ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 187 ท้องเรือสีแดงอันแปลกประหลาด
เมื่อไปถึงพื้นที่ทางเหนือ เซียวหมิงเยวี่ยก็ขับรถกลับไปที่จัตุรัส รกร้างอีกครั้ง แต่ในเวลานี้เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผัน จัตุรัสที่เคยทิ้งร่าง ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
ตอนนี้รอบ ๆ จัตุรัสเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงพูดคุยดัง อึกทึก ครึกครื้น ทุกคนสวมรองเท้าบูตยางสูง สายตาเป็นประกาย ด้วยความโลภ
บนผิวน ้ามีเรืออยู่หลายลำ ทั้งเรือใหญ่ เรือเล็ก เรือหรู และเรือ เรียบง่าย
ทุกคนมารวมกันที่นี่ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือการจับปลา สากครีบแดง โอกาสในการพลิกชะตาชีวิตอยู่ใต้ผืนน ้านี้
“คนเยอะขนาดนี้เลย!” พ่อเซียวถอนหายใจ
คุณตามองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ทุกคนต่างมาที่นี่เพื่อตกปลา สินะ”
พ่อเซียวมองดูผิวน ้า “ผมได้ยินมาจากเพื่อนร่วมงานที่กรม เกษตรกรรมว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งประกาศว่า ใครก็ตามที่จับปลาสาก ครีบแดงมาให้เขาได้ เขาจะจัดหางานให้ แถมยังมีที่พักและอาหารให้ ด้วย ใครได้ยินแบบนี้ก็คงคลั่งกันหมด”
“แล้วทำไมเศรษฐีพวกนั้นถึงไม่ส่งคนมาจับปลาเองล่ะ?” คุณตา ถาม
เซียวหมิงเยวี่ยรวบผมเป็นหางม้าและพูดเสียงเรียบว่า
“ก็เพราะว่ามันอันตรายยังไงล่ะคะ อีกอย่างไม่ใช่ทุกคนที่มีเรือ แค่จ่ายเงินนิดหน่อยก็มีคนยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงให้ แทนที่จะทำเอง สู้ ให้คนอื่นทำให้ดีกว่า”
โลกความจริงแสนโหดร้าย สำหรับผู้ประสบภัยนี่คือโอกาสที่จะ เปลี่ยนชะตาชีวิต แต่สำหรับคนรวยมันก็แค่เศษเงินที่บริจาค
ใต้ผืนน ้านั้นเต็มไปด้วยอันตราย หากบังเอิญเสียชีวิตจากการ พยายามจับปลา ใครเขาจะอยากทำกัน? มีเพียงคนยากจนข้นแค้น เท่านั้นที่จะเสี่ยงชีวิต ชีวิตของผู้ประสบภัยนั้นช่างไร้ค่าเหลือเกิน
คุณตาถอนหายใจ “ทั้งหมดก็แค่เพื่อปากท้องเท่านั้นเอง…”
“พ่อกับตาอยู่ตรงนี้รอหนูแป๊บหนึ่ง หนูจะหาที่ปลอดภัยจอดรถ แล้วจะเอาเรือกลับมาด้วย” เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบก็เดินจากไป
เธอไม่สามารถจอดรถยนต์ไว้ในที่เปิดเผยได้ เพราะอาจถูกทุบ กระจกขโมยของภายในรถ ถึงแม้จะไม่มีอะไรให้ขโมย คนบาง ประเภทก็ยังอิจฉาจนขึ้นสมอง พวกเขาไม่มีปัญญาซื้อรถ แล้วทำไม คนอื่น ๆ ถึงมี?
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทุบรถให้พัง
แน่นอนว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยไปกว่ามิติส่วนตัวแล้ว การหาที่
ปลอดภัยจอดรถเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น
คุณตาโบกมือ “ไปเถอะ ไปเถอะ”
“ลูกจะหาเจอเหรอ ให้พ่อไปช่วยหาด้วยไหม?” พ่อเซียวเป็น กังวล
คุณตาเดาะลิ้นและพูดว่า “มีอะไรต้องกังวล ฉันสบายใจกับเรื่อง ของหมิงเยวี่ยที่สุดแล้ว เธออยู่กับฉันตรงนี้ อายุเริ่มมากแล้ว มาดูกัน ว่าคนอื่นเขาตกปลากันยังไงดีกว่า ไปเถอะ!”
พ่อเซียวยังคงกังวลเล็กน้อย แต่เขาถูกคุณตาลากตัวไป
คุณตาเห็นชายหนุ่มสองคนผลักเรือลงน ้า จึงเดินไปและพูดว่า
“พ่อหนุ่ม เรือไม้ลำนี้ของพวกเธอจะไหวเหรอ? ระวังเรื่องความ ปลอดภัยด้วยนะ”
เรือลำนี้ยาวแค่สามเมตรกว่า นั่งสองคนก็เต็มพื้นที่แล้ว
ชายหนุ่มผิวคล ้าคนหนึ่งหันกลับมาตอบด้วยรอยยิ้ม “ไหว แน่นอนครับคุณปู่ พวกคุณก็มาตกปลาเหมือนกันเหรอครับ?”
“พวกเราเพิ่งมาครั้งแรก อยากดูว่าคนอื่นเขาตกปลากันยังไง” พ่อเซียวตอบ
ชายหนุ่มปาดเหงื่อและพูดว่า “คุณปู่ คุณลุง ผมดูจากชุดพวก คุณแล้ว ไม่น่าจะใช่คนลำบากอะไร น ้าที่นี่อันตรายนะครับ เผลอแค่
แป๊บเดียวก็อาจตายในน ้าได้ ครอบครัวหาศพไม่เจออีกเลย ผม แนะนำว่าอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า”
พ่อเซียวถามต่อว่า “ตราบใดที่เรือไม่ล่ม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่ อะไรใช่ไหม?”
ชายหนุ่มอีกคนแสดงท่าทีเฉยชา เขาตอบกลับไปว่า
“คุณก็ลองลงไปดูเองสิ จะได้รู้ว่ามีปัญหาใหญ่ไหม? ปากก็พูด ได้! ถ้ายังมีทางเลือก ใครจะอยากมาหาปลาอยู่ที่นี่? พูดเหมือนตัวเอง ไม่เคยลำบาก!”
พ่อเซียวและคุณตาหันมองหน้ากัน ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะ อารมณ์ไม่ดี
ชายหนุ่มผิวคล ้าหน้าเสียด้วยความรู้สึกผิด เขากระซิบ “ผมขอ โทษด้วยนะครับ เขาอารมณ์ไม่ดี เมื่อวานเพื่อนสองคนในกลุ่มของ เราเสียชีวิต และหนึ่งในนั้นคือน้องชายของเขา”
พ่อเซียวและคุณตาต่างก็ประหลาดใจ ไม่รู้จะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
จากบทสนทนา พบว่าผู้ประสบภัยทางเหนือได้รวมกลุ่มกันจัดตั้ง ทีมหาปลาขึ้นมาเองโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการหาปลาให้ สำเร็จ ซึ่งทีมเหล่านี้ล้วนประกอบไปด้วยผู้ประสบภัยทั้งสิ้น
มีทีมหาปลาจำนวนมาก แต่ทีมของพวกเขามีเรือไม้เพียงสองลำ เรือลำหนึ่งล่มเมื่อวาน เหลือเพียงลำเดียวนี้เท่านั้น
ชายหนุ่มผิวคล ้าถอนหายใจและกล่าวเสริมว่า “ผมไม่รู้ว่าเมื่อ วานเกิดอะไรขึ้นกับฝูงแมลง พวกมันคลานขึ้นไปบนเรือของน้องหลิน อย่างบ้าคลั่ง หนอนแมลงกัดก้นเรือจนเป็นรู แผ่นไม้ถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ หลินเอ๋อร์กับเพื่อนอีกคนจึงตกลงไปในน ้า…”
พวกเขายืนมองอยู่บนฝั่ง เห็นเพื่อนร่วมทีมของตัวเองตกลงไป ในน ้า แต่กลับทำอะไรไม่ได้ แม้จะไม่มีเวลาเสียใจ เพราะวันพรุ่งนี้
พวกเขาก็ต้องมาจับปลาสากครีบแดงต่ออีก พวกเขามาที่นี่ทุกวัน แต่ ไม่เคยจับได้เลย
นับตั้งแต่เข้าสู่ช่วงโลกาวินาศ พวกเขาเห็นการพลัดพรากจาก ไปของคนรักจนชินชาแล้ว
“เสียใจด้วยนะ”
พ่อเซียวสีหน้าเคร่งเครียด หากตกลงไปในน ้า คงถูกฝูงแมลงกิน จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
แต่คุณตากลับสงสัย “หนอนแมลงอยู่ในน ้าดี ๆ ทำไมถึงคลั่ง ขึ้นมาล่ะ? หรือว่ามันได้กลิ่นอะไร? พวกเธอใช้อะไรในการเป็นเหยื่อ ล่อ?”
“พวกเราไม่มีอะไรเลยครับ ไม่ได้ทำเหยื่อรัง เลยใช้พวกหนอน แมลงมัดรวมกันเป็นก้อนเป็นเหยื่อตกปลา ถ้าจับปลาสากครีบแดงได้ สักตัวเดียว แค่ตัวเดียวเท่านั้น ครอบครัวของผมคงจะได้กินอิ่มนอน อุ่น” ชายหนุ่มผิวคล ้ายิ่งพูดก็ยิ่งกังวล
ชายหนุ่มอีกคนพูดด้วยความหงุดหงิด “พอได้แล้ว อย่าเสียเวลา คุยเรื่องไร้สาระอยู่เลย รีบ ๆ ลงเรือได้แล้ว”
ในเวลานี้ เซียวหมิงเยวี่ยขับเรือเข้ามาหา อุปกรณ์ตกปลาและ ของอื่น ๆ ถูกเก็บไว้ใต้หลังคาเรือ มองจากภายนอกไม่เห็น
ก่อนที่จะมา เธอได้พ่นยากันแมลงไว้รอบตัวเรือแล้ว เหล่าหนอน แมลงไม่มีทางคลานเข้ามาในเรือได้
“พ่อคะ คุณตา มาทางนี้เร็ว” เซียวหมิงเยวี่ยจอดเรือไว้ริมตลิ่ง
ชายหนุ่มสองคนเห็นเรือของเซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกอิจฉา ปรากฏ ว่าคนพวกนี้มีเรือยอดเยี่ยมขนาดนี้ ต่อให้แมลงบ้าคลั่งแค่ไหนก็ไม่มี ทางกัดทะลุเรือได้ ไม่เหมือนเรือของพวกเขาที่ทำจากไม้
สองหนุ่มได้แต่ภาวนาขอให้วันนี้แมลงไม่คลุ้มคลั่ง เพราะพวก เขากำลังเอาชีวิตไปเสี่ยง
“มาแล้วจ้า”
พ่อเซียวและคุณตาขึ้นไปบนเรือ ภายในเรือมีเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ เตรียมไว้ให้
ชายหนุ่มสองคนกำลังผลักเรือลงน ้า ทันทีที่เรือไม้ลงน ้า ตัวเรือก็ เกิดการเอียงขึ้น เผยให้เห็นสีแดงที่ด้านล่างของเรือ
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตา แต่ เธอก็สังเกตเห็นสีแดงแปลกประหลาดที่ก้นเรือ
ก้นเรือไม้ ทำไมถึงเป็นสีแดงได้?
เธอคาดเดาว่า อาจจะเป็นสารเคลือบกันน ้า
คุณตาจัดการคันเบ็ดและสายเบ็ดไป เขาได้พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่
เกิดขึ้นกับชายหนุ่มสองคนเมื่อสักครู่นี้ จึงเล่าเรื่องเรือของเพื่อนร่วม ทีมพวกเขาที่ถูกแมลงกัดจนเป็นรูให้เธอฟัง คุณตาอดไม่ได้ที่จะถอน หายใจด้วยความสงสาร
“เด็กหนุ่มคนนั้นนิสัยดีนะ ยังเตือนเราว่าอย่าลงน ้า น่ากลัวจริง ๆ ถ้าเกิดตกน ้าตกท่าขึ้นมา จะยังมีโอกาสรอดอยู่หรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังขับเรือมุ่งหน้าไปยังเขตน ้าลึก เมื่อได้ยิน คำพูดของคุณตา เธอก็เริ่มสงสัยขึ้นมา
แม้ว่าแมลงทั้งสามชนิดจะดุร้าย กัดกินกันเองเป็นอาหาร แต่พวก มันก็เป็นเพียงแมลงกินเนื้อ เมื่อเจอเรือก็แค่เกาะอยู่เฉย ๆ
ทำไมแมลงถึงพยายามทำลายเรือไม้กัน พวกมันไม่ได้กินไม้เป็น อาหาร แปลกชะมัด
ทันใดนั้น ความคิดที่น่ากลัวก็ผุดขึ้นในหัวของเซียวหมิงเยวี่ย สี แดงที่ก้นเรือนั้นไม่ใช่สารเคลือบกันน ้า
แต่เป็นเลือด!
เลือดนั้นมาจากอะไร คงไม่ใช่เลือดสัตว์ปีก เพราะสัตว์ปีกมีค่า มาก หามากินเองยังยาก ใครจะเอาเลือดมาทาที่ก้นเรือแบบนั้น?
ริมฝั่งเต็มไปด้วยหนอนแมลง และกลิ่นเหม็นของหนอนเน่าดำคง กลบกลิ่นคาวเลือดไว้ พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตความผิดปกติ
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ และมองหาชายหนุ่มสองคนนั้น พวกเขาใช้ไม้พายค่อย ๆ พายเรือไม้ออกไป ความเร็วนั้นช้ากว่าเรือ ดีเซลของเซียวหมิงเยวี่ยมาก ดังนั้นทั้งสองคนจึงเพิ่งออกจากฝั่งไป ไม่ไกล ขณะกำลังพายเรืออย่างทุลักทุเล
โดยไม่ลังเล เซียวหมิงเยวี่ยหันหัวเรือ มุ่งหน้าตรงไปที่เรือไม้
หญิงสาวพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “เรือไม้ลำนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าไม่ อยากตายก็รีบขึ้นฝั่งไปซะ!”
ชายหนุ่มสองคนงุนงง พ่อเซียวและคุณตาเองก็สับสนเช่นกัน
เมื่อเห็นท่าทีนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงพูดต่อว่า
“เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้ฟังมาว่า เรือของพวกคุณลำหนึ่งถูกกัดจนเป็นรู เมื่อวานนี้ มีคนจ้องทำร้ายพวกคุณ เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว พลิกดูใต้ท้องเรือ ก็จะรู้เอง”
เรือของพวกเขาเพิ่งลงน ้าได้ไม่นาน แม้ว่าตอนนี้จะมีแมลงรุมกัด กิน แต่ก็ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าแผ่นไม้จะทะลุ
แต่หากปล่อยไว้นานกว่านี้ พวกเขาจะต้องตายแน่
“น้องชายฉันถูกฆ่าตายงั้นเหรอ? คุณรู้ได้ยังไง?” ชายหนุ่มที่
ก่อนหน้าดูไม่แยแสกลับถามอย่างร้อนรน
“อย่ามัวพูดไร้สาระ ถ้าขึ้นฝั่งไปแล้วพลิกใต้ท้องเรือดูก็จะรู้เอง”
หลังจากพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดอะไรอีก เธอหันหัวเรือ กลับไปยังเขตน ้าลึก และไม่สนใจทั้งสองคนอีกต่อไป