ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 147 การให้รางวัลตามผลงาน?
หลังจากเหตุการณ์โจมตีด้วยความรุนแรงผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ กว่า แต่บรรยากาศภายในชุมชนยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ผู้คนต่างหวาดผวา หลายคนไม่กล้าลงจากชั้นบน เพราะยังมีภาพ หลอนติดตาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงบันได
บางคนเริ่มมีความคิดฆ่าตัวตาย พวกเขาคิดว่า แทนที่จะต้องทน อยู่กับความหวาดกลัว พวกเขาขอตายเสียยังดีกว่า ชีวิตตอนนี้ไม่มี ความหมายอีกต่อไป
รัฐบาลพยายามยับยั้งความคิดฆ่าตัวตายของประชาชน โดย แจกโจ๊กให้กับผู้ประสบภัย
แม้แต่เมนูหนอนฟันทอดอาหารประจำวันที่มีแจกให้คนละ 2 ตัว ก็ยังเพิ่มจำนวนเป็น 3 ตัว จุดประสงค์คือต้องการปลอบประโลมให้ ผู้คนไม่ฆ่าตัวตาย และบอกพวกเขาว่า สักวันความยากลำบากจะ ผ่านพ้นไป ขอให้ทุกคนอดทนอีกสักหน่อย
เนื่องจากมีคนตายทุกวัน ไม่ว่าจะถูกคนอื่นทุบตีจนตายหลัง ทะเลาะวิวาท หรือฆ่าตัวตายเพราะภาวะซึมเศร้า บางคนไม่อยากอยู่ อีกต่อไปแล้ว จึงอยากฆ่าคนที่ไม่ชอบหน้าสักคนหรือสองคนก่อนจะ จบชีวิตตัวเอง
สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีขึ้นเลย ยังมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จำนวนผู้เสียชีวิตก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ทางการออกคำสั่งเด็ดขาดว่าทุกชุมชนต้องควบคุมจำนวน ผู้เสียชีวิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ชุมชนไหนทำได้ดีก็จะมีรางวัล ชุมชนไหนทำไม่ได้ก็จะถูกลงโทษ กรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นถูกปลด ออกจากตำแหน่ง
ด้วยเหตุนี้ ผู้นำชุมชนทุกคนจึงรู้สึกกังวลใจ ต่างก็รีบเร่งออก คำสั่งลงไปยังระดับล่าง ทำให้ความกดดันทั้งหมดตกอยู่ที่บ่าของ เหล่าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน ผู้จัดการซูเองก็รู้สึกเครียดมาก เช่นกัน เขาพยายามคิดหาวิธีแก้ไข แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แม้แต่แม่เซียวก็มีงานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาพัก
แน่นอนว่าหลังจากงานที่ยุ่งมากขึ้น สวัสดิการก็มีมากขึ้นเช่นกัน ตอนนี้สวัสดิการของแม่เซียวไม่ด้อยไปกว่าของพ่อเซียวเลย เพราะฉะนั้นแม่เซียวจึงทำงานหนักโดยไม่คิดบ่นใด ๆ และยังตั้งใจ ทำงานอย่างมาก
เพราะแม่เซียวมีอัธยาศัยดี พูดจาสุภาพ อดทนต่อผู้ประสบภัย ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ผู้คนจะเรียกเธอด้วยความเคารพว่า ‘คุณเจี่ยง เจ้าหน้าที่จัดสรร’
ในช่วงวันสิ้นโลกเช่นนี้ ใครก็ตามที่มีหน้าที่การงานดีและมี สวัสดิการดีย่อมสามารถเชิดหน้าชูตาในสังคม หากจะบอกว่าตน เหนือกว่าผู้อื่นนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง
น้าสาวไม่ได้อยู่เฉย ๆ เธอเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก และไม่ อยากอยู่กินข้าวฟรีไปวัน ๆ จึงติดตามแม่เซียวไปทำงานทุกวัน เพื่อ ช่วยแบ่งเบาภาระงาน เมื่อแม่เซียวเข้าประชุม น้าสาวจะรออยู่ที่หน้า ประตูและไม่คุยกับใครเลย
ผู้จัดการซูยังแอบแซวว่า แม่เซียวมีบอดีการ์ดหน้าตาเคร่งขรึม คอยติดตาม เพราะน้าสาวไม่ค่อยยิ้ม และเธอยังพกมีดสั้นไว้ป้องกัน ตัวเสมอ
เหตุการณ์ในชุมชนจื่อเวยนั้นร้ายแรงมาก มีข่าวลือว่ารัฐบาลส่ง ทีมค้นหาและขุดเจาะไปแล้ว โดยอ้างว่าเป็นการค้นหาผู้รอดชีวิต แต่ ทุกคนต่างเข้าใจดีว่า ใต้ซากปรักหักพังเหล่านั้นไม่มีทางเหลือ ผู้รอดชีวิต
จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการเคลียร์ตึกสูงที่พังทลาย กำจัดขยะ คอนกรีตออกไป ชุมชนจื่อเวยมีพื้นที่ไม่น้อย และยังตั้งอยู่ในเขตทาง ใต้ของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน การนำพื้นที่นั้นกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ย่อมมีค่ามหาศาล
ส่วนผู้รอดชีวิตจากชุมชนจื่อเวยจำนวน 62 คนถูกส่งตัวแยก ย้ายกันไปอาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียง ชุมชนฮว๋าฮั่นรับไว้ 14 คน ซึ่ง ก็เป็นแม่เซียวที่จัดการให้ พวกเขาล้วนเป็นคนน่าสงสารทั้งนั้น
หลังจากแจ้งตำรวจให้ช่วยเหลือชายหนุ่มในวันนั้น ตำรวจบอก เซียวหมิงเยวี่ยว่าบนภูเขาด้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่เลย และบอกเธอว่า อย่าแจ้งความเท็จอีก
…
เว่ยจวินเรียกเธอไปที่ห้องทำงานของเขาในเขตทหารพิเศษ โดย บอกว่าผู้กำกับเหยียนต้องการมอบรางวัลสำหรับผลงานดีเด่นของ เธอ หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างมีความสุข พอเห็นบรรยากาศในห้อง โอ้โห มันดูคุ้นเคยมากจริง ๆ!
หัวหน้าซ่งก็อยู่ที่นี่ด้วย รวมถึงผู้กำกับเหยียน และยังมีชายชราที่
เธอไม่รู้จักอีกคน
ชายชรานั่งอยู่ตรงกลาง เคราและผมเป็นสีขาว ดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง ดวงตาเป็นประกายดั่งนกอินทรี
เพียงแค่ชายชรานั่งอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกถึงพลังอำนาจที่รุนแรง และ ยากที่จะมองไปที่เขาโดยตรง
“พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา เมื่อกี้เรายังพูดถึงเธออยู่เลย มาสิ มานั่ง ตรงนี้เร็ว!” หัวหน้าซ่งโบกมือเรียกพร้อมรอยยิ้ม
เซียวหมิงเยวี่ยทักทายทุกคน แม้จะไม่รู้จักชายชราคนนั้น แต่เธอ ก็ยิ้มให้เขา
ชายชราเพียงแค่เหลือบมองเธอเล็กน้อยและหันมองไปทางอื่น เขาจิบชาของตัวเองอย่างไม่สนใจ เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่สนใจเช่นกัน
“กำลังนินทาอะไรฉันเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความ สงสัย
หัวหน้าซ่งพูดพล่ามออกมาว่า “ก็พูดถึงเรื่องที่บ้านคุณฆ่า ผู้ก่อการร้ายสองคนไง หลังคาบ้านยังโดนยิงจนเหมือนหลังคา ท้องฟ้าจำลองเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแห้ง ๆ “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ”
เว่ยจวินรินชาหลงจิ่งให้เซียวหมิงเยวี่ย “พูดเรื่องจริงจังกันเถอะ วันนี้ที่เรียกคุณมาก็เพราะไม่รู้ว่าจะให้รางวัลอะไรคุณดี ขอบคุณมาก สำหรับข้อมูลของคุณ ไม่งั้นอาจมีคนบาดเจ็บล้มตายในเมืองเผิงจิ งอีกจำนวนมาก”
ผู้กำกับเหยียนพูดตรงไปตรงมา
“แม่หนู เธออยากได้รางวัลอะไรล่ะ? ขอแค่สมเหตุสมผล รัฐบาล จะตอบสนองทุกความต้องการของเธอ”
เซียวหมิงเยวี่ยตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด “เรื่องนี้ฉันต้องคิดดี ๆ ก่อน…”
เธอจะขออะไรดี?
งานเหรอ?
คนในบ้านไม่ขาดแคลนอะไรเลย ทั้งพ่อและแม่ต่างก็มีงานทำที่ดี ลุงใหญ่ ลุงรอง และเจี่ยงย่วนกำลังยุ่งอยู่กับการปลูกเห็ด ส่วนป้าสะใภ้ ใหญ่และป้าสะใภ้รองก็มีงานตักอาหาร พวกเธอสามารถพึ่งพาตัวเอง ได้
อาหารเหรอ?
ที่บ้านยิ่งไม่ขาดแคลนอะไรเลย แทบไม่ต้องพูดถึงสิ่งนี้
“คิดออกหรือยัง?” ผู้กำกับเหยียนเร่งรัด
เซียวหมิงเยวี่ยจิบชาและพูดว่า “ฉันต้องการกระสุน 800 นัด เสื้อ กันกระสุน 10 ตัว อ้อ หลังคารับแสงที่บ้านพังไปแล้ว ช่วยหาวัสดุมุง หลังคาให้ฉันได้ไหมคะ?”
ส่วนปืนเธอไม่ได้ขาดแคลน ที่บ้านตอนนี้มีปืนพก 7 กระบอก ปืนไรเฟิลจู่โจม 1 กระบอก เพียงแต่ขนาดกระสุนไม่เหมือนกัน ครั้ง ล่าสุดพ่อเซียวและคนอื่น ๆ ใช้กระสุนไปกว่า 30 นัด ทำให้ตอนนี้
เหลือไม่มากนัก
แม้ว่ากระสุนที่ยึดมาจากผู้ก่อการร้ายจะพอมีอยู่บ้าง แต่กระสุน เป็นสิ่งของที่ใช้แล้วหมดไป ยิ่งมีเก็บไว้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เผื่อไว้ สำหรับยามจำเป็น
ส่วนเสื้อกันกระสุน นอกจากจะกันกระสุนได้แล้ว ยังกันคมมีดได้ อีกด้วย อากาศในอนาคตจะยิ่งหนาวขึ้นมาก หากใส่ไว้ข้างใน สามารถช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มาก
ทุกคนในห้องต่างตกตะลึง นี่มันความต้องการอะไรกัน?
หัวหน้าซ่งกระแอมออกมาด้วยความตกใจ “800 นัด? คุณจะเอา ไปทำไมตั้งมากมาย? แล้วเสื้อกันกระสุน 10 ตัว คุณจะใส่เองหมดเลย เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยกางมือออกและพูดตรงไปตรงมา
“เยอะเหรอคะ? กระสุนเป็นสิ่งของที่ใช้แล้วหมดไป เผื่อว่าอนาคต เจอกับอันตรายอีก นี่มันคือเครื่องรางของชีวิตนะคะ! ใครจะรับประกัน ได้ว่า อนาคตจะไม่มีผู้ก่อการร้ายแบบนี้บุกเข้ามาในชุมชนอีก?”
หัวหน้าซ่งเงียบงัน ใช่ ไม่มีใครรับประกันเรื่องนี้ได้
“อีกอย่าง การสวมเสื้อกันกระสุนทำให้รู้สึกปลอดภัย แถมยัง อบอุ่นด้วย ไม่อยากได้สิแปลก ฉันกลัวตายมากนะคะ” เซียวหมิง เยวี่ยพูดต่อ
ชายชราที่ไม่พูดอะไรเลยก่อนหน้า จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาด้วย ความขำขันกับเซียวหมิงเยวี่ยที่พูดออกมาอย่างมั่นใจ เขาโบกมือ แล้วพูดว่า
หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจ ชายชราคนนี้ คำพูดของเขามีอำนาจ มากเหรอ?
ผู้กำกับเหยียนพูดด้วยความเคารพ “เมื่ออาจารย์พูดแล้ว นักเรียนก็ต้องฟัง”
เขามองไปที่เซียวหมิงเยวี่ย ก่อนกระแอมในลำคอและพูดว่า “กระสุนและเสื้อกันกระสุน เราสามารถจัดการให้เธอได้ แต่ฉันมี ข้อแม้หนึ่งข้อ ปืนและกระสุนที่เธอมีอยู่ตอนนี้ เธอต้องส่งมอบให้เรา แล้วเราจะมอบปืนใหม่แก่เธอ”
“ได้ค่ะ แต่ฉันอยากรู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรเหรอคะ?” เซียวหมิง เยวี่ยถาม
“การทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของเธอ ปืนทุก กระบอกและกระสุนทุกนัดมีหมายเลขกำกับ การใช้ปืนของ ผู้ก่อการร้าย ย่อมมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ให้รัฐบาลเก็บไปดูแลน่าจะ ดีกว่า” ผู้กำกับเหยียนพูดเสียงเรียบ
แน่นอนว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ได้พูด ถ้าเซียวหมิงเยวี่ย ทำเรื่องชั่วร้ายและฆ่าคนบริสุทธิ์ ทางการก็จะสามารถตามหาตัวเธอ ได้จากหมายเลขกำกับของกระสุน
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มรับอย่างสดใส “ผู้กำกับเหยียนพิจารณาทุก อย่างด้วยความรอบคอบจริง ๆ งั้นฉันควรต้องเชื่อฟังแต่โดยดี”