ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 196 เด็กหญิงลึกลับ
คุณตาและคุณยายมองหน้ากัน ทั้งคู่ยังคงไม่มีความคิดที่จะเปิด ประตู
“แม่หนูเอ๋ย เธอเป็นลูกหลานใคร พ่อแม่ไปอยู่ที่ไหนจ๊ะ?” คุณ ยายถาม
สงสัยจะเป็นเด็กหลงทาง และหาทางกลับบ้านไม่เจอ เธอคงจะหิว มากเลย ช่างน่าสงสารจริง ๆ
เด็กหญิงเม้มปาก “พ่อแม่ไม่ต้องการหนูแล้ว พวกเขาไม่ชอบที่
หนูกินจุ คุณยายใจดี ช่วยแบ่งอะไรให้หนูกินหน่อยได้ไหมคะ?”
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา
เมื่อคุณยายเห็นว่าเธอน่าสงสารก็รู้สึกเห็นใจ เด็กน้อยน่าสงสาร ก็จริง แต่การใจอ่อนก็เป็นอีกเรื่อง เธอไม่สามารถให้อาหารอีกฝ่าย ได้จริง ๆ
คุณยายจำคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ยได้แม่นยำ นอกจากสมาชิก ในครอบครัวแล้ว ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด และห้ามสงสารใคร
ห้ามให้อาหารใครด้วยความใจดี มิฉะนั้นจะนำภัยมาสู่ตัว
คุณยายอึกอัก “หนูเอ๋ย พวกเราเองก็ไม่มีอะไรให้เธอกิน เหมือนกัน ไปรับอาหารยังชีพเถอะ เดินตรงไปจนสุดทางแล้วเลี้ยว ขวา เธอจะเห็นจุดแจกอาหารอยู่ตรงนั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเด็กหญิงก็เย็นชาลงทันที นางแก่นี่ หน้าตาใจดี แต่ทำไมถึงใจจืดใจดำนัก?
อาศัยอยู่ในบ้านหรูขนาดนี้ แล้วรถบรรทุกก็เพิ่งขนของมาส่งตั้ง หลายกล่อง กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าไม่มีอะไรให้กิน?
“คุณยายคะ ขอร้องละ หนูเดินไม่ไหวแล้ว หิวจนตาลาย หนูแค่ อยากกินข้าว…” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเสียใจ เธอกุมศีรษะตัวเอง และค่อย ๆ ทรุดลงนั่งบนพื้น
คุณยายไม่รู้จะพูดอะไรดี ลูกหลานบ้านไหนกันเนี่ย ถ้าหิวก็ไปรับ อาหารยังชีพสิ ทำไมถึงมานั่งบนพื้นอยู่ได้
คุณยายมองคุณตาด้วยความกังวลและกระซิบ
“จะทำยังไงดีล่ะ เด็กตัวเล็กขนาดนี้ เธอจะมาขู่เอาเงินเราหรือ เปล่า ถ้าไม่ให้ของกิน เธอคงไม่ยอมไปแน่ ๆ”
คุณตาครุ่นคิดอยู่อึดใจ “ให้ไม่ได้เด็ดขาด เด็กในชุมชนต่างก็ ได้รับอาหารยังชีพที่แจกฟรี แต่เธอกลับมุ่งเป้ามาที่บ้านเรา เด็กเล็ก จะมีไหวพริบขนาดนี้ได้ยังไง แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนมาแน่ ๆ ถ้าให้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เตรียมตัวรอครั้งต่อไปได้เลย ต่อไปเธอจะมา ขู่เอานู่นเอานี่จากเราแน่นอน ห้ามให้อะไรเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
สีหน้าของคุณยายเปลี่ยนไป “หมิงเยวี่ยบอกไว้แล้วว่า ห้ามให้ อาหารใครตามอำเภอใจ และห้ามสงสารใครเด็ดขาด ฉันจะเชื่อฟัง หลานสาว งั้นก็ไม่ให้!”
เด็กหญิงยังคงนั่งอยู่บนพื้น ทำท่าราวกับจะเป็นลมเพราะความ หิวโหย คนแก่สองคนนั้นบ่นพึมพำอะไรอยู่ข้างใน?
เธอกลอกตาแล้วพูดว่า “ฮือ ๆ ๆ พ่อแม่อย่าทิ้งหนูไป หนูหิว”
ใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นของคุณตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “แม่หนู ร้องไห้อยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไปรับอาหารยังชีพซะเถอะ”
พูดจบ คุณตาก็ปิดช่องมองบนประตู
เด็กหญิงหยุดร้องไห้ทันที เธอจ้องมองประตูด้วยสีหน้าที่น่ากลัว ยิ่ง และถ่มน ้าลายลงบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว
ถ้าคุณตากับคุณยายเห็นจะต้องตกใจมาก เพราะว่านี่ไม่ใช่ ท่าทางของเด็กทั่วไปเลย มันดูแปลกประหลาดและน่ากลัว
เด็กหญิงเลียริมฝีปากและพยายามพูดเกลี้ยกล่อม
“คุณตาคุณยาย เปิดประตูให้หน่อย หนูหิวมากจริง ๆ ให้หนูเข้า ไปเล่นในบ้านหน่อยได้ไหมคะ?”
เธอทุบประตูแรง ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
“เปิดประตูสิ เปิดประตูให้หนูหน่อย ทำไมถึงไม่สงสารหนูเลยล่ะ? ทำไมถึงไม่ยอมเปิดประตูให้? ให้หนูกินของอร่อยหน่อยเถอะ ให้หนู เข้าไปหน่อย!!”
เด็กหญิงเริ่มโมโห เสียงของเธอเปลี่ยนไป จากเสียงเด็กเล็กที่
อ่อนหวานกลายเป็นเสียงแหลมและแหบแห้ง
คุณตากับคุณยายยังไม่ได้ไปไหน แค่ปิดช่องมองเท่านั้น ทั้งสอง คนได้ยินเสียงเด็กหญิงเคาะประตูอย่างรุนแรงและตะโกนด้วยความ เกรี้ยวกราด
คุณยายรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว เธอมองคุณตาราวกับไม่เชื่อสิ่งที่
กำลังเกิดขึ้น
“เด็กคนนี้เป็นบ้าไปแล้วหรือไง? น่าขนลุกชะมัด”
คุณตาขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมฉันรู้สึกว่า เสียงของเธอไม่เหมือนกับ เสียงของเด็กเลย?”
ทันใดนั้นก็มีเสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงมีดฟัน บนประตูใหญ่
เด็กหญิงคว้ามีดปลายแหลมออกมาฟันประตูบ้านตระกูลเซียว ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ประตูใหญ่ทำจากเหล็กกล้าและมีความทนทาน มีดของเธอทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เท่านั้น
เมื่อเด็กหญิงเห็นสิ่งนี้ เธอก็ยิ่งใช้มีดขูดขีดประตูอย่างบ้าคลั่ง เสียงโลหะเสียดสีกันดังแหลมฟังดูน่าขนลุก
คุณตากับคุณยายหันมองหน้ากัน รู้สึกดีใจที่เมื่อกี้ไม่ได้ให้ อาหารเด็กหญิงกิน นี่มันไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว แต่เป็นปีศาจชัด ๆ
ประตูเพียงบานเดียว กลับกลายเป็นสิ่งที่มอบความปลอดภัย ให้กับพวกเขาอย่างมหาศาล
สายตาคุณตาเต็มไปด้วยความกังวล “เมื่อกี้พวกเราชะล่าใจ เกินไป เธอพกมีดมาด้วย ฉันว่าเราไม่ควรออกมาดูเลยจริง ๆ”
คุณยายพยักหน้าเห็นด้วย “ต่อไปถ้ามีคนมาเคาะประตู ให้ดู กล้องวงจรปิดก่อน ถ้าไม่ใช่คนในบ้าน เราก็แค่แกล้งทำเป็นไม่ได้ ยิน”
หลังจากเด็กหญิงระบายอารมณ์ออกมาจนหมดสิ้น เธอก็หันหลัง เดินจากไปด้วยใบหน้าดุร้าย มุ่งหน้าไปทางชายวัยกลางคน
“หย่วนกุ้ย ไอ้แก่สองคนนั้นไม่กล้าเปิดประตู และไม่ยอมให้ของ กินเลยด้วยซ ้า” เด็กหญิงกัดฟันกรอด
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าไม่ดีนัก “เสี่ยวเหมย แกถูกเอาเปรียบน่ะ สิ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง ไปเถอะ ไปบ้านหลังต่อไป”
เด็กหญิงพยักหน้ารับ เก็บมีด และพยายามสงบสติอารมณ์ ไม่ นานใบหน้าของเธอก็กลับมาไร้เดียงสาเหมือนเด็กอีกครั้ง
…
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมาจากส่งพ่อเซียวที่กรมเกษตรกรรม ด้วย ความที่ชุมชนมีประชากรหนาแน่น เธอจึงขับค่อนข้างช้า
เมื่อผ่านบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง เซียวหมิงเยวี่ยเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งกำลังเคาะประตูอยู่
“คุณลุงคุณป้า สงสารหนูหน่อยเถอะ หนูหิวมากเลย ไม่ได้กิน อะไรมาหลายวันจนตาลายไปหมดแล้ว ขออะไรให้หนูกินหน่อยได้ ไหมคะ?”
ทันใดนั้น ประตูใหญ่ของบ้านก็เปิดออก “แม่หนูเอ๋ย เธอเป็น ลูกเต้าเหล่าใครกันเนี่ย?”
“คุณป้าคะ พ่อแม่ทอดทิ้งหนูไปหมด หนูไม่ได้กินข้าวมาสามวัน แล้ว” เด็กหญิงพูดด้วยน ้าเสียงน่าสงสาร
หญิงสาวเจ้าของบ้านลูบหัวเด็กหญิงด้วยความสงสาร “เด็กน้อย น่าสงสาร ปีนี้หนูอายุกี่ขวบแล้วจ๊ะ?”
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นตอบอย่างเชื่อฟัง “คุณป้า หนูอายุเจ็ดขวบ ค่ะ”
“ลูกสาวของป้าอายุแปดขวบ อายุใกล้เคียงกับหนูเลย” หญิงสาว กล่าว
“งั้นหนูขอไปเล่นกับพี่สาวได้ไหมคะ?” เด็กหญิงถามด้วยท่าทาง เขินอาย
หญิงสาวเจ้าของบ้านยิ้มอย่างอ่อนโยน “ได้สิจ๊ะ เข้ามากินอะไร สักหน่อย”
ชายวัยกลางคนด้านข้างเขย่าไหล่เธอเบา ๆ พลางส่ายหน้าเป็น นัยว่าไม่เห็นด้วย ตอนนี้ข้าวมีราคาแพง จะเอาไปแบ่งให้คนนอกได้ อย่างไร?
หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ “เด็กคนหนึ่งจะกินได้มากแค่ไหนกัน เชียว ดูเธอสิว่าน่าสงสารขนาดไหน”
เด็กหญิงพูดเสียงเบา “หนูกินน้อยค่ะ หนูกินแค่นิดเดียวก็พอแล้ว หนูอยากไปเล่นกับพี่สาว”
“ดูสิ คุณทำให้เด็กกลัวแล้วนะ”
หญิงสาวดุคนเป็นสามีเบา ๆ เธอจับมือเด็กหญิงแล้วพาเข้าไปใน บ้าน
จากมุมที่ไม่มีใครมองเห็น เด็กหญิงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจกับความสำเร็จ
ชายวัยกลางคนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ คิดว่าเด็กอายุเท่านี้ ให้กินอะไรสักหน่อยแล้วค่อยไล่ออกไป มันคงไม่มีเรื่องร้ายอะไร เกิดขึ้นหรอก
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นเด็กหญิงตัวเล็กเข้าไปในบ้านหลังนั้นด้วยตา ตัวเอง เธอแค่เหลือบมองอยู่สองสามครั้งแล้วละสายตา รู้สึกว่าเสียง ของเด็กคนนั้นฟังดูแปลก ๆ
อย่างไรก็ตามเซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก
ขณะขับรถกลับบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ อย่างไร้ จุดหมาย สายตาของเธอพลันเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง กำลังจ้องมองไปที่บ้านหลังนั้นอย่างเย็นชา ซึ่งเป็นบ้านที่เด็กหญิงเพิ่ง เข้าไป
สีหน้าของชายวัยกลางคนดูแปลกประหลาด ทั้งตื่นเต้น และน่า ขนลุก ราวกับหมาป่าที่อดอยากมานานและเพิ่งจับลูกกระต่ายได้ ความรู้สึกกระหายเลือดที่แทบทนไม่ไหว สร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับ ผู้คน
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมา พากล