ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 137 บ้านพักถูกโจมตี
“เสี่ยวตง นายจะทำอะไร?”
ชายที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวตงเลียริมฝีปาก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย ความโลภ
“ดูวิลลาหลังนั้นสิ ก่อกำแพงสูง แถมยังมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง พี่ไม่อยากรู้เหรอว่าใครอาศัยอยู่ที่นั่น? พี่ซวิ่น อยากเดิมพันกันไหม ฉันพนันได้เลยว่าคงมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอาศัยอยู่”
คงจะเป็นพวกข้าราชการระดับสูงที่หวงแหนชีวิตและกลัวความ ตาย
พี่ซวิ่นขมวดคิ้วทันใด “เสี่ยวตง อย่าลืมภารกิจหลักของเรา เชื่อ ฟังคำสั่งซะ!”
เสี่ยวตงหงุดหงิดเล็กน้อยพลางบ่นพึมพำ “ฉันรู้น่าว่าภารกิจเรา คืออะไร เฮอะ เราต้องมาทำงานสกปรกแบบนี้ตลอด ทำไมพี่เหมิ่งถึง ต้องฟังไอ้ไวเปอร์นั่นด้วย? ฉันอยากลองเล่นระเบิดนิวเคลียร์ชะมัด อยากรู้ว่ามันจะทรงพลังขนาดไหน ถ้าเอาไประเบิดตึกคงเจ๋งน่าดู!
นอกจากนี้ไอ้ไวเปอร์นั่นยังขี้เหนียวมาก ก็แค่ส่งระเบิดนิวเคลียร์ มาให้ทางนี้บ้าง ลูกเดียวก็พอจะระเบิดทั้งชุมชนแล้ว ถ้าถามฉัน ฉัน คงจะระเบิดเมืองทางใต้ทั้งหมดในคราวเดียว”
ยิ่งไปกว่านั้น พี่เหมิ่งยังเป็นคนขอระเบิดนิวเคลียร์พวกนั้นไปด้วย
พี่ซวิ่นพูดอย่างใจเย็น “ถ้าเราไม่ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ใน ครั้งก่อน และมีพี่น้องจำนวนมากเสียชีวิต พี่เหมิ่งคงไม่ระเบิดทั้ง ชุมชนทิ้งหรอก”
พี่เหมิ่งมีความอาฆาตพยาบาทมาก และต้องการเอาคืนศัตรูเป็น ร้อยเท่า เขาประสบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ชุมชนจื่อเวยเมื่อครั้งที่
แล้ว และมีพี่น้องมากกว่าสิบที่เสียชีวิต แล้วจะไม่ให้เขาแค้นเคืองได้ อย่างไร?
พี่เหมิ่งเป็นเหมือนหมาบ้า เขาต้องการแก้แค้นด้วยวิธีสุดโต่งนี้
“ยังไงก็ยังมีพวกหม่าจางอยู่ เราลองงัดบ้านหลังนี้เข้าไปดูไหม เผื่อจะจับข้าราชการตำแหน่งสูงเป็นตัวประกันได้ ถือว่าทำความดี ความชอบ” เสี่ยวตงพูด
พี่ซวิ่นยังคงลังเล ขณะที่เสี่ยวตงมองไปรอบ ๆ เพื่อหาจุดที่
สามารถงัดแงะเข้าไป
“ถ้าพี่ไม่ไป เดี๋ยวฉันไปเอง ถึงตอนนั้นอย่ามาบ่นว่าฉันไม่แบ่ง ผลงานล่ะ”
เสี่ยวตงยิ้มกว้างและพูดด้วยน ้าเสียงดูถูก “กำแพงสูงสามเมตรแค่ นี้ คิดว่าจะหยุดฉันได้หรือไง?”
…
เนื่องจากกล้องวงจรปิดเป็นแบบขนาดเล็ก แถมยังถูกเซียวหมิง เยวี่ยจงใจซ่อนไว้ในกองเศษแก้วบนกำแพง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ สังเกตเห็น
ดังนั้นบทสนทนาระหว่างคนทั้งสองจึงถูกพ่อเซียวและคนอื่น ๆ ในบ้านได้ยินชัดเจน ทุกคนแทบไม่กล้าหายใจดัง ๆ ออกมาขณะที่
จ้องมองจอมอนิเตอร์อย่างใจจดใจจ่อ
ปรากฏว่าเซียวหมิงเยวี่ยพูดถูก มีผู้ก่อการร้ายอยู่จริง ๆ ด้วย
หัวใจลุงใหญ่เต้นรัวเร็ว ราวกับจะทะลุออกจากอก
“น้องเขย เมื่อไหร่เราถึงจะกดปุ่มนั่น?”
พ่อเซียวยังคงสงบ “รออีกนิด รอให้มันเดินเข้ามาอีกนิด ให้ถึง บริเวณตรงกลาง”
เจี่ยงย่วนเบิกตากว้าง “มันกำลังจะปีนกำแพงแล้ว!”
“ไปลงนรกซะไอ้พวกสารเลว!”
พ่อเซียวกดปุ่มกลไกอย่างรวดเร็ว พอกดเสร็จ เขาก็เพิ่งตระหนัก ว่าฝ่ามือของตัวเองเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ในจอมอนิเตอร์ ตำแหน่งพื้นใต้เท้าของเสี่ยวตงเกิดยุบตัวลง ส่งผลให้เขาตกลงไปโดยไม่มีการป้องกันใด ๆ
“ตกลงไปแล้ว มันตายแล้วหรือยัง?” ลุงใหญ่ถามด้วยความ ตื่นเต้น
พ่อเซียวถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ใต้หลุมพรางมีเหล็ก แหลมยาว 20 เซนติเมตรเต็มไปหมด มันต้องตายแน่ ๆ ถึงไม่ตายก็ คงเหลือแต่ลมหายใจรวยริน”
“อย่าเพิ่งดีใจไปครับ ข้าง ๆ ยังเหลืออีกคน” เจี่ยงย่วนเตือน
หลายคนเกร็งร่างกายทันที คนคนนั้นไม่มีทางติดกับดักแน่นอน แล้วเขาจะทำอย่างไร?
…
“เสี่ยวตง!”
พี่ซวิ่นรีบวิ่งไปที่หลุมพราง เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นในหลุมพราง ดวงตาของเขาก็แดงก ่าขึ้นมา
เนื่องจากสวมชุดกันกระสุน แผ่นหลังของเสี่ยวตงจึงไม่ได้ถูก เหล็กแหลมแทงทะลุ แต่ศีรษะของเขาถูกแทงทะลุ ดวงตาสองข้างเบิก กว้าง เป็นการตายอย่างไม่สงบ
เส้นเลือดบนหน้าผากของพี่ซวิ่นปูดโปน เขาสามารถมองออก ได้ง่ายดายว่าหลุมพรางนี้มีกลไกควบคุม
และในบ้านก็ต้องมีคนมองเห็นพวกเขาอยู่แน่ ๆ ไม่เช่นนั้นทำไม หลุมพรางถึงเปิดออกทันทีที่เสี่ยวตงเดินไปตรงกลาง?
พี่ซวิ่นเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหาด้วยสายตาเคร่งขรึม ในที่สุดเขาก็ พบมัน
เขาใช้ปืนยิงกล้องวงจรปิดจนพัง
เพื่อแฝงตัวอยู่ในชุมชน พวกเขาจึงจงใจสวมเสื้อผ้าเพื่อพรางตัว แม้แต่ปืนไรเฟิลก็ยังถูกซ่อนไว้ และคนที่ถือปืนไรเฟิลก็มีไม่มากนัก
พี่ซวิ่นเป็นหนึ่งในนั้น เขากำลังถือปืนไรเฟิลจู่โจม
คนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะถือปืนพก ระเบิดมือ และแก๊สพิษ เพราะ พวกเขามาที่นี่เพื่อสร้างความวุ่นวาย ไม่จำเป็นต้องสังหารหมู่ เพียงแต่สร้างยุทธวิธีล่อให้กองทัพเข้าปะทะ
ท้ายที่สุดแล้วการโจมตีชุมชนจื่อเวยเป็นเพียงการแก้แค้น ส่วนตัวของพี่เหมิ่ง เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้ อยู่ที่ชุมชนจื่อเวย แต่เป็นที่อื่น ซึ่งไวเปอร์ได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
แต่ว่าวันนี้ คนอื่นในชุมชนจะถูกฆ่าหรือไม่ก็ช่างปะไร แต่เขา ต้องฆ่าคนในบ้านเพื่อแก้แค้นให้เสี่ยวตง!
พี่ซวิ่นเดินวนรอบบ้านอย่างละเอียด และยิงกล้องวงจรปิดทุกตัว จนพัง ก่อนจะหัวเราะอย่างเย็นชา พวกแกรอความตายได้เลย
ตอนนี้ บทบาทของนักล่าและเหยื่อถูกสลับกันแล้ว
ภายในบ้าน…
ขณะที่หน้าจอมอนิเตอร์ดับลงทีละตัว หัวใจของพ่อเซียวและคน อื่น ๆ ก็ยิ่งจมดิ่ง สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดจนน่ากลัว
“กล้องวงจรปิดนอกบ้านถูกเขาทำลายหมดแล้ว เขาสังเกตเห็น ได้ยังไง ขนาดฉันยังไม่เคยเห็นเลย” ลุงใหญ่ขมวดคิ้วแน่น
ลุงรองจับหน้าไม้ในมือแน่น “เขาเป็นผู้ก่อการร้ายและต้อง แข็งแกร่งมากแน่ เราควรทำยังไงดี?”
สมองพ่อเซียวทำงานอย่างรวดเร็ว “เวลานี้เราจะกลัวไม่ได้ ถ้าเรา กลัว แล้วครอบครัวของเราในห้องใต้ดินจะทำยังไง? ทุกคนทำใจให้ดี เราทุกคนมีอาวุธปืนในมือ แล้วต้องกลัวอะไรอีก มันตัวคนเดียว ขณะที่เรามีถึงสี่คน”
ลุงใหญ่เห็นด้วย “ใช่แล้ว แกไม่รอดแน่ คนเขลาสามคนเทียบเท่า หนึ่งขงเบ้ง*[1] ไปจัดการมัน!”
“ไปเถอะ ระบบเฝ้าระวังถูกทำลายแล้ว อยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มี ประโยชน์ ไปเฝ้าที่สวนกันดีกว่า ถ้ามันอยากเข้ามา มันต้องปีน กำแพงข้ามมาแน่ ๆ เมื่อไหร่ที่มันโผล่หัวขึ้นมา เราก็จัดการมันเลย!” พ่อเซียวพูดอีกครั้ง
“ถ้ามันเห็นเราตอนไปที่สวนจะทำยังไง ปืนของมันเป็นแบบจู่โจม แล้วถ้ามันปีนเข้ามาทางหน้าต่างล่ะ?” ลุงรองพูดพร้อมกับทำท่าทาง ประกอบ
พ่อเซียวยกนิ้วขึ้นบอกให้ทุกคนเงียบเสียง แล้วเดินนำไปพร้อม กับพูดเสียงเบาว่า
“ปีนเข้ามาไม่ได้หรอก กระจกบ้านเราเป็นกระจกกันกระสุน ปืน ยิงยังไม่เข้า ถ้ามันอยากเข้ามามันต้องปีนกำแพง แล้วหลังคารับแสง บ้านเราก็สั่งทำพิเศษ หากมองจากด้านนอกจะไม่เห็นด้านใน แต่เรา เห็นด้านนอกได้ ถือว่าเรามีความได้เปรียบ ดังนั้นจะต้องจัดการมันได้ แน่”
หลังจากได้ยินสิ่งที่พ่อเซียวพูด ทุกคนรู้สึกใจเย็นลงอย่างเห็นได้ ชัด และเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น
พวกเขาออกมาที่สวน เงยหน้ามองหลังคารับแสงและรอคอยศัตรู ด้วยความตึงเครียด พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ ้า
พี่ซวิ่นเดินวนไปรอบ ๆ และพบว่าทางเข้าเพียงทางเดียวคือปีน ข้ามกำแพง กำแพงสูงสามเมตรนั้นยากจะปีนข้ามสำหรับคนทั่วไป เว้นแต่จะมีบันได แต่สำหรับพี่ซวิ่นแล้ว มันไม่ต้องใช้ความพยายาม อะไรมากนัก
เมื่อเห็นว่ามีเศษแก้วและรั้วไฟฟ้าบนกำแพง พี่ซวิ่นเพียงมองมัน อย่างไม่แยแสและปีนขึ้นไปด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ที่จุดเชื่อมต่อ ระหว่างกำแพงกับบ้าน เขากระโจนตัวออกไป
เพียงชั่วพริบตา เขาก็ปีนขึ้นไปบนหลังคาได้แล้ว
เจี่ยงย่วนเห็นเงาดำทะยานขึ้นไปบนหลังคาอย่างรวดเร็ว จนแทบ ไม่มีเวลาได้ยิงปืน ชายคนนั้นไม่ได้เหยียบหลังคารับแสง แต่ปีนขึ้นไป บนหลังคาโดยตรง
เขาตกตะลึง ผู้บุกรุกช่างมีทักษะว่องไว แถมยังระวังตัว ค่อนข้างมาก แล้วพวกเขาจะเอาชนะได้เหรอ?
เจี่ยงย่วนชี้ขึ้นไปที่หลังคา บอกคนอื่นให้รู้ว่ามีคนอยู่ที่นั่น
พ่อเซียวและคนอื่น ๆ แลกเปลี่ยนสายตากัน ทุกคนจ้องไปที่
หลังคา จากนั้นพ่อเซียวโบกมือเรียกทุกคนให้มาทางประตูหน้า
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่น มันเป็นเสียงทุบกระจก ซึ่งดังมาจาก ด้านหลังบ้าน
พ่อเซียวกระซิบ “ไอ้สารเลวนั่นคิดจะปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้วทุบ กระจกเพื่อบุกเข้าไปในตัวบ้าน คิดว่าจะทำได้ง่ายดายขนาดนั้นเลย หรือไง พวกเราเฝ้าอยู่ตรงนี้แหละ พอมันบุกเข้าไปไม่ได้ สุดท้ายต้อง กลับออกมาแน่นอน รอมันโผล่หัวออกมาแล้วค่อยจัดการมัน”
[1] ขงเบ้ง หรือจูกัดเหลียง เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิง ประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก เป็นนักการเมืองสมัยปลายราชวงศ์ฮั่น ของจีน