ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 174 ฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์?
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเย้ยหยัน เธอจงใจบอกว่ามีบิสกิต แต่ หญิงวัยกลางคนกลับไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นเลย คนปกติทั่วไปควรจะ รีบคว้าบิสกิตไปกิน แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะดูถูกบิสกิตเหล่านั้น
การคุกเข่าขวางหน้ารถ บอกเป็นนัยให้เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถ ถ้าเธอลงจากรถแล้ว คงยากที่จะกลับขึ้นมาอีก
ถ้าเธอเดาไม่ผิด บริเวณใกล้เคียงที่มองไม่เห็น คงมีคนซุ่มอยู่ หลายคน และกำลังรอให้เธอลงจากรถ
“หลบไปซะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างเย็นชา
ดูเหมือนหญิงวัยกลางคนจะไม่ได้ยิน ยังคงอ้อนวอนอย่าง สุดเสียงว่า “ได้โปรดเถอะค่ะ ท่านผู้ใจบุญ การช่วยชีวิตคนหนึ่งคน ได้บุญยิ่งใหญ่กว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นเสียอีก”
ประกายความอาฆาตวาบผ่านดวงตาเซียวหมิงเยวี่ย เธอเหยียบ คันเร่งพุ่งออกไป ไม่สนว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ชนตายไปเสียก็จบ เรื่อง
สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นซีดเผือด รีบกลิ้งตัวไป ด้านข้าง ห่อผ้าในมือหล่นลงบนพื้น สิ่งของภายในไม่ใช่เด็ก แต่เป็น ตุ๊กตาพลาสติกเพียงตัวเดียว
“มันกำลังหนี หยุดมันไว้!”
หญิงวัยกลางคนตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ หน้าตาของเธอ บิดเบี้ยวจากความโมโห ต่างจากตอนแรกที่อ้อนวอนอย่างน่าสงสาร ราวกับคนละคน
ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หน้าตาโหดเหี้ยมก็วิ่งออกมาจาก สองข้างถนน แต่ละคนมีกล้ามเนื้อเป็นมัด บึกบึน เต็มไปด้วย พละกำลัง
พวกเขาโยนไม้ที่มีตะปูยาวแหลมคมลงบนพื้น เพื่อขวางทางรถ เซียวหมิงเยวี่ย
หญิงสาวมองเห็นใบหน้าดุร้ายของคนเหล่านั้น แววตาของพวก เขาเย็นชา ราวกับมองเธอไม่ใช่คน แต่เป็นเพียงสัตว์ที่รอการเชือด
เซียวหมิงเยวี่ยเหยียบเบรกอีกครั้ง จากนั้นถอยรถออกไปอย่าง รวดเร็ว ตรงเข้าหาหญิงวัยกลางคน
“กรี๊ด!”
หญิงวัยกลางคนไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน และถูกกระแทกล้ม ลงกับพื้น ขาขวาของเธอถูกล้อรถเหยียบ จนทำให้เธอกรีดร้อง ออกมาด้วยความเจ็บปวด
ชายกลุ่มนั้นหันมองหน้ากัน ก่อนพุ่งถลาออกไปพร้อมมีดในมือ
“นางสารเลว ฉันจะสับแกเป็นชิ้น ๆ เพื่อล้างแค้นให้พี่ฮวา!”
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดประตูลงจากรถ จ้องมองชายกลุ่มนั้นด้วย ใบหน้านิ่งเฉย ถึงเวลาต้องใช้ก้อนหินยักษ์แล้ว
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงดังสนั่น 4 ครั้งติดต่อกัน หินยักษ์หลายก้อนตกลงมาจาก ท้องฟ้า พุ่งเป้าหมายไปที่ชายกลุ่มนั้น หินก้อนใหญ่ที่สุดทับชาย 5 คนเสียชีวิตในคราวเดียว ส่วนหินก้อนเล็กที่สุดก็ยังคร่าชีวิตไปได้ถึง 2 คน
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดิน กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เมื่อสักครู่ยัง โหดเหี้ยม กลายเป็นกองเนื้อบดในพริบตา
ยังมีชายอีก 2 คนที่โชคดีรอดพ้นจากหินยักษ์ และกำลังวิ่งหนี เอาชีวิตรอด ช่างบังเอิญที่เหลือหินยักษ์อีก 2 ก้อนในมิติ แบ่งไปคน ละก้อนแล้วกัน
ตูม! ตูม!
ทั้งสองไม่ทันแม้แต่จะแผดเสียงร้อง ก็ถูกหินยักษ์ทับตายเสียแล้ว
หินยักษ์ทั้งหกก้อนถูกใช้งานจนครบ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกพอใจ กับผลลัพธ์อย่างมาก เธอเดินไปเก็บหินยักษ์กลับมาไว้ในมิติเพื่อนำ กลับมาใช้ใหม่
หลังจากย้ายหินยักษ์ออกไปแล้ว ซากศพที่เละเทะใต้หินนั้นช่าง ดูน่าสยดสยอง ขาแขนถูกบดจนแบนราบ ไส้ไหลทะลักออกมา กอง ไขมันไหลนองพื้น
ชายพวกนั้นอ้วนขนาดนี้ เป็นไปได้ยังไงที่จะอดอยาก แถมยังดูมี น ้ามีนวล
เซียวหมิงเยวี่ยเพียงเหลือบมองแล้วเดินกลับไปที่รถ ในน ้าเธอสู้ ได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าเป็นบนบกเธอจะต้องกังวลอะไรอีก?
ใครก็ตามที่ขวางทางเธอ พวกมันจะต้องตาย
หญิงวัยกลางคนตกตะลึงจนสติแตก เธอลากขาที่บาดเจ็บหนีไป ด้วยความหวาดกลัว ร้องถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า
“แกเป็นคนหรือเป็นปีศาจ แกเป็นใครกันแน่? แล้วหินพวกนั้น…”
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเธอ “ไม่ใช่คุณเหรอคะที่บอก ให้ฉันลงจากรถ ทำไมถึงไม่ดีใจแล้วล่ะ? บอกหน่อยสิ พวกคุณตั้งใจ จะทำอะไรฉันเหรอ?”
“เปล่านะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเลย ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วย อย่า ฆ่าฉันเลย…” หญิงวัยกลางคนเจ็บปวดจนแทบจะเป็นลม
เซียวหมิงเยวี่ยพูดต่อ “คุณพี่ฮวา ใช่ไหมคะ? งั้นฉันเดาว่า พวก คุณฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์สินสินะ”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้าหนึ่งครั้ง จากนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่าง สิ้นหวัง “ไม่ อย่าฆ่าฉันเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยมองต ่าลงมาที่หญิงคนนั้น “พวกแกยังมีอีกกี่คน ซ่อนอยู่ที่ไหน พูดมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”
“ไม่มีแล้ว มากันครบแล้ว พวกเราทุกคนลงมือด้วยกันทุกครั้ง ไม่ งั้นแบ่งเงินไม่ลงตัว คุณจะไม่ฆ่าฉันแล้วใช่ไหม?” พี่ฮวาพูดเสียงสั่น เครือ
เซียวหมิงเยวี่ยกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่ ฉันโกหก”
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของพี่ฮวา เซียวหมิงเยวี่ยเหยียบคอ ของเธอจนขาดอากาศหายใจ แบบเดียวกับที่เธอเคยฆ่าซุนฮั่น
ถ้ามีวิธีอื่น เธอจะพยายามไม่ใช้ปืน เพราะมันง่ายมากที่ตำรวจจะ สืบหาจนเจอว่าเธอเป็นคนลงมือ ถึงเวลานั้น เธอจะต้องอธิบายเรื่อง ศพที่ถูกบดขยี้จนแหลกเหลวอย่างไรล่ะ?
ดังนั้นไม่ใช้มันเลยจะดีกว่า ป้องกันไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนด้วย
หลังจากเคลียร์ ‘สิ่งกีดขวาง’ ออกแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะขับ รถออกไป แต่ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ภายในอาคารแห่งนี้มี ห้องสุดหรูอยู่ไม่น้อย และทุกห้องก็มีสระว่ายน ้าส่วนตัว
เธอจะขุดสระว่ายน ้าออกมาแล้วนำไปไว้ในมิติได้ไหมนะ แบบนี้
เธอจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานที่เลี้ยงปลาสากครีบแดงอีกแล้ว
การเลี้ยงปลาสากครีบแดงนั้นต้องใช้แมลงทั้งสามชนิดจำนวน มากมาเป็นอาหาร ถ้าแค่ขุดหลุมใหญ่ พวกมันอาจคลานออกไป แล้วถ้าเกิดทำร้ายสัตว์อื่น ๆ ในมิติจะทำยังไง?
นอกจากนี้ หนอนเน่าดำชอบเจาะดิน ถ้ามันชอนไชตามดินไป จนถึงลำธาร ปลาไนที่อยู่ในลำธารคงเดือดร้อนกันไปหมด
ดังนั้น จะไม่ดีกว่าเหรอที่จะเอาสระน ้าพวกนี้ไปไว้ในมิติ พวกมัน สร้างขึ้นจากปูนซีเมนต์และหิน แมลงทั้งสามชนิดไม่มีทางเจาะทะลุได้ ผนังสระก็เรียบ พวกมันคงไต่ขึ้นไปไม่ได้แน่ ๆ และถ้าเธอโรยเกลือ รอบ ๆ สระน ้า ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยคิดได้เช่นนี้ เธอก็ขับรถตรงไปยังอาคารที่ยัง สร้างไม่เสร็จ ถนนในโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้นค่อนข้างขรุขระ เดินทางไม่สะดวก เธอจึงจอดรถไว้ด้านนอกแล้วเดินเข้าไปคนเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยผลักประตูเหล็กขึ้นสนิมให้เปิดออก คอนโดมิเนียมนี้ไม่มีแม้แต่หน้าต่าง มันยังสร้างไม่เสร็จก่อนถูกทิ้งร้าง โชคดีที่มีการสร้างสระว่ายน ้าเรียบร้อยแล้ว
สระว่ายน ้าเต็มไปด้วยน ้าฝน ดูสกปรกมาก
เธอพบพื้นที่โล่งในมิติซึ่งไม่ไกลจากลำธาร จึงนำดินออกเพื่อ สร้างเป็นหลุมขนาดใหญ่ ทำให้ฝังสระว่ายน ้าลงไปได้ง่ายขึ้น
ด้วยความคิดนั้น เธอขุดสระว่ายน ้าทั้งสระออกมา ก่อนที่มันจะ อันตรธานหายไปในพริบตา และไปปรากฏขึ้นในหลุมที่เตรียมไว้ใน มิติ
สระว่ายน ้าสูงกว่าพื้นหญ้ารอบ ๆ ประมาณน่องของเธอ ความสูง นี้เหมาะมาก สะดวกสำหรับเธอในการให้อาหารปลา และยังสามารถ แยกออกจากดินในมิติได้อย่างสมบูรณ์
ความลึกของสระ 1.5 เมตร เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลาสากครีบ แดง
เมื่อฝังสระว่ายน ้าแล้ว เธอตั้งใจว่าจะทำความสะอาดทีหลัง ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว กลับไปบ้านก่อนดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยนำดินที่เธอขุดออกมาเมื่อครู่ไปไว้ในพื้นที่โล่ง รอบ ๆ ดินในมิตินั้นเป็นของดี เธอไม่ยอมทิ้งแน่นอน
ขณะที่เธอกำลังจะออกเดินทาง แต่จู่ ๆ กลิ่นคาวเลือดเจือจางก็ โชยมาเตะจมูก ดูเหมือนว่าจะมาจากห้องด้านข้าง
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเดินไปยัง ห้องข้าง ๆ และเมื่อเปิดประตู เธอก็แทบจะอาเจียนเมื่อเห็นภาพฉาก ด้านใน
ภายในห้องมีหม้อต้มขนาดใหญ่สองใบ ซึ่งเต็มไปด้วยเศษ กระดูกและเนื้อมนุษย์ หัวคนนับสิบถูกโยนทิ้งไว้ในสวน รวมถึงมือและ เท้าที่ถูกแทะจนเหลือแต่กระดูก มีทั้งของผู้ใหญ่และเด็ก
บนเขียงมีแต่คราบเลือด มีดฆ่าหมูสองเล่มส่องแสงแวววับเย็นยะ เยือก
เศษกระดูกมนุษย์ที่ถูกกินแล้วกระจัดกระจายอยู่ในสวน ซ ้ายังมี เสื้อผ้าของผู้คนมากมาย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก นอกจากนี้ยังมี กระเป๋าสะพายข้างสีฟ้าลายอุลตราแมน คาดว่าน่าจะเป็นของเหยื่อ
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยสั่นไหวด้วยความตกใจ เป้าหมายของ คนกลุ่มนั้นไม่ใช่การฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ แต่เพื่อกินเนื้อมนุษย์!
ไม่แปลกใจที่ชายคนนั้นพูดว่าจะสับเธอเป็นชิ้น ๆ ไม่แปลกใจเลย ที่พวกมันตัวใหญ่และอ้วนท้วน มองไม่ออกเลยสักนิดว่าเคยอดอยาก
ไม่แปลกใจเลยที่พวกมันต้องดักขวางทางผู้คนที่สัญจร และมุ่ง เป้าไปยังคนที่เดินทางคนเดียว ของกินที่พกติดตัวของเหยื่อแทบไม่มี ความหมายอะไร
เพราะสิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นคน เป็นเนื้อคน!
ผู้หญิงที่น่าสงสารอุ้มลูกน้อยจะออกมากระตุ้นความเห็นอกเห็น ใจของคนอื่น ๆ พวกเขาจะคาดเดาได้อย่างไรว่าความเมตตาจะเป็น ตัวเร่งความตาย ทำให้ร่างกายของพวกเขากลายเป็นอาหารของ ปีศาจ
เนื่องจากอาคารร้างไม่มีทั้งประตูหรือหน้าต่าง เซียวหมิงเยวี่ยจึง มองเห็นภาพภายในได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นฐานที่มั่น
ของพวกมัน พี่ฮวาพูดถูก พวกมันออกไปกันครบทุกคน ซึ่งนับได้ จากจำนวนเครื่องนอนที่ตรงกัน
เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าผู้คนได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่น รีบออกไปจากที่นี่ในทันที เธอไม่ อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว