ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 192 ได้รับปลาสากครีบแดงห้าตัว
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงและงุนงงของกลุ่มโจร เซียวหมิงเยวี่ย พูดขึ้นอย่างใจเย็น
“ในเมื่อแกเป็นหัวหน้า งั้นก็เริ่มจากแกก่อนเลย ฉันจะให้เวลาแก คิดสามวินาที สาม สอง…”
ปืนของเซียวหมิงเยวี่ยเล็งไปทางหัวหน้าคนนั้น ก่อนที่เธอจะนับ หนึ่งเสร็จ หัวหน้าก็รีบพูดว่า
“อย่าเพิ่งยิง ฉันยอมแล้ว ฉันจะเอามาให้คุณหมดเลย!”
หัวหน้ารู้สึกไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะยอมแพ้ เขาสาปแช่งในใจ และ อยากจะฆ่าเธอให้ตายเสียเดี๋ยวนี้
แต่เขาก็กลัวปืนในมือของเซียวหมิงเยวี่ยมากจริง ๆ นัดเมื่อกี้ยิง ตรงมาที่รองเท้าของเขา เฉียดปลายนิ้วไปแค่นิดเดียว
ระหว่างปลาและชีวิตของตน แน่นอนว่าต้องเลือกชีวิต
“พวกแกยืนรออยู่บนฝั่งนานขนาดนี้ น่าจะจับปลาสากครีบแดง มานับสิบตัวแล้ว ไป เอามาให้ฉันทั้งหมด”
เซียวหมิงเยวี่ยใช้ปากกระบอกปืนจ่อไปที่ชายชุดดำ เป็นการ บอกให้เขาไปเอาปลา
ชายชุดดำรู้สึกอึดอัด ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
หัวหน้าอุทานด้วยความตกใจ “สิบตัว! เราจะไปมีมากมายขนาด นั้นได้ยังไง?!”
ไม่ใช่แค่หัวหน้า แต่คนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้
ช่างมีความโลภมากเหลือเกินจริง ๆ ต่อให้เธอฆ่าพวกเขาทั้งหมด แต่ ก็คงไม่สามารถหาปลาสิบตัวมาให้เธอได้
“โอ้? ไม่มีเหรอ งั้นมีกี่ตัวล่ะ แปดตัวถึงไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยถา มกลับ
หัวหน้าพูดด้วยความเสียดาย “มีแค่สองตัว คนพวกนั้นไม่มีโชค คนที่จับปลามาได้มีน้อยมาก วันนี้มีฝูงปลาปรากฏขึ้น เลยแย่งมาได้ สองตัว”
เซียวหมิงเยวี่ยยกปืนขึ้น “ฉันจะถามแกอีกครั้ง มีแค่สองตัวจริง ๆ น่ะเหรอ?”
หัวหน้ากัดฟัน “แค่สองตัวจริง ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยยิงปืนอีกนัด ครั้งนี้ยิงไปที่ปลายเท้าของชายชุดดำ “แกบอกมา พวกแกแย่งชิงปลาสากครีบแดงมาได้กี่ตัว ถ้าไม่พูด ความจริง ฉันจะฆ่าแกซะ”
เธอสังเกตเห็นว่าชายชุดดำเป็นคนขี้ขลาด แค่ขู่หน่อยก็คงพูด ความจริง
ชายชุดดำร้องโหยหวน ล้มตัวลงคุกเข่าบนพื้น เขาร้องไห้คร ่า ครวญน ้าตาไหลอาบแก้ม
“สี่ตัวครับ มีสี่ตัว อย่าฆ่าผมเลยนะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยใช้มือแคะหู เธอยังไม่ได้ยิงเขาเลย แล้วจะร้องไห้ เสียงดังทำไม?
หัวหน้าจ้องมองลูกน้องตนด้วยสายตาโหดเหี้ยมเหมือนอยากจะ กลืนกินอีกฝ่าย แต่ด้วยความกลัวปืนในมือของเซียวหมิงเยวี่ย เขาจึง ไม่กล้าทำอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยมองหัวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แล้วพูดกับชายชุด ดำว่า
“ไปเอาปลามาให้ฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก รีบไปซะ”
หัวหน้ารู้ดีว่าตัวเองทำผิด จึงไม่กล้าสบตาเซียวหมิงเยวี่ย
ชายชุดดำรีบพยักหน้า วิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล
เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “อย่าคิดหนีเอาตัวรอดคนเดียว ชีวิตของพวกมันอยู่ในมือของแก ถ้าไม่กลับมาภายในยี่สิบนาที ฉัน จะฆ่าพวกมันครึ่งหนึ่ง แล้วแกคิดว่าพวกที่เหลือจะไม่ไปล้างแค้นแก เหรอ?”
ชายชุดดำหันกลับมามองด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสายตาที่
ซับซ้อนของพวกพ้อง โดยเฉพาะสายตาของหัวหน้า เขาพลันรู้สึกไม่ กล้าสบตา
เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว “ผมไม่กล้าครับ ผมจะรีบไปเอาปลามา ให้ อย่าฆ่าพวกเขาเลย อย่าฆ่าลูกพี่ผมเลยนะ”
ยังไม่ทันครบยี่สิบนาที ชายชุดดำก็รีบหอบหิ้วถังสี่ใบวิ่งมา เหงื่อ ไหล่อาบโซมกายพลางหอบหายใจถี่
“ผมเอาปลามาให้หมดแล้ว คุณปล่อยพวกเราไปได้หรือยัง?”
พ่อเซียวเดินไปหยิบถังน ้าขึ้นมา ปลาสากครีบแดงสี่ตัวดีดดิ้นอยู่ ในถัง ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่มาก เทียบไม่ได้กับตัวที่พวกเขาตกได้ แต่ ว่านี่มีตั้งสี่ตัว
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ พ่อเซียวโยนปลา ทั้งหมดไปท้ายรถ
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือ เป็นการบอกให้พ่อเซียวและคุณตาขึ้นรถ ก่อน พ่อเซียวกับคุณตาจึงขึ้นรถอย่างว่าง่าย แต่พวกเขายังไม่วางใจ และใช้ปืนจ่อไปยังกลุ่มโจรเหล่านั้น
“หมิงเยวี่ย ขึ้นรถเถอะ กลับกันได้แล้ว” พ่อเซียวพูด
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มมุมปาก รู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่ประทาน ของขวัญชิ้นนี้
“ขอบคุณทุกคน ไว้เจอกันใหม่”
เธอเปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ เท้าเหยียบคันเร่งขับ รถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าออกจากที่นี่
หัวหน้าจ้องมองรถออฟโรดที่ขับออกไปด้วยความโกรธแค้นจน แทบจะกระอักเลือด ไว้เจอกันใหม่? เขาไม่อยากเจอผู้หญิงเลวคนนี้
อีกไปชั่วชีวิต!
เขาหันไปต่อยชายชุดดำอย่างแรงพร้อมตะคอกใส่
“นั่นมันปลาสากครีบแดงสี่ตัวเลยนะโว้ย! แกคิดว่าปลาสากครีบ แดงสี่ตัวแลกกับอาหารได้มากมายแค่ไหน? จบแล้ว จบสิ้นแล้ว ไอ้โง่ เอ๊ย แกนี่มันโง่จริง ๆ!”
หัวหน้าตาแดงก ่า และยังรัวหมัดใส่อีกฝ่ายไม่หยุด แต่ถูกลูกน้อง ที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามาห้ามไว้
“ลูกพี่ ใจเย็นก่อนครับ เขาเผลอพูดออกไปเพราะหวาดกลัว ถ้า ไม่มีเขา พวกเราคงตายด้วยน ้ามือของผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว”
ชายชุดดำนอนขดตัวอยู่บนพื้น “ขอโทษครับลูกพี่”
หัวหน้าสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะต้องมาพ่ายแพ้ ให้นางผู้หญิงชั่วคนนี้ ห้ามใครพูดเรื่องวันนี้ออกไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะสับเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนลงน ้าไปซะ!”
คนอื่น ๆ พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “เข้าใจแล้วครับลูกพี่ มันคง น่าอายที่จะบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้”
โจรกลุ่มหนึ่งปล้นของชาวบ้าน แต่ดันถูกปล้นกลับจนหมดตัว พูดออกไปคงถูกหัวเราะเยาะจนตาย
หัวหน้ามองดูทิศทางที่รถออฟโรดเคลื่อนตัวออกไปพลางพูด ด้วยสายตาล ้าลึก
“จากนี้ไป ห้ามไปยุ่งกับพวกขับรถหรือมีเรือหรู ให้ปล้นเฉพาะ ผู้ประสบภัยที่เคราะห์ร้ายเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าภูมิหลังของพวกมัน เป็นยังไง บัดซบ! นี่พวกมันมีปืนจริง ๆ เหรอวะเนี่ย?”
…
ต่างกับพวกโจรที่กำลังโกรธจนตัวสั่น เซียวหมิงเยวี่ยและอีกสอง คนบนรถออฟโรดกลับยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดคุยกันไม่หยุด
“สุดยอดไปเลยหมิงเยวี่ย ลูกคิดแผนนี้ได้ยังไงถึงขนาดฮุบปลา สากครีบแดงของพวกมันทั้งหมด? ดูสีหน้าของพวกมันสิ อึ้งกิมกี่กัน หมด!” พ่อเซียวตื่นเต้นจนหน้าแดงก ่า
คุณตาถอนหายใจ “ของที่หลังรถมีราคามหาศาล เราได้มาถึง ห้าตัว ทำไมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองร ่ารวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรดี กันนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างมีความสุข “ครอบครัวเราไม่ได้ขาด แคลนอะไร ไม่จำเป็นต้องเอาปลาสากครีบแดงไปแลกหรอกค่ะ เรา เก็บไว้กินเองดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า คุณค่าทาง โภชนาการของปลาสากครีบแดงสูงมาก ดียิ่งกว่าโสมหรือเห็ด หลินจือซะอีก”
“แบบนี้มันจะไม่ฟุ่มเฟือยไปเหรอ พวกเรากินปลาสากครีบแดงได้ จริง ๆ เหรอ?”
พ่อเซียวแทบไม่อยากจะเชื่อ ปกติแล้วของดีแบบนี้มีแค่เหล่า เศรษฐีในสังคมชั้นสูงเท่านั้นที่จะได้กิน ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีโอกาส ได้ลิ้มลองเช่นกัน
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่า หลังจากภัยพิบัติ ชีวิตของครอบครัวเขา กลับดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ?
คุณตาพูดว่า “พวกเราก็เป็นมนุษย์ ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ สุขภาพ ที่ดีคือทรัพย์สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด กินมันเลย!”
พ่อเซียวเห็นด้วย “ได้ครับ กลับบ้านไปคงต้องเอาปลาใส่ถังเก็บ น ้าก่อน”
“จากนี้ไป พวกเราอย่าไปทางเหนือเลยดีกว่าค่ะ ต่อไปทางเหนือ จะยิ่งไม่สงบสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
พ่อเซียวเห็นด้วยอย่างยิ่ง “วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว ใต้น ้า อันตรายมาก คนจับปลาด้วยกันก็อันตราย คนบนฝั่งที่รอปล้นก็ยิ่ง
อันตราย พวกเราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแบบนี้ ต่อไปเราจะไม่ไปตกปลา ที่นั่นอีกแล้ว”
ความดิบเถื่อนของมนุษย์ช่างน่ากลัวจริง ๆ
ในตอนนั้น เซียวหมิงเยวี่ยขับรถผ่านเขตโครงการบ้านหรูที่สร้าง ไม่เสร็จ ซากศพเหนียวเหนอะหนะบนพื้นดินหายไปอย่างไร้ร่องรอย
พ่อเซียวมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดว่า “ตอนนั้นยังคิดจะ ซื้อบ้านที่นี่อยู่เลย ดีนะที่ไม่ได้ซื้อ ดูสิว่ามันกลายเป็นสถานที่รกร้าง ไปแล้ว ถ้าดันใช้เงินทั้งหมดซื้อบ้านที่นี่ เราคงไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน เงินทั้งหมดก็สูญเปล่า ตึกสร้างไม่เสร็จนี่เป็นภัยเงียบที่คอยฆ่าคนชัด ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อนตอนที่เธอมาที่นี่ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ ตัดสินใจพูดออกมา
การตระหนักรู้ได้ว่ามนุษย์สามารถโหดร้ายได้เพียงใด ก็จะยิ่ง เพิ่มความระมัดระวังในตัวเองมากขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการให้ครอบครัวได้รับการปกป้องมาก เกินไป พวกเขาจำเป็นต้องรู้ถึงสิ่งที่ควรรู้บ้าง
เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแก๊งกินเนื้อคนครั้งที่แล้ว โดยละ เว้นเหตุการณ์ที่ใช้หินยักษ์ฆ่าคนเหล่านั้น และบอกเพียงว่าพวกมัน ถูกฆ่าด้วยปืนเท่านั้น
พ่อเซียวและคุณตาตกตะลึงจนพูดไม่ออก เมื่อตั้งสติได้ก็ด่าทอ ด้วยความโกรธแค้น รู้สึกหนาวสั่นอยู่ในใจ
“ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉานไร้มนุษยธรรม!”
“คราวหน้าถ้าออกไปข้างนอกต้องระวังตัวให้ดี พกปืนตลอด ใส่ เสื้อเกราะทุกวัน โลกทุกวันนี้วุ่นวายไปหมด คนน่ากลัวยิ่งกว่าผีร้าย!”
มันเป็นความจริง ธรรมชาติอันดิบเถื่อนของมนุษย์นั้นน่ากลัว กว่าผีปีศาจ