ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 177 ออกเดินทาง
ในช่วงเวลานี้ เซียวหมิงเยวี่ยเดินทางไปทางเหนืออีกหลายครั้ง แต่โชคของเธอไม่ค่อยดีนัก และจับปลาสากครีบแดงมาได้เพียงห้า ตัวเท่านั้น
รวมกับสองตัวที่จับมาได้ก่อนหน้า ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยจึงมีปลา สากครีบแดงทั้งหมดเจ็ดตัว เธอเลี้ยงพวกมันไว้ในสระว่ายน ้า และ รู้สึกพึงพอใจกับจำนวนนี้
หากรออีกสักพัก เมื่อปลาสากครีบแดงกลายเป็นที่นิยม ผู้คน จะต้องอิจฉาเธอมากที่มีปลาสากครีบแดงถึงเจ็ดตัว ปลาเพียงตัวเดียว ก็ทำให้ผู้คนแย่งชิงกันแทบตายแล้ว นับประสาอะไรกับเจ็ดตัว
มันเป็นเงินจำนวนมหาศาล
ดังนั้นก่อนที่คนอื่นจะรู้ถึงการมีอยู่ของปลาสากครีบแดง เธอจึง ต้องรีบลงมือทำโดยเร็ว ปลาสากครีบแดงนั้นยากต่อการตกอยู่แล้ว และยิ่งนานไปก็จะยิ่งตกยากขึ้นเรื่อย ๆ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ล่วงเลยมาครึ่งเดือนโดยไม่รู้ตัว ใน พริบตาเดียวก็ถึงวันงานนัดบอด
บนโต๊ะอาหารของตระกูลเซียว…
[เรียนคุณเซียวหมิงเยวี่ยที่เคารพ กรุณามารวมตัวเวลา 14.30 น. เพื่อเดินทางไปงานพบปะสังสรรค์โดยพร้อมเพรียงกัน โปรดอย่า มาสาย จำไว้ว่าอย่ามาสายเด็ดขาด!!]
ทันทีที่เห็นข้อความจากผู้จัดการซู เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกหงุดหงิด เขาคิดว่าเธอจะหนีงานหรืออย่างไร ถึงขนาดใช้คำว่า ‘ที่เคารพ’ และ ยังใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์สองตัวใหญ่
“แม่ ดูผู้จัดการซูสิ เขาส่งข้อความมาหาหนูตั้งหลายครั้ง แล้วหนู จะหนีงานนี้ได้ยังไง?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างช่วยไม่ได้
แม่เซียวหัวเราะเบา ๆ “ผู้จัดการซูนี่ เขาคิดว่าลูกเป็นหน้าเป็นตา ของชุมชนเราเลยนะ แน่นอนเขาคงกลัวลูกจะเบี้ยวนัด ดูสิ เขาส่ง ข้อความมาหาแม่ด้วย ขอให้แม่ช่วยแต่งตัวสวย ๆ ให้ลูก แล้วไปส่ง ลูกที่จุดรวมพลเพื่อขึ้นรถบัส แถมยังให้แม่ลาพักตั้งสองชั่วโมงเลย นะ”
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืน “หนูอิ่มแล้ว”
“ทำไมไม่กินอีกหน่อยล่ะ?” คุณยายถามด้วยความประหลาดใจ
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือแล้วขึ้นไปชั้นบน “ไม่กินแล้วค่ะ หนูจะเก็บ ท้องไว้กินขนมหวานตอนบ่ายให้พุงกาง”
แม่เซียววางตะเกียบลงและพูดอย่างกังวลว่า “แม่จะช่วยเลือก เสื้อผ้าให้นะ เดี๋ยวปลุกน้าเขามาแต่งหน้าให้ด้วย ลูกสาวของแม่ต้อง สวยที่สุด”
น้าสาวกลับมาที่บ้านแล้ว เธอเป็นเหมือนนกฮูกใช้ชีวิตกลางคืน และมักจะนอนตอนกลางวันจนถึงบ่าย
น้าสาวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ก่อนจะถูกแม่เซียว ลากตัวขึ้นไปแต่งหน้าให้เซียวหมิงเยวี่ย
ภายใต้คำร้องขออันแรงกล้าของแม่เซียว เซียวหมิงเยวี่ยถูกพวก เธอจับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา เธอสวมกระโปรงที่ไม่ได้ใส่มานาน บรรยากาศรอบตัวเธอดูเปลี่ยนไปมาก เธอเคยเป็นคนสบาย ๆ และไม่ แยแสกับอะไร แต่ตอนนี้กลับดูสดใสและสง่างาม
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูตัวเองในกระจก สมแล้วที่น้าสาวจะโดดเด่น ทางสายนี้ ไม่แปลกเลยที่เธอจะร ่ารวยด้วยความรู้ด้านความงามและ การแต่งหน้า เทคนิคการแต่งหน้าของเธอนั้นสุดยอดจริง ๆ
“ไปกันเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยสวมเสื้อโค้ตยาวผ้าแคชเมียร์สไตล์ฝรั่งเศส ถึงแม้ว่าฝนจะหยุดแล้ว แต่ยังคงเป็นอุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงอยู่
เมื่อไปถึงจุดรวมพล ก็เห็นรถบัสขนาดใหญ่สองคัน และพบ ผู้จัดการซูยืนรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
เมื่อเขาเห็นเซียวหมิงเยวี่ย ดวงตาเขาพลันสว่างไสว “หมิงเยวี่ย มาแล้วเหรอ แต่งตัวสวยมากจริง ๆ ฉันกำลังจะโทรหาเธออยู่พอดี ขึ้น รถกันเลยเถอะ”
แม่เซียวพูดแซวว่า “ผู้จัดการซูคะ ฉันมาส่งคนให้คุณแล้วนะคะ”
ผู้จัดการซูยิ้มอย่างเขินอายและพูดด้วยความคาดหวังว่า “โอ้ ผม ดีใจมากจริง ๆ ที่มีลูกสาวของคุณไปด้วย คราวนี้ชุมชนของเราก็จะมี ภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว!
คุณเชื่อไหม หลังจากที่ลูกสาวคุณกลับมา รับรองว่าต้องมีคน ติดต่อผมมาถามไถ่เรื่องหมิงเยวี่ยเป็นแน่ พอถึงเวลานั้น คุณก็รอดู ได้เลย เด็กหนุ่มมีความสามารถตั้งมากมายขนาดนั้น เธอจะไม่เจอ คนที่ถูกใจบ้างเชียวเหรอ? ต่อไปคุณก็จะได้สบายใจเสียที!”
แม่เซียวเหลือบมองลูกสาวที่ขึ้นรถไปแล้ว และลดเสียงลง
“ผู้จัดการซู เบาเสียงหน่อยค่ะ อย่าหลุดปากไปนะคะ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งห้ามให้หมิงเยวี่ยรู้เด็ดขาด”
จริง ๆ แล้ววันนั้นเธอไม่ได้ลืมเอกสารสำคัญอะไรเลย เพียงแต่ อยากหาเรื่องให้เซียวหมิงเยวี่ยไปหาที่สำนักงาน เพื่อให้ผู้จัดการซู โน้มน้าวเธอไปงานนัดบอด ในที่สุดรัฐบาลก็จัดงานนัดบอดครั้งนี้ขึ้น มันคงน่าเสียดายแย่ถ้าลูกสาวไม่ได้ไป
เพราะแม่เซียวรู้ดีว่าหากเธอเป็นคนพูด เซียวหมิงเยวี่ยจะต้อง ปฏิเสธแน่นอน เธอเองก็ไม่กล้าพูดเรื่องหาคู่ให้ลูกสาวต่อหน้า จึงไม่ มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้วิธีนี้
ถ้าปล่อยให้เธอนอนอยู่บ้านต่อไป แล้วผู้ชายดี ๆ ที่ไหนจะเคาะ ประตูบ้านเพื่อขอเธอแต่งงาน? แน่นอนว่าเธอต้องออกไปพบปะผู้คน ให้มากขึ้น
ผู้จัดการซูยกมือทำท่าโอเคแล้วพูดว่า
“ผมเข้าใจ หัวอกคนเป็นพ่อแม่นี่นะ”
แม่เซียวถอนหายใจยาว เด็กผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่แต่งงาน ถ้าหมิงเยวี่ยสามารถแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ สักคน เธอจะกราบ ขอบคุณฟ้าดินและบรรพบุรุษ
…
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยก้าวขึ้นไปบนรถบัส เสียงพูดคุยภายในรถก็ เงียบลง ทุกคนต่างหันมามองเธอด้วยสายตาที่หลากหลาย มีทั้ง ประหลาดใจ สงสัย พินิจพิเคราะห์ และอิจฉาริษยา
“หมิงเยวี่ย มานั่งตรงนี้กับฉันสิ” หลี่เหวินจิ้งโบกมือเรียกด้วย ความดีใจ
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มและนั่งลงข้าง ๆ ในเวลา เดียวกันรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไป
“พี่เหวินจิ้งก็ไปด้วยเหรอคะ?”
หลี่เหวินจิ้งกางแขนออก “ด้วยแรงกดดันจากผู้จัดการซู ฉันเลย จำใจต้องยอมไป ใครให้ฉันเป็นสาวโสดล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เราไป ด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวฉันจะดูแลเธอแทนพี่เจี่ยงเอง”
น ้าเสียงของเธอเหมือนกำลังพูดกับเด็ก
เซียวหมิงเยวี่ยชอบนิสัยตรงไปตรงมาของหลี่เหวินจิ้ง “พี่ก็ไม่ได้ แก่กว่าฉันมากมายขนาดนั้นซะหน่อย”
หลี่เหวินจิ้งกะพริบตา พูดอย่างขี้เล่นว่า
“ฉันเป็นเพื่อนร่วมงานกับแม่เธอนะ แล้วฉันก็เรียกแม่เธอว่าพี่ ใน แง่ของความอาวุโสก็ยังโตกว่าเธอนิดหน่อย”
“หมิงเยวี่ย ปกติเธอไม่เคยแต่งหน้าเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็น เธอแต่งหน้า สวยมากเลยนะ ไม่ได้ดูเยอะเกิน แต่ละเอียดอ่อนกำลัง พอดี คิ้วทรงวิลโลว์เหมาะกับเธอมากเลย” หลี่เหวินจิ้งจ้องมองใบหน้า ของเซียวหมิงเยวี่ย
เซียวหมิงเยวี่ยจัดแจงเสื้อโค้ต “ขอบคุณค่ะ พี่ก็สวยมาก เหมือนกัน สีลิปสติกนี้ดูเข้ากับพี่มากเลย”
หลี่เหวินจิ้งดีใจจนยกมือขึ้นปิดหน้า “จริงเหรอ จริงหรือเปล่า? นี่
เป็นสีโปรดของฉันเลยนะ”
ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งยื่นมาจากด้านหลังแล้วสะกิดไหล่ของ เซียวหมิงเยวี่ย
เป็นหลิวเฉินนั่นเอง
หลิวเฉินยิ้มอย่างประจบประแจง ดวงตาหรี่เล็กลงอย่างมีเลศนัย
“สวัสดีรับคุณคนสวย ฟังที่พวกคุณพูด คุณคือลูกสาวของพี่
เจี่ยงเหรอครับ? ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่เจี่ยงมีลูกสาวสวยขนาดนี้ด้วย”
หญิงสาวสวยสุดเพอร์เฟกต์คนนี้เป็นลูกสาวของพี่เจี่ยง เขาไม่ เคยเห็นมาก่อนได้ยังไง?
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอคะ?”
หลิวเฉินรีบพูดต่อ “ขอแนะนำตัวครับ ผมชื่อหลิวเฉิน เป็นเพื่อน ร่วมงานแม่ของคุณ เราทั้งคู่ทำงานภายใต้ผู้จัดการซู ยังไงก็มาแลก เบอร์กันหน่อยไหมครับ เผื่ออนาคตจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น”
โดยไม่รอให้เซียวหมิงเยวี่ยพูด หลี่เหวินจิ้งก็พลันกลอกตาใส่
“หลิวเฉิน นายตาบอดหรือยังไง มองไม่เห็นเหรอว่าพวกเรากำลัง คุยกันอยู่ ไม่มีมารยาท!”
จากเหตุการณ์เรื่องอัตราการเกิดเมื่อครั้งก่อน หลี่เหวินจิ้งเคย ปะทะคารมกับเขาในที่ประชุมมาแล้ว หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยพูดคุย กันอีกเลย ต่างคนต่างก็ไม่ถูกชะตากันและกัน
“เธอ!”
หลิวเฉินขบฟันกรอดด้วยความโกรธ แต่เพราะเซียวหมิงเยวี่ยอยู่ ตรงนี้ เขาจึงอดทนกลั้นไว้ ไม่อยากให้เธอจดจำภาพลักษณ์ไม่ดี เกี่ยวกับตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยแสดงสีหน้าเรียบเฉย “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่มี เบอร์โทรศัพท์”
เสียงหัวเราะคิกคักเบา ๆ ดังขึ้นรอบข้าง มีเสียงผู้ชายพูดแทรก ขึ้นมาว่า สมัยนี้ใครบ้างไม่มีเบอร์โทรศัพท์ เธอบอกปัดชัดเจนขนาด นี้
ผู้ชายสองคนกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ต่างคนต่างก็ไม่กล้าไปจีบเธอ แต่ หลิวเฉินกลับหน้าด้านไปขอเบอร์ สุดท้ายโดนปฏิเสธ สมน ้าหน้า!
หลิวเฉินรู้สึกอับอาย เขาพูดต่ออย่างไม่ยอมแพ้ “แอดวีแชตก็ได้ แอดเพื่อนน่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วและตอบว่า “แอดไม่ได้ค่ะ”
หลี่เหวินจิ้งหัวเราะคิกคัก “ทำไมถึงได้หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้
เนี่ย หมิงเยวี่ย อย่าไปแอดเขานะ ฉันจะบอกอะไรให้…”
หลิวเฉินตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ “หลี่เหวินจิ้ง! แกอยาก ตายหรือไง?”
“แล้วแกจะตะโกนทำไม โมโหจนสติแตกแล้วเหรอ” หลี่เหวินจิ้ง ตะคอกเสียงดังไม่แพ้กัน
ใบหน้าของหลิวเฉินแดงก ่า เขาเห็นสายตาของคนรอบข้างที่
มองมาด้วยความขบขัน ทำให้เขารู้สึกอับอายมาก และจำเป็นต้องกู้ หน้าให้ได้