ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 145 นักฆ่าปศุสัตว์ เซียวหมิงเยวี่ย
มาดูสถานการณ์ในมิติปริศนาของเซียวหมิงเยวี่ยกันบ้างดีกว่า
ลูกหมูที่เธอทำการตอนไว้ก่อนหน้านี้โตเต็มวัยแล้ว แต่ยังไม่ถึง เวลาเชือด เดี๋ยวรออีกสักพักค่อยจัดการ
สำหรับวันนี้ เซียวหมิงเยวี่ยเตรียมจะฆ่าสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้เป็นชุด แรก เพราะถ้าไม่ฆ่าตอนนี้ พวกมันจะเริ่มแก่และหนังเหนียว
หญิงสาวกำลังปูผ้าใบพลาสติกบนพื้นหญ้าไม่ไกลจากลำธาร เพื่อความสะดวกต่อการตักน ้า ขั้นแรก เธอปูแผ่นพลาสติกสองชั้นลง บนพื้น จากนั้นจึงสร้างกระท่อมง่าย ๆ บังสายตาของสัตว์ เพื่อไม่ให้ พวกมันตกใจ
นี่คือห้องเชือดของเธอ
เมื่อสร้างห้องเชือดเสร็จแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็หยิบเข็มเหล็กและ มีดพร้าออกมาจากโกดัง ก่อนนำมันมาวางเรียงบนโต๊ะ
เธอเคยศึกษาไว้แล้ว วิธีที่เร็วที่สุดในการฆ่าสัตว์มีกระดูกสันหลัง คือใช้เข็มแทงเข้าที่กระดูกสันหลัง ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง โดยสิ้นเชิง สัตว์จะไม่ดิ้นรนมากนัก และตายลงในไม่ช้า
แน่นอนว่า วิธีนี้ยังสามารถใช้ฆ่าคนได้อีกด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยจูงแพะตัวเมียมาตัวหนึ่ง ซึ่งเธอซื้อมาจากชายชรา ก่อนวันสิ้นโลก ฟู่กุ้ยเดินตามเธออยู่ข้างหลัง โดยสงสัยว่าเจ้านาย ของมันต้องการจะทำอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยลงมืออย่างว่องไว ขณะแทงเข็มเหล็กเข้าไปจน เกือบมิดเล่ม แพะตัวเมียชักกระตุกอย่างรุนแรงเพียงไม่กี่ครั้ง ยังไม่ ทันส่งเสียงร้อง มันก็สิ้นใจอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เธอกำลังจะเตะกะละมังเข้ามาเพื่อกรีดเลือด เซียวหมิง เยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นและเห็นฟู่กุ้ยอยู่ด้านนอก ใบหน้าของมันดูตกใจ สุดขีด ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกกว้าง
หัวของฟู่กุ้ยสั่นเทา ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งหนีไป เห็นได้ชัด ว่ามันหวาดกลัวกับ ‘วิธีการอันโหดเหี้ยม’ ของเซียวหมิงเยวี่ย
เซียวหมิงเยวี่ยกลั้นขำไม่อยู่ จริง ๆ แล้วเธอฆ่าแพะตัวนี้ก็เพื่อ ฟู่กุ้ย เมื่อวานเธอพบว่าเนื้อแพะที่เก็บไว้ในคลังหมดแล้ว และเนื้อสัตว์ อื่น ๆ ก็ใกล้จะหมดเช่นกัน
คนในบ้านไม่ได้กินมากนัก เนื้อส่วนใหญ่ล้วนเข้าไปอยู่ในท้อง ของฟู่กุ้ย ถ้าไม่มีเงินทุนสนับสนุน คงเลี้ยงเจ้าเสือตัวใหญ่นี้ไม่ได้
ใครขอให้มันชอบกินเนื้อแพะย่างล่ะ? ยังมีเนื้อสามชั้น ขาหมู พะโล้ และอีกมากมาย ขอแค่เป็นเนื้อ เจ้าเสือขนฟูก็ชอบกินทั้งหมด
เธอกรีดเลือดออก ถลกหนัง ตัดหัว หั่นเนื้อ และล้างทำความ สะอาด… เซียวหมิงเยวี่ยลงมือทีละขั้นตอน ล้างซี่โครงแพะครึ่งหนึ่ง ด้วยน ้า จากนั้นนำไปวางบนตะแกรง เตรียมพร้อมสำหรับการย่าง
ขณะที่ซี่โครงแพะกำลังถูกย่าง เซียวหมิงเยวี่ยรีบนำส่วนที่เหลือ ไปเก็บไว้ในตู้เย็นในโกดังเพื่อกินวันหลัง
เธอจัดการกับแพะตัวเมียอีกตัวด้วยวิธีเดียวกัน ด้วย ประสบการณ์จากตัวแรก ทำให้การทำงานของเซียวหมิงเยวี่ย คล่องแคล่วและรวดเร็วยิ่งขึ้น
แพะตัวเมียถูกฆ่าไปทั้งหมด 2 ตัว หมู 6 ตัว วัว 3 ตัว และไก่ 8 ตัว
พวกมันเป็นไก่ตัวผู้ที่เกิดจากแม่ไก่ในมิติ เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่สามารถออกไข่ได้ งั้นก็ฆ่าเพื่อกินเนื้อดีกว่า
เธอเก็บลำไส้ใหญ่ไว้ด้วย ถึงจะล้างยาก แต่มันอร่อยมาก ทั้ง ลำไส้หมูและลำไส้วัวถูกล้างด้วยน ้าในลำธารซ ้า ๆ ส่วนลำไส้แพะ เธอ นำไปทิ้งเพราะไม่ชอบกิน
หลังจากฆ่าเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยก็แทบจะหมดแรง เธอต้องดื่ม น ้าค้างจากบ่อสองแก้วถึงจะรู้สึกดีขึ้น โชคดีที่เธอมีพละกำลัง ค่อนข้างเยอะ ไม่งั้นคงตัดกระดูกแข็ง ๆ ไม่ได้
หญิงสาวจัดการเติมของใส่ตู้เย็นในโกดังให้เต็ม เก็บเนื้อไว้ใน ช่องแช่แข็ง เลือดแพะ 2 ถังและเลือดหมู 6 ถังเก็บไว้ในช่องแช่เย็น ส่วนวัวนั้น เธอไม่ได้กรีดเนื้อเอาเลือด
เมื่อมองดูเสบียงเนื้อสัตว์ที่อัดแน่นเต็มคลัง เซียวหมิงเยวี่ยก็ยิ้ม ออกมาอย่างพึงพอใจ
ฟู่กุ้ยแอบมองเธออยู่ห่าง ๆ ด้วยร่างกายที่สั่นเทา โดยกลัวว่า ตัวเองจะเป็นรายต่อไป
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นเงาดำที่แอบอยู่ในระยะไกล ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โต มันคงยากที่จะมองไม่เห็น
เธอโบกมือเรียกฟู่กุ้ย ส่งสัญญาณบอกให้เจ้าเสือเข้ามาใกล้ ซี่โครงแพะย่างใกล้เสร็จแล้ว มันโรยด้วยเครื่องเทศ และส่งกลิ่นหอม กรุ่นของเนื้อย่างอันเป็นเอกลักษณ์
ฟู่กุ้ยค่อย ๆ เดินเข้าหา ระหว่างทางยังคงมองเจ้านายด้วยความ หวาดกลัว ในใจคิดว่าถึงตาเขาแล้วเหรอ?
เจ้านาย อย่าฆ่าผมนะ!
ทันทีที่ฟู่กุ้ยเดินมาถึงด้านหน้าเซียวหมิงเยวี่ย มันก็ล้มตัวลงบน พื้น ยกอุ้งเท้าทั้งสองกอดขาของเธอและกลิ้งไปมาด้วยท่าทีออดอ้อน
เซียวหมิงเยวี่ยใช้เวลาคิดอยู่นานกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ พฤติกรรมที่ผิดปกติของฟู่กุ้ย เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง เจ้าเสือช่างดูโง่งมจริง ๆ
เธอลูบหัวฟู่กุ้ยและพูดปลอบด้วยน ้าเสียงอ่อนโยนว่า
“กลัวอะไรของแกเนี่ย เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ที่ช่วยกันเลี้ยง สัตว์พวกนี้ก็เพื่อเป็นอาหารของเราไง ดูซี่โครงแพะนี่สิ ทำเพื่อแก โดยเฉพาะเลยนะ หอมน่ากินไหม?”
ฟู่กุ้ยเอียงหัวที่ใหญ่โตของมัน อ๋อ ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง
จากท่าทางของมัน เซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่าฟู่กุ้ยเข้าใจแล้ว เธอไม่พูด พร ่าทำเพลง เพราะเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน จากนั้นทั้งคนและเสือก็เริ่ม กินซี่โครงแพะย่างด้วยความเอร็ดอร่อย
เซียวหมิงเยวี่ยกินแค่ส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในท้อง ฟู่กุ้ย
หลังจากอิ่มหนำสำราญ เซียวหมิงเยวี่ยก็นอนพักบนเก้าอี้โยก ส่วนฟู่กุ้ยนอนหมอบอยู่ข้าง ๆ พลางดื่มด ่ากับช่วงเวลาอันแสนสบาย
กริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊ง~ กริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊ง~
เหรียญทองคำ 10 เหรียญตกลงมาจากท้องฟ้า เซียวหมิงเยวี่ย เคยชินกับมันแล้ว และเก็บมาวางไว้ข้าง ๆ โดยไม่สนใจที่จะเอามันไป เก็บในบ้านด้วยซ ้า
มันน่าหงุดหงิดนักที่มีเงินมากมาย แต่ไม่มีที่ให้ใช้จ่าย!
ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น
[นายท่าน คำสั่งซื้อของมูนฟาร์มสะสมเป็นจำนวนมาก โปรด จัดส่งโดยเร็วที่สุด]
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจยาว เธอไม่มีเวลาพักผ่อนเลยจริง ๆ!
เธอขี่รถสามล้อไปรอบ ๆ แปลงผักและสวนผลไม้ ไม่นานก็ กลับมาพร้อมกับของเต็มคันรถ และต้องขนหลายเที่ยวจึงจะเสร็จ
แตงโม 6 ลูก แคนตาลูป 8 ลูก แตงหนาม 1 ตะกร้า แอปเปิล 1 ตะกร้า สตรอว์เบอร์รี 2 ตะกร้า หัวไชเท้าขาว 5 หัว หัวไชเท้าเขียว 5 หัว ฟักเขียวยักษ์ 3 ลูก…
ต้องทำการแพ็กและจัดส่งสินค้าที่มีการสั่งจองไว้ก่อน ส่วนที่
เหลือต้องรอผลผลิตชุดต่อไป
หลังจากจัดส่งสินค้าเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้อยู่ในมิติต่อ เธอ ยังต้องไปจัดการมูลสัตว์ที่หลังเขา ไม่ต้องพูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ แค่ ฟู่กุ้ยตัวเดียวก็สามารถถ่ายเป็นก้อนขนาดใหญ่ แล้วยังเหม็นจนแทบ เป็นลม
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ย เพราะมันเหม็นมาก หากใช้มันจริง ๆ เธอคงไม่อยากเข้าใกล้สวนผลไม้อีกเลย นอกจากนี้
ดินในพื้นที่มิติก็พิเศษมาก และไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากฆ่าสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ย่อมมีเครื่องในที่
ส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงขนและส่วนต่าง ๆ ที่ต้องนำไปทิ้ง
เมื่อออกจากมิติ เซียวหมิงเยวี่ยเตรียมตัวไปด้านหลังภูเขา เธอ เหลือบมองโทรศัพท์และพบว่ามีลูกค้าส่งข้อความมาหาเธอในแอป พลิเคชันมูนฟาร์ม…
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ รอมาครึ่งเดือน แล้ว ทำไมลิ้นจี่ถึงยังไม่มาส่งอีก?
[ร้านค้ามูนฟาร์ม] : มีคิวรออยู่ข้างหน้าคุณอีกหลายคน กรุณา รออย่างใจเย็น ใกล้ถึงคิวของคุณแล้ว ลิ้นจี่สุกชุดถัดไปจะเป็นของ คุณ
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ไม่ ทำไมฉันต้องรอนานขนาดนั้น ด้วย? ปกติแล้วเถาเป่าสามารถจัดส่งได้ภายใน 3 วัน แต่นี่มันร้านค้า อะไรถึงต้องรอนานกว่าครึ่งเดือน ถ้าขายของเป็นก็ขาย ถ้าขายไม่ เป็นก็อย่าทำ ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบไหนกันเนี่ย
[ร้านค้ามูนฟาร์ม] : อ้อ งั้นคุณลูกค้าก็ไปซื้อที่กรมเกษตรกรรม ได้เลย
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : คุณมีทัศนคติด้านการบริการแบบ ไหนเนี่ย พูดจาเหน็บแนมลูกค้า ไม่มีมารยาทเลย คิดว่าฉันไม่กล้า รีวิวสินค้าแย่ ๆ เหรอ? รีบส่งของมาให้ฉันเดี๋ยวนี้
เซียวหมิงเยวี่ยอ่านข้อความตอบกลับของลูกค้าแล้วรู้สึกขำ รีวิว แย่ ๆ เหรอ? เธอไม่เคยกลัวอยู่แล้ว ก็แค่ไม่ขายให้ลูกค้าคนนี้อีก ต่อไป ไม่เห็นต้องกลัวอะไร
ลิ้นจี่ของมูนฟาร์มนั้นพิเศษ ทั่วทั้งเมืองเผิงจิงมีแค่เธอคนเดียวที่
ขาย เนื่องจากกรมเกษตรกรรมไม่ขายลิ้นจี่ ทำให้ลิ้นจี่ของมูนฟาร์ม ได้รับความนิยมอย่างมาก
โดยทั่วไปแล้ว ต้นลิ้นจี่ต้องใช้เวลา 6-7 ปี หรืออาจจะถึง 10 ปีถึง จะให้ผลผลิต แม้จะใช้เทคนิคการบังคับให้ออกผล อย่างน้อยก็ต้อง ใช้เวลา 2-3 ปี กรมเกษตรกรรมก่อตั้งมานานแค่ไหนกัน?
ไม่ใช่ว่ากรมเกษตรกรรมไม่อยากขาย แต่พวกเขาไม่มีของ
[ร้านค้ามูนฟาร์ม] : ถ้ายังมาโวยวายอีกจะบล็อกผู้ใช้งานแล้ว ถึง ตอนนั้นแม้แต่เปลือกก็จะไม่ได้เห็น
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ฉันจะร้องเรียนแก หมายเลข พนักงานของแกคืออะไร ฉันจะให้เถ้าแก่ไล่แกออก!
[ร้านค้ามูนฟาร์ม] : ฉันนี่แหละคือเถ้าแก่ที่พูดถึง แบร่ ๆ ๆ ฉันจะ บล็อกคุณเดี๋ยวนี้
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : กล้าดียังไง!
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : (ส่งข้อความไม่สำเร็จ คุณถูก ร้านค้าบล็อกไอดีผู้ใช้งาน)
“กรี๊ด! ไอ้ร้านค้ามารยาททราม! กล้าดียังไงถึงมาบล็อกฉัน? แก นี่มัน %@#%@&!*…”
ในวิลลาหรูแห่งหนึ่งทางใต้ของเมือง หญิงสาวในชุดเดรสเจ้า หญิงโลลิต้ากำลังนั่งด่าทอด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว ขณะกำลังพิมพ์ ข้อความอย่างเมามันลงบนโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
แม่บ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลก้มหน้าลงจนเกือบติดพื้น โดยพยายาม ลดความมีตัวตนของเธออย่างสุดความสามารถ เพราะกลัวว่าอาจ กลายเป็นเป้าหมายระบายอารมณ์