ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 175 ฝนหยุดตกแล้ว!
หลังจากกลับถึงบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติ ทำความ สะอาดสระว่ายน ้า และเทน ้าจากลำธารลงสระว่ายน ้าให้เต็มราว 60 เปอร์เซ็นต์
หญิงสาวเปิดอ่างน ้า มีปลาสากครีบแดงสองตัวว่ายอยู่ข้างใน เงียบ ๆ พวกมันกินหนอนเน่าดำและปลิงที่โยนให้เมื่อตอนบ่ายจน หมดเกลี้ยง
เจ้าสองตัวนี้กินจุไม่เบาเลยนะ
เซียวหมิงเยวี่ยโยนปลาสากครีบแดงทั้งสองลงไปในสระว่ายน ้า เมื่อย้ายไปยังพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิม พวกมันทั้งสองก็ดูคึกคัก ว่ายไปมา อยู่ในสระอย่างกระตือรือร้น
แต่ไม่รู้ว่าปลาสองตัวนี้เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย เซียวหมิงเยวี่ย พยายามมองดูหลายรอบก็หาอวัยวะเพศไม่เจอ ทำให้ยากจะตัดสินใจ เลยเลี้ยงไว้ทั้งสองตัว รอจนกว่าจะตกปลาได้เพิ่มอีก เผื่อจะมีทั้งตัวผู้ และตัวเมีย
ฟู่กุ้ยนอนอยู่ข้างสระน ้า มองดูปลาในสระด้วยความอยากรู้อยาก เห็น สีหน้าเหมือนจะพูดว่า ทำไมไม่เหมือนปลาในลำธารเลย
เจ้าเสือใช้อุ้งเท้าของมันพยายามช้อนตัวปลาสากครีบแดง ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะทันได้ห้าม ปลาสากครีบแดงตัวเล็กก็ว่ายหนี อย่างรวดเร็ว พร้อมสะบัดหางแทงหนามแหลมใส่อุ้งเท้าของฟู่กุ้ย
ฟู่กุ้ยตกใจกระโดดโหยงขึ้นไปในอากาศ แล้วรีบวิ่งหนีออกไป ไกลหลายเมตร มันร้องครางขณะกุมอุ้งเท้าไว้แน่น
ปลาสากครีบแดงตัวน้อยดูภูมิใจมาก ว่ายไปมาในน ้าอย่างร่าเริง
เซียวหมิงเยวี่ยตีหน้าผากตัวเองอย่างอ่อนใจ
“ฟู่กุ้ย ปลาสองตัวนี้มีหนามเต็มตัว อันตรายมากนะ ห้ามมาใกล้ เด็ดขาด ห้ามต้อนวัวกับแพะเข้ามาใกล้ด้วย”
ฟู่กุ้ยดูโมโห สัตว์ในมิติล้วนเชื่อฟังมัน แต่ดันมีเจ้าปลาหนาม แหลมสองตัวมาท้าทาย มันจะยอมได้อย่างไร?
นี่มันเกินไปแล้ว!
ฟู่กุ้ยคำรามเสียงทุ้ม เดินดุ่ม ๆ เข้ามาอย่างโกรธแค้น สายตา จ้องมองปลาสากครีบแดงด้วยความเย็นชา เพียงสองวินาทีต่อมา มัน ก็รู้ว่าเจ้านายพูดถูก เจ้าปลาหน้าตาขี้เหร่สองตัวนี้ร้ายกาจเอาเรื่อง
ฟู่กุ้ยหันหลังกลับและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่ามันกลัว คาดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นไม่นานฟู่กุ้ ยจะกลับมาอีกครั้ง โดยที่ปากคาบมีดสำหรับฆ่าหมูของเธอมาด้วย
มันปล่อยมีดตกลงพื้น ฟู่กุ้ยใช้กรงเล็บดันมีดไปข้างหน้าเธอ เป็น การบอกใบ้ให้เจ้านายลงมือ
สับมันให้แหลก สับมันจนละเอียด
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจความหมายของฟู่กุ้ยในทันที ไม่รู้ว่าควรจะ หัวเราะหรือร้องไห้ มันคิดว่าตัวเองจัดการกับปลาสากครีบแดงไม่ได้ เลยมาขอความช่วยเหลือจากเธอ
เจ้าเสือนี่ช่างฉลาดแกมโกงจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของฟู่กุ้ยพลางพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า
“ฟู่กุ้ยเด็กดี ปลาสากครีบแดงสองตัวนี้ยังฆ่าไม่ได้ เก็บไว้ให้มัน คลอดลูกปลามาก่อน แล้วฉันจะฆ่าพวกมันให้ เพื่อระบายความโกรธ ของแก ตกลงไหม?”
ฟู่กุ้ยเอียงหัวอันใหญ่โตพลางจ้องมองอยู่ราวสองถึงสามวินาที จากนั้นก็เลียมือของเซียวหมิงเยวี่ยเป็นการตอบตกลง
“เด็กดี เดี๋ยวฉันตุ๋นหมูสามชั้นให้นะ” เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของ ฟู่กุ้ยอีกครั้ง
ฟู่กุ้ยดีใจมากจนลืมความไม่พอใจเมื่อครู่ไปทันที และเริ่มวิ่งเล่น ไปรอบ ๆ อย่างมีความสุข
เซียวหมิงเยวี่ยเดินมาที่ริมลำธาร ช้อนปลาไนตัวเล็กขนาดเท่า ฝ่ามือขึ้นมา เพื่อนำไปโยนลงในสระน ้า เธออยากลองดูว่าปลาสาก ครีบแดงสามารถกินเนื้อสัตว์อื่น ๆ นอกเหนือจากแมลงทั้งสามชนิด หรือไม่
ปลาไนตัวน้อยเพิ่งถูกจับเปลี่ยนสถานที่และยังคงงุนงง ปลาสาก ครีบแดงจ้องมองมาที่ปลาไนไม่วางตา ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ ทันใดนั้นพวกมันก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ปลาไนก็ถูกปลาสากครีบแดงสองตัวฉีกเป็นชิ้น เล็กชิ้นน้อย เลือดกระจายไปทั่วน ้า
ร่างกายส่วนใหญ่ของปลาไนถูกปลาสากครีบแดงที่ตัวใหญ่กว่า กลืนลงท้อง
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ยังรู้สึกประหลาดใจ อย่างมาก เธอไม่คาดคิดว่าปลาสากครีบแดงจะดุร้ายถึงขนาดนี้ ปรากฏว่าพวกมันไม่ได้กินแค่แมลงทั้งสามชนิด แต่สามารถกิน เนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนตกลงไป?
มันคงเป็นภาพน่าสยดสยองเกินกว่าจะจินตนาการ
เซียวหมิงเยวี่ยโยนเครื่องในหมูและเนื้อไก่บดที่เหลือจากการตก ปลาในวันนี้ลงไปในสระน ้า จากนั้นก็ไปตุ๋นหมูสามชั้นให้ฟู่กุ้ยกิน และออกไปเก็บผลไม้ด้วย หลังจากวุ่นวายอยู่สองชั่วโมงจึงออกจาก มิติ
ตอนนี้ดึกมากแล้ว เธออาบน ้าล้างหน้าล้างตาแบบง่าย ๆ และล้ม ตัวนอนหลับสนิท
…
เช้าวันรุ่งขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยลุกออกจากเตียงมาเปิดม่าน แต่ก็ ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าฝนหยุดตกแล้ว
ฝนตกมาเกือบปี ในที่สุดก็หยุดลง
แม้ท้องฟ้าจะยังคงเป็นสีหม่น แต่สำหรับทุกคนแล้ว นี่ถือเป็นนิมิต หมายที่ดี ฝนหยุดตก หมายความว่าฟ้าใสใกล้มาถึงแล้ว น ้าท่วมก็จะ ค่อย ๆ ลดระดับลง
เมื่อน ้าลดลง หลังจากบูรณะบ้านเรือนแล้ว ทุกคนก็จะค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตเหมือนก่อนเกิดวันสิ้นโลก
กลุ่มวีแชตของชุมชนแทบจะระเบิด ทั่วทั้งชุมชนฮว๋าฮั่นเต็มไป ด้วยความสุขจากการที่ฝนหยุดตก ใบหน้าที่เคยเฉยชาของทุกคน เริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
ราวกับว่าในที่สุดก็เห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์ ทุกคนกำลังจะ ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมนไปได้
แต่มันจบแล้วจริง ๆ เหรอ?
เปล่าเลย
มีเพียงเซียวหมิงเยวี่ยเท่านั้นที่รู้ว่า เมื่อน ้าท่วมลดลงเหลือเพียง ครึ่งเดียว อุณหภูมิจะลดต ่าลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อากาศ
หนาวเหน็บ เย็นยะเยือก ส่งผลให้ผู้คนมากมายเสียชีวิตจากอากาศ หนาวเย็นสุดขั้ว
ผู้คนตกจากความสิ้นหวังอย่างหนึ่ง ไปสู่ความสิ้นหวังอีกอย่าง หนึ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยออกไปส่งของให้แม่เซียว ผู้คนบนท้องถนนไม่มี ใครสวมเสื้อกันฝน แม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะแค่เดินผ่าน แต่เธอก็สัมผัส ได้ถึงความดีใจของพวกเขาทุกคน
“ไอ้ราชามังกร แกเพิ่งจะสำนึกถึงมโนธรรมสินะ ในที่สุดก็หยุด ฝนแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้วโว้ย!” มีคนตะโกนด่าทอท้องฟ้า
บางคนร้องไห้ออกมา “ฝนหยุดแล้ว ในที่สุดก็หยุดแล้ว เมื่อไหร่ จะมีแดดนะ รอให้น ้าท่วมลดลง เราจะได้กลับบ้าน กลับบ้านของ เรา…”
บางคนก็เกิดความกังวล “กลับบ้าน? ยังจะกลับไปได้อีกเหรอ หมู่บ้านของเราทั้งหมู่บ้านถูกน ้าท่วม บ้านเรือนพังเสียหายหมด อาศัยอยู่ไม่ได้แล้ว บ้านที่ฉันทุ่มซื้อมาด้วยเงินตั้งสองล้าน”
“ยังไงก็ดีกว่าอยู่กันแบบแออัดที่นี่ ขอแค่มีห้องของตัวเองก็ดีแล้ว รอให้น ้าท่วมลดลงก่อน เราก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ได้”
บ้างก็พูดด้วยความคาดหวัง “งั้นเราจะไม่ต้องฝืนกินหนอนฟัน อีกต่อไปแล้วใช่ไหม? ต่อไปก็จะมีอาหารกินเหมือนเดิมแล้วใช่หรือ
เปล่า? ฉันอยากกินซาลาเปานึ่งลูกใหญ่ ๆ อยากแทะตีนไก่ด้วย อยากกินไอศกรีมจัง…”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินผ่านฝูงชนอย่างรวดเร็ว ในชาติก่อนเธอก็เคย ไร้เดียงสาเช่นนี้ แต่สวรรค์จะปล่อยให้มนุษย์รอดพ้นจากภัยพิบัติได้ ง่าย ๆ ได้อย่างไร หลังจากอากาศหนาวเย็นสุดขั้วจะเกิดอะไรขึ้นอีกก็ ไม่มีใครล่วงรู้ได้ แม้แต่เซียวหมิงเยวี่ยเองก็ไม่รู้ เพราะเธอไม่เคยผ่าน ช่วงเวลานั้นมา
วันสิ้นโลกจะจบลงจริง ๆ หรือ?
เซียวหมิงเยวี่ยเองก็เริ่มสงสัย สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือ เตรียมตัว พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งใหม่
…
“แม่คะ ใช่เอกสารนี้หรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยมาที่ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์และยื่นเอกสารที่
แม่เซียวต้องการ
แม่เซียวเปิดดูเอกสาร “ใช่ เอกสารชุดนี้แหละ สมองแม่เป็นอะไร ไปไม่รู้ ขี้หลงขี้ลืมเสียจริง”
ในเวลานี้ ผู้จัดการซูเดินผ่านมาพร้อมถือชาร้อนหนึ่งแก้ว เขา พูดอย่างกระตือรือร้น
“หมิงเยวี่ยอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ กำลังอยากจะขอความช่วยเหลืออยู่ พอดี มานั่งนี่สิ!”
“ได้ค่ะ ผู้จัดการซูมีอะไรให้ช่วยเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถา มด้วยรอยยิ้ม
ผู้จัดการซูยิ้มอย่างใจดี “ฝนหยุดตกแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดีนะ แสดงว่าเราใกล้จะได้พบกับแสงสว่างปลายอุโมงค์ ภัยพิบัติจะผ่านพ้น ไปเร็ว ๆ นี้ เมื่อฝนหยุด การส่งเสริมนโยบายเพิ่มจำนวนประชากรก็ จะง่ายขึ้นเยอะ”
ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยที่งุนงง แต่แม่เซียวก็ไม่เข้าใจความหมาย ของคำพูดผู้จัดการซูเช่นกัน
ฝนหยุดตกแล้วเกี่ยวอะไรกับการเพิ่มจำนวนประชากร?