ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 180 คุณจี้มาถึงแล้ว
หัวหน้าซ่งนั่งลงข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย เขายกขาขึ้นไขว่ห้างแล้ว พูดว่า
“ฉันไม่ทะเลาะกับเด็ก ๆ หรอกนะ”
ต่งซานชวนเห็นว่าคนทั้งสองคุ้นเคยกันดี เขารู้สึกเขินอายอยู่ครู่ หนึ่ง
“สวัสดีครับหัวหน้าซ่ง”
หัวหน้าซ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “นี่มันเสี่ยวต่งไม่ใช่เหรอ นายก็มาด้วยสินะ”
ต่งซานชวนพยักหน้ารับอย่างสุภาพ ทั้งสองทักทายกันสั้น ๆ
หัวหน้าซ่งถอนหายใจยาว “น่าเบื่อจริง ๆ ฉันเกลียดการคุยกับ ผู้หญิงที่สุด โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จักกัน มันมีอะไรให้คุยกันนักหนา”
“ฉันก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนะคะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นลอย ๆ
หัวหน้าซ่งดื่มไวน์หมดแก้วแล้วพูดว่า “ฉันปฏิบัติต่อคุณเหมือน พี่น้องเพศเดียวกัน”
“เอาจริงเหรอ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก
หัวหน้าซ่งมีสีหน้าจริงจัง “พูดตามตรง ฉันชื่นชมคุณมากนะ น่า เสียดายที่คุณไม่ต้องการเข้าร่วมสายงานของเรา สายงานของเรา
ต้องการคนที่กล้าหาญและระแวดระวัง ต้องฆ่าคนอย่างง่ายดาย เหมือนฆ่าไก่ เรียกได้ว่าต้องลงมืออย่างไร้ความปรานี
สงครามมันเป็นแบบนี้แหละ ห้ามกลัว ทหารชายส่วนใหญ่ไม่ สามารถสงบสติอารมณ์ได้เหมือนคุณ คุณเกิดมาเพื่ออยู่ในสนามรบ แต่พวกเบื้องบนกลับไม่เห็นด้วย ไอ้พวกคนแก่หงำเหงือก น่าเสียดาย พรสวรรค์ของคุณจริง ๆ”
หัวหน้าซ่งต้องการนำเซียวหมิงเยวี่ยเข้าร่วมกองกำลังภาคสนาม ของเขาเป็นอย่างมาก เขาเคยพูดเรื่องนี้กับผู้บัญชาการแล้ว แต่กลับ ถูกด่ากลับมา หัวหน้าซ่งจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาหุบปากด้วยความ หงุดหงิด
เซียวหมิงเยวี่ยกินขนมหวานอีกคำและพูดว่า “ขอบคุณค่ะ ที่ชม ว่าฉันเก่งขนาดนั้น”
ต่งซานชวนตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ฆะ… ฆ่าคนเหรอ?
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก และมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความไม่เชื่อ หญิงสาวที่อ่อนโยน สวยงาม และใจดีคนนี้กล้าลงมือฆ่าคนจริง ๆ เหรอ?
หัวหน้าซ่งไม่เคยโกหก ฉะนั้นนี่คือเรื่องจริง ต่งซานชวนนึกถึง การตบของเซียวหมิงเยวี่ยข้างนอกเมื่อครู่ สีหน้าของเขาพลัน เปลี่ยนไปทันที
“ว่าแต่ เรื่องฝึกซ้อมยิงปืนของคุณไปถึงไหนแล้ว?” หัวหน้าซ่ง ถามต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยใช้ส้อมจิ้มเค้กอย่างเบื่อหน่าย “ดีค่ะ ยิงหัวในนัด เดียว คุณอยากลองดูไหม?”
ต่งซานชวนตกใจจนหน้าซีดและแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้
“พะ… พวกคุณคุยกันต่อเลยครับ ผมมีธุระ ขอตัวก่อน”
ต่งซานชวนหาข้ออ้างแล้วรีบหนีไป ที่นี่มีสาวสวยมากมาย ถึงแม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะโดดเด่น แต่เขาไม่ชอบผู้หญิงที่โหดเหี้ยม และไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ได้
หัวหน้าซ่งถอนหายใจ “เจ้าเสี่ยวต่งใจเสาะจริง ๆ แค่นี้ก็กลัวแล้ว เหรอ? ไม่แปลกใจเลยที่เขาทำแค่งานเอกสาร เด็กคนนี้ไม่เอาไหน เลยจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เธอพูดเสียงเรียบว่า
“เขาตั้งใจมาหาคู่จริง ๆ ไม่เหมือนพวกเราที่มาเที่ยวเล่น เห็นฉัน ไม่ตรงกับสเป็กเขาก็ต้องรีบไปหาเป้าหมายต่อไปไม่ใช่เหรอ? เขาจะ มาเสียเวลาอยู่ที่นี่ทำไม”
หัวหน้าซ่งยกแก้วไวน์ขึ้นเพื่อชนกับแก้วของเซียวหมิงเยวี่ย แล้ว พูดอย่างสบาย ๆ ว่า
“น้องชาย เข้าใจอะไรลึกซึ้งจริง ๆ พวกเราคุยกันถูกคอทีเดียว มาดื่มด้วยกันหน่อยเถอะ”
เขาชอบนิสัยของเซียวหมิงเยวี่ยมาก และชื่นชมวิธีการใช้ชีวิต ของเธอ ถ้าเซียวหมิงเยวี่ยเป็นผู้ชาย หัวหน้าซ่งคงจะขอเป็นพี่น้องกับ เธอ
เซียวหมิงเยว่ยกแก้วแชมเปญของเธอขึ้นชนกับแก้วของเขา จากนั้นยกดื่มรวดเดียว
เซียวหมิงเยวี่ยกับหัวหน้าซ่งคุยกันถูกคอ หัวหน้าซ่งเล่าเรื่อง ประสบการณ์การรบในอดีต เล่าถึงวิธีการซุ่มโจมตีศัตรูในป่า และ เรื่องราวอันตรายต่าง ๆ มากมายที่เขาเคยผ่านมา
เขาเล่าอย่างมีชีวิตชีวา เซียวหมิงเยวี่ยก็ฟังอย่างตั้งใจ เป็นภาพ สองพี่น้องคุยกันอย่างสนุกสนาน
……
ในเวลาเดียวกัน เงาดำร่างหนึ่งแอบมองมาที่เซียวหมิงเยวี่ย
เพื่อนชายที่อยู่ข้าง ๆ ชนไหล่หลิวคัง “หลิวคัง นายมองอะไร อยู่?”
หลิวคังกลับมารู้สึกตัว ตอบด้วยน ้าเสียงที่ซับซ้อน
“มองอดีตเพื่อนร่วมชั้น”
ชายคนนั้นมองตามสายตาของหลิวคังและอุทานออกมา
“โอ้โห ผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นนายเหรอ หลิวคัง นาย ใจร้ายชะมัดที่ปิดบัง ช่วยแนะนำเธอให้รู้จักหน่อยสิ ฉันตกหลุมรัก เธอซะแล้ว!”
หลิวคังตะคอกอย่างเย็นชา “มาตรฐานเธอสูงเฉียดฟ้า คงไม่ สนใจพนักงานของกรมเกษตรกรรมหรอก”
เขาไม่เคยลืมมันได้ลง เรื่องที่เซียวหมิงเยวี่ยเคยดูถูกเขาอย่างไร ในงานเลี้ยงรุ่นครั้งก่อน
ถือว่าตัวเองสูงส่งไม่ใช่หรือไง ไหนบอกว่าไม่คิดจะหาคู่ แล้ว ทำไมถึงมางานนัดบอดแบบนี้ แล้วยังคุยกับผู้ชายแก่ ๆ คนนั้นอย่าง ออกรส
“เป็นไปไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้มีภูมิหลังอะไร ทำไมถึงดูถูกพนักงาน กรมเกษตรกรรมล่ะ” เพื่อนชายไม่ค่อยเชื่อ
แค่บอกชื่อกรมเกษตรกรรม ไปที่ไหนก็มีแต่คนยกย่อง แล้วยังมี คนกล้าดูถูกกรมเกษตรกรรมอีกเหรอ?
หลิวคังพูดด้วยความโกรธ “ภูมิหลังอะไรกัน พ่อของเธอก็ทำงาน ในกรมเกษตรกรรม ผู้หญิงแบบนี้อาศัยความสาวความสวยเข้าว่า ไม่ รู้จักเจียมตัว คิดว่าตัวเองคู่ควรกับประธานาธิบดีของประเทศ แต่อีก ไม่กี่ปีก็กลายเป็นแค่ป้าแก่ ๆ ที่หมายังไม่เหลียวแล”
เพื่อนคนนั้นเดาะลิ้น แล้วพูดติดตลกว่า
“เป็นคนสวยแล้วผิดตรงไหน ฉันก็ชอบผู้หญิงสวย ๆ นะ ฉัน เข้าใจแล้ว สงสัยนายเคยจีบเธอแล้วโดนปฏิเสธ ก็เลยแค้นใจละสิ?”
หลิวคังเหมือนโดนเหยียบหาง รีบโต้ตอบเสียงดังไปว่า
“นายพูดมั่วซั่วอะไร ฉันจะไปชอบคนแบบเธอได้ยังไง!?”
เพื่อนคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม “นายเบาเสียงหน่อยสิ ก็แค่ล้อเล่น เอง ใจเย็นกับผู้หญิงหน่อย เข้าไปทักทายเธอสักนิดสักหน่อย เผื่อ เธอจะสนใจฉัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวตอบแทนเอง ไปกันเถอะ”
พูดจบเขาก็ไม่สนใจการห้ามปรามของหลิวคัง ยกแก้วไวน์เดิน ไปหาเซียวหมิงเยวี่ยและหัวหน้าซ่ง
หลิวคังห้ามเพื่อนไม่ได้ แล้วยังถูกเพื่อนลากไปด้วย เขาทำได้แค่ กัดฟันเดินตามไป ถึงแม้ว่าปากจะพูดจาโหดร้าย แต่ก็แค่พูดเอาสะใจ เฉย ๆ เขาไม่กล้าพูดคำเหล่านั้นต่อหน้าเธอหรอก
……
บริเวณประตู จี้เหวินซีและรองนายกเทศมนตรีว่านเดินเข้ามา อย่างไม่เร่งรีบ
รองนายกเทศมนตรีว่านพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณจี้ ขอบคุณมากนะ ครับ ไม่งั้นผมคงหาสถานที่จัดงานพบปะสังสรรค์นี้ไม่ได้จริง ๆ แม้แต่ สถานที่ก็ยังจัดแต่งอย่างวิจิตรงดงามมาก คุณจี้ช่างใส่ใจจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรครับ” ท่าทีของจี้เหวินซีสุภาพ ทว่าดูห่างเหิน
ประกายแสงแวววับวาดผ่านดวงตารองนายกเทศมนตรีว่าน “คุณจี้ยังหนุ่มแน่นและมีความสามารถ ได้ยินมาว่ามีเรื่องไม่ลงรอย กันกับพวกผู้เฒ่าเกี่ยวกับโครงการสร้างเมืองบันเทิงเหรอครับ? ผมจะ ช่วยเป็นธุระจัดให้รับประทานอาหารค ่าด้วยกันดีไหม ยังไงก็ต้องยึด หลักความปรองดอง ร่วมกันสร้างอนาคตของเมืองเผิงจิง”
จี้เหวินซียิ้มอย่างไม่แยแส ตั้งแต่ฝนหยุดตก พวกคนแก่ ๆ เหล่านั้นก็ยิ่งอยู่เฉยไม่ได้ คิดจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องเมืองบันเทิง หวัง จะเอาส่วนแบ่งจากเมืองทางใต้
รองนายกเทศมนตรีว่านมาเพื่อลองเชิงดูท่าทีของเขา
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมถอนตัวจากโครงการเมืองบันเทิง แล้ว ให้พวกเขาไปแย่งกันเอาเอง เรื่องที่ดินผมจัดหาให้ก็ได้” น ้าเสียง ของจี้เหวินซีเย็นเยือก
รองนายกเทศมนตรีว่านมองจี้เหวินซีด้วยความประหลาดใจ “คุณจี้ คุณกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม คุณ…”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าจี้เหวินซีเป็นคนที่ไม่ยอมขาดทุนใด ๆ เขาจะใจกว้าง ขนาดนี้ได้อย่างไร?
จี้เหวินซีขมวดคิ้ว เขาสังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคย เป็นเธอจริงด้วย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?
“ขอตัวนะครับ ผมมีธุระต้องจัดการ”
จี้เหวินซียกมือขัดจังหวะรองนายกเทศมนตรีว่าน แล้วเดินตรงไป หาเซียวหมิงเยวี่ย
รองนายกเทศมนตรีว่านอ้าปากคิดกล่าวคำ แต่สุดท้ายก็ต้องอด กลั้นมันไว้ ชายหนุ่มคนนี้ช่างหยิ่งยโส แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะหยิ่งยโส การที่เมืองเผิงจิงเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ ครึ่งหนึ่งเป็นผลงานของเขา
ก็เพราะว่าเขามีส่วนสำคัญในการสร้างกรมเกษตรกรรม ถึงแม้ว่า จะเป็นโครงการของรัฐบาล แต่ก็เป็นเขาที่ริเริ่มก่อตั้ง ภายหลัง สถานที่อื่น ๆ จึงทยอยทำตาม
ไม่เช่นนั้นทุกคนคงอดตายไปแล้ว
ปู่ของเขายังเป็นนายพลอาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ บุคคลในแวดวง การเมืองต่างให้เกียรติเขา ไม่ว่าจะในแวดวงการเมืองหรือธุรกิจ แทบ ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา
รองนายกเทศมนตรีว่านถอนหายใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นรอง นายกเทศมนตรี แต่ก็ต้องเคารพชายหนุ่มคนนี้
เมื่อนึกถึงคำขอของหลานสาว รองนายกเทศมนตรีว่านก็ยิ่งปวด หัว หลานสาวคิดว่าเขาเป็นกามเทพแผลงศรหรืออย่างไร ถึงจะ สามารถจับคู่ให้เธอกับอีกฝ่ายได้
รองนายกเทศมนตรีว่านโทรหาหลานสาว “ฮัลโหล อาโม่ลี่ คุณจี้
มาถึงแล้วนะ ทำไมหลานยังไม่มาอีก? เดี๋ยวถ้าคุณจี้กลับไปก่อน หลานอย่ามาร้องไห้งอแงหาว่าไม่ช่วยนะ”
“รู้แล้วค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
เสียงของว่านโม่ลี่ดังออกมาจากปลายสาย เห็นได้ชัดว่าเสียง ดังกล่าวเป็นของหญิงสาวที่เคยพูดเหน็บแนมเซียวหมิงเยวี่ยก่อนหน้า นี้