ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 149 เซียวหมิงเยวี่ยศิษย์เอกของจี้เหวินซี
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 149 เซียวหมิงเยวี่ยศิษย์เอกของจี้เหวินซี
วันเสาร์
เซียวหมิงเยวี่ยมาถึงสนามฝึกซ้อมหมาป่าตั้งแต่เช้า สนามฝึก แบ่งออกเป็นพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนของสนามยิงปืนมีคนฝึกยิงแค่คนเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอตื่นเต้นจนมาเช้าเกินไปหรือเปล่า
หญิงสาวรู้สึกเบื่อหน่าย จึงยืนพิงกำแพงดูคนคนนั้นยิงปืน 5 นัด ซึ่งเข้าเป้า 10 แต้มทั้งหมด ช่างยิงได้แม่นยำจริง ๆ
แต่ทำไมโค้ชของเธอถึงยังไม่มา รู้อย่างนี้น่าจะถามชายชราไว้ว่า โค้ชคือใคร
“มัวยืนบื้อทำอะไรอยู่ตรงนั้น ยังไม่รีบเข้ามาอีก” จี้เหวินซีถอด สายรัดข้อมือออกอย่างไม่เร่งรีบ
เซียวหมิงเยวี่ยเบิกตากว้าง เสียงที่คุ้นเคยนี่มัน…
เธอวิ่งเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณจี้? คุณมาฝึกยิงปืนที่นี่ด้วยเหรอคะ ก็ว่าทำไมฉันรู้สึกคุ้น ๆ แล้วอาการบาดเจ็บของคุณดีขึ้นหรือยัง?”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็ต้องนึกเสียใจ ปากพล่อยจริงเชียว ชอบพูด อะไรไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย
จี้เหวินซีมองเธออย่างเย็นชา “ผมคือโค้ชของคุณ”
“คุณจะมาเป็นโค้ชให้ฉันเหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาอย่างคาดไม่ถึง สมองของเธอเบลอไป หมดจนพูดอะไรไม่ออก เธอจะไปขอให้เจ้านายใหญ่แห่งจี้กรุ๊ปมา สอนยิงปืนได้อย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแหย ๆ “คุณจี้ คุณคงไม่ได้เกษียณแล้วมาหา งานใหม่ทำใช่ไหมคะ?”
ใบหน้าของจี้เหวินซีมืดครึ้มลง “…”
เขาถอดประกอบปืนอยู่ในมือ “คนที่ไปช่วยซานซานจากแก๊ง มังกรดำเมื่อครั้งก่อน คือคุณใช่ไหม?”
เธอพยักหน้ารับ รู้ดีว่าปิดบังต่อไปไม่ได้แล้ว หัวหน้าซ่งรู้แล้วว่า ปืนของแก๊งมังกรดำอยู่ในมือเธอ มันจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะเดาได้ว่า หญิงสาวที่บุกไปถล่มแก๊งมังกรดำในวันนั้นคือเธอ
“ถ้าอย่างนั้น นี่ก็ถือเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยน้องสาวผมไว้”
เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่ค่อยเข้าใจ “งั้นคุณหาโค้ชมืออาชีพมาสอน ฉันแทนก็ได้นี่คะ”
ไม่เห็นจำเป็นต้องมาสอนด้วยตัวเองเลยนี่
จี้เหวินซีเลิกคิ้ว “ทำไม คุณคิดว่าผมไม่เป็นมืออาชีพพอเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบโบกมือซ ้าแล้วซ ้าเล่า “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ฉัน หมายถึง…”
“เอาละ มาเริ่มการฝึกกันดีกว่า ก่อนที่จะฝึกยิง มาทำ ความคุ้นเคยกับส่วนประกอบของปืนก่อน” จี้เหวินซีไม่พูดอะไรต่อ เกี่ยวกับเรื่องนี้
“…ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยแอบมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงเผลอไผลตามคำพูด ของเขาเสมอ รู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง
หรือเพราะเขาเป็นคนที่มีตำแหน่งสูง จึงทำให้คำพูดของเขามี อำนาจ?
หลังจากเข้าสู่การสอนอย่างเป็นทางการแล้ว จี้เหวินซีอธิบาย ส่วนประกอบและการใช้งานของปืนก่อน จากนั้นให้เธอลองประกอบ ปืนเอง เสียงของเขาทุ้มต ่า และเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ
เซียวหมิงเยวี่ยตั้งใจฟังทุกถ้อยคำ โดยไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคุณจี้
อีกต่อไป แต่เป็นโค้ชของเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยเรียนรู้ได้เร็ว และเข้าใจบทเรียนอย่างชัดเจน เธอ ถอดประกอบปืนซ ้าแล้วซ ้าเล่า ฝึกหลายรอบจนคล่องแคล่ว
จี้เหวินซีแทบไม่ต้องพูดอะไรมากนัก เขารู้สึกพึงพอใจกับลูก ศิษย์คนนี้มาก
“การประกอบปืนพกไม่ใช่เรื่องยาก และคุณก็พอมีความสามารถ อยู่บ้างเหมือนกัน ตอนแรกวางแผนว่าเช้านี้จะฝึกแค่การถอด
ประกอบปืน แต่ไม่คิดว่าคุณจะเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้ งั้นลองยิงให้ผมดู หน่อยแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม นี่คือการชมเชยใช่ไหม? ถ้า ฉันเก่งก็ชมว่าเก่งสิ จะพูดว่าพอมีความสามารถอยู่บ้างทำไม?
“ท่าทางการจับปืนไม่ถูกต้อง วางนิ้วโป้งให้แนบกับส่วนโค้ง ด้านบนของด้ามจับ เหมือนกับของผม เวลาไม่เตรียมยิง ห้ามวาง นิ้วชี้ไว้ที่โกร่งไกปืนและไกปืน
ใช้มือซ้ายควบคุมปืน กดข้อมือลง ระวังอย่าให้นิ้วโป้งกดบน สไลด์ เมื่อยิงปืน สไลด์จะขยับไปด้านหลัง อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บที่
นิ้วได้…”
“ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยปรับท่าทางการจับปืนตามที่เขาสาธิต เธอเคยยิง ปืนด้วยมือเดียว ท่าทางที่ไม่ถูกต้องทำให้ข้อมือสั่นและรู้สึกฝืน ปรากฏว่าเธอต้องใช้มือทั้งสองข้างช่วยประคองปืน
คนที่บ้านต่างก็เรียนรู้ท่าทางการจับปืนที่ผิดจากเธอ กลับไปบ้าน คงต้องสอนพวกเขาใหม่แล้ว
“นิ้วโป้งข้างซ้ายต ่าลงอีกหน่อย”
จี้เหวินซีขยับเข้ามาใกล้ เขาช่วยปรับนิ้วโป้งข้างซ้ายและขวา ของเธอให้เหมาะสม เซียวหมิงเยวี่ยหายใจถี่ขึ้น และรู้สึกร้อนผ่าว บริเวณที่เขาสัมผัส
เธอไม่คุ้นเคยกับการถูกสัมผัสจากคนแปลกหน้า
เมื่อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป จี้เหวินซีจึงถามขึ้น
“เป็นอะไรไป มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“มะ… ไม่มีค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยสลัดความคิดฟุ้งซ่าน และหันไปตั้งสมาธิพร้อม กำหนดลมหายใจ บังคับให้ตัวเองจดจ่อกับเป้าหมาย จากนั้นจึง เหนี่ยวไกปืน
ปัง!
จี้เหวินซีมองไปยังเป้ายิง “5 แต้ม พอใช้ได้ ฝึกต่อไป”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยขณะมุ่งความสนใจไปที่เป้ายิง 5 แต้มยังไม่พอ เธอต้องการ 10 แต้ม แต่ก็รู้ดีว่าการยิงเข้าเป้า 10 แต้มไม่ใช่เรื่องง่าย และจำเป็นต้องฝึกฝนอย่างหนัก
จี้เหวินซีคลายฝาขวดน ้าแล้วยกขึ้นดื่ม มองดูใบหน้าที่ตั้งใจจริง ของเธอ และท่าทางการยิงปืนที่ยังดูงุ่มง่าม
เมื่อมองดูรูกระสุนที่กระจัดกระจายบนเป้าหมาย นัดที่ดีที่สุดคือ 8 แต้ม และที่แย่ที่สุดคือ 2 แต้ม เซียวหมิงเยวี่ยถอดแว่นตานิรภัย แล้วมองไปที่จี้เหวินซีเพื่อรอการประเมินของเขา
“สำหรับครั้งแรกถือว่าไม่เลวเลย” จี้เหวินซีพูดช้า ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะโค้ช”
จี้เหวินซีมองดูนาฬิกา “นี่ก็เที่ยงแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน แล้วคุณ มาที่นี่ยังไง เดี๋ยวให้คนของผมไปส่งแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ฉันขับรถมาเอง ถ้าให้คนไปส่งคงไม่ สะดวก” เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธ
จี้เหวินซีจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ “งั้นกลับระวัง ๆ นะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บข้าวของของตัวเอง เธอบอกลาจี้เหวินซีและ เดินออกไป หลังออกจากสนามฝึกหมาป่า เธอก็รู้สึกเหมือนฝันไป แทบไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
เธอยังไม่อยากยอมรับว่าคุณจี้คนนั้นจะมาเป็นโค้ชให้กับเธอ
หลังจากเดินไปเรื่อย ๆ หญิงสาวก็ตีหัวตัวเองหลังเพิ่งนึกอะไรขึ้น ได้!
ครั้งก่อนเว่ยจวินเคยพูดว่าปู่ของจี้เหวินซีเป็นอาจารย์ของผู้ กำกับเหยียน และผู้กำกับเหยียนก็เรียกคุณปู่คนนั้นว่าอาจารย์
แต่เนื่องจากตอนนั้นจี้เหวินซีบาดเจ็บเพราะเธอ เซียวหมิงเยวี่
ยจึงว่อกแว่กและลืมเรื่องนี้ไป
แสดงว่าชายชราคนนั้นก็คือคุณปู่ของจี้เหวินซี นี่เขาให้ หลานชายของตัวเองมาเป็นโค้ชสอนยิงปืนให้ เธอไม่เข้าใจความคิด ของคนรวยพวกนี้เลยจริง ๆ
แค่ต้องการลองใช้ชีวิตแบบคนธรรมดางั้นเหรอ?
…
ภายในห้องดื่มชา คุณปู่จี้กำลังดูกล้องวงจรปิด เขาเลิกคิ้วด้วย ความโกรธพลางชี้มือไปที่จอมอนิเตอร์ด้วยนิ้วที่สั่นเทา
“ขะ ขะ ขะ เขา… ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? พูดไปได้ยังไงว่าเดี๋ยว ให้คนไปส่ง ควรพูดว่าผมจะไปส่งคุณเองสิ โง่จริงเชียวไอ้หลานคนนี้ พอเธอปฏิเสธด้วยความสุภาพ เขากลับตอบไปแค่ว่ากลับระวัง ๆ นะ ครับ?”
คุณปู่จี้ถอนหายใจ “เมื่อกี้ฉันเพิ่งชมเขาอยู่เลยว่ามีพัฒนาการ แล้ว หลานชายคนนี้ของฉันดีทุกอย่าง เก่งไปเสียทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง ผู้หญิง ฉันกลัวตัวเองจะตายก่อนได้เห็นเขาแต่งงานมีครอบครัวจริง ๆ”
จี๋อันเดินเข้ามาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านนายพลอาวุโส ท่านใจ ร้อนเกินไปแล้วครับ คุณชายจี้ดูแลธุรกิจใหญ่โตอย่างยากลำบาก เมื่อครู่ก็ถือว่าดีมากแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
คุณปู่จี้ตกอยู่ในภวังค์ ครู่ใหญ่ต่อมาจึงพูดขึ้นว่า
“ฉันกลัวว่าร่างกายตัวเองจะรอนานขนาดนั้นไม่ไหว ไม่รู้ว่าวัน ไหนจะหมดลมหายใจ ถ้าฉันตายไปทั้งแบบนี้ แล้วจะไปสู้หน้าพ่อแม่ ของเขาได้ยังไง? พ่อแม่ของเขาเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก ฉันเป็นแค่คน แก่ที่เลี้ยงดูเขามา
มองดูเขาที่อายุยังน้อยต้องต่อสู้ในสนามธุรกิจ และเก่งกว่าคนวัย กลางคนหลายคน ฉันรู้สึกเสียใจจริง ๆ หากมีภรรยาที่เอาใจใส่คอย อยู่เคียงข้างเขา ฉันคงจะสบายใจและตายตาหลับได้”
จี๋อันรีบพูดว่า “ท่านนายพลอาวุโส พูดอะไรแบบนั้นกันครับ ร่างกายของท่านยังแข็งแรงอยู่เลย”
คุณปู่จี้พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย “แข็งแรงหรือไม่แข็งแรง นายเอง ก็รู้ดีไม่ใช่หรือไง เวลาของฉันใกล้จะมาถึงแล้ว เรื่องนี้ห้ามบอกเจ้า เด็กเหลือขอนั่นเด็ดขาด”
“ท่านนายพล…” ดวงตาของจี๋อันแดงก ่า
คุณปู่จี้รู้สึกเพลีย “ออกไปได้แล้ว”
จี๋อันอ้าปากคิดกล่าวคำต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป จากนั้นจึงเดินออกจากห้องดื่มชา