ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 161 ขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าซ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยรีบโทรบอกแม่เซียวเกี่ยวกับเรื่องที่เซียวอวี่และซุน ฮั่นมาถึงชุมชนฮว๋าฮั่น เนื่องจากพ่อเซียวกลับไปทำงานที่กรม เกษตรกรรมแล้ว เธอจึงต้องการรอจนกว่าเรื่องนี้จะจบลงก่อน แล้ว ค่อยบอกเขา
ส่วนคนอื่นอย่ารู้เรื่องเลยจะดีกว่า เดี๋ยวจะพานทำให้พวกเขา หวาดกลัว
“เพราะงั้น ช่วงนี้แม่ออกไปข้างนอกก็ระวัง ๆ หน่อยนะคะ” เซียวห มิงเยวี่ยเตือน
แม่เซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเซียวอวี่จะมีความคิด ชั่วร้ายแบบนี้ ถึงขนาดร่วมมือกับคนนอกเพื่อปล้นบ้านอารองของ ตัวเอง เขาลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนอารองรักและเอ็นดูเขาแค่ไหน ไอ้หมาป่าตาขาวเลี้ยงไม่เชื่อง!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดสีหน้าเรียบเฉย “ความเมตตาอันยิ่งใหญ่แปร เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันใหญ่ยิ่ง คนที่ให้เขาเคยดูดเลือดมาโดย ตลอด จู่ ๆ วันหนึ่งก็ไม่ให้เขาดูดเลือดแล้ว ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ตั้งตัว เป็นศัตรูที่ไม่มีวันญาติดีกันได้ในชาตินี้”
ไม่ใช่แค่เซียวอวี่คนเดียว ครอบครัวลุงใหญ่ก็เป็นแบบนี้เช่นกัน พวกเขาใช้ความใจดีของพ่อเซียว ราวกับว่าพ่อเซียวเกิดมาเพื่อรับ ใช้พวกเขา และเลี้ยงดูพวกเขาด้วยเลือดของพ่อเซียวเอง
แต่หากตราบใดที่พ่อเซียวทำเรื่องไม่ถูกใจ พวกเขาก็จะลืมความ มีน ้าใจและความเมตตาในอดีตจนหมดสิ้น ยืนบนจุดสูงทางศีลธรรม ประณามหาว่าพ่อเซียวไม่มีความเมตตา ไม่ยุติธรรม ไม่ซื่อสัตย์ และ ไม่กตัญญู
แกมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวไม่ดีกับฉัน? แกคิดถึงแต่ตัวเองงั้นเหรอ? ในเมื่อแกทำไม่ดีกับฉัน นั่นหมายความว่าแกเป็นคนเลว และสมควร ตาย
มันไม่มีอะไรมาก นอกจากความเห็นแก่ตัว โลกนี้ไม่เคยขาด แคลนคนเห็นแก่ตัวเลย
ดังนั้น พ่อเซียวในอดีตก็เหมือนกับคนที่รักพี่น้องตัวเองจนเสีย สติ วิธีที่ดีที่สุดคือหยุดการกระทำนี้ และอยู่ห่างจากพวกคนที่คอยสูบ เลือดสูบเนื้อ
“นอกจากนี้ เซียวอวี่ไม่ได้ต้องการปล้นอย่างเดียว แต่เขามาเพื่อ แก้แค้น เขาต้องการฆ่าหนู และพวกเราทุกคน” เซียวหมิงเยวี่ยพูด อย่างใจเย็น
แม่เซียวตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโกรธ
“ไอ้พวกหมาป่าตาขาวต ่าช้าต ่าทราม บ้านหลังนั้นซื้อมาให้ลูก สาวของฉัน เขามีสิทธิ์อะไรมาแย่งไป พอไม่ให้มันอยู่ ก็มาโกรธ เกลียดเราอีก มันเป็นอะไรกันนักหนา!”
ความเกลียดชังของเซียวอวี่มาจากเรื่องบ้านหลังนั้น ส่วนความ เกลียดชังของเซียวฮ่วนฮ่วนเป็นเพราะเซียวหมิงเยวี่ยไม่ยอมบริจาค เลือด ทำให้ลูกชายที่เธอรักสุดหัวใจเสียชีวิตหลังคลอด
แม่เซียวพูดด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “หมิงเยวี่ย เราต้องจัดการขั้น เด็ดขาด พวกมันต้องตายเท่านั้น ไม่งั้นอนาคตจะมีปัญหาอีก”
หญิงสาวครุ่นคิดอยู่นาน “พวกมันจะต้องตายแน่ ๆ แต่ปัญหาคือ จะจัดการพวกมันยังไงดี”
แม่เซียวไม่ค่อยเข้าใจความหมายของลูกสาว “แล้วลูกมี ความเห็นว่ายังไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างมีความนัยแฝง “พวกมันสามารถอาศัย อยู่ในชุมชนของเรา กินข้าวและใช้น ้าได้ตามปกติ แสดงว่าพวกมัน ต้องแย่งชิงที่พักพิงและสิทธิ์ของผู้ประสบภัยคนอื่น หนูเดาว่า ผู้ประสบภัยเหล่านั้นคงถูกฆ่าไปแล้ว
พวกมันเป็นแค่หนูในท่อระบายน ้าทิ้ง ถ้ากล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ แสดงว่าไม่ใช่ครั้งแรก อย่าลืมว่ากฎหมายใหม่ของประเทศเรา กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ปล้นสะดมและฆ่าคนต้องตาย”
แม่เซียวเพิ่งจะเข้าใจ จึงรีบถามต่อว่า
“ลูกหมายถึงให้แจ้งตำรวจงั้นเหรอ? นี่เป็นวิธีที่ดีเลย เราไม่ต้อง ลงมือเองให้มือเปื้อนเลือดด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “หนูจะไปหาหัวหน้าซ่งเพื่อขอความ ช่วยเหลือ”
คิดว่าเธอจะนั่งเฉยและรอให้เซียวอวี่บุกมาที่บ้านงั้นเหรอ? แทนที่
จะปล่อยให้พวกมันสร้างความเสียหายในบ้าน แล้วต้องจัดการศพที หลัง คงจะดีกว่าหากเปลี่ยนสถานที่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พื้นวิลลา สกปรก
…
ถ้าข้อมูลที่ซุนหนานหนานได้รับจากซุนฮั่นถูกต้อง พวกมันมี ทั้งหมด 16 คน อาศัยอยู่ในอาคาร 18 ห้อง 902
คงยากที่ซุนฮั่นจะคาดคิดว่าลูกสาวที่ประพฤติดีและเชื่อฟัง ตนเองเสมอมา วันหนึ่งจะกลายเป็นคนที่กล้ามีความคิดเป็นของ ตัวเอง กล้าต่อต้านพ่ออย่างเขา แสดงท่าทีตีสองหน้า แล้วยังรอ จังหวะเหมาะเจาะที่จะแว้งกัดเขาให้ตายคาที่
เซียวหมิงเยวี่ยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอรีบไปหาหัวหน้าซ่ง ทันทีที่ทราบที่อยู่และจำนวนคน เพราะเธอเข้าใจดีว่า หากยิ่ง ดำเนินการช้า ก็จะยิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เรื่องแบบนี้ รีบ จัดการก่อนดีกว่า ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
…
“คุณแน่ใจเหรอ?” หัวหน้าซ่งถาม
เซียวหมิงเยวี่ยตอบ “แน่ใจค่ะ และพวกเขากำลังมาหาฉัน หัว หน้าซ่งช่วยฉันด้วยนะคะ ฉันเป็นแค่พลเมืองธรรมดา ไม่ได้มีอาวุธ อะไรมากมาย คุณต้องช่วยฉันนะ”
หัวหน้าซ่งหัวเราะ “คุณน่ะเหรอ? ไม่มีอาวุธ? ใครจะเชื่อล่ะ บอก มาตามตรงเถอะ คุณไม่อยากเสียกระสุนโดยเปล่าประโยชน์ใช่ไหม ล่ะ? คุณนี่น้า มีแผนการอยู่ในหัวมากมายจนดูน่ากลัว”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ ฉันไม่ได้ขี้เหนียวขนาดนั้นสักหน่อย พวกมันมีคนเยอะ แถมเป็นผู้ชายอีก ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คงสู้ พวกมันไม่ไหวหรอกค่ะ” เธอพูดอย่างหน้าไม่อาย
ในความจริงเธอแค่ไม่อยากลงมือเอง และอยากประหยัดแรงไว้ ส่วนเรื่องประหยัดกระสุน ถ้าทำได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
หัวหน้าซ่งแสร้งทำเป็นรู้ทัน และหยุดเปิดโปงเธอ
“เป็นแบบนั้นเองเหรอ~ เอาละ เอาละ แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ ว่า เราไม่สามารถฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีหลักฐานแน่ชัด คุณมั่นใจจริง ๆ เหรอว่าพวกเขาก่ออาชญากรรม?”
ในเรื่องนี้เซียวหมิงเยวี่ยค่อนข้างมั่นใจ
“น่าจะราว 80-90 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ แม่ฉันตรวจสอบข้อมูล ผู้ประสบภัยในระบบ พบว่ามีบางวันที่คนกลุ่มหนึ่งไม่ได้ไปรับอาหาร บรรเทาสาธารณภัย แต่เช้าวันรุ่งขึ้นกลับมีผู้ประสบภัย 16 คนไปรับ
ส่วนที่เหลืออีก 10 คน ไม่เคยไปรับเลย ความเป็นไปได้มีทาง เดียวคือ พวกเขาฆ่าผู้ประสบภัยในห้องทั้งหมด แล้วยึดที่พักกับใช้ บัตรประชาชนของเหยื่อคนอื่น ๆ”
หลังจากได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย หัวหน้าซ่งจึงหยุดพูด ล้อเล่น ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกมันก็สมควรตายจริง ๆ ฉันจะพาทีมเล็ก ๆ ไปตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ควบคุมตัวพวกมันไว้ก่อน เพื่อ ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด ถ้าเป็นความจริง คงต้องยิงพวกมันทิ้ง ทั้งหมด”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้ม “ขอบคุณหัวหน้าซ่งมากค่ะ”
หัวหน้าซ่งโบกมือ “ไม่เป็นไร ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ที่
ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเราอีกครั้ง การปล่อยให้คนแบบนั้นอยู่ใน ชุมชนฮว๋าฮั่นต่อไป รังแต่จะมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเพิ่ม”
เขาเปลี่ยนบทสนทนา “แต่ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าไอ้คนชื่อเซียวอวี่
อะไรนั่นมีเรื่องอะไรกับคุณกันแน่ ถึงได้เคียดแค้นอยากเอาชีวิตคุณ ขนาดนั้น?”
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา ๆ “มันเป็นเรื่องน่าอับอายใน ครอบครัว…”
เธอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่บ้านให้เขาฟังคร่าว ๆ
หัวหน้าซ่งเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ “ฉันไม่เคยเห็นคนไร้ ยางอายขนาดนี้มาก่อน ยังไงคุณก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา เขาจะ หน้าด้านเกินไปหน่อยไหม ในฐานะผู้ชาย ฉันรู้สึกเหยียดหยามเขา จริง ๆ! รอจับเขาได้ก่อนเถอะ ฉันจะทุบตีให้น่วมเพื่อระบายความแค้น ให้คุณเอง”
“ไม่สิ ต้องทุบตีให้น่วม แล้วฆ่าทิ้งซะ เพื่อระบายความแค้นให้ คุณ!”
หัวหน้าซ่งอยู่ในอารมณ์ที่โกรธจัด เมื่อเห็นความอยุติธรรม เกิดขึ้น เขาก็อยากจัดการให้สิ้นซาก
เซียวหมิงเยวี่ยกลับต้องเป็นฝ่ายปลอบเขาแทน “ใจเย็น ๆ ก่อน ค่ะ ฉันไม่ใส่ใจคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว มันไม่คุ้มเอาเสียเลย”
ถ้ารู้ว่าแค่ร้องไห้ขอความเห็นอกเห็นใจก็ได้ผล เธอคงจะพูดเรื่อง นี้ตั้งแต่แรกแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดน ้าตาที่ไม่มีจริงออกจากหางตาอย่างเศร้า สร้อย
“ยังมีอีกคนที่ชื่อซุนฮั่น เขาเป็นสามีของลูกพี่ลูกน้องฉันเอง คุณ คิดไม่ถึงหรอก เขาไม่หลงเหลือความเป็นคนอีกแล้ว ครอบครัวพวก เขาทั้งหมดถึงกับยอมขายลูกสาวเพียงเพื่อน ้ามันหนึ่งถัง…”
“คุณคงไม่รู้ว่า เด็กสาวคนนั้นอยู่ในสภาพน่าเวทนาแค่ไหนตอน ที่ฉันเห็นเธอ…”
หัวหน้าซ่งกระแทกโต๊ะและคำรามลั่น “ว่ายังไงนะ? ไอ้พวกสัตว์ ร้าย นรกส่งมาเกิด! ฉันต้องฆ่ามัน คนแบบนั้นปล่อยไว้ไม่ได้ เราจะ ดำเนินการในคืนนี้เลย!”
“เร็วถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ
หัวหน้าซ่งลุกขึ้นยืน “แน่นอนสิ เรื่องแบบนี้รีบจัดการให้เสร็จจะ ดีกว่า ปล่อยพวกมันมีชีวิตอยู่ต่ออีกวัน ก็เหมือนเป็นการสิ้นเปลืองทั้ง อากาศ อาหาร และน ้าดื่ม แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร? ตอนนี้อยู่ที่
ไหน? ช่างน่าสงสารเหลือเกิน”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจัดการที่พักใหม่ให้เธอแล้ว อย่าพูดถึงเรื่องใน อดีตให้เธอต้องเจ็บปวดใจเลยค่ะ ตอนนี้เธอมีชีวิตใหม่แล้ว”
หัวหน้าซ่งรู้สึกสะเทือนใจมาก “แม่หนูเซียวหมิงเยวี่ย คุณช่าง เป็นคนดีจริง ๆ ที่ไม่สนใจความแค้นในอดีต ครอบครัวของพวกเขา ทำกับคุณถึงขนาดนั้น แต่คุณก็ยังดูแลเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยใจจริง จิตใจของคุณสูงส่งดั่งพระโพธิสัตว์”
“เอ่อ เอิ่ม…”
เซียวหมิงเยวี่ยเกือบสำลักน ้าลายตัวเองตาย เธอเพิ่งถูกชมว่า จิตใจสูงส่งดั่งพระโพธิสัตว์ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย
“ชมเกินไปแล้วค่ะ” หญิงสาวหัวเราะแห้ง ๆ อยู่พักหนึ่ง