ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 176 งานนัดบอด
ผู้จัดการซูเห็นความสงสัยของทั้งคู่ จึงอธิบายว่า
“เมื่อภัยพิบัติผ่านพ้นไป ผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ประเทศของเรามีประชากรน้อย พื้นที่กว้างใหญ่ เราต้องการคนรุ่น ใหม่ เด็ก ๆ คือความหวังของอนาคต
เมื่อเช้าเพิ่งมีการประชุม ทางหน่วยงานแจ้งว่าจะเพิ่มความ เข้มข้นในการรณรงค์ให้ผู้คนแต่งงานและมีลูก ส่งเสริมให้คู่สามี ภรรยาอยากมีลูก โดยเริ่มจากกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกถึงลางร้าย “ผู้จัดการซู คุณคงไม่คิดจะ…”
ผู้จัดการซูเผยยิ้มมีเลศนัย “เสาร์หน้ามีงานนัดบอดที่รัฐบาลจัด ขึ้น หลายชุมชนร่วมมือกัน คนที่ไปล้วนเป็นหนุ่มสาววัยทำงานที่มี การศึกษาดี ทำงานในระบบราชการ ทหาร หรืออะไรทำนองนี้ เดี๋ยว ฉันจะสมัครให้เธอ เธอต้องไปนะ!”
“ผู้จัดการซู ฉันไม่อยากไปค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยทำหน้าเซ็ง ผู้จัดการซูอยากเป็นพ่อสื่อเสียจริง ๆ
ผู้จัดการซูอ้าปากค้าง ก่อนจะพูดต่อว่า
“พ่อของเธอทำงานที่กรมเกษตรกรรม ส่วนแม่ก็เป็นพนักงาน ดีเด่นของชุมชน คนทั่วไปยังไม่มีสิทธิ์ไปเลย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด กิจกรรมที่รัฐบาลจัด ถ้าไม่มีคนไปเลยจะเป็นยังไง?
คิดซะว่าช่วยฉันแล้วกัน ช่วยเหลือชุมชนของเรา ไปร่วมงานช่วย ฉันเถอะนะ ให้คนจากชุมชนอื่นเห็นว่า ชุมชนของเรายังมีสาวสวย อย่างเธออยู่ เอาชนะพวกเขาให้หมด!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก “…”
เธอพลันนึกเสียใจที่มาที่นี่ น่าจะดูฤกษ์ยามก่อนออกจากบ้าน วันนี้ไม่ควรออกมาเลยจริง ๆ
“ที่จริงแล้ววันเสาร์หน้าฉันมีธุระ ฉัน…”
ผู้จัดการซูขัดจังหวะเซียวหมิงเยวี่ย พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
“ตกลงตามนี้แล้วกัน พวกเธอคุยกันต่อเถอะ เชิญเลย ถึงเวลาก็ อย่าลืมไปล่ะ!”
ผู้จัดการซูเดินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับแก้วน ้าชา เพราะ เกรงว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะพูดปฏิเสธอีกครั้ง
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น หันมองแม่เซียวด้วยความงุนงงและถามว่า “ผู้จัดการซูถูกผีพ่อสื่อเข้าสิงหรือไงนะ?”
จริง ๆ แล้วเธอเองก็เข้าใจนโยบายของรัฐบาล ประชากรลดลง อย่างรวดเร็ว เหลือเพียงไม่กี่ร้อยล้านคน และจำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่ม มากขึ้นทุกวัน ในขณะที่จำนวนทารกเกิดใหม่มีน้อยมาก
หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ประเทศชาติจะไม่กังวลได้อย่างไร?
ประจวบเหมาะกับฝนหยุดตก ถือว่าเป็นลางดี น ้าท่วมจะลดลงใน ไม่ช้า การกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติก่อนเกิดภัยพิบัติเป็นเพียงเรื่อง ของเวลาเท่านั้น ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน
ทารกแรกเกิดคือความหวังของอนาคต ประเทศต้องการแรงงาน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
บางคนอาจไม่เข้าใจ แต่ถ้ามองจากมุมมองของประเทศ ก็คงจะ เข้าใจได้บ้าง
แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า ทำไมผู้จัดการซูถึง เล็งเป้าหมายมาที่เธอ? ทั้ง ๆ ที่หนุ่มสาวโสดทำงานในระบบราชการ ยังมีอีกเยอะ
แม่เซียวไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “นี่เป็นงานที่ถูกส่งมา แบบกระชั้นชิด ผู้จัดการซูร้อนรนจนเหมือนมดบนกระทะร้อน ทาง หน่วยงานสั่งให้แต่ละชุมชนส่งชายโสด 20 คน และหญิงโสด 20 คน ไปงานนัดบอด
เช้าวันนี้ ผู้จัดการซูเดินหาคนไปร่วมงานจนทั่ว บังเอิญมาเจอลูก พอดี ได้ยินว่ามีขนมหวานฟรี และของรางวัลให้ เอาเป็นว่าถ้าว่าง ๆ ก็ลองไปดูสักหน่อย ถือซะว่าออกไปเล่นสนุกนอกบ้านเป็นไง?”
แม่เซียวกลัวว่าลูกสาวจะต่อต้านอย่างรุนแรง น ้าเสียงจึงเต็มไป ด้วยความลังเล
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ “ก็ได้ค่ะ ดูจากท่าทางผู้จัดการซูแล้ว คิด ว่าคงจะปฏิเสธไม่ได้ด้วย”
ถ้าจะไปหาเขาเพื่อปฏิเสธอีก คงจะเสียเวลาพูดเปล่า ๆ ผู้จัดการซูเป็นผู้คร ่าหวอดในระบบราชการและใช้คำพูดเก่ง ปฏิเสธ ไปก็คงไม่มีประโยชน์
แม่เซียวแสดงท่าทางดีใจ “งั้นกลับบ้านเดี๋ยวแม่จะหาเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ลูกใส่ จะได้อวดชุมชนอื่นด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างซื่อตรง “จริง ๆ หนูก็แค่อยากกินขนม หวานเอง”
ที่บ้านของเธอไม่มีใครทำขนมหวานเป็น คุณยายทำไม่เป็น แม่ เซียวก็ทำไม่เป็น เซียวหมิงเยวี่ยที่เป็นคนซุ่มซ่ามยิ่งทำไม่ได้เลย ความจริงเธอไม่ได้กินขนมหวานมานานแล้ว
แม่เซียวจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของเซียวหมิงเยวี่ย พลางยิ้มอย่าง อ่อนโยน
“เอาน่า เผื่อว่าจะเจอหนุ่มน้อยหน้าตาดีบ้าง ถือว่าไปหาเพื่อน ใหม่ก็ดีนะ”
“แม่…” เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
แม่เซียวรีบพูด “แม่เปล่านะ ไม่พูดแบบนั้นแล้วก็ได้ งั้นถือโอกาส ไปหาเพื่อนผู้หญิงก็ได้นี่”
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืน “งั้นแม่ทำงานต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูกลับ บ้านก่อน”
เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อแม่ถึงชอบจับคู่ให้ลูก ๆ แต่งงาน นัก ไม่แต่งงานมันผิดกฎหมายเหรอ?
ก็ไม่แปลกที่เธอจะต่อต้าน เพราะตอนนี้มันคือโลกาวินาศ จะ แต่งงานไปทำไมกัน โลกนี้มีผู้ชายดี ๆ เหลืออยู่น้อยเกินไป
การใช้ชีวิตคู่มีปัญหาให้ต้องเผชิญมากมาย ถ้าดันโชคร้ายไป เจอคนเลว ๆ แบบลู่หนานซานอีก การอยู่เป็นโสดคนเดียวไปจนแก่ ยังจะดีเสียกว่า
คิดเรื่องนี้แล้วปวดหัว เพราะงั้นเลิกคิดดีกว่า
อย่างไรก็ตาม เธอต้องโทรแจ้งจี้เหวินซีว่าจะไม่ไปสนามฝึกหมา ป่าในวันเสาร์หน้า
เขามีธุระต้องทำในวันเสาร์หน้า และเธอเองก็ต้องไปงานวันเสาร์ หน้าเช่นกัน พวกเขาต่างก็ยุ่งทั้งคู่
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงโทรไปโดยตรง เสียงรอสาย ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนจะติดต่อปลายสายได้
“ฮัลโหล~ นั่นใครคะ?” เสียงผู้หญิงที่อ่อนหวานดังมาจากอีก ด้าน
ร่างกายของเซียวหมิงเยวี่ยสั่นสะท้าน “เอ่อ… ฉันโทรมาหาคุณจี้ มีเรื่องจะแจ้งเขาค่ะ”
“คุณบอกฉันก็ได้ค่ะ พี่จี้เขากำลังยุ่งอยู่” เสียงผู้หญิงปลายสาย ฟังดูสบาย ๆ และเป็นกันเองมาก
“ก็ได้ค่ะ งั้นช่วยบอกเขาด้วยว่า สัปดาห์หน้าวันเสาร์ไม่ต้องไป สนามฝึกซ้อมหมาป่า ขอบคุณค่ะ”
“เธอเป็นพนักงานของสนามฝึกซ้อมหมาป่าเหรอ? เดี๋ยวฉันจะ บอกพี่จี้เอง คราวหน้าถ้ามีเรื่องอะไรแบบนี้ก็ติดต่อเลขานุการได้นะ ไม่เห็นจำเป็นต้องโทรมาเบอร์ส่วนตัวของพี่จี้เลยนี่?
อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอแอบคิดอะไรอยู่ในใจ เก็บความคิด เพ้อฝันไว้ซะเถอะ พี่จี้เขามีแฟนแล้ว ไม่รู้จักประมาณตนเลยจริง ๆ”
ฝ่ายตรงข้ามพูดด้วยน ้าเสียงไม่พอใจ ก่อนที่จะวางสาย
เซียวหมิงเยวี่ยถือโทรศัพท์ค้างอยู่ที่หู สีหน้าของเธอเหมือนกับ กินแมลงวันเข้าไป ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมา? ฟังจากน ้าเสียงที่
เต็มไปด้วยความหวงแหน เธอเป็นแฟนสาวของจี้เหวินซีหรือเปล่านะ?
จี้เหวินซีชอบผู้หญิงแบบนี้เองเหรอ รสนิยมแย่ชะมัด
เซียวหมิงเยวี่ยเลียนแบบเสียงของหญิงสาว “พี่จี้~ พี่จี้~ ใครจะ สนใจเขากัน เฮอะ!”
เธอเดินกลับบ้านด้วยความโมโห
จี้เหวินซีก็ด้วย มีแฟนทั้งที ดันเป็นแฟนสาวงี่เง่าซะได้ เขาเป็นถึง ประธานจี้กรุ๊ป ผู้ถือครองธุรกิจขนาดใหญ่อย่างกรมเกษตรกรรม เชียวนะ
คนที่ควรจะยุ่งจนหัวฟู วิ่งวุ่นเรื่องงานทั้งวัน กลับทำเรื่องงี่เง่า อย่างการมาเป็นโค้ชให้เธอเนี่ยนะ?
แปลกประหลาด พวกคนรวยนี่สมองผิดปกติแน่ ๆ ไม่รู้เลยว่าคน พวกนี้คิดอะไรอยู่
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น เซียวหมิงเยวี่ยตัดสินใจหา ข้ออ้างเพื่อไม่ให้จี้เหวินซีสอนยิงปืนให้เธออีก เพราะอย่างไรเสีย เธอ ก็ได้เรียนรู้มาคร่าว ๆ แล้ว
ถ้าอยากฝึกอีก เดี๋ยวเธอจะหาเวลาไปฝึกเอง ขอแค่เลี่ยงวันเสาร์ ก็พอ
“หมิงเยวี่ยกลับมาแล้วเหรอ ทำไมหน้าตาไม่สู้ดีแบบนั้น เกิดอะไร ขึ้นหรือเปล่า?” คุณยายถามด้วยความเป็นห่วง
“ถูกหมาเห่าใส่ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่ต้นผลไม้ด้วยสีหน้าทมึงทึง เอื้อมไปเด็ด ส้มลูกหนึ่ง แกะเปลือกแล้วยัดใส่ปาก แต่แล้วเธอก็ต้องคายมันลงพื้น ในทันที
“เปรี้ยวชะมัด!” ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเปรี้ยวที่อบอวล ในปาก
คุณยายพูดเสียงเบา “ก็ส้มลูกที่เด็ดมายังไม่สุกเลย…”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูก็เห็นว่ามันยังไม่สุกจริง ๆ เธอโยนส่วนที่
เหลือเข้าไปในเล้าไก่ ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว
“เด็กคนนี้ สุนัขบ้านไหนจะกล้าเห่าใส่เธอล่ะ?” คุณยายงุนงง
…
“เธอกำลังทำอะไร?”
จี้เหวินซีขมวดคิ้ว มองไปยังหญิงสาววัยรุ่นที่กำลังถือโทรศัพท์ ของเขา
ว่านโม่ลี่รีบลุกขึ้นจากโซฟา ดวงตาสีน ้าตาลกลมโตของเธอ กลอกไปมาพลางพูดอย่างระมัดระวัง
“พี่จี้คะ เมื่อกี้ฉันเห็นโทรศัพท์พี่ดังตั้งนานแล้ว กลัวว่าจะมีคน ติดต่อเรื่องด่วนเลยรับสายแทนพี่ค่ะ คนนั้นฝากบอกมาว่า สัปดาห์ หน้าไม่ต้องไปสนามฝึกหมาป่าค่ะ”
จี้เหวินซีจ้องมองเธออย่างเย็นชา “ใครใช้ให้เธอมารับโทรศัพท์ ฉัน ตระกูลว่านไม่มีมารยาทขนาดนี้เลยเหรอ?”
ว่านโม่ลี่กำชายเสื้อแน่น ดวงตาพลันแดงก ่า เกือบจะร้องไห้ ออกมา
“ขอโทษค่ะพี่จี้ ฉันกลัวว่าอีกฝ่ายจะโทรมาด้วยเรื่องสำคัญ เลย ถือวิสาสะรับสายแทนให้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ”
ในเวลานี้ จี้ซานซานฮัมเพลงเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็น ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
“โม่ลี่ ร้องไห้ทำไม? พี่คะ เกิดอะไรขึ้น?”
จี้เหวินซีไม่อยากพูดอะไรมาก “ดูแลเพื่อนของเธอให้ดีด้วย”
จากนั้นเขาก็คว้าโทรศัพท์มือถือก่อนจะเดินจากไป
ว่านโม่ลี่รู้สึกเสียใจมาก น ้าตาไหลรินอาบสองแก้ม เธอก็แค่ อยากช่วยเขาเท่านั้น
“ซานซาน พี่ชายเธอไม่ชอบฉันเหรอ?”
ว่านโม่ลี่มองไปทางจี้ซานซานด้วยสายตาอ้อนวอน น ้าตาที่ไหล รินเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร
จี้ซานซานรีบปลอบเพื่อนสนิท “เธออย่าเข้าใจผิดสิ พี่ชายฉัน เป็นแบบนี้กับทุกคนนั่นแหละ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเธอหรอก”
“จริงเหรอ?”
ว่านโม่ลี่มองตามทิศทางที่จี้เหวินซีจากไป ดวงตาเผยความรัก ใคร่อย่างสุดซึ้ง
จี้ซานซานจับมือว่านโม่ลี่ “แน่นอนสิ เพราะแบบนั้นเขาถึงยังไม่มี ภรรยาทั้งที่อายุปาไปตั้งขนาดนี้แล้ว พี่ชายฉันนิสัยเสียแบบนี้แหละ ช่างเขาเถอะ ไปเล่นที่ห้องฉันดีกว่า เดี๋ยวเอาชุดใหม่มาอวดด้วย”
ว่านโม่ลี่กลั้นน ้าตาพลางหัวเราะ “อื้อ ได้ยินมาว่าผู้ชายที่เย็นชา กับคนอื่น มักจะดีกับภรรยาตัวเอง”
จี้ซานซานยักไหล่ “ฉันไม่เชื่อหรอก ถ้ามีผู้หญิงคนไหนเอา พี่ชายฉันอยู่จริง ฉันจะตีลังกากลับหัวเดินให้ดู”
ว่านโม่ลี่เผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอตั้งใจแน่วแน่แล้ว