ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 191 หักเหลี่ยมเฉือนคม
ชายชุดดำยังคงสงสัยอยู่ เขาจึงลองถามต่อว่า “ผมก็ได้ยินมา แบบนั้นนะ คุณลุงครับ เรือของคุณดูดีเลยนะเนี่ย แล้วของในกระสอบ ใบใหญ่คืออะไรเหรอครับ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คุณตาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
“ยังจะมีอะไรได้อีก ก็อาหารปลาไง! ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเคย เปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลา เธอเคยได้ยินชื่อร้านอุปกรณ์ตกปลา 100% ไหมล่ะ ครอบครัวเราเปิดร้านนั้นนั่นแหละ ต่อมาธุรกิจ ล้มละลาย
อาหารปลายังเหลืออีกเยอะ เลยคิดว่าจะเอาไปใช้เป็นเหยื่อล่อ ปลา แต่ใครจะรู้ว่าปลาสากครีบแดงไม่กิน เสียของจริง ๆ! อุตส่าห์ขน มาตั้งเยอะ”
ชายชุดดำจ้องมองคุณตาและพ่อเซียวอย่างไม่ละสายตา พยายามหาช่องโหว่จากสีหน้าของพวกเขา
“ผมรู้จักร้านอุปกรณ์ตกปลา 100% นะ”
ผู้คนในเมืองเผิงจิงที่ชื่นชอบการตกปลา ไม่มีใครไม่รู้จักร้าน อุปกรณ์ตกปลา 100% ของพ่อเซียว
“หรือว่ามันจะหมดอายุแล้ว เก็บตั้งปีกว่าแล้วนี่นา ทิ้ง ๆ มันไป เถอะ” พ่อเซียวเกาหัวด้วยความหงุดหงิด
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุย เซียวหมิงเยวี่ยก็ขับเรือออกจาก ฝั่ง เหลือเพียงคุณตาและพ่อเซียวไว้ต่อรองกับพวกเขา
ชายชุดดำครุ่นคิด เขาหาข้ออ้างเพื่อจะบอกลาพ่อเซียวกับคุณ ตา แล้วตรงไปหาหัวหน้ากลุ่ม
หลังจากชายชุดดำจากไป คุณตากับพ่อเซียวสบตากัน ก่อนจะ แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเงียบงัน
…
“ดูเหมือนว่าสามคนนั้นน่าจะจับอะไรไม่ได้เลย แต่เรือของพวก เขาดูดีทีเดียว ไม่ใช่เรือไม้ แต่เป็นเรือเหล็ก ลูกพี่ เราจะแย่งมันมาดี ไหมครับ?” ชายชุดดำกล่าว
หัวหน้าใหญ่หรี่ตาลง “เออสิวะ ฉันไม่ได้ตาบอด แต่ต่อให้แย่งเรือ ดีเซลมา แล้วแกจะเติมน ้ามันไหวเหรอ? แกมีน ้ามันหรือเปล่า?”
ชายชุดดำถูกถามจนไปต่อไม่ถูก เขาถูมือไปมาโดยไม่รู้จะพูด อะไร
หัวหน้าใหญ่กล่าวสีหน้าเคร่งขรึม “คนที่ยังใช้เรือน ้ามันดีเซลใน เวลาแบบนี้ได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป อย่าไปยุ่งกับพวกเขาจะ ดีกว่า หรือถ้าจะฆ่าทิ้ง ก็อย่าให้ใครรู้ว่าพวกเราเป็นคนทำ”
ชายชุดดำพูดเบา ๆ “เอ่อ… งั้นจะปล่อยพวกเขาไปเหรอครับ?”
หัวหน้าจ้องเขม็ง “เมื่อกี้แกพูดว่าน่าจะ นั่นหมายความว่ายังไง มี ก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี อะไรคือน่าจะ ฉันเลี้ยงแกไว้เสียข้าวสุกจริง ๆ”
ชายชุดดำเหงื่อตก “พวกเราทุกคนเห็นแล้วว่าในถังเหล็กไม่มี ปลาสากครีบแดง แต่บนเรือมีกระสอบปุ๋ยขนาดใหญ่ ข้างในดูนูน ขึ้นมา พวกเขาบอกว่าเป็นอาหารปลา เอาไว้ใช้เป็นเหยื่อรัง”
หัวหน้าใช้ลิ้นดุนฟันกรามก่อนพูดว่า “แล้วแกเห็นอาหารปลา ที่ว่านั่นไหม?”
ชายชุดดำตกตะลึง “มะ… ไม่เห็นครับ”
หัวหน้าใหญ่เตะเขาและดุด่า “แกนี่มันโง่จริง! ถ้าเป็นอาหารปลา พวกมันคงโยนลงน ้าหมด แล้วจะเหลืออยู่บนเรืออีกได้ยังไง? มีหัวไว้ คั่นหูจริง ๆ พวกมันอยู่ไหน?!”
ชายชุดดำลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ชายแก่สองคนเดินไปทางนั้น ยังมีผู้หญิงวัยรุ่นอีกคน น่าจะไปจอดเรือแล้ว”
“ตามไป!”
…
คุณตากับพ่อเซียวเดินห่างออกจากริมน ้า และรอเซียวหมิงเยวี่ย ที่ข้างถนน
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยขับรถมา เธอเห็นคุณตาและพ่อเซียวมารออยู่ แล้ว แต่เธอก็เห็นกลุ่มคนกำลังเดินมาอย่างโกรธเคืองห่างออกไปไม่ ไกล
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตามอง ดูเหมือนว่าคุณตากับพ่อเซียวจะไม่ สามารถหลอกคนพวกนี้ได้ พวกเขายังคงสงสัยและไล่ตามมา
เสียงเบรกล้อรถดังขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยจอดรถอย่างมั่นคงข้าง ถนน และกลุ่มคนนั้นก็เข้ามาล้อมรถเธอด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร
“เป็นผู้หญิงที่ขับรถเก่งดีนะ” ชายคนหนึ่งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ชายชุดดำก้าวไปข้างหน้าและพูดอย่างโหดเหี้ยม “ลูกพี่ พวกนี้
แหละที่ผมพูดถึง แกกล้ามากนะที่หลอกฉัน บอกมา! ของในกระสอบ ปุ๋ยคืออะไร มันคือปลาสากครีบแดงใช่ไหม?”
สีหน้าของพ่อเซียวเปลี่ยนไปเล็กน้อย “พวกคุณกำลังพูดถึงเรื่อง อะไร หลบไป เราจะกลับบ้านแล้ว”
เสียงหัวเราะดังขึ้น ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนเพิ่งจะได้ยินเรื่องตลก ที่สุดในโลก
สีหน้าของคุณตาเคร่งขรึมขึ้นมา พวกมันเป็นโจรชั่ว!
เขาส่งสายตาให้ลูกเขย พ่อเซียวเข้าใจในทันที ทั้งสองล้วงเข้า ไปจับปืนที่เอว ดูเหมือนว่าพวกเขาคงจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ถ้าไม่ ฆ่าคนเหล่านี้ซะ
หัวหน้ากลุ่มเดินออกมาจากฝูงชน “ไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรทั้งนั้น ปลาสากครีบแดงที่นี่เป็นของฉัน พวกแกจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อให้ฉัน ค้นตัวพวกแกก่อน
พวกเราไม่ได้รังแกพวกแกสักหน่อย ถ้าบนรถไม่มีปลาสากครีบ แดง พวกแกก็ไปได้ แต่ถ้ามี เราคงต้องขอยึดปลาสากครีบแดงไป!”
“พวกแกจะมาค้นตัวเรา เป็นตำรวจหรือไง?” พ่อเซียวพูดเสียง เย็นชา
หัวหน้ายิ้มกว้าง “ไม่ยอมให้ค้นงั้นเหรอ? เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่า บนรถจะมีปลาสากครีบแดงอยู่จริง ๆ ในเมื่อพวกแกแสดงท่าทีแบบนี้ ก็อย่าโทษพวกเราที่ต้องโหดเหี้ยม ส่งปลาสากครีบแดงมาซะ แล้วฉัน จะไว้ชีวิตพวกแกสามคน ถ้าไม่ยอมส่งมาดี ๆ ฉันจะโยนพวกแกลงน ้า ไปเป็นอาหารปลา!”
เซียวหมิงเยวี่ยยืนพิงประตูรถพลางหัวเราะเยาะ
“อย่างแรก รถคันนี้เป็นของฉัน อย่างที่สอง แกคิดว่าตัวเองเป็น ใคร ถึงได้อยากค้นรถของฉันนัก? แล้วมันผิดอะไรที่จะไม่ให้แกค้น รถของฉัน? คิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหนกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าก็โกรธขึ้นทันที เขาพูดเสียงเย็นชา
“แกกล้าพูดกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ ฉันจะสับแกเป็นชิ้น ๆ แล้วโยน ให้ปลากิน จัดการมัน!”
พวกเขาทั้งหมดเตรียมพร้อมที่จะสั่งสอนคนทั้งสามที่ไม่ยอมทำ ตามคำสั่งแต่โดยดี
ทันใดนั้น เซียวหมิงเยวี่ย พ่อเซียว และคุณตาก็ชักปืนออกมา เล็งไปทางกลุ่มโจรชั่วพร้อมกัน
“ดูสิว่าใครจะแน่จริง!”
สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หยุดชะงักในทันที หัน มองหน้ากัน และไม่มีใครกล้าเดินหน้าต่อ
ดวงตาของหัวหน้าใหญ่ตื่นกลัวและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขามองคนทั้งสามอย่างไม่วางตา พยายามพูดว่า
“สาวน้อย ปืนพกพลาสติกของเธอทำยังไงถึงได้เหมือนจริง ขนาดนั้น?”
ระหว่างที่พูด เท้าของเขาก็ยังคงก้าวไปข้างหน้า
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเย็นชา ขยับข้อมือลง แล้วลั่นไกปืนยิงลงที่พื้น ด้านหน้าของหัวหน้าใหญ่คนนั้น
เสียงปืนดังสนั่นทำให้ทุกคนตกใจ หัวหน้าถอยหลังไปหลายก้าว ด้วยความตกตะลึง
ชายผู้นั้นก้มมองรองเท้าของตัวเอง พบว่าปลายรองเท้ามีรูโหว่ ขนาดใหญ่ ถ้าหากเดินต่อไปอีกนิด นิ้วเท้าของเขาคงแหลกละเอียด แน่ ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวหน้าใหญ่ก็กลืนน ้าลายอย่างหนัก และหวาด ผวาสุดขีด
ปืนของจริง!
เมื่อเห็นหัวหน้าเกือบถูกยิง คนอื่น ๆ ยิ่งไม่กล้าขยับตัว ถอยหลัง เหมือนเห็นผี กลัวว่าตัวเองจะถูกยิงตาย
แม้พวกเขาจะทำอาชีพปล้นฆ่า และเคยฆ่าคนมาแล้ว แต่ทุกคน เคยเป็นพลเมืองธรรมดา ทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ เคยใช้แค่มีดและไม้ เป็นอาวุธ ไม่เคยเห็นปืนมาก่อน
“อย่าขยับ ไม่งั้นเรายิงอีกแน่” คุณตาขู่
ปืนของพ่อเซียวและคุณตายังคงจ่อไปที่พวกเขา ทำให้เหล่าโจร ไม่กล้าเคลื่อนไหว
เมื่อเห็นสายตาตะลึงงันของหัวหน้า เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วอย่าง ท้าทาย
“ปืนของเล่นของฉันเจ๋งไหมล่ะ?”
ล้อกันเล่นหรือไง คิดว่าเธอฝึกซ้อมยิงปืนมาตั้งนานเพื่ออะไร?
หัวหน้าอึ้งไปชั่วขณะ สีหน้าแปรเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง เขายิ้มแหย และพูดจาเอาใจ
“เข้าใจผิด ทั้งหมดล้วนเข้าใจผิด! พวกเราตาถั่วกันจริง ๆ จนถึง กับมองผิดไป”
พูดจบ เขาก็เตะเข้าที่เอวของชายชุดดำ “ทั้งหมดเป็นเพราะแก คนเดียว ไอ้เวรเอ๊ย ในรถพวกเขาไม่มีปลาสากครีบแดง แกยังดันทุรัง บอกว่ามี กลับไปเดี๋ยวฉันจะจัดการแกแน่!”
ชายชุดดำรู้สึกขมขื่นในใจ แต่เขาไม่กล้าโต้ตอบ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย “ไม่ค้นรถแล้วเหรอ?”
“ไม่แล้ว ไม่ต้องค้นแล้ว พวกคุณเดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะ พวกเราขอตัวก่อน” หัวหน้าพูดเสียงอ่อนน้อม
พูดจบ พวกเขาก็เตรียมจะจากไป
สายตาที่เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาแฝงความนัย ช่างเป็นคนยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง สมกับเป็นหัวหน้าจริง ๆ ดูเหมือนจะยังมีสมองอยู่บ้างสินะ
“เดี๋ยวก่อน ฉันอนุญาตให้พวกแกไปแล้วเหรอ? พวกแกเฝ้าอยู่ ริมตลิ่งและคอยแย่งชิงปลามา คงได้ปลาสากครีบแดงมาเยอะ งั้นเอา ปลามาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป แต่ถ้าไม่ ฉันก็ไม่รังเกียจที่
จะช่วยส่งพวกแกไปลงนรก”
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบ เหล่าโจรก็อึ้งไปตาม ๆ กัน แม้แต่ พ่อเซียวและคุณตาก็ยังตะลึงงัน ทุกคนหันมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วย ความไม่อยากเชื่อ
โอ้โห เธอคิดจะฮุบเอาของโจรทั้งหมดเลยเหรอ!