ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 193 ความห่วงใยของคุณตา
เมื่อกลับถึงบ้าน กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาเตะจมูก
พ่อเซียวไปหาถังเก็บน ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บน ้าในช่วงอุณหภูมิ สูงมา เขาเติมน ้าจนเต็ม แล้วเทปลาสากครีบแดงทั้งห้าตัวลงไป
พวกเขาตั้งใจจะเลี้ยงปลาในห้องหนึ่ง ซึ่งก็คือห้องที่เซียวหมิง เยวี่ยเคยใช้เก็บน ้าแร่ในช่วงอุณหภูมิสูง
แม่เซียวและคุณยายเดินมาดู “นี่คือปลาสากครีบแดงใช่ไหม ตก มาได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
“อย่ายื่นมือไปจับนะ มันดุร้ายมาก แล้วยังกินเนื้อคนด้วย” คุณ ตาพูดพลางปิดฝาถัง
พ่อเซียวยิ้มอย่างมีเลศนัย “ไม่ใช่หรอกครับ มีสี่ตัวที่เราแย่งมา อาหารทำเสร็จแล้วหรือยัง? หิวจะตายแล้วเนี่ย วันนี้มีเรื่องตื่นเต้นเยอะ มาก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังระหว่างกินข้าว!”
แม่เซียวและคุณยายสบตากัน ในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้ อยากเห็น
บนโต๊ะอาหาร พ่อเซียวเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องที่
มีคนตกลงไปในน ้า แล้วดึงดูดปลาสากครีบแดงมามากมาย ต่อมาทุก คนก็ไปบริเวณนั้นเพื่อแย่งกันจับปลา
แม่เซียวและคุณยายต่างก็ตั้งใจฟังกันมาก บางครั้งบางคราวก็ อุทานด้วยความตกใจ
“โอ้โหตายแล้ว ปลาสากครีบแดงกินเนื้อคนด้วยเหรอเนี่ย? สอง คนนั้นโดนกินไปทั้งคู่เลยเหรอ?”
พ่อเซียวถอนหายใจ “จะเหลือเหรอ? ใต้น ้าอันตรายมาก มีทั้ง หนอนแมลงกินคน ปลากินคน แม้แต่คนก็ยังฆ่ากันเอง”
“มันอันตรายเกินไปแล้ว ต่อไปทุกคนอย่าไปตกปลาอีกเลยนะ ฟังแล้วใจฉันสั่นไปหมด” แม่เซียวพูดด้วยความหวาดกลัว
พ่อเซียวกลืนข้าวในปาก “นี่แค่เริ่มนะ เรื่องยังไม่จบ พอพวกเรา ขึ้นจากน ้า ก็มีกลุ่มโจรเข้ามาหวังจะปล้นปลาของเรา…”
“แล้วหมิงเยวี่ยก็ยิงปืนใส่รองเท้าคนที่เป็นหัวหน้า บอกให้พวก นั้นส่งปลาที่ปล้นมาให้หมด! เราเลยได้ปลาสากครีบแดงสี่ตัวมาจาก พวกมันนี่แหละ”
คนอื่น ๆ รับฟังพ่อเซียวเล่าเรื่องนี้อย่างละเอียด เซียวหมิงเยวี่ย แค่นั่งกินข้าวพลางยิ้มโดยไม่พูดอะไร วันนี้เธอทั้งเหนื่อยทั้งหิว
พ่อเซียวดูจะภูมิใจไม่น้อย “นี่เป็นกลอุบายที่ยอดเยี่ยมมาก! ลูก สาวผมฉลาดมากจริง ๆ ตอนนั้นผมตกตะลึงไปหมด คิดในใจว่ายังมี วิธีแบบนี้ด้วยเหรอ…”
คุณยายหัวเราะอย่างขำขัน “โอ้โห นี่ไปปล้นของพวกมันมาหมด เลยเหรอ? พวกนั้นคงโกรธจนแทบกระอักเลือดแล้วมั้ง?”
“ดูจากสีหน้าของพวกมันแต่ละคน บอกได้เลยว่าบิดเบี้ยวน่า เกลียดมาก!” พ่อเซียวพูดต่อ
แม่เซียวยิ้มอย่างอบอุ่น “ดูคุณสิ มัวแต่เล่าจนลืมกินข้าว แค่ฟัง จากที่เล่ามา ฉันก็รู้สึกว่ามันอันตรายมากเลย โลกตอนนี้วุ่นวายไป หมด พวกคุณต้องระวังตัวให้ดีนะ”
ระหว่างที่พูดอยู่แม่เซียวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยด้วย น ้าเสียงที่ซับซ้อน
“หลังจากที่คุณออกไป ตอนบ่ายวันนี้เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นใน ชุมชนอีกแล้ว เป็นคดีฆ่าหั่นศพเพราะความหึงหวง จากที่ฟัง ผู้อำนวยการซูพูด เป็นคู่สามีภรรยาที่อายุน้อย ฝ่ายหญิงไม่รู้เป็นบ้า อะไร เธอไปคบชู้กับพ่อสามี แล้วยังได้ยินว่าเธอตั้งครรภ์ด้วย
หลังจากนั้นก็ถูกสามีจับได้ ผู้ชายคนนั้นยังหนุ่มแน่น โมโหเลือด ขึ้นหน้าจนฆ่าฝ่ายหญิงและพ่อของตัวเอง จากนั้นก็กระโดดตึกฆ่าตัว ตาย พวกคุณคิดดูสิว่ามันน่ากลัวแค่ไหน? สมัยนี้มันผิดเพี้ยนอะไร กันไปหมด”
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงเคี้ยวนักเก็ตไก่กรอบอยู่ แต่จู่ ๆ ก็หยุดชะงัก
“โอ้โห นี่มันละครน ้าเน่าหรือเปล่า ยังมีอารมณ์มาแอบกินกัน ตอนนี้เนี่ยนะ”
แม่เซียวถอนหายใจ “เรื่องเพี้ยน ๆ ยังมีอีกเยอะ ชีวิตจริงเลวร้าย ยิ่งกว่าละครอีกนะ”
“จริงสิ เห็นบอกว่าปลาสากครีบแดงกินเนื้อคน แล้วเราจะกินมัน ได้ยังไง? ฉันไม่อยากกินนะ” คุณยายพูดด้วยท่าทางกังวล
คุณตากระแอมแล้วพูดว่า “เลี้ยงมันไว้ก่อน ผ่านไปสักหนึ่งเดือน ค่อยเอามากิน”
“เลี้ยงยังไง ฉันไม่เคยเลี้ยงปลาที่กินคนมาก่อนนะ” คุณยายถาม ต่อ
“ปลาสากครีบแดงกินหนอนแมลงและเนื้อสัตว์ด้วย”
คุณยายเบิกตากว้าง “แล้วจะเอาเนื้อจากไหนมาให้มันกิน? ลำพังแค่พวกเรายังมีไม่เพียงพอเลย”
คุณตาวางตะเกียบลง “เอาละ เอาละ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉัน เลี้ยงเอง เธอชอบซุ่มซ่ามไม่ระวังตัว เดี๋ยวจะโดนมันกัดเอา”
“ฉันไม่อยากกินมันเลย ปลาที่กินคน น่ากลัวจะตายไป” คุณยาย พึมพำ
คุณตาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ “อ้อ เรื่องที่เราตกปลาสากครีบแดงได้ อย่าเอาไปบอกลูกชายคนโตกับคนรองล่ะ เจ้าพวกนั้นปากโป้ง เก็บ ความลับไม่อยู่ ไม่ต้องไปแบ่งให้พวกเขากินหรอก ถ้าอยากกินก็ให้ ไปจับเอง!”
พ่อกับแม่เซียวหันมองหน้ากัน ก่อนที่พ่อเซียวจะพูดว่า
“พ่อครับ แบบนี้ไม่ดีนะ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องแบ่ง ๆ กันสิ”
เขาคิดว่าจำเป็นต้องพูดประโยคนี้เอง
คุณตาตะคอกอย่างเย็นชา “พวกเขาอดกินสักมื้อก็ไม่ตายหรอก พวกเราเป็นคนหาปลามาได้ โดยเฉพาะหมิงเยวี่ยที่ลงแรงไปเยอะมาก เธอจึงสมควรได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด อย่าให้พวกเขาเอารัดเอา เปรียบอยู่เสมอ พวกเธอใจดีเกินไปแล้ว”
คุณยายเหลือบมองคุณตา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เธอรู้ว่าตาเฒ่าทำเพื่อประโยชน์ของครอบครัว หากต้องการให้ ครอบครัวใหญ่มีความสามัคคี ไม่ควรมีครอบครัวใดต้องเสียสละอยู่ เสมอ พ่อเซียวเป็นลูกเขย เขาช่วยเหลือครอบครัวมากเกินไป และมัก แบ่งปันผลประโยชน์ให้ทุกคนโดยไม่ลังเล
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะห้องชุดที่ครอบครัวลูกชายคนโตและคน รองอาศัยอยู่ รวมถึงงานของลูกสะใภ้ใหญ่และลูกสะใภ้รอง ทั้งหมดนี้
ต้องขอบคุณตระกูลเซียว อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีตระกูลเซียว ตระกูลเจี่ยงก็คงไม่มีชีวิตที่ดีอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ชายชราคงกังวลว่าครอบครัวทั้งสองนั้นจะเคยชินกับการได้รับ ความช่วยเหลือจากครอบครัวน้องสี่ เมื่อใดที่เริ่มเคยชิน พวกเขาจะ ไม่รู้สึกขอบคุณและมองข้ามไป
นานวันเข้า สักวันหนึ่งจิตใจของผู้คนก็จะยิ่งเย็นชา
ตาเฒ่าพูดไปแบบนั้นด้วยเจตนาที่ดี!
แม่เซียวใช้ไหวพริบพูดอ้อม ๆ “พ่อคะ พี่ใหญ่กับพี่รองมักจะเอา ของมาให้เราบ่อย ๆ ตอนนี้พวกเขาส่งเห็ดไปที่โรงอาหารของ หน่วยงานรัฐบาล ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น แล้วพี่สะใภ้ใหญ่และ พี่สะใภ้รองก็มาช่วยงานที่บ้านเราบ่อย ๆ ทั้งปัดกวาดเช็ดถู ทำกับข้าว อะไรพวกนี้”
“นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาควรทำ ถ้าเรื่องแค่นี้พวกเขายังคิดไม่ได้ แล้วจะไปสนใจไยดีอีกทำไม?”
น ้าเสียงของคุณตาเด็ดขาด ไม่มีช่องว่างให้แทรก
“ตกลงกันตามนี้”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน เพื่อเดินไปดูปลาสากครีบแดง
พ่อกับแม่เซียวหันมองหน้ากัน แต่คุณยายกลับอมยิ้ม
“ตาเฒ่านี่เหลี่ยมจัดจริง ๆ เอาเถอะ ทำตามที่เขาบอกแล้วกัน”
เมื่อเห็นเช่นนั้น พ่อกับแม่เซียวก็ไม่พูดอะไรอีก ในเวลาเดียวกัน เซียวหมิงเยวี่ยยกมือลูบหน้าท้อง
“หนูอิ่มแล้วค่ะ”
…
เซียวหมิงเยวี่ยกลับเข้าห้องและล็อกประตู จากนั้นจึงเข้าไปใน พื้นที่มิติ
ทันทีที่เข้าไปในมิติ ฟู่กุ้ยก็วิ่งมาหาอย่างมีความสุข ก่อนจะ กระโจนตัวเข้าใส่เจ้านายด้วยความตื่นเต้น
เหมือนกับสุนัขพันธุ์ฮัสกี
ฟู่กุ้ยไม่รู้เลยเหรอว่าตัวเองตัวใหญ่ขนาดไหน?
“ทำไมวันนี้ถึงดูร่าเริงนักล่ะ?” เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของเจ้าเสือ ยักษ์
ฟู่กุ้ยกัดแขนเสื้อของเซียวหมิงเยวี่ย พยายามดึงเธอไปทางสระ ว่ายน ้า ดวงตาสีเหลืองอำพันของมันเปล่งประกาย
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เข้าใจ แต่เธอก็เดินตามฟู่กุ้ยไปถึงสระว่ายน ้า และชะโงกหน้าไปดู
ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่พอเห็นแล้วก็ต้องตกใจ
ในสระว่ายน ้า นอกจากปลาสากครีบแดงเจ็ดตัวแล้ว ยังมีกลุ่มลูก ปลาตัวเล็ก ๆ อีกด้วย!
ถึงแม้จะตัวเล็กและมองเห็นได้ไม่ชัด แต่ลูกปลาตัวเล็ก ๆ เหล่านั้นเข้ามารวมตัวกัน ขณะเวียนว่ายไปมาอย่างมีชีวิตชีวา
ปลาสากครีบแดงตัวที่ใหญ่ที่สุดว่ายอยู่ข้าง ๆ ลูกปลา คอยเฝ้า ระวังไม่ห่างไปไหน
ปลาตัวใหญ่ที่สุดนี้เป็นตัวเดียวกับที่เซียวหมิงเยวี่ยตกได้ในครั้ง แรก ในเวลานั้นเธอนึกว่ามันเป็นปลาที่ค่อนข้างอ้วน แต่เมื่อคิดดูแล้ว กลับกลายเป็นว่ามันกำลังท้องอยู่
เซียวหมิงเยวี่ยลูบคางเบา ๆ ระบบการสืบพันธุ์ของปลาสากครีบ แดงไม่เหมือนใคร ไม่ใช่การวางไข่ แต่เป็นการออกลูกเป็นตัว
แบบนี้ต้องเสริมสารอาหารให้ลูกปลาหน่อยแล้วมั้ง?
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของฟู่กุ้ย “แกคงอยากบอกฉันเรื่องนี้เอง สินะ”
ฟู่กุ้ยเอียงคอ ก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งจากไป โดยไม่รู้ว่ามันกำลัง วิ่งไปหาอะไรกันแน่
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบถังใส่หนอนฟันที่เตรียมไว้เทลงไปในสระว่าย น ้า ปลาสากครีบแดงพวกนี้กินจุมากจริง ๆ เมื่อวานเพิ่งเทลงไปหนึ่ง ถัง มาวันนี้กลับไม่เหลือแล้ว
เธอตั้งใจจะเอาให้ลูกปลากิน แต่ไม่คาดคิดว่าลูกปลาจะรีบว่าย มารวมตัวกัน และ ‘แม่’ ของมันก็เริ่มตื่นตัวทันที โดยจ้องมองไปที่
หนอนฟันอย่างดุร้าย ราวกับกลัวว่าหนอนฟันจะทำอันตรายลูก ๆ ของมัน
แม่ปลาสากครีบแดงกัดหนอนฟันหลายตัวในครั้งเดียว จากนั้น เคี้ยวต่ออีกสองถึงสามครั้ง แต่แทนที่จะกลืน มันกลับอ้าปากปล่อย เหยื่อ
เมื่อลูกปลาเห็นดังนั้น ก็กรูกันเข้ามาแย่งชิงอาหารจากปากของ แม่ปลา
เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นสิ่งนี้เช่นกัน ปรากฏว่าลูกปลาเกิดใหม่ ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ช่วงเวลานี้ถือว่าอันตรายมาก พวกมัน อ่อนแอและอาจถูกหนอนแมลงทั้งสามชนิดทำร้ายได้ จึงต้องว่ายอยู่ ใกล้ ๆ แม่เพื่อรับการปกป้อง
เมื่อลูกปลาค่อย ๆ โตขึ้น พวกมันจะไม่กลัวหนอนแมลงทั้งสาม ชนิดอีกต่อไป
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดดู ธรรมชาติเป็นสิ่งมหัศจรรย์จริง ๆ สัตว์ ทุกชนิดล้วนมีสัญชาตญาณความเป็นแม่โดยกำเนิด
ขณะที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด จู่ ๆ มีดเล่มหนึ่งก็ตกลงบน พื้นด้านข้างเท้าของเธอ ดวงตาสีเหลืองอำพันที่เต็มไปด้วยความ คาดหวังปรากฏอยู่ตรงหน้า
แววตาคู่นั้นเหมือนกำลังพูดว่า เจ้านาย จัดการมันได้เลย!