้ดินอยู่ที่
ไหน เธอเหมือนแมลงวันไร้หัว ขาทั้งสองอ่อนแรงเกินกว่าจะลุกขึ้นยืน ในฐานะหญิงวัยกลางคน เธอไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มา ก่อน
ในความเป็นจริง การที่สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ถือว่า เก่งมากแล้ว เพราะในปีแรกของวันสิ้นโลก ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกล้วน สูญเสียความสงบเรียบร้อยในสังคมไปจนหมดสิ้น มันเต็มไปด้วย ความวุ่นวายและความโหดร้ายทั่วทุกหนแห่ง
ที่ผ่านมาอาจรู้สึกว่าการรักษาความปลอดภัยสาธารณะค่อนข้าง ดี เพราะรัฐบาลและทหารคอยแบกภาระให้ การระเบิดในเมืองใต้ดิน ครั้งล่าสุดเป็นเพียงหนึ่งในนั้น แท้จริงยังมีเหตุการณ์อื่น ๆ อีก มากมาย เพียงแต่ประชาชนทั่วไปไม่เคยได้รับรู้
แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ไม่ธรรมดา พวกเขาได้รับการ สนับสนุนจากกองกำลังต่างชาติ ซึ่งกำลังยินดีที่ประเทศจีนเกิดความ
วุ่นวาย จากนั้นจึงฉวยโอกาสขยายอิทธิพลและยึดอำนาจจากรัฐบาล ของประเทศอื่นเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ จิตใจของพวกมันช่าง โหดร้ายอย่างแท้จริง!
“แม่ มาทางนี้เร็วเข้า แม่จะวิ่งไปทางไหน เราต้องฟังพี่เขานะ รีบ ลงไปที่ห้องใต้ดินเร็ว!”
เจี่ยงลี่เจียวเป็นคนลากป้าสะใภ้ใหญ่ลงไปยังห้องใต้ดิน ไม่เช่นนั้นแม่ของเธอคงวิ่งเข้าไปหลบในห้องน ้า
ทุกคนวิ่งไปที่ห้องใต้ดินด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าตั้ง คำถามกับคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หญิงสาวตัว เล็ก ๆ คนหนึ่งได้กลายเป็นเสาหลักของครอบครัวใหญ่นี้ไปแล้ว
ป้าสะใภ้รองพยายามจะพาเจี่ยงจ้วงลงไป แต่เด็กชายกลับใช้มือ ยึดกำแพงไว้แน่นและไม่ยอมตามไปด้วยกัน
“ผมไม่ไป ผมเป็นผู้ชาย ผมจะต่อสู้กับพวกคนเลวกับพี่หมิง เยวี่ย!”
ลุงใหญ่เตะเขาหนึ่งทีแล้วออกคำสั่ง
“แกไปที่ห้องใต้ดินเดี๋ยวนี้!”
เจี่ยงจ้วงร้องไห้เสียงดังหลังถูกเตะ เขาลุกขึ้นจากพื้นวิ่งไปที่ห้อง ใต้ดินด้วยความกลัว ไม่ใช่เพราะว่ากลัวผู้ก่อการร้าย แต่กลัวว่าพ่อ จะเตะเขาอีก
พ่อเซียวเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าซีดเผือดลง อย่างเห็นได้ชัด
“ไม่แปลกใจเลย… ไม่แปลกใจเลยที่กรมเกษตรกรรมจะเพิ่ม มาตรการรักษาความปลอดภัย มีทหารติดอาวุธถือปืนลาดตระเวน ทุกวัน แล้วยังมีโดรนคอยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่แท้ก็เพราะว่ามีการ โจมตีของผู้ก่อการร้าย…”
กรมเกษตรกรรมตั้งอยู่บนพื้นที่สูงบนเชิงเขา มีเพียงทางเดียวที่
สามารถขึ้นไปได้ โดยมันถูกล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและป่ารกทึบ ซึ่งยากที่จะปีนป่ายขึ้นไป การที่จี้กรุ๊ปเลือกก่อสร้างสถานที่ในพื้นที่
เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว
ประโยคที่อธิบายสถานที่นี้ได้ดีที่สุดคือ ง่ายต่อการป้องกัน แต่ ยากที่จะโจมตี
ประกอบกับระบบรักษาความปลอดภัยของกรมเกษตรกรรมที่
เข้มงวด มีทั้งทหารและอาวุธจากกองทัพ การจะยึดกรมเกษตรกรรม นั้นเปรียบเสมือนการพยายามเอื้อมมือไปคว้าดวงจันทร์
แต่เขตที่พักอาศัยนั้นต่างออกไป ประชากรหนาแน่น ผู้คน หลากหลาย ทำให้ผู้ก่อการร้ายสามารถแทรกซึมเข้ามาได้ง่าย ตำรวจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงไม่สามารถลงมือ ได้อย่างเต็มที่
สิ่งนี้จำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างมาก ทำให้การต่อสู้ ยากขึ้นไปอีก!
พ่อเซียวตะโกนเสียงดัง “ฟังนะหมิงเยวี่ย ลูกรีบตามทุกคนไปที่
ห้องใต้ดิน! แม่ ทำไมถึงยังไม่ไปอีกครับ?”
คุณยายกังวลมากจนตบต้นขาตัวเอง “พวกแกที่อยู่ข้างบนจะ ปลอดภัยไหม? ฉันเป็นห่วงทุกคน”
ลุงใหญ่แลกเปลี่ยนสายตากับเจี่ยงย่วน กึ่งผลักกึ่งลากทุกคนลง ไปที่ชั้นใต้ดิน แน่นอนว่ารวมถึงคุณตาด้วย
“แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก รีบไปเถอะ เราที่เป็นผู้ชายจะคอย เฝ้าระวังอยู่ข้างบน หากใครต้องตาย เราจะตายก่อน” ลุงใหญ่เอ่ย ด้วยน ้าเสียงหนักแน่น
คุณยายหลั่งน ้าตา “เจ้าลูกชาย แกพูดเรื่องบ้าอะไรออกมา!”
ดวงตาลุงใหญ่ร้อนผ่าว “แม่ครับ เมื่อก่อนผมเป็นลูกอกตัญญู ตอนนี้ขอให้ลูกได้ดูแลแม่นะครับ ทุกคนที่อยู่ด้านล่างห้ามเปิดประตู ออกมาเด็ดขาดนะ”
“แล้วชิงหว่านล่ะ ชิงหว่านยังไม่กลับมา เธอจะเป็นอะไรไหม?!” คุณยายตะโกนด้วยความร้อนใจ
“คุณยาย ทุกคนหลบภัยอยู่ข้างล่างนะคะ แล้วไม่ต้องกังวลเรื่อง อะไรทั้งนั้น” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
ลุงใหญ่ปิดประตูห้องใต้ดินด้วยมือที่สั่นเทา
ภายในห้องใต้ดินมีคุณยาย คุณตา ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้รอง เจียงลี่เจียว เจี่ยงจ้วง น้าสาว ภรรยาเจี่ยงย่วน และจื่อจื่อ
ทุกคนหน้าตึงเครียดด้วยความวิตกกังวล และหวาดกลัวจากก้น บึ้งของหัวใจ
ยกเว้นเพียงคุณยาย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาลงมายังห้องใต้ดิน ด้านในมีอาหารและเครื่องดื่มที่กักตุนไว้มากมาย เมื่อก่อนป้าสะใภ้ ใหญ่เคยอยากเห็นว่าที่นี่มีอะไร แต่ตอนนี้เธอแทบจะเสียสติจนไม่ สนใจอะไรอีกแล้ว
“ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี” ป้าสะใภ้รองพึมพำ
คุณยายน ้าตาไหลอาบแก้ม “ลูกสาวที่น่าสงสารของฉัน เธอยัง อยู่ข้างนอกนั่น ชิงหว่านยังไม่เลิกงาน ขณะที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เธอจะต้องหวาดกลัวแค่ไหนที่ต้องอยู่คนเดียวตามลำพังข้างนอก…”
น้าสาวร้องไห้ตาม “พี่จะต้องไม่เป็นไร จะต้องปลอดภัยแน่นอน!”
อีกหลายคนเริ่มร้องไห้สะอื้นตาม ๆ กัน
…
“หมิงเยวี่ย ตอนนี้เราควรทำอะไรต่อ? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูกแล้ว” พ่อเซียวพูด
จากเสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนที่ดังต่อเนื่อง คาดว่าชุมชน แห่งหนึ่งอาจกำลังถูกวางระเบิด เพราะไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่
สร้างเสียงและแรงสั่นสะเทือนได้รุนแรงขนาดนี้ และน่าจะอยู่ไม่ไกล จากชุมชนฮว๋าฮั่นมากนัก
เมื่อตึกสูงถูกระเบิด ย่อมต้องพังทลายลงมา แน่นอนว่าผู้คนที่อยู่ ในตึกคงไม่มีทางรอดชีวิต วิธีการนี้ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง!
“รอค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหันหลังกลับและเดินขึ้นไปบนชั้นสอง เธอมุ่งหน้า ไปที่ห้องของตัวเอง หยิบปืนพกที่เหลืออีกสามกระบอก ระเบิดมือสอง ลูก และหน้าไม้หนึ่งคันออกมา
ครั้งที่แล้วตอนกวาดล้างแก๊งมังกรดำ มีปืนพก 5 กระบอกถูกยึด มา เซียวหมิงเยวี่ยเก็บไว้เองหนึ่งกระบอก ให้แม่เซียวอีกหนึ่งกระบอก และยังเหลืออีกสามกระบอก
“เอาปืนพกสามกระบอกนี้ไป กระสุนยังมีอยู่ พ่อรู้วิธีใช้ปืน งั้น สอนพวกเขาด้วยนะ แล้วก็มีหน้าไม้อีกคัน ส่วนอันนี้คือระเบิดมือ ถ้า เราดึงสลักแล้วโยนออกไป มันจะระเบิด…”
เซียวหมิงเยวี่ยวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น ก่อนพูด อย่างรวดเร็วและเรียบง่าย
ลุงรองหยิบหน้าไม้ขึ้นมา “ฉันใช้หน้าไม้แล้วกัน ฉันรู้วิธีใช้มัน ส่วนพวกเธอเอาปืนไป”
เจี่ยงย่วนมองดูสิ่งของเหล่านั้นและลังเลที่จะพูด เขาอยากถาม เซียวหมิงเยวี่ยว่าเอาพวกมันมาจากไหน แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่ใช่ เวลาที่เหมาะสม