ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 141 ในที่สุดก็จบลง
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเมื่อต้องเผชิญกับการแนะนำ อย่างกระตือรือร้นของป้าเหยียน เธอปฏิเสธอย่างสุภาพว่า
“เอ่อ… หนูยังไม่มีแผนที่จะหาแฟนในตอนนี้ค่ะ”
พี่เหยียนไม่เห็นด้วยและพูดว่า “หนูยังเด็ก คงไม่รู้ว่าควรจะหา คู่ครองได้ยังไง หนูต้องรีบหาตอนอายุยังน้อยนะ ไม่งั้นผู้ชายดี ๆ จะ ถูกคนอื่นเลือกไปหมด!”
จากเหตุการณ์ที่พ่อเซียวแนะนำหนุ่มหล่อจากกรมเกษตรกรรม ให้เซียวหมิงเยวี่ย แม่เซียวก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้กับลูกสาวอีกเลย
แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้ม “โอ๊ย เด็กสมัยนี้เขามีความคิดเป็นของ ตัวเองนะคะ”
พี่เหยียนยังอยากพูดต่อ แต่แม่เซียวโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอ มันเบาจนได้ยินกันแค่สองคน พี่เหยียนถึงกับเงยหน้าขึ้นด้วยความ ประหลาดใจ และเปลี่ยนคำพูดด้วยความเขินอาย
“ไม่ต้องรีบก็ได้ เธอยังเด็ก ยังมีโอกาสอีกเยอะ จำคำของป้าไว้นะ ลูก คนเราต้องมองไปข้างหน้า”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับแบบงง ๆ และยังคงรู้สึกสับสน
แม่เซียวกระซิบบอกอะไรกับป้าเหยียน ทั้งที่ก่อนหน้าเธอยืน กรานที่จะให้พบลูกชายของตัวเองให้ได้ แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจไปแบบ นั้น?
แม่เซียวยิ้มอย่างมีเลศนัย เปลี่ยนหัวข้อสนทนาและพูดคุยเรื่อง อื่นกับพี่เหยียน
เมื่อค ่าคืนมาเยือน ทุกคนต่างพันเสื้อผ้าให้แน่น อากาศในคืน ฝนตกนั้นหนาวเย็นที่สุด ผู้คนต่างจับกลุ่มกันเพื่อคลายความหนาว บางคนเริ่มจามออกมา
หลายคนอิจฉาแม่เซียวมากที่ลูกสาวของเธอนำเสื้อโค้ตตัวหนา มาให้ แต่ถึงจะอิจฉาอย่างไร พวกเขาก็รู้ดีว่าการเดินทางออกมาถึง ที่นี่เต็มไปด้วยอันตราย ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวของตัวเองต้อง เสี่ยงชีวิต พวกเขาจึงอดทนกับความหนาวเย็นต่อไป
เสียงกรีดร้องและร้องไห้ของผู้ประสบภัยดังมาจากระยะไกล ถึงแม้จะดึกมากแล้ว แต่ไม่มีใครข่มตาหลับได้ ในใจของทุกคนต่างก็ ตึงเครียดอย่างมาก
เซียวหมิงเยวี่ยซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของแม่เซียว แม้จะกำลัง หลับตาแต่ก็ไม่ได้นอนหลับ แม่เซียวถอดเสื้อคลุมออกมาเพื่อใช้คลุม ทั้งคู่แทนผ้าห่ม เธอยื่นมือไปตบหลังเซียวหมิงเยวี่ยเบา ๆ เช่นเดียวกับที่เธอทำเมื่อตอนที่ลูกสาวยังเป็นเด็ก
แม่เซียวกำลังตบหลังลูกสาว เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็ได้พบกับ ดวงตาที่ขุ่นเคืองของเตียวหรงหรง โดยที่อีกฝ่ายจ้องเขม็งมาทางเธอ อย่างดุเดือด
เตียวหรงหรงเช็ดน ้าตาแล้วหันกลับไปซุกตัวกับกำแพง นั่งขดตัว ด้วยความโกรธตามลำพัง และไม่ต้องการให้ใครเห็น
แม่เซียวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ปรากฏว่าผู้หญิงที่ชั่วร้ายอย่างเตียว หรงหรงก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเธอจะเสียใจกับสิ่งที่ลูก ชายของเธอทำ
ที่ลูกชายเธอเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอตามใจเขาจนเสียคน หากจะ โทษใครสักคนก็ต้องโทษที่ตัวเธอเอง กล้ามาโทษคนอื่นได้ยังไง?
ช่างเรื่องของเธอเถอะ
แม่เซียวมองดูลูกสาวในอ้อมแขนพลางยิ้มออกมาอย่างมี ความสุข
…
เมื่อถึงเวลาตีสาม เสียงประกาศดังขึ้นจากด้านนอกโดยพลัน
“ขออภัยเหล่าพี่น้องประชาชน ผมเหยียนเจี้ยนกั๋วผู้บัญชาการ ตำรวจเมืองเผิงจิง เหตุการณ์ในชุมชนครั้งนี้เกิดจากการโจมตีของ กลุ่มผู้ก่อการร้าย ทางรัฐบาลเมืองเผิงจิงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดตั้งแต่บ่ายวันนี้ ทางตำรวจและทหารของ เราได้ออกไปต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในแนวหน้าอย่างกล้าหาญ
ผู้ก่อการร้ายทั้งหมดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในชุมชนฮว๋าฮั่นถูกสังหารแล้ว และเราได้รับชัยชนะ! ทุกคนสามารถกลับบ้านและนอนหลับพักผ่อน ได้อย่างสบายใจ โปรดกลับไปยังบ้านพักอย่างเป็นระเบียบ และอย่า มัวแต่ออกมายืนอยู่ข้างนอก…”
เสียงของผู้กำกับเหยียนยังคงดังซ ้า ๆ จากลำโพง
ในที่สุดผู้จัดการซูก็ได้รับการแจ้งเตือน เขาจึงขอให้พนักงาน กลับบ้านโดยเร็วที่สุด
“ทุกคนตื่นเถอะ เราปลอดภัยแล้ว กลับบ้านได้แล้ว!” ผู้จัดการซู ตะโกนปลุกคนในคลังสินค้า
จริง ๆ แล้วแทบไม่มีใครนอนหลับ ในตอนที่เสียงประกาศดังขึ้น ทุกคนต่างก็ตื่นกันอยู่แล้ว
“ดีใจจัง ในที่สุดก็กลับบ้านได้แล้ว”
“ฮือ ๆ ๆ พวกเราจะไม่ตายแล้วใช่ไหม?”
“ไม่ตายแล้ว ผู้ก่อการร้ายในชุมชนถูกกำจัดหมดแล้ว”
“มัวรออะไรอยู่ล่ะ เรารีบไปกันเถอะ ที่นี่หนาวจะตายอยู่แล้ว!”
หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญ ทุกคนรู้สึกดีใจที่รอดชีวิต บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
เซียวหมิงเยวี่ยหลับตาพักผ่อนอยู่ เธอเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้
ตีสามกว่าแล้ว ในที่สุดทุกอย่างก็สิ้นสุดลง
หญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง รู้สึกเหมือนฝันไป ไม่น่า เชื่อเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง
“หมิงเยวี่ย กลับบ้านกันเถอะ” แม่เซียวลุกขึ้นยืน
เมื่อทุกคนออกจากประตูใหญ่ของสำนักงาน พวกเขาพบว่าไฟ ถนนในหมู่บ้านเปิดสว่าง แสงสีเหลืองส้มส่องสว่างให้กับทุกคนบน ถนนเพื่อเดินกลับบ้าน
บ้านทุกหลังมีไฟฟ้าใช้ ชุมชนมีแสงสว่างจ้า ทุกครัวเรือนต่างก็ เปิดไฟทุกหลัง
ในตอนนี้ ราวกับว่าทุกอย่างกลับสู่สภาพก่อนเกิดหายนะ
“รัฐบาลอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ คืนนี้จะไม่มีการจำกัดไฟฟ้า ทุก คนรีบกลับบ้านพักผ่อนเถอะ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะมีงานยุ่ง มาก” ผู้จัดการซูพูดจบก็เดินจากไป
เซียวหมิงเยวี่ยเดินกลับบ้านพร้อมกับแม่เซียว พวกเขาเห็นทหาร ในชุดลายพรางกำลังเก็บกวาดศพ ทหารเหล่านี้ไม่ได้พักผ่อน และคง ต้องทำงานจนถึงเช้า
“แม่ ก่อนหน้านี้แม่บอกอะไรกับป้าเหยียนเหรอคะ?” เซียวหมิง เยวี่ยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
แม่เซียวหัวเราะเบา ๆ “แม่บอกป้าเขาว่า ลูกเพิ่งจะอกหัก เพราะ ถูกผู้ชายเลวทำร้ายจิตใจ ตอนนี้ลูกไม่อยากได้ยินคำว่านัดดูตัว พอ ได้ยินทีไรเป็นต้องโกรธ ทุกคนในบ้านเลยไม่กล้าพูดเรื่องนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยยกนิ้วโป้งขึ้น “แม่เจ๋งมากค่ะ”
แม้จะเป็นเวลาตีสามแล้ว แต่บนท้องถนนยังมีผู้ประสบภัยจำนวน ไม่น้อย พวกเขาฟังเสียงประกาศจากลำโพงบนโดรน บางคนโกรธ แค้นจนเก็บหินขว้างใส่โดรนพร้อมด่าทอด้วยความโมโหว่า
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์! ตำรวจอย่างพวกแกทำอะไรได้บ้าง นอกจากกินเงินภาษีของประเทศ พวกแกไม่สามารถรับประกันความ ปลอดภัยขั้นพื้นฐานประชาชนได้ด้วยซ ้า ผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาถึง หน้าประตู แต่พวกแกทำได้แค่พูดขอโทษเท่านั้น! ไปลงนรกให้หมด ซะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองชายคนนั้น แล้วดึงมือแม่เซียวพร้อม เร่งฝีเท้า
คนพวกนี้ไม่รู้ว่าผู้ก่อการร้ายน่ากลัวแค่ไหน อาวุธของพวกเขา ร้ายแรงอย่างมาก หากไม่มีตำรวจและทหาร ในชุมชนฮว๋าฮั่นคงเหลือ ผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะคำเตือนของเซียวหมิงเยวี่ย สงครามครั้งนี้คงไม่ จบลงอย่างง่ายดาย ในชีวิตชาติก่อนพวกเขาต่อสู้กันเป็นระยะเวลา
มากกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ครั้งนี้มันจบลงเร็วมาก แสดงว่าพวกเขา เตรียมการมาอย่างดี
เนื่องจากผู้ประสบภัยในชุมชนมีจำนวนมาก ส่งผลให้การ ตรวจสอบทำได้ยาก ตำรวจและทหารไม่สามารถดำเนินการได้ ในทันที จึงย่อมมีผู้บาดเจ็บล้มตาย แต่พวกเขาพยายามลดจำนวน ผู้เสียชีวิตให้น้อยที่สุดแล้ว
แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ยังมีคนไม่พอใจอยู่เสมอ
…
ที่บ้าน พ่อเซียวและทุกคนไม่กล้าหลับตานอนจนดวงตาแดงก ่า เหมือนกระต่าย พวกเขาไม่กล้าเปิดไฟในบ้าน พยายามมีสมาธิจดจ่อ กับเสียงรอบข้าง
เมื่อได้ยินเสียงโดรนบินผ่านและเสียงประกาศจากลำโพง ทุกคน ก็ดีใจสุดขีด
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
ลุงใหญ่ตกใจจนแทบจะล้มลงกับพื้น ทุกคนหันมองไปที่ประตู เป็นตาเดียว และไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ
“เปิดประตูให้หน่อย นี่หนูเองค่ะ” เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงของเซียวหมิงเยวี่ย ทุกคนพลันถอนหายใจด้วย ความโล่งอก พ่อเซียวรีบเดินไปเปิดประตู เมื่อเห็นภรรยาและลูกสาว เขาก็กลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่ ชายวัยกลางคนอายุเกือบห้าสิบปีน ้าตาไหล รินอาบแก้ม
“กลับมาแล้ว ในที่สุดก็กลับมาแล้ว…”
แม่เซียวรีบเช็ดน ้าตาให้เขาพลางสะอื้น “โตขนาดนี้แล้วยังจะ ร้องไห้อีก พวกเราทุกคนปลอดภัยดีไหม?”
ลุงใหญ่และเจี่ยงย่วนรู้สึกตื้นตันใจ เจี่ยงย่วนพูดว่า
“เดี๋ยวผมไปพาทุกคนออกมา พวกเขาอยู่ที่ห้องใต้ดิน”
สิ้นเสียง เจี่ยงย่วนรีบเดินไปที่ห้องใต้ดินเพื่อพาคนอื่น ๆ ออกมา
“แล้วทำไมไม่เปิดไฟล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดพลางเปิดไฟในสวน ทันใดนั้นเธอก็เห็น หลังคารับแสงเต็มไปด้วยรูจากกระสุนปืน ภายในสวนมีเศษซากของ ต่าง ๆ กระจัดกระจาย และมีคราบเลือดอยู่เต็มพื้น
เธอตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
ลุงใหญ่ตอบอย่างมีลับลมคมใน “เรื่องมันยาวน่ะ เข้าบ้านก่อน เถอะ เดี๋ยวลุงเอาของดีมาให้ดู รับรองว่าหลานต้องดีใจมากแน่ ๆ!”