ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 185 โสดสนิทไม่มีวันเปลี่ยน
เมื่อถึงหน้าบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่ทันลงจากรถ เธอก็เห็นคนในบ้านยืนเรียง รายอยู่หน้าประตู ราวกับกำลังต้อนรับประธานาธิบดี ทุกคนดูตึง เครียดและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
แม้แต่ผู้จัดการซูก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หมิงเยวี่ย ได้ยินว่านัดบอดของลูกประสบความสำเร็จสินะ?”
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถ แม่เซียวก็รีบเข้ามาถาม
หญิงสาวรีบขัดจังหวะคนเป็นแม่ “แม่ไปฟังใครเขาพูดอะไรมา ไม่ มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย!”
แม่เซียวตกใจ “เหวินจิ้งเห็นกับตาตัวเองเลยนะ บอกว่าพวกเธอ จับมือกัน ผู้จัดการซูก็รู้เรื่องนี้แล้วด้วย”
ผู้จัดการซูพยักหน้าหงึกหงัก “เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วแล้ว หลายคนส่งข้อความมาถามฉันว่าเธอคือใคร ตอนแรกฉันได้ยินก็ ตกใจแทบแย่ เก่งมากเลยนะหมิงเยวี่ย สายตาเธอเฉียบคมจริง ๆ!”
คุณยายพยักหน้าเห็นด้วย “เมื่อกี้เรากำลังพูดคุยกันว่าผู้ชายคน นั้นคือใคร?”
“ประธานจี้กรุ๊ป หรือก็คือหัวหน้าใหญ่ของกรมเกษตรกรรม คุณ จี้”
ผู้จัดการซูตื่นเต้นสุดขีด ราวกับว่าเขาเป็นคนที่จะแต่งงานกับจี้
เหวินซีซะเอง
มุมปากของเสี่ยวหมิงเยวี่ยกระตุก “หยุดเลย อย่าเพิ่งเชื่ออะไร ง่าย ๆ สิ หนูไม่ได้จับมือกับใครทั้งนั้น”
ใช่ ไม่ได้จับมือ แค่โดนจับข้อมือเฉย ๆ แบบนี้ไม่นับเป็นการจับ มือ
“แต่หลายคนเห็นเหตุการณ์นะ อธิบายได้เป็นฉาก ๆ แบบ ละเอียดยิบ” ผู้จัดการซูไม่เชื่อ เขาคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยแค่เขินอาย
แม่เซียวยังถามอีกว่า “จริงด้วย เย็นนี้ลูกไปทานอาหารค ่าที่บ้าน คนอื่นนี่นา ใช่บ้านตระกูลจี้หรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างเหนื่อยหน่าย “นั่น เพราะก่อนหน้านี้หนูบังเอิญช่วยน้องสาวของคุณจี้ไว้ เขาเลยอยาก ขอบคุณ และเชิญหนูไปทานอาหารค ่า”
ผู้จัดการซูอุทานออกมา มันแตกต่างจากที่เขาคิดไว้ เขาคิดว่า ถ้าตระกูลเซียวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลจี้ เขาเองก็คงจะมี ความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเซียวไปด้วย
เผื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ของตระกูลเซียว เขาอาจจะได้เลื่อน ตำแหน่งขึ้นนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการเว่ย แล้วมีเว่ยจวินคอยยกน ้า ชงชา นวดหลัง บีบขาให้เขา มันคงเป็นชีวิตที่สุดแสนวิเศษเลยใช่ ไหมล่ะ?
ดูเหมือนความฝันของเขาจะพังทลาย
“บ่ายนี้โทรศัพท์ของฉันแทบจะระเบิด หลายคนพูดว่ามีสาวสวย คนหนึ่งในชุมชนของเราจับมือกับคุณจี้” ผู้จัดการซูยังคงมีความหวัง สุดท้าย
เซียวหมิงเยวี่ยปัดผมที่ปรกหน้าออก ก่อนพูดเสียงเบาว่า
“เขาแค่ประคองฉัน แค่แตะข้อมือเฉย ๆ แล้วจะกลายเป็นจับมือ ได้ยังไง? พูดไปเรื่อย”
ผู้จัดการซูรู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ปรากฏว่าพวกเขาทั้งสอง ไม่ได้คบหากัน
แม่เซียวตบเข่าฉาด “เหวินจิ้งนี่ช่างพูดจริง ๆ พูดจาไปเรื่อยเปื่อย บอกว่าลูกสองคนแนบชิดสนิทสนม พูดจาออดอ้อนเหมือนคนรัก ทำ เอาแม่ตื่นเต้นตั้งนาน”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก จินตนาการของหลี่เหวินจิ้งช่างล ้าเลิศ จริง ๆ ถ้าเธอมาช้ากว่านี้ ไม่รู้ว่าเรื่องจะเล่าลือไปไกลแค่ไหน ข่าวลือ น่ากลัวยิ่งกว่าเสือจริง ๆ
เธอหันไปหาผู้จัดการซู “ผู้จัดการซู คุณต้องช่วยฉันชี้แจ้งเรื่องนี้
นะคะ”
ผู้จัดการซูรีบตอบตกลง “ได้สิ พวกหัวหน้าในชุมชนหลายคนยัง มาซุบซิบนินทากับฉันอยู่เลย ฉันจำเป็นต้องชี้แจง ไม่เช่นนั้นชื่อเสียง
ของเธอจะเสียหาย ไม่รู้เลยว่าพวกคนปากร้ายจะใส่สีตีไข่อะไรไป บ้าง”
อาจจะมีเรื่องลูกนอกสมรสโผล่ขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตามครอบครัวเซียวก็น่าจะมีอนาคตที่สดใส เพราะเคย ช่วยเหลือน้องสาวของคุณจี้ไว้ ผู้จัดการซูแอบมองแม่เซียว รู้สึกดีใจ ที่ตัวเองปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี ไม่เคยไปสร้างศัตรูไว้
จู่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยก็หวนนึกถึงเรื่องบนรถเมื่อตอนกลางวัน “ว่า แต่ เรื่องของหลิวเฉิน หลี่เหวินจิ้งได้รายงานหรือยังคะ? ฉันว่าเขา นิสัยใจคอคับแคบ น่ากลัวว่าจะหาโอกาสแก้แค้นเธอ”
สีหน้าผู้จัดการซูเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ฉันได้ยินมาหมดแล้ว เขา มีเจตนาชั่วร้าย ความสามารถในการทำงานก็ธรรมดา ฉันคอยจับตา ดูอยู่ตลอด หลิวเฉินถูกย้ายมาจากสำนักงานขนส่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีพ่อแม่ต้องเลี้ยงดูที่บ้าน ฉันคงไม่เก็บเขาไว้ เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไปคุยกับเขา ถ้าเขายังอยากอยู่ต่อ เขาควรรู้ ว่าต้องทำตัวอย่างไร”
หลังเข้าสู่ยุคโลกาวินาศ สำนักงานขนส่งก็แทบไม่มีประโยชน์ อะไรอีกต่อไป เพราะประชาชนทั่วไปไม่มีปัญญาซื้อรถขับแล้ว
ดังนั้นข้าราชการที่ยังอยู่ในตำแหน่งจึงถูกจัดสรรไปประจำตาม ชุมชนต่าง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า พูดคุยสัพเพเหระกันอีกสักพัก ผู้จัดการซูจึงขอตัวกลับไป และครอบครัวเซียวก็กลับเข้าบ้าน
แม่เซียวยิ้มจนแก้มปริ ดีใจจนแทบหุบปากไม่ได้ แต่พอรู้ว่าเป็น แค่เรื่องเข้าใจผิด ตอนนี้เลยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
คุณตานั่งบนโซฟาแล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “จะทำหน้าเศร้า ไปทำไม ฉันว่าผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ดีเด่อะไรหรอก คนรวยมีอำนาจ แบบนั้น ย่อมหัวใจมืดดำด้วยเงิน มันจะมีสักกี่คนที่เป็นคนดีจริง ๆ? คนที่จะยอมช่วยเหลือหมิงเยวี่ยของเราด้วยใจจริงน่ะ?”
แม่เซียวถอนหายใจ “ฉันไม่ได้แค่ดีใจเพราะสถานะของเขา แต่ ฉันดีใจเพราะหมิงเยวี่ยจะมีแฟนแล้ว แต่พอคิดดูดี ๆ ก็คงจะไม่ เหมาะสมกันจริง ๆ นั่นแหละ หาคู่ครองควรหาคนที่เหมาะสมกัน จะ ได้ไม่ต ่าต้อยกว่าคนอื่น หมิงเยวี่ยจะได้มีชีวิตที่ดีในบ้านสามี”
คุณตาพ่นลมหายใจเย็นชา “มันย่อมไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ต้องอยู่ กับคนแบบนั้นคงทรมานไปชั่วชีวิต จะมีครอบครัวร ่ารวยสักกี่บ้านกัน เชียวที่สนใจความสัมพันธ์ในครอบครัว? ดีแล้วที่หมิงเยวี่ยไม่ได้ชอบ เขา ไม่อย่างนั้นฉันจะขัดขวางอย่างถึงที่สุด!”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ “…”
เธออยากจะพูดว่า คุณตามั่นใจในตัวเองมากเกินไปแล้ว มั่นใจ จนล้นฟ้าเลย
คุณยายถอนหายใจ “ที่แท้ก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ฉันก็ว่าอยู่ หมิงเยวี่ยโสดสนิทไม่มีวันเปลี่ยน มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีแฟนเร็ว ขนาดนี้ งานหาคู่นี่ไร้สาระสิ้นดี ไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลย ทุกคนไป อาบน ้านอนกันได้แล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก ‘โสดสนิทไม่มีวันเปลี่ยน’ หมายความ ว่ายังไง?
หลังจากล้างหน้าล้างตัวเสร็จ
เซียวหมิงเยวี่ยนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ม้วนผ้าห่มจนเป็น เกลียว สรุปแตะโดนหรือเปล่านะ?
เธอเองก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าน่าจะไม่…
ทันใดนั้น เธอก็ได้รับข้อความ
[วันเสาร์หน้า อย่ามาสายล่ะ]
เป็นข้อความจากจี้เหวินซี
เซียวหมิงเยวี่ยกลิ้งบนเตียง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไปว่า
[ฉันไม่อยากฝึกแค่ยิงปืน ตอนนี้เรียนรู้มาเกือบทุกอย่างแล้ว ฉัน อยากฝึกต่อสู้ระยะประชิด คุณสอนฉันได้ไหม? หรือช่วยหาครู ฝึกสอนที่ไว้ใจได้ให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า?]
[ทำไมถึงอยากฝึกต่อสู้ระยะประชิดล่ะ?]
เซียวหมิงเยวี่ยจิ้มหน้าจอโทรศัพท์พิมพ์ข้อความอย่างหนักหน่วง [ฉันอยากจะเอาชนะคุณให้ได้]
แบบที่คุณจะต้องคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนฉันไม่หยุด แต่ประโยค หลังนี้ เซียวหมิงเยวี่ยไม่กล้าพิมพ์ส่งให้เขา และทำได้แค่คิดในใจ
เธอไม่ชอบความรู้สึกถูกควบคุมจนขยับตัวไม่ได้ เธอชอบเป็น ฝ่ายควบคุมมากกว่า
อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็ว [ถ้าฝึกอีกสักห้าสิบปี ก็อาจจะพอ ไหว]
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นข้อความแล้วเกือบจะกระอักเลือดออกมา แค่ ใช้หินยักษ์ก้อนเดียวก็ทุบนายตายได้แล้ว พ่อหนุ่มสุดมั่น!
[ห้าสิบปีหลังจากนี้ คุณคงแก่หงำเหงือกมือซ้ายเขียนเลขหก*[1] ขาขวาวาดวงกลม*[2] ใช้ชีวิตแบบกินข้าวยังต้องให้คนป้อน ไม่เชื่อ ฟังเดี๋ยวพยาบาลตีนะ~]
ในคฤหาสน์ตระกูลจี้ เมื่อจี้เหวินซีเห็นข้อความนี้ มุมปากพลัน ยกยิ้มขึ้น
…
หลังจากคำชี้แจงของผู้จัดการซู ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้ สาวระหว่างเซียวหมิงเยวี่ยและคุณจี้ก็คลี่คลายลง ทุกคนรู้สึกผิดหวัง
ปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด พวกเขาอยากเชื่อมากกว่าว่ามันเป็น ข่าวใหญ่ น่าเสียดายชะมัด
เมื่อรู้ความจริง ทุกคนก็เริ่มอิจฉาเซียวหมิงเยวี่ยที่ช่วยชีวิต น้องสาวคุณจี้ไว้ ตระกูลจี้คงจะตอบแทนเธออย่างงาม และชีวิตเธอคง ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ทำไมเรื่องดี ๆ ถึงต้องเกิดขึ้นกับเธอคนเดียวด้วย?
วันนั้นบนโต๊ะอาหาร จี้ซานซานพูดเรื่องตอบแทนบุญคุณ มากมาย เช่น จะซื้อบ้านหลังใหญ่ให้ครอบครัวเซียว เผลอ ๆ ยังอยาก ส่งเสริมเซียวหมิงเยวี่ยให้เป็นเจ้าหน้าที่ในกรมเกษตรกรรม แต่เธอ ปฏิเสธทุกข้อเสนอ
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนรักอิสระ เคยชินกับชีวิตเช่นนี้มานานแล้ว และไม่สามารถใช้ชีวิตทำงานเก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์ ได้
แม้ว่าครอบครัวของเธอจะไม่ร ่ารวยเงินทอง แต่ในยุควันสิ้นโลก เช่นนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า
เธอไม่ต้องการทำตัวเสแสร้ง หรืออยากมีเกียรติศักดิ์ศรีอยู่ ตลอดเวลา
เธอไม่อยากต้องรู้สึกติดหนี้บุญคุณตระกูลจี้ไปตลอดชีวิต สิ่งที่
ตระกูลจี้เสนอให้อาจเป็นพรอันยิ่งใหญ่สำหรับคนอื่น เป็นโอกาสที่จะ เปลี่ยนชีวิต แต่สำหรับเซียวหมิงเยวี่ยแล้ว มันไม่น่าดึงดูดใจ
คนรวยไม่ได้โง่ ตรงกันข้าม พวกเขามีไหวพริบเฉลียวฉลาด ความมีน ้าใจของพวกเขามีราคาและขีดจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่
ตระกูลจี้จะยอมให้เธอขอสิ่งต่าง ๆ ไปตลอดชีวิต
เซียวหมิงเยวี่ยต้องการเพิ่มผลประโยชน์สูงสุด หากในอนาคต เธอมีปัญหาที่ตัวเองไม่สามารถแก้ไขได้ เธอจะไม่ลังเลที่จะเอ่ยขอ ความช่วยเหลือจากตระกูลจี้
แต่ตอนนี้เธอยังไม่ต้องการมัน
[1] มือซ้ายเขียนเลขหก หมายถึงมือสั่นจนควบคุมการ เคลื่อนไหวของนิ้วมือไม่ได้
[2] ขาขวาวาดวงกลม หมายถึงขาอ่อนแรง เดินเซไปเซมา