ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 144 ปลายทางแห่งโลกาวินาศ จงอยู่ห่างไกลจากคนชั่ว
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 144 ปลายทางแห่งโลกาวินาศ จงอยู่ห่างไกลจากคนชั่ว
เซียวหมิงเยวี่ยนอนหลับยาวจนถึงสี่โมงเย็น เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึก มึนงงไปหมด
มีการประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในชุมชนฮว๋าฮั่น ซึ่ง มีมากกว่าหนึ่งพันคน หากมองแวบแรก ตัวเลขนี้ช่างน่าตกใจ แต่ หากเทียบกับข้อมูลในชาติก่อน มันกลับไม่ถึงเศษเสี้ยวเลยด้วยซ ้า
ผู้จัดการซูและคนอื่น ๆ ต่างก็มีงานยุ่งมาก พวกเขาต้องจัดการ กับจำนวนผู้ประสบภัยใหม่ จัดการความเรียบร้อย และปลอบประโลม ผู้คน แม้แต่น ้าสักหยดก็ไม่มีเวลาแตะด้วยซ ้า
หลังจากกวาดล้างผู้ก่อการร้ายทั้งหมดในชุมชนฮว๋าฮั่น เหล่า ผู้ก่อการร้ายในหมู่บ้านอื่น ๆ ก็ถูกจัดการทีละแห่ง
ด้วยจำนวนศพที่มากเกินไป บ่อหนอนฟันไม่สามารถจัดการได้ ทัน ศพทั้งหมดจึงถูกนำไปรวมกันที่บริเวณน ้าลึกและโยนลงไปในน ้า เพื่อให้หนอนฟันในน ้าลึกจัดการ
แต่เหตุการณ์ระเบิดที่ชุมชนจื่อเวยนั้นอยู่เหนือความคาดหมาย ของทุกคน ไม่มีใครคิดว่าพี่เหมิ่งจะแก้แค้นอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ ชาติที่แล้วเขาไม่เคยระเบิดชุมชนฮว๋าฮั่น แต่ครั้งนี้กลับไประเบิด ชุมชนจื่อเวย เพียงเพราะตำรวจทำร้ายลูกน้องของเขาจำนวนกว่า 12 คน เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้โหดเหี้ยมและบ้าดีเดือดขนาดไหน
จากผู้ประสบภัยหลายแสนคนในชุมชน กลับมีผู้รอดชีวิตเพียง 62 คนเท่านั้น ส่วนทหารนับพันที่ซุ่มโจมตีนั้นเสียชีวิตทั้งหมด
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเมืองเผิงจิง ก็ยังน้อยกว่าชาติที่แล้วมาก
ผู้ประสบภัยที่เคยด่าทอตำรวจว่าเป็นขยะไร้ประโยชน์ต่างก็หุบ ปากเงียบหลังจากได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชุมชนจื่อเวย
พวกเขาต่างก็แอบดีใจที่ไม่ใช่ชุมชนฮว๋าฮั่น
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเอง และพบว่า ข้อความในกลุ่มชุมชนมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา เธอนอนบนเตียง และอยากดูว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน…
[ด่วนจี๋ตามคำสั่ง] : พวกคุณได้ยินข่าวไหม? เมื่อวานนี้มีคนที่ไม่ ตายจากระเบิดของผู้ก่อการร้าย แต่กลับถูกเบียดเสียดจนตายที่
บันได!
[ฝนจงหยุดฝนจงหยุดฝนหยุดตกได้แล้ว] : ทำไมจะไม่ได้ยินล่ะ ทุกคนคิดว่าแผ่นดินไหว จึงอยากลงไปชั้นล่างเพื่อหลบหนี หลายคน ถูกเบียดเสียดจนตาย บ้างขาดอากาศหายใจ และบ้างก็ถูกเหยียบ ได้ ยินมาว่ามีชายหนุ่มสองคนที่ถูกเหยียบจนเป็นกองเนื้อ
[ผกาบานมั่งคั่ง] : โชคดีที่ฉันขาไม่ดี เลยติดอยู่ที่บ้าน ออกไป ไหนไม่ได้ ไม่งั้นคงซวยเหมือนกัน
[ด่วนจี๋ตามคำสั่ง] : คุณข้างบน ถ้างั้นคุณก็โชคดีมากจริง ๆ ผู้ประสบภัย 8 รายที่อาศัยอยู่ในบ้านฉันเสียชีวิต รู้สึกได้เลยว่าบ้าน กว้างขึ้นมาก หวังว่ารัฐบาลจะไม่จัดคนกลุ่มใหม่เข้ามา
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ครอบครัวของฉันก็เหมือนกัน มี ผู้เสียชีวิต 6 คน คู่สามีภรรยาที่ทะเลาะกันทุกวันตายแล้ว พวกเขา ถูกระเบิดตาย สมน ้าหน้า ในที่สุดบ้านก็สงบสุขสักที
[คุณป้าตุ้ยนุ้ยกินไม่รู้จักพอ] : อาคารที่ฉันอยู่มีคนตายจำนวน มากที่สุด เพราะผู้ก่อการร้ายโยนระเบิดแก๊สเข้าปล่องบันได ถ้าฉันไม่ เห็นไอ้พวกสัตว์นรกนั่นที่ชั้น 18 แล้วตามคนอื่น ๆ เพื่อลงไปข้างล่าง ฉันคงตายไปแล้ว
[นักรบยามค ่าคืน] : ผมไม่ได้วิ่งหนี เพราะขี้เกียจเกินกว่าจะขยับ ตัว ต่อให้ถูกอาคารถล่มทับเพราะแผ่นดินไหวก็ไม่เป็นไร ยังไงซะก็ ไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้
ทุกวัน แม้แต่ข้าวก็ไม่มีให้กินด้วยซ ้า
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : คุณข้างบนเข้าใจโลกอย่างถ่องแท้
[อาเธอร์คือเทพเจ้าตลอดกาล] : ไอ้พวกต ่าช้าต ่าทราม ฉันไม่ได้ ตายด้วยน ้ามือของผู้ก่อการร้าย แต่เกือบตายด้วยน ้ามือของเพื่อน ร่วมห้อง! ครอบครัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบ้านของฉันฉวยโอกาสจาก ความวุ่นวายเมื่อวานพยายามฆ่าฉันเพื่อชิงห้องนอนใหญ่!
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : พระเจ้าช่วย พวกมันยังเป็นคนอยู่หรือ เปล่า ตำรวจกำลังต่อสู้กับศัตรู พวกมันทำไมถึงทรยศต่อพวก เดียวกันได้?
[ลมพัดเย็นก้น] : +1 ไม่ใช่คนแล้วแน่ ๆ ว่าแต่สุดท้ายเป็นยังไง เหรอ?
[อาเธอร์คือเทพเจ้าตลอดกาล] : โลกกว้าง ย่อมมีคนเลวร้าย ปะปนอยู่ หลังจากนั้นฉันก็จัดการฆ่าพวกมันตายยกครัวทั้ง 6 คน คิดว่าฉันเป็นคนอ่อนแอหรือยังไง? ดีนะที่ฉันเก็บหลักฐานไว้ ตำรวจ มาถึงก็ช่วยฉันจัดการศพ
[ลมพัดเย็นก้น] : พี่ชาย คุณสุดยอดเลย ฉันขอซูฮก
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : ไม่น่าแปลกใจอะไรเลย นี่แหละคือ ธรรมชาติของมนุษย์ ในยุคสมัยที่อดอยากปากแห้ง ความชั่วร้ายใน ธรรมชาติของมนุษย์จะค่อย ๆ เผยออกมา อาจจะถึงขั้นแลกเปลี่ยน ลูกกับอาหาร ในอดีตก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้ว
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : เย็นนี้มีข้าวต้มแจกคนละถ้วย และ จะประกาศให้มารับกันเป็นเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด
[ด่วนจี๋ตามคำสั่ง] : โอ้พระเจ้าช่วย โชคดีสุด ๆ ไปเลย!
…
เซียวหมิงเยวี่ยดูโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปิดเครื่อง แล้วลุก ขึ้นไปกินข้าว
เมื่อวานนี้สามารถใช้คำว่า ‘ศึกภายนอกและศึกภายใน’ ได้เลย พวกผู้ก่อการร้ายก็ต้องการเอาชีวิตคุณ เพื่อนร่วมชาติก็ต้องการเอา ชีวิตคุณเช่นกัน ไม่มีใครที่สามารถไว้ใจได้
เพื่อแย่งชิงห้องเพียงห้องเดียว แครกเกอร์เพียงชิ้นเดียว มันฝรั่ง ทอดที่หมดอายุแล้ว หรือแม้กระทั่งแค่ความเกลียดชังส่วนตัว พวก เขาก็อาจฉวยโอกาสในตอนที่วุ่นวายฆ่าคุณได้
ต่อหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ลับหลังจ้องจะเอาชีวิต
อย่างไรเสียข้างนอกก็วุ่นวายขนาดนั้น อ้างว่าถูกผู้ก่อการร้าย ฆ่าตาย ก็คงไม่มีใครมาตามสืบหาหรอก?
สิ่งที่โหดร้ายที่สุดคือจิตใจมนุษย์ ปลายทางแห่งโลกาวินาศ จง อยู่ห่างไกลจากคนชั่ว
เพื่อปลอบประโลมจิตใจผู้คน ให้พวกเขามีความหวังที่จะมีชีวิต อยู่ต่อไป อาหารบรรเทาสาธารณภัยเย็นวันนี้จึงเพิ่มข้าวต้มอีกหนึ่ง ถ้วย
ข้าวต้มกินกับหนอนฟันทอดก็อร่อยดีเหมือนกัน
…
เซียวหมิงเยวี่ยล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วลงจากชั้นบน เธอ พบว่าลานบ้านถูกกวาดล้างจนสะอาด ต่างจากเมื่อคืนที่เต็มไปด้วย ความวุ่นวาย แม้แต่เศษใบไม้ก็ไม่มีเหลือเลย
คนที่กำลังทำความสะอาดอยู่ก็คือป้าสะใภ้รองและภรรยาของ เจี่ยงย่วน
เศษผักที่กินไม่ได้ล้วนถูกโยนเข้าไปในเล้าไก่ ที่บ้านยังมีไก่ที่
รอดชีวิตอยู่ ใบผักที่กินได้จะถูกเก็บแยกไว้สำหรับทำอาหารเย็น
ยังมีผักบางต้นที่ไม่โดนลูกหลง และเก็บไว้ดูแลต่อ
หลังจากป้าสะใภ้รองและภรรยาของเจี่ยงย่วนทำความสะอาด เสร็จ ลานบ้านก็ดูโล่งขึ้นมาก ถึงแม้ว่าผักจะดูน้อยลงไปเยอะ แต่ก็ยัง ดีกว่าไม่มี อย่างไรก็ปลูกใหม่ได้เสมอ
คุณยายพูดด้วยความเสียใจ “ฟักทองดี ๆ โดนยิงจนพรุน สิ้นเปลืองอาหารเหลือเกิน ตรงนี้ยังดีอยู่ อย่าทิ้งนะ เอาไปปอกเปลือก ต้มเป็นข้าวต้มฟักทองกินตอนเย็น”
คุณยายกอดเศษลูกฟักทองไม่ยอมวาง
“แม่ เรายังมีไก่สองตัวจากเมื่อวาน ฉันจะต้มน ้าร้อนถอนขน แยก ส่วนที่กินได้ออกมา แล้วเอามาทอดกินกัน”
ป้าสะใภ้รองเป็นคนประหยัดเช่นเดียวกับคุณยาย
เซียวหมิงเยวี่ยล้างลูกแอปเปิล แล้วกัดมันคำใหญ่เพื่อกินรอง ท้องก่อนอาหารมื้อเย็น
ทันใดนั้น พ่อเซียวก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน “หมิงเยวี่ย ลูกรู้ หรือเปล่าว่าเมื่อคืนกรมเกษตรกรรมก็ถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี เหมือนกัน!”
เซียวหมิงเยวี่ยคาดเดาเรื่องนี้ได้ ตอนนี้กรมเกษตรกรรม เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเมืองเผิงจิง ประชาชนเกือบทั้งหมด พึ่งพาอาหารจากกรมเกษตรกรรม หากต้องการทำลายเมืองเผิงจิง สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำลายกรมเกษตรกรรม
เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มผู้ก่อการร้ายก็คือกรมเกษตรกรรม นั่นเอง
พ่อเซียวพูดด้วยความตื่นเต้น “ให้ตายเถอะ กรมเกษตรกรรมมี เครื่องบินรบใช้ด้วยเหรอเนี่ย พวกเขาทิ้งระเบิดบนภูเขาและป่าไม้ ขับ ไล่พวกผู้ก่อการร้ายจนแตกพ่ายและตายกันหมด สะใจจริง ๆ!”
“เครื่องบินขับไล่เหรอคะ? สมกับเป็นกรมเกษตรกรรมจริง ๆ” เซียวหมิงเยวี่ยคาดไม่ถึงเกี่ยวกับสิ่งนี้
กรมเกษตรกรรมมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ซึ่งป้องกันง่าย แต่โจมตียาก มันล้อมรอบด้วยหน้าผาและป่าไม้ ทหารดำเนินการ อย่างไร้ศีลธรรม และสังหารพวกมันทุกคน
“ดูสิ นี่คือวิดีโอที่เพื่อนร่วมงานพ่อเพิ่งส่งมาให้ เครื่องบินรบใหญ่ ขนาดนี้ พ่อเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย” พ่อเซียวเปิดวิดีโอให้ดู
ในวิดีโอ เครื่องบินรบคำรามกึกก้องขณะบินเหนือกรม เกษตรกรรม ซึ่งดูเจ๋งมาก
ใบหน้าพ่อเซียวเต็มไปด้วยความสุข “ต้าหลงบอกว่า ยังมีรถถัง จอดอยู่ข้างนอกอีกหลายคัน แต่ไม่มีคันไหนเอาออกมาใช้งานเลย แค่เครื่องบินรบเพียงลำเดียวก็จัดการพวกมันได้ราบคาบแล้ว!”
เจี่ยงจ้วงที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่พลันอุทานขึ้น
“โอ้โห ช่างเป็นเครื่องบินรบที่ใหญ่โตอะไรขนาดนี้!”
คุณยายกำลังล้างฟักทองในครัว ป้าสะใภ้ใหญ่กำลังหั่นผัก ป้า สะใภ้รองกำลังลวกไก่ด้วยน ้าเดือดและถอนขนในสวน ส่วนเจี่ยงย่วน และภรรยากำลังดูแลลูกน้อย
เมื่อเห็นว่าบ้านมีชีวิตชีวาแค่ไหน พ่อเซียวก็ถอนหายใจและพูด ว่า
“เมื่อวานอุตส่าห์รวมตัวเพื่อกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้กิน วันนี้คงจะได้กินอย่างสบายใจสักที”
ใช่แล้ว ในที่สุดวันนี้ก็จะได้กินข้าวเย็นกับครอบครัวที่แสนอบอุ่น