ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 168 ยายืดขาถลึงตาสุดวิเศษ รักษาได้ทุกโรค
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 168 ยายืดขาถลึงตาสุดวิเศษ รักษาได้ทุกโรค
ขณะที่คุณยายกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เซียวหมิงเยวี่ยก็เดินไป หาคุณตา ชายชราแต่งตัวเรียบร้อย นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกและกำลัง ทอดสายตามองออกไปด้านนอก
หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง นอกเหนือจากเวลานอน กิน และเข้า ห้องน ้า เขาใช้เวลาที่เหลือไปกับการทอดสายตามองสิ่งต่าง ๆ
เมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่เอาแต่ใจ คุณตาถือว่ามี ความประพฤติดีมาก
“คุณตา อ้าปากสิคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบยายืดขาถลึงตาออกมา แล้วจรดลงบนริม ฝีปากของคุณตา
คุณตาอ้าปากอย่างว่าง่าย เคี้ยวสองถึงสามครั้งแล้วกลืนลงไป
“ไม่อร่อย” เขาพูดเบา ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูคุณตากลืนลงไป ยาที่ไหนมันจะไปอร่อย แค่ต้องกลืนลงไปต่างหาก
คุณตาอ้าปากหาว “เฟิน ง่วง”
คุณยายไม่ได้ยิน คุณตาจึงตะโกนต่อไปว่า “เฟิน เฟิน เฟิน ง่วง ง่วง ง่วง”
คุณยายถือตะหลิววิ่งมา “หยุดตะโกนได้แล้ว จะเรียกวิญญาณ หรือไง ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงเลยนะ ง่วงแล้วเหรอ?”
“ง่วง” คุณตาพูดอีกครั้ง
“ก็ได้ ๆ ๆ ขึ้นไปนอนชั้นบนเถอะ จู้จี้จุกจิกจริง ๆ เลยนะ วัน ๆ ไม่ เคยทำให้ฉันสบายใจเลย”
คุณยายประคองคุณตาขึ้นไปชั้นบน ตั้งแต่คุณตาป่วยเป็นอัลไซ เมอร์ก็ติดคุณยายมาก ไม่ว่าทำอะไรก็ต้องให้คนเป็นภรรยาอยู่ด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มจนตากลายเป็นพระจันทร์เสี้ยว เธอตั้งตารอว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตาตื่นขึ้นมา
“อ้อ คุณยายคะ หนูซื้อปลาไนมาจากมูนฟาร์มหนึ่งตัว เย็นนี้เอา มาตุ๋นกินกันนะคะ!”
คุณยายพยุงคุณตาขึ้นไปชั้นบนพลางพูดตอบว่า
“ได้จ้า ยายจะตุ๋นให้นะ ฟาร์มอะไรนั่นขายของแพงจริง ๆ เถ้าแก่ ก็ใจดำมาก! ก่อนหน้านั้นขายหมื่นเดียว ตอนนี้ขึ้นราคาเป็นแปด หมื่น ทำไมไม่ปล้นกันซะเลยล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มค้าง “…”
คุณยายกำลังด่าหนูอยู่นะ
ก่อนหน้านั้นขายแค่หนึ่งหมื่น เพราะคิดว่ามันเป็นช่วงเริ่มต้นของ วันสิ้นโลก และราคาปลาในตอนนั้นก็ไม่เกินหนึ่งหมื่น ส่วนตอนนี้เธอ
ขายในราคาแปดหมื่นหยวน แม้ว่าจะแพงกว่าปลาสดของกรม เกษตรกรรมมาก แต่ของแพงก็มีเหตุผลของมัน
อีกอย่าง จะเอาราคาสินค้าในช่วงเริ่มต้นวันสิ้นโลกกับปัจจุบันมา เปรียบเทียบกันได้อย่างไร กรมเกษตรกรรมก็ขึ้นราคาเหมือนกัน และ ปลาที่กรมเกษตรกรรมขายก็ไม่ได้ตัวใหญ่เท่ากับของมูนฟาร์ม
ปลาไนยักษ์ความยาวเกือบเมตร เป็นผลผลิตจากมิติวิเศษ กิน แล้วเสริมสร้างร่างกายและยืดอายุขัย ราคาเท่านี้ถือว่าไม่แพงเลย
หากเทียบกับเนื้อสัตว์แล้ว ปลาถือว่าราคาถูกมาก และถ้าปีนี้ไม่ มีน ้าท่วม ราคาปลาคงจะสูงกว่าเนื้อสัตว์มาก
ตอนบ่ายไม่มีอะไรทำ เซียวหมิงเยวี่ยจึงนอนบนโซฟาและดูละคร ทีวีที่เธอบันทึกไว้ก่อนหน้านี้พลางกินขนมขบเคี้ยว เธอกำลัง เพลิดเพลินกับช่วงเวลาอันแสนสุขสบาย
ปลาไนกำลังถูกตุ๋นอยู่ในหม้อ แต่เนื่องจากปลาตัวใหญ่มาก คุณ ยายจึงแล่ปลาเป็นสองส่วน และนำมาทำอาหารสำหรับวันนี้แค่ครึ่ง เดียว
คุณยายใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือ “ตาเฒ่านอนหลับตลอดทั้งบ่าย นี่
ยังไม่ตื่นอีกเหรอ?”
“ให้ฉันไปดูพ่อให้ไหม” แม่เซียวพูด
“ลูกเฝ้าหม้อแล้วกัน เดี๋ยวแม่ไปดูเอง”
สิ้นเสียง คุณยายกำลังจะขึ้นไปยังชั้นบน แต่แล้วก็เห็นว่าคุณตา กำลังเดินลงจากชั้นสองอย่างร่าเริง เขาไม่ได้ใช้ไม้เท้าด้วยซ ้า แต่ กลับเดินได้อย่างมั่นคง
คุณยายตีขาตัวเองแล้วรีบวิ่งเข้าไปหา
“ลงมาเองได้ยังไง ระวังตกบันไดนะ!”
ดวงตาของคุณตาเปล่งประกายสดใส ต่างจากดวงตาหมองคล ้า ของผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยสิ้นเชิง
“ยายเฒ่า ทำอะไรกินกลิ่นหอมจัง ฉันได้กลิ่นก็เลยลงมา”
เสียงของคุณตาดังกังวาน แม่เซียวจ้องมองพ่อของตัวเองด้วย ความตกตะลึง รู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป ทั้ง ท่าทาง สีหน้า และคำพูดของเขา ล้วนไม่เหมือนเดิมเลย
“ทำไมไม่เอาไม้เท้ามาด้วย แข้งขาก็ไม่ค่อยดีแล้ว ถ้าตกบันได ขึ้นมา ฉันจะ…”
คุณยายพูดประโยคค้างไปกลางคัน เธอเริ่มรู้สึกตัวว่า ชายชรา คนนี้ดูผิดแปลกไปจากปกติมาก
ปกติแล้วเขาจะพูดทีละคำสั้น ๆ แต่ตอนนี้กลับพูดประโยคยาวที่
สมบูรณ์ได้
“เมื่อกี้จะพูดว่าอะไรนะ? ชิงหว่าน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ดูพ่อของ ลูกสิ เขาบ้าไปแล้วแน่ ๆ!” คุณยายพูดตะกุกตะกัก
คุณตาเหยียดแขนขาแล้วพูดว่า “แข้งขาฉันก็ดีอยู่นะ ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวจะฉีกขาให้ดู”
คุณตากำลังจะฉีกขาทั้งสองข้าง คุณยายจึงรีบคว้าตัวของเขาไว้ ขณะที่แม่เซียวก็ตกใจมากและรีบวิ่งเข้าไปห้าม
คุณยายตกใจจนหน้าเสีย “พ่อของลูกไม่ปกติแล้ว เขาเป็นบ้าไป แล้วเหรอ?!”
แม่เซียวโบกมือไปมาตรงหน้าคุณตาแล้วพูดด้วยความไม่เชื่อว่า
“พ่อคะ พ่อดูฉันสิ จำฉันได้ไหม? พ่อหายป่วยแล้วเหรอ?”
คุณตายิ้มอย่างใจดี “ชิงหว่าน ลูกสาวที่น่ารักของพ่อ พ่อหาย แล้ว หายดีแล้วละ ยายเฒ่า ฉันเป็นอัลไซเมอร์มาหลายปี ต้องให้เธอ ดูแลทุกอย่าง ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ”
คุณยายอุทานด้วยความตกใจ “ไอ้หยา! คุณหายดีแล้วเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ก็หายป่วยได้ล่ะ? งั้นลองดูสิว่าเธอคนนั้นเป็นใคร?”
คุณยายชี้ไปที่หลานสาว จากนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงพูดด้วย รอยยิ้ม “หนูเป็นใครคะ?”
คุณตาวิ่งมาลูบหน้าเซียวหมิงเยวี่ยพลางหัวเราะเสียงดังก้อง
“หลานสาวคนโตที่น่ารักของตา สวยขึ้นมากจริง ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยกลั้นความตื้นตันใจไว้ไม่อยู่ คุณตาหายป่วยแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว
ก่อนที่คุณตาจะป่วย เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นผู้อาวุโส ที่ไม่ว่าจะพูดอะไร ทุกคนก็เชื่อฟังทุกอย่าง แค่ทำหน้านิ่ง ๆ ก็สร้าง ความเกรงขามได้มากแล้ว เพราะคนในบ้านต่างกลัวว่าจะทำให้คุณ ตาโกรธ
ถึงแม้ว่าลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่จะทำตัวเหลวไหล ไม่ค่อยลง รอยกับคนในบ้าน แต่ด้วยความน่าเกรงขามของคุณตา พวกเขาจึง ไม่กล้าพูดจาหรือทำอะไรที่เกินเลย
แต่หลังจากที่คุณตาล้มป่วย ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ก็ไม่มีอะไร ต้องเกรงใจ ทำตัวเหลวไหลมากขึ้น ครอบครัวตระกูลเจี่ยงจึง เปลี่ยนแปลงไปมาก
แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว คุณตาหายป่วยกลับมาเป็นปกติ ครอบครัวจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน!
ดวงตาของแม่เซียวร้อนผ่าว น ้าตาไหลรินด้วยความตื้นตันใจ คุณยายเองก็กลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่ เธอหัวเราะพลางร้องไห้ไปพร้อม ๆ กัน
“ดีจัง ดีจริง ๆ”
แม่เซียวปาดน ้าตาแล้วพูดว่า “ต้องรีบบอกข่าวดีนี้กับพี่ใหญ่และ พี่รอง พวกเขาจะต้องดีใจมากแน่ ๆ”
“ใช่ ๆ เรียกพวกเขามาทั้งหมด ให้มาช่วยกันทำอาหาร เย็นนี้เรา จะกินข้าวเย็นด้วยกันเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง” คุณยายพูดเสียงสั่น เครือ รู้สึกสุขใจจนกลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่
คุณตาตะคอก “ถึงแม้ว่าฉันจะป่วยมาหลายปี แต่ฉันจำทุกอย่าง ได้นะ เรื่องที่ไอ้เจ้าลูกชายคนโตทำไว้ ฉันจะปล่อยมันไปได้ยังไง? เข็มขัดหนังของฉันอยู่ไหน?”
คุณยายอึกอัก “ลูกเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว เขา…”
“ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน อดีตก็คืออดีต ไอ้ลูกคนนั้นคิดว่าฉันป่วย จนสติฟั่นเฟือน พูดจาคิดร้ายกับคนในบ้านต่อหน้าฉันหลายครั้ง มัน ช่างอวดดีนัก ฉันต้องตีสั่งสอนมันสักหน่อย!”
ก่อนที่ทุกคนจะตั้งตัว คุณตาก็รีบขึ้นไปชั้นบนและคว้าเข็มขัด หนังวัวลงมา จากนั้นพุ่งตัวไปที่ประตูบ้านด้วยความโกรธเกรี้ยว
นี่มันไม่ใช่ท่าทางที่คนแก่ผมขาวควรจะเป็น ดู ๆ แล้วเขาแข็งแรง ยิ่งกว่าพ่อเซียวเสียอีก
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนอย่างว่องไว “คุณตา ออกไปข้างนอก ต้องใส่รองเท้าบูตและเสื้อกันฝนด้วยค่ะ ข้างนอกฝนตกไม่หยุดเลย!”
คุณตามองรองเท้าแตะที่ใส่ “หลานรัก เอารองเท้าบูตมาให้ตา หน่อย”
“ได้ค่ะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับอย่างร่าเริง แล้วรีบไปหยิบรองเท้าบูตของ พ่อเซียวมาให้คุณตา
เธอแค่ชอบดูเรื่องสนุกและไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะบานปลาย ใหญ่โต เดี๋ยวลุงใหญ่คงโดนตีพร้อมแสดงสีหน้างุนงงเป็นแน่ ฮ่า ๆ
แม่เซียวคอยขยิบตาให้ลูกสาวอยู่ตลอด แต่เซียวหมิงเยวี่ยแสร้ง ทำเป็นไม่เห็น เธอหยิบเสื้อกันฝนให้คุณตา แล้วหันมาใส่เสื้อกันฝน ของตัวเอง
“หนูไปด้วยค่ะ”
ไปดูเรื่องสนุก ๆ กันดีกว่า