ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 143 หัวหน้าซ่งมาเยือนถึงหน้าประตู
“หัวหน้าซ่ง มาทำอะไรที่นี่คะ? ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เกิดอะไรขึ้น หรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยค่อนข้างประหลาดใจ มันดึกมากแล้ว หัวหน้าซ่ง ไม่ได้ไปต่อสู้กับคนร้ายหรือกำจัดศพ ทำไมเขาถึงมาที่บ้านของเธอ ล่ะ?
หัวหน้าซ่งยิ้มมุมปาก “ใช่คุณจริง ๆ ด้วย ฉันแค่มาตรวจสอบ ข้อมูลผู้อยู่อาศัยในบ้านนี้น่ะ เซียวหมิงเยวี่ย ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง นะ”
ครั้งก่อนเธอไปหาเว่ยจวิน และบอกแผนการของพี่เหมิ่งกับพวก เขา ไม่คาดคิดเลยว่าจะพบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงสงสัย “เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?”
หัวหน้าซ่งมองเซียวหมิงเยวี่ยที่โผล่ออกจากประตูครึ่งตัว “แน่ใจ เหรอว่าจะคุยกันตรงนี้ ออกมาคุยกันข้างนอกดีกว่า”
หญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัว เธอรีบออกมาอย่างเขินอาย และเดินตาม หัวหน้าซ่งไปยังมุมอับสายตาข้างบ้าน
หัวหน้าซ่งถามตรงประเด็น “ที่บ้านคุณมีปืนได้ยังไง ดูแล้วไม่ใช่ แค่หนึ่งกระบอกด้วย แล้วยังใช้ยิงผู้ก่อการร้ายจนตายอีก คิดจะ จัดการกับเรื่องนี้ยังไง?”
“เอ่อ… ปืนอะไรคะ? ไม่เห็นมีเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง และพยายามปฏิเสธอย่าง แน่วแน่
หัวหน้าซ่งเลิกคิ้ว “คุณคิดว่ายังไงล่ะ ฉันเห็นกับตาตัวเอง คิดจะ โกหกฉันได้เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกผิด เธอยกมือเกาจมูกอย่างเขินอายและพูด ต่อว่า
“แล้วคุณคิดว่าควรจัดการยังไงคะ?”
เธอคิดในใจ ทำไมเขาถึงเห็นได้นะ
“ตามกฎก็ต้องส่งมอบให้ทางการ” หัวหน้าซ่งพูด
เซียวหมิงเยวี่ยต่อรอง “คุณก็พูดเองว่าตามกฎ งั้นขอปรับเปลี่ยน กฎนิดหน่อยได้ไหมคะ? ถือว่าฉันให้ข้อมูลสำคัญ และเป็นการ ช่วยเหลือทางการนะ สังคมสมัยนี้วุ่นวายมาก ครอบครัวเราต้องมีวิธี ป้องกันตัวบ้าง”
หัวหน้าซ่งกอดอก “บอกฉันมาตามตรง เอาปืนมาจากไหน?”
เซียวหมิงเยวี่ยลังเล ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี?
“ในเมื่อฉันมาถามคุณ แสดงว่าฉันรู้คำตอบอยู่แล้ว ปืนมาจาก แก๊งมังกรดำใช่ไหม?” หัวหน้าซ่งถาม
เซียวหมิงเยวี่ยมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ “คุณรู้ได้ยังไง คะ?”
หัวหน้าซ่งพูดอย่างจริงจัง “คิดว่าทหารอย่างพวกเราเอาแต่นอน กินเงินเดือนไปวัน ๆ รึไง ฉันสนิทกับเสี่ยวเจิ้งดี ตรวจสอบได้ไม่ยาก หรอก”
เสี่ยวเจิ้ง? หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเหรอ? พวกเขารู้จักกัน จริง ๆ สินะ
เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งกับความน่ากลัวของยุคข้อมูล ขนาดใหญ่
หัวหน้าซ่งกระแอมในลำคอแล้วพูดว่า “ในเมื่อเสี่ยวเจิ้งไม่เอา เรื่อง ก็ถือว่าฉันจะไม่ขัดขวาง ประวัติครอบครัวคุณใสสะอาด พ่อ ทำงานที่กรมเกษตรกรรม ส่วนแม่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลผู้อพยพใน ชุมชน ไม่มีประวัติอาชญากรรม เก็บปืนไว้ก็ได้ แต่ศพผู้ก่อการร้าย ต้องส่งมอบให้ฉัน และต้องจัดการอย่างเป็นระบบ”
เซียวหมิงเยวี่ยโล่งอกเล็กน้อย ถามต่อว่า “แล้ว… ปืนของ ผู้ก่อการร้ายล่ะคะ?”
“ทำไม คุณอยากได้เหรอ?” หัวหน้าซ่งถาม
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับอย่างสงบ “ใช่ค่ะ ถือว่าเป็นของ รางวัลของบ้านเรา”
หัวหน้าซ่งตอบแบบคลุมเครือ “ก็ถือว่าเป็นของรางวัลบ้านคุณ นั่นแหละ แต่ฉันต้องดูว่ามีอะไรบ้าง”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเห็นโอกาส จึงรีบพูดว่า
“ไปค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปดูเอง”
เมื่อพาหัวหน้าซ่งเข้าบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยอธิบายคร่าว ๆ ให้ฟัง สมาชิกในครอบครัวต่างทักทายทหารหนุ่มอย่างอบอุ่น คุณแม่เซียว ยังเทชาร้อนให้เขาอีกด้วย
“สองศพเหรอ?” หัวหน้าซ่งคิดว่ามีเพียงศพเดียว
พ่อเซียวตอบว่า “ใช่ครับ อีกศพตกลงไปในหลุมกับดัก เพิ่งจะดึง ขึ้นมาเมื่อกี้นี้”
“บ้านของคุณมีสัญชาตญาณความปลอดภัยดีนะ แถมยังมีกับ ดักด้วย”
พ่อเซียวพูดต่อ “เปล่าหรอกครับ โลกเริ่มวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องปลอดภัยไว้ก่อน”
หัวหน้าซ่งเงยหน้ามองหลังคารับแสงที่ทำจากกระจก แล้วพูด พึมพำว่า
“ถ้ามีแสงจันทร์ คงเหมือนเพดานดาวสุกสกาว โรแมนติกมาก ทีเดียว”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งอึ้งไป “…”
ท้ายที่สุดเขาเป็นถึงระดับนายพลในกองทัพ แต่กลับเจ้าบทเจ้า กลอนเสียจริง
หัวหน้าซ่งหยิบมีดทหารประจำตัวออกมา เขานั่งยอง ๆ แล้วเริ่ม งัดฟันกรามของผู้ก่อการร้ายออก เพราะภายในฟันกรามของพวก มันจะมีเครื่องติดตามอยู่!
“ตอนนี้พวกคุณคงรู้แล้วว่าทำไมฉันถึงต้องเอาศพกลับไป ผู้ก่อการร้ายทุกคนมีเครื่องติดตามอยู่บนตัวของเขา หากเครื่อง ติดตามระบุตำแหน่งที่บ้านของคุณ ผลที่ตามมาจะเป็นหายนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยและทุกคนในบ้านต่างก็ตกใจ พวกเขาไม่เคย คาดคิดว่าผู้ก่อการร้ายจะมีเครื่องระบุตำแหน่งบนร่างกาย และมันถูก ซ่อนอยู่ในฟันของแต่ละคนงั้นเหรอ?
“เดิมทีพวกเราวางแผนจะเอาศพไปฝังไว้ที่ด้านหลังภูเขา” พ่อ เซียวพูดด้วยความกลัว
หัวหน้าซ่งไม่เห็นด้วย “หลังเขามันใกล้เกินไป ถ้ามีแค่สองศพถูก ฝังอยู่ที่หลังเขา ศัตรูคงจะเกิดความสงสัยแน่นอน”
เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “เครื่องติดตามของศพนี้หายไป ไหน? หัวของมันถูกยิงจนเละเป็นแตงโมเน่า ทำให้ฟันกระเด็นหายไป หรือเปล่า?”
พ่อเซียวตื่นตระหนกอย่างมาก เครื่องติดตามหายไปนี่เรื่องใหญ่ เลยไม่ใช่เหรอ?
“เร็วเข้า ๆ ๆ ทุกคนช่วยกันหาเร็ว ถ้าในบ้านไม่มีก็ช่วยกันหา ข้างนอก เร็วเข้า!”
ทั้งครอบครัวออกไปนอกบ้านด้วยกัน นั่งลงหาฟันซี่นั้นไปทั่ว บริเวณ และหากต้องขุดดินหาก็จะทำ
เจี่ยงจ้วงใช้ไม้กวาดเล็ก ๆ เขี่ยชามอาหารในเล้าไก่แล้วพบฟันซี่
หนึ่ง “นี่ใช่หรือเปล่า? เจอฟันแล้วครับ”
หัวหน้าซ่งมองดูอย่างละเอียด “นี่แหละ ฟันกรามที่มีเครื่อง ติดตาม”
เขาโบกมือ ทหารสองนายเข้ามาเคลื่อนศพออกไปพร้อมกับฟัน กรามสองซี่ที่มีเครื่องติดตาม
ลุงใหญ่พูด “มันไปอยู่ในเล้าไก่จริง ๆ แต่ไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง ดีนะ ที่หาเจอ ไม่งั้นพวกเราคงแย่แน่ ๆ ลูกชายพ่อมีสายตาดีมาก”
เจี่ยงจ้วงยิ้มอย่างเขินอาย
พ่อเซียวจับมือหัวหน้าซ่งและขอบคุณเขาซ ้า ๆ “ขอบคุณ หัวหน้าซ่งมากครับ ถ้าไม่มีคุณ พวกเราคงไม่รู้ว่าพวกมันมีเครื่อง ติดตามอยู่ คุณช่วยชีวิตพวกเราทั้งครอบครัวไว้”
“ไม่เป็นไรครับ พาผมไปดูอาวุธที่พวกคุณยึดมาได้หน่อยสิ” หัว หน้าซ่งพูด
ลุงใหญ่และคนอื่น ๆ มองหน้ากัน เขาคงไม่ได้จะเอาไปใช่ไหม?
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบว่า “อยู่ในบ้านค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปดู”
หัวหน้าซ่งพยักหน้า แล้วเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้าน
ลุงใหญ่และคนอื่น ๆ รีบตามไป อาวุธเหล่านี้พวกเขาต้องเอา ชีวิตแลกพวกมันมา จึงไม่อยากให้หลุดมือไป
หัวหน้าซ่งลูบคางเบา ๆ “ของที่ปล้นมาค่อนข้างเยอะทีเดียว พวก คุณใช้เป็นหรือเปล่า? พวกคุณเก็บปืนไว้ก็ได้ แต่ระเบิดมือกับระเบิด แก๊สพิษ ฉันคงต้องเอากลับไป มันอันตรายมากและอาจระเบิดโดยไม่ ตั้งใจ พวกคุณไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมา เก็บเอาไว้มีแต่จะเป็น อันตราย”
หลังพ่อเซียวและคนอื่น ๆ ได้ยินสิ่งนี้ แม้จะรู้สึกเสียดาย แต่ก็ เข้าใจได้
อย่างน้อยพวกเขาก็ยังเก็บปืนไว้ได้ ถือว่าไม่ได้สูญเสียไป ทั้งหมด ระเบิดแก๊สพิษฟังดูน่ากลัวจริง ๆ นั่นแหละ ถ้ามันรั่วไหล ออกมาคงจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก อย่าเก็บมันไว้เลยดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยพูดตามตรงว่า “เราใช้ปืนพกเป็น แต่สำหรับปืนไร เฟิล…”
แม้ว่าเจี่ยงจ้วงจะพูดวิธีใช้ก่อนหน้า แต่เธอก็ไม่เคยใช้มันมาก่อน
หัวหน้าซ่งพูด “เดี๋ยวฉันให้คนมาสอนความรู้เกี่ยวกับการใช้ปืน อย่างมืออาชีพ และวิธีการยิงปืนที่ถูกต้อง สนใจไหม?”
หากบอกว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ตื่นเต้นคงจะเป็นเรื่องโกหก “ได้ เหรอคะ?”
“เรื่องเล็กน้อยน่า เพราะว่าคุณ… ใช่ไหมล่ะ?”
หัวหน้าซ่งไม่ได้พูดออกมา แต่เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจความหมาย ของอีกฝ่าย เพราะว่าเธอเคยส่งต่อข้อมูลสำคัญให้พวกเขา
“ตกลงค่ะ!” เธอตอบตกลงในทันที
ก่อนที่หัวหน้าซ่งจะจากไป เซียวหมิงเยวี่ยดึงเขาไปคุยข้าง ๆ และ กระซิบถามว่า
“เสียงที่ดังกึกก้องเมื่อวาน เกิดการระเบิดในชุมชนจื่อเวยเหรอ คะ?”
สีหน้าของหัวหน้าซ่งเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที ราวกับถูกเมฆ ดำปกคลุม ซึ่งเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกรธ
เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ใกล้จะเช้าแล้ว พักผ่อน เถอะ”
เมื่อเห็นท่าทางของเขา เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่เข้าใจได้อย่างไร เธอ ถอนหายใจยาว ภายในใจรู้สึกสับสน
ในชาติก่อน ชุมชนจื่อเวยมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ไม่ คิดว่าหลังกลับมาเกิดใหม่แล้ว จะยังหนีไม่พ้นชะตากรรมอันเลวร้ายนี้
อีก
หลังจากหัวหน้าซ่งจากไป แม้ว่าทุกคนจะง่วงนอนมาก แต่จิตใจ ยังคงตื่นเต้น ไม่รู้ว่าคุณตานอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขานอนขดตัว บนโซฟาและกรนออกมาเป็นจังหวะ
คุณยายต้องเป็นคนพูดให้ทุกคนรีบกลับบ้านไปพักผ่อน ถ้าไม่ รีบนอน อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว
ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านพ้นอุปสรรคอันเลวร้ายและรอดชีวิตมาได้