ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 162 ทรมานพวกแกจนตาย
หลังจากบอกลาหัวหน้าซ่ง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มแล้ว เซียวหมิง เยวี่ยเดินกลับบ้านไปตามถนนของชุมชน
ตอนนี้เธอคุ้นเคยกับการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ข้างนอก และสวม เสื้อกันฝนตัวใหญ่เพื่อปิดบังตัวเอง ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่ จำเป็นได้มากมาย
เมื่อมาถึงย่านบ้านเดี่ยว เซียวหมิงเยวี่ยก็สังเกตเห็นเงาดำกำลัง ทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ไม่ไกลจากวิลลาหมายเลข 5
เป็นเซียวอวี่นั่นเอง
แสงเย็นเยือกวาดผ่านดวงตาของหญิงสาว เธอยังไม่ทันไปหา แต่เหยื่อกลับมาหาเธอถึงหน้าประตูเองเลยงั้นเหรอ?
ดูสิว่าเขาต้องการจะทำอะไร
เซียวอวี่ไม่กล้าเข้าใกล้วิลลาหมายเลข 5 เขายังคงหวาดกลัวกับ เหตุการณ์กับดักครั้งก่อน ตอนนั้นเซียวหมิงเยวี่ยเคยพูดไว้ว่า รอบ ๆ บ้านมีกับดักมากมาย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนัก และเพียงแอบมองอยู่ห่าง ๆ
เมื่อเห็นว่าวิลลาหมายเลข 5 ยังคงปลอดภัยสมบูรณ์เหมือน ดังเดิม เซียวอวี่จึงถ่มน ้าลายลงพื้นและพูดด้วยความอิจฉาว่า
“ได้มุดหัวอยู่ที่นี่ คงจะปลอดภัยหายห่วงเลยสินะ? พวกแกอยู่ที่นี่
อย่างสุขสบาย ส่วนฉันต้องใช้ชีวิตตรากตรำเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ชีวิต ครอบครัวอารองช่างดีซะเหลือเกิน!”
เซียวอวี่ตะคอกด้วยความโกรธ “รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะต้อง ทุบกระดองเต่าพวกแกให้แหลก แล้วทรมานพวกแกจนตาย!”
ทันใดนั้นเขาก็นึกบางสิ่งขึ้นได้ พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏ ขึ้นบนใบหน้า
ถ้าลูกพี่มาถึง อารองจะรู้สึกยังไงเมื่อได้เห็นภรรยาและลูกสาว ของตัวเองถูกทำให้อับอาย เขาจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำในอดีต บ้างไหมนะ?
มันสายเกินไปแล้วที่จะนึกเสียใจ อารองผู้แสนดีของผม รอดูเรื่อง สนุก ๆ ได้เลย ส่วนลูกพี่ลูกน้องคนสวย พี่ชายคนนี้อยากลิ้มรสแก เสียจริง
ทำตัวหยิ่งยโสถือตนว่าสูงส่ง เอาแต่ดูถูกฉันอยู่ตลอดเวลานักใช่ ไหม? แกล้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์ไปเถอะ เดี๋ยวได้เห็นดีกัน! ฉันละ อยากเห็นแกอ้อนวอนขอความเมตตาจริง ๆ!
แววตาของเซียวอวี่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เขาเลียริมฝีปากที่
แห้งผาก อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงฉากอันเร่าร้อนที่จะเกิดขึ้นที่นี่
ในคืนพรุ่งนี้
เซียวหมิงเยวี่ยยืนมองเขาอยู่เงียบ ๆ ที่มุมหนึ่ง แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่าย กำลังคิดอะไรอยู่ แต่เธอแน่ใจว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง และพบว่า เซียวอวี่มาคนเดียว ถ้าอย่างนั้นก็อย่าคิดว่าจะได้กลับไปง่าย ๆ
เซียวอวี่หันหลังกลับ และกำลังจะเดินกลับไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึก เจ็บที่ท้ายทอย ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง
เซียวหมิงเยวี่ยลากลูกพี่ลูกน้องชายผ่านประตูใหญ่ของบ้าน โยนเขาไปด้านข้างประตู ตบหน้าเขาสองครั้งอย่างแรง กระทั่งใบหน้า ของเซียวอวี่บวมขึ้นทันที
จากครั้งก่อนที่เธอตีจี้เหวินซีจนสลบ เธอสามารถควบคุมแรงตบ ได้แล้ว แต่ต่อให้เธอตบแรงไปหน่อยจนเซียวอวี่ตาย มันก็เท่านั้น เขา สมควรตายอยู่แล้ว
การกระทำของเซียวหมิงเยวี่ยทำให้คุณยายที่กำลังเก็บผักใน สวนตกใจกลัว
คุณยายนั่งยอง ๆ อยู่ในแปลงผักพลางจ้องมองหลานสาวไม่ วางตา ขณะที่ผักทั้งหมดในมือหล่นลงบนพื้น
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้น “คุณยายคะ ไปเอาเชือกมาให้หน่อย แล้ว ก็เทปกาวด้วยค่ะ”
คุณยายเพิ่งตื่นจากภวังค์ “ฮะ? อ๋อ ๆ ยายจะไปเอาให้เดี๋ยวนี้”
คุณยายนำเชือกมาให้ เซียวหมิงเยวี่ยจึงจัดการมัดเซียวอวี่ให้ แน่นเหมือนกับหมูรอเชือด โดยมัดมือและเท้าไปด้านหลัง จากนั้นพัน ปากของเขาด้วยเทป วนเป็นวงกลมรอบหัวซ ้าแล้วซ ้าเล่า
ไม่ต้องพูดถึงเซียวอวี่ แม้แต่หัวหน้าซ่งก็ไม่มีทางหลุดพ้นจาก พันธนาการนี้ได้ เพราะเซียวหมิงเยวี่ยมัดเขาติดไว้กับพื้น ยิ่งเขาดิ้น รนมากเท่าไหร่ เชือกก็ยิ่งรัดตึงมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากจัดการพวกมันที่เหลือคืนนี้ ค่อยกลับมาสอบปากคำเขา เซียวหมิงเยวี่ยตั้งใจจะสืบให้รู้ว่าตอนนี้ครอบครัวลุงใหญ่อยู่ที่ไหน มี ชีวิตการเป็นอยู่อย่างไร และดีกว่าชีวิตชาติก่อนหรือเปล่า?
เธอค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเรื่องนี้เอามาก ๆ
คุณยายจ้องมองเซียวอวี่ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย “นี่ไม่ใช่คนที่
เกือบตกลงไปในกับดักครั้งก่อนเหรอ เป็นอะไรกับ… พ่อของหลาน นะ?”
“หลานชายค่ะ” หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยมัดเซียวอวี่เสร็จ เรียบร้อย เธอก็เตะเขาจนล้มกลิ้งบนพื้น
เซียวอวี่นอนนิ่งอยู่บนพื้นเหมือนสุนัขที่ตายแล้ว
คุณยายเพิ่งจำได้ “ใช่ ๆ ๆ เด็กคนนี้ไม่ใช่คนดีนี่นา ไม่แปลกใจ เลยที่หลานจะทุบตีเขาแบบนั้น”
หลังจากจัดการเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยก็ปัดมือ
“คุณยายไม่ต้องกังวลเรื่องเขานะคะ เดี๋ยวหนูกลับมาคุยกับเขา แล้วจัดการเขาเอง คุณยายไปทำธุระต่อเถอะ”
เธอพูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังเล่าเรื่องธรรมดา ๆ คล้ายกับเวลาบอกคุณยายว่าเย็นนี้อยากกินอะไร
คุณยายพยักหน้าหงึก ๆ “…จ้ะ”
พูดจบ คุณยายก็ไปเก็บผักที่แปลงผักต่อ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมอง ไปทางเซียวอวี่เป็นระยะ
หลังจากได้รับแจ้งจากหัวหน้าซ่ง เซียวหมิงเยวี่ยก็มุ่งหน้าไปยัง อาคารที่ 18 และแล้วเวลาแห่งการไล่ล่าก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็น ทางการ…
…
“ลูกพี่ เราเริ่มดำเนินการคืนนี้เลยดีไหมครับ?”
ซุนฮั่นแทบอดใจรอไม่ไหว เขาเบื่อหน่ายกับการกินอาหารเมนู หนอนฟันเต็มที และอยากบุกเข้าไปในวิลลาหมายเลข 5 เพื่อกิน อาหารมื้ออร่อยให้สมใจอยาก
ลูกพี่ลูบคางเบา ๆ “พรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยลงมือ ตอนกลางคืนพวก ผู้ประสบภัยจะนอนหลับ ถ้ามีเสียงดังขึ้นมา ตำรวจจะสงสัย”
ซุนฮั่นพูดจาประจบสอพลอ “สมกับที่เป็นลูกพี่จริง ๆ คิดอย่าง รอบคอบเสมอ! ด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดของลูกพี่ ให้ขึ้นเป็น นายกเทศมนตรีก็ยังได้เลย พี่น้องทุกคนคิดเหมือนกันไหม?”
“ใช่ พี่ซุนพูดถูก ถ้าทำตามคำสั่งลูกพี่ เราก็จะได้ใช้ชีวิตสุข สบายเหมือนพวกชนชั้นสูง”
“ลูกพี่เจ๋งที่สุดแล้ว!”
ลูกพี่แทบจะหลงละเลิงไปกับคำเยินยอเหล่านั้น เขาพูดด้วย รอยยิ้มว่า
“เอาละ เอาละ ซุนฮั่น นายบอกลูกสาวแล้วหรือยัง?”
“บอกแล้วครับ! พรุ่งนี้เราจะตามเธอไป เมื่อไหร่ที่เธอเดินผ่านเข้า ประตู เราจะเร่งรีบบุกเข้าไปทันที พอเข้าไปได้เมื่อไหร่ อะไร ๆ ก็อยู่ใน การควบคุมของพวกเราใช่ไหมล่ะครับ?”
ลูกพี่หัวเราะและพูดว่า “ฆ่าผู้ชายให้หมด แล้วเก็บผู้หญิงไว้เล่น สนุก”
ซุนฮั่นพูดด้วยรอยยิ้มประจบ “ได้ครับ เราจะทำตามที่ลูกพี่สั่ง! แม่ลูกคู่นั้นหน้าตาดีมากจริง ๆ โดยเฉพาะนางลูกสาว ของดีแบบนี้หา ยาก พวกผู้หญิงในไนต์คลับเทียบชั้นไม่ได้เลยสักนิด”
ลูกพี่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “นี่คือผลงานชั้นเยี่ยมของลูก สาวนาย เธอชื่อหนานหนานใช่ไหม? พรุ่งนี้ก็ให้เนื้อเป็นรางวัลเธอ ซะ”
ซุนฮั่นโบกมือแล้วพูดท่าทางสบาย ๆ “ก็แค่เด็กผู้หญิงราคาถูก เสียของเปล่า ๆ ที่จะให้เธอกินเนื้อ เธอไม่สมควรได้รับมัน”
ลูกพี่เผยยิ้มแฝงความนัย “นั่นลูกสาวของนายไม่ใช่เหรอ ทำไม ถึงไม่สนใจล่ะ?”
ซุนฮั่นพูดอย่างประจบสอพลอ “หัวใจผมภักดีกับลูกพี่เท่านั้น นางลูกสาวนั่นไม่ได้มีค่าอะไร ถ้าลูกพี่ชอบ ผมก็จะมอบให้ทันที นาง เด็กนั่นหน้าตาดีและเชื่อฟังมากทีเดียว”
ลูกพี่ไม่ได้พูดอะไร แม้เขาจะยังคงยิ้ม แต่ในดวงตาเขากลับไม่ได้ ยิ้มเลย เขาผ่านโลกมาหลายปี ย่อมมีวิจารณญาณในการมองคน
คนที่สามารถผลักดันแม้แต่พ่อแม่ ภรรยา และลูก ๆ ออกไปรับ คมดาบ คนผู้นั้นเชื่อถือไม่ได้ แล้วคนโหดเหี้ยมแบบนั้นน่ะเหรอ จะมี ความภักดีกับคนอื่นฉันพี่น้อง?
คนประเภทนี้ไม่ควรเก็บไว้ใกล้ตัว ไม่ช้าก็เร็วเขาจะยื่นมือปีศาจ มาแทงคุณจากด้านหลัง
“สำหรับแผนการครั้งนี้ คงต้องขอบคุณนายมากซุนฮั่น ไว้เรื่องนี้
เสร็จสิ้นแล้ว ฉันจะตกรางวัลให้นายอย่างสมน ้าสมเนื้อ” ลูกพี่กล่าว ด้วยน ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง
ซุนฮั่นดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เขากำลังจะพูดตอบ แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“นั่นใคร?”
“หรือว่าจะเป็นเซียวอวี่ ดึกขนาดนี้แล้ว มีแค่เขาที่ยังไม่กลับมา เดี๋ยวผมไปเปิดประตูเอง” ซุนฮั่นพูดขึ้น
ลูกพี่พูดเสียงทุ้มต ่า “ไม่ใช่! การเคาะประตูมันผิด ไม่ใช่สั้นสาม ครั้งและยาวหนึ่งครั้ง”
ซุนฮั่นยืนแข็งค้าง ไม่กล้าเดินต่อไป “แล้วใครกัน พวกเราควร เปิดประตูไหม?”
“หรือว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน? สองสามวันก่อนยังมีเด็กมาเคาะประตู มั่ว ๆ อยู่นะ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
ขณะที่ทุกคนในห้องกำลังลังเลและไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ทันใด นั้น เสียงจากนอกประตูก็ดังขึ้น
“เปิดประตูหน่อยครับ นี่คือการตรวจเยี่ยมตามปกติ”
ลูกพี่ระวังตัวมาก เขาเป่าเทียนให้ดับ และออกคำสั่งเสียงเบา
“ตำรวจมาตรวจแล้ว พวกแกแยกย้ายกันไปนอนในห้องต่าง ๆ แกล้งทำเป็นหลับ ตบตาพวกมันไป เล่นให้เนียน ๆ ห้ามพลาด เด็ดขาด!”
หลังจากเปิดประตู ซุนฮั่นแกล้งทำเป็นง่วงขณะยกมือปิดปากหาว
“นั่นใครครับ มันดึกมากแล้วนะ”
หัวหน้าซ่งหน้าตึงเครียด เขาย ้าเสียงเย็นชาว่า “เป็นการตรวจ เยี่ยมตามปกติครับ ไม่ทราบว่าทำไมถึงมาเปิดประตูช้าขนาดนี้?”
“กำลังหลับอยู่น่ะ” ซุนฮั่นตอบกลับพลางขยี้ตา
หัวหน้าซ่งโบกมือ แล้วสั่งให้ตำรวจที่ตามมาด้านหลังเข้าไป ตรวจ ตำรวจใช้ไฟฉายส่องสว่างไปทั่วห้อง
“นำบัตรประชาชนออกมาด้วยครับ”
ด้วยแสงไฟจากไฟฉาย หัวหน้าซ่งจึงได้เห็นหน้าตาของซุนฮั่น ชัดเจน เขาเตรียมตัวมาล่วงหน้า โดยดึงข้อมูลของซุนฮั่นจากระบบ มาดู
หัวหน้าซ่งถามด้วยน ้าเสียงเย็นชา “ชื่ออะไรครับ?”
ซุนฮั่นก้มหน้า “จางเฉียง”
หัวหน้าซ่งจ้องมองด้วยสายตาเฉียบคมดั่งเหยี่ยว “คุณเปลี่ยนชื่อ ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ ซุนฮั่น?”
ซุนฮั่นเงยหน้าขึ้นทันที พร้อมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง