ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 198 สามชีวิตถูกฆ่าตาย
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่บ้านหลังนั้น ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้าง ถนนได้หายไปแล้ว เขาอาจจะไปที่อื่นหรือเข้าไปในบ้านแล้วก็เป็นไป ได้
เมื่อมาถึงหน้าวิลลาหลังที่ 11 เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหกคนก็มาถึง พอดี แม้พวกเขาจะใส่ชุดลำลอง แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็จำได้ในทันที เพราะคนหนึ่งในนั้นเป็นคนคุ้นเคย
“โอ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง คุณมาที่ชุมชนหวาฮั่นได้ยังไงคะ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งยิ้มอย่างแจ่มใส “ผมเพิ่งย้ายมาใหม่ นี่คือ งานแรกของผม เราไม่ได้เจอกันตั้งนานคุณเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ผม เองก็พอจะได้ยินเรื่องของคุณมาบ้างแล้ว”
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งก็เดินไปเคาะประตู
เซียวหมิงเยวี่ยกอดอกแล้วพูดอย่างมีความนัย
“ได้ยินมาจากใครกัน ผู้บังคับการซ่งงั้นเหรอ? จริงสิ พวกคุณ เป็นเพื่อนกันนี่นา เป็นปกติที่จะคุยกันแบบนี้”
เธอยังแค้นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งบอกเรื่องที่เธอได้ปืนมา จากแก๊งมังกรดำให้ผู้บังคับการซ่งอยู่เลย
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเกาศีรษะแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ… แล้วญาติของคุณยังไปวุ่ยวายกับคุณอยู่อีกไหม?”
“พวกเขาไม่กล้าแล้วละค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวอย่างเฉยเมย
เซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่าเขาหมายถึงพวกลุงใหญ่และคนอื่น ๆ
ตำรวจร่างท้วมข้าง ๆ ชนกับบ่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งแล้วพูด ติดตลก “พี่เจิ้งรู้จักกับสาวสวยแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมไม่แนะนำกัน หน่อยล่ะ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งทำหน้าเรียบเฉยทันที “ไร้สาระ รีบไปทำงาน ซะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปทางเขา “บางทีอาจจะเป็นโชคชะตาก็ได้นะ คะที่เราได้เจอกันอีก ฉันโทรแจ้งความ ส่วนคุณก็เป็นคนมารับแจ้ง ความจริงคือเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดา ฉันเดาว่าเธอไม่ใช่เด็ก แต่ เป็นผู้ใหญ่”
“คุณหมายความว่า… คนแคระงั้นเหรอ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง ขมวดคิ้ว
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “และเธอยังมีพวกอีกคน เป็นชายวัย กลางคนใส่ชุดสีดำ ไม่รู้ว่าพกอาวุธมารึเปล่า”
เมื่อได้ฟังคำนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งก็มีสีหน้าจริงจังขึ้น ตำรวจคน อื่น ๆ ที่ได้ยินต่างก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าภารกิจครั้งนี้ยากกว่าที่คิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพูดเบา ๆ “ทุกคนระมัดระวังให้มากขึ้น ถ้า พบว่ามีอะไรผิดปกติก็ยิงได้เลย”
ขณะนั้น ประตูก็ได้เปิดออกแล้ว ชายวัยกลางคนคนหนึ่งโผล่หัว ออกมา
“ใครน่ะ? ทำไมถึงเคาะประตูอยู่ได้ มาหาใคร?”
ตำรวจร่างท้วมยิ้ม “สวัสดีครับ ผมมีธุระกับพี่หลี่นิดหน่อย คุณ คือ?”
ชายวัยกลางคนมองเขาจากศีรษะจรดปลายเท้า “เขาไม่อยู่บ้าน ฉันเป็นอาของเขา อีกสองสามวันค่อยมาใหม่”
ในตำแหน่งที่ชายวัยกลางคนมองไม่เห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งและ คนอื่นๆ แอบอยู่ แน่นอนว่ารวมถึงเซียวหมิงเยวี่ยด้วย แค่เหลือบมอง เพียงครั้งเดียวเธอก็จำเขาได้
“เขานี่แหละ พวกเดียวกันเลย” เซียวหมิงเยวี่ยขยับปากพูด
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จึงกรูกันเข้า ไปทันที
ชายวัยกลางคนเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่โผล่มาหลายคนก็เบิกตากว้าง และรีบจะปิดประตู แต่ตำรวจร่างท้วมที่สอดเท้าเข้าไปขัดประตูไว้จึง ร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
เจ้าหน้าที่คนอื่นฉวยโอกาสนี้ผลักประตูจนเปิดออก
“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าขยับ!”
ตำรวจร่างท้วมเดินกะเผลกเข้าไปและใช้ปืนจ่อที่ชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะไม่ได้ยิน รีบวิ่งไปในบ้านอย่าง สุดกำลัง ตำรวจสองนายจึงวิ่งตามไปจับกุม ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งจึงจะ สามารถจับกุมตัวเขาได้สำเร็จ จากนั้นจึงใส่กุญแจมือและจับเขากด ลงกับพื้น
“ตำรวจอย่างพวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาจับผม? พวกคุณกำลังบุก รุกที่อยู่อาศัยอยู่นะ!”
ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงดัง
ตำรวจร่างท้วมเดินกะเผลกมาหาเขาพลางกัดฟันแล้วพูดว่า
“คุณไม่เห็นเหรอว่าเท้าของผมอยู่ตรงนั้นน่ะ คุณกล้าใช้แรงมาก ขนาดนี้ได้ยังไง นี่มันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
นะ”
ชายวัยกลางคนตาแดงก ่าและพยายามดิ้นรน “ตำรวจแล้วไง!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งมองเขาแวบหนึ่ง “จะตะโกนเสียงดังทำไม อยากเตือนเพื่อนที่อยู่ข้างในงั้นเหรอ? เสี่ยวหลิว นายเฝ้าเขาไว้ ส่วน คนอื่นเข้าไปค้นในบ้านซะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้ามาจากด้านนอกแล้วบอกว่า “อย่าเปลือง กำลังตำรวจเลย ฉันจะเฝ้าเขาไว้เอง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งคิดอยู่ครูหนึ่งก่อนตอบ “ได้”
เพราะยังไงเธอก็ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว
หลังจากพูดจบ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็เข้าไปช่วยเหลือคนข้างใน แต่ ‘เด็กสาว’ ก็ยังไม่ปรากฏตัว ดังนั้นเธอจึงน่าจะยังซ่อนตัวอยู่ที่มุม ใดมุมหนึ่งของวิลลา
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่ชายวัยกลางคนที่ถูกใส่กุญแจมือและพูด แบบไม่ใส่ใจ
“พวกคุณเป็นคนที่ทำประตูบ้านฉันเป็นรอยใช่รึเปล่า? คุณต้อง ชดใช้ค่าทำลายทรัพย์สินของคนอื่น รู้ใช่ไหม?”
รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายวัย กลางคน “แกเป็นคนโทรแจ้งตำรวจงั้นเหรอ? ฉลาดดีนี่ แต่อายุน่าจะ สั้น!”
ก่อนที่จะพูดจบ เขาก็วิ่งเข้าไปหาเซียวหมิงเยวี่ยและพยายามใช้ กุญแจมือรัดคอเธอให้ตาย
หญิงสาวแค่นหัวเราะจากนั้นเตะไปที่เข่าของเขาอย่างแรง
ชายวัยกลางคนล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดราวกับวัวแก่ใกล้ ตายและหายใจหอบอย่างหนัก
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจาดูถูก “การที่ฉันเสนอตัวเฝ้าแก นั่นก็ หมายความว่าฉันไม่กลัวว่าแกจะลงมือทำอะไร พวกแกทำอะไรกับ ครอบครัวนี้กัน? จุดประสงค์ของการมาที่ชุมชนหวาฮั่นคืออะไร?”
“ปล่อยเดี๋ยวนี้! ฉันน่าจะรีบฆ่าแกซะ!”
ชายวัยกลางคนจ้องเธออย่างดุร้าย จากนั้นหลับตาและไม่สนใจ เซียวหมิงเยวี่ยอีก
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่อย่างไม่แยแส จากนั้นเหยียบน่องของเขา จนหัก
“ฉันไม่ได้มีความอดทนขนาดนั้น ร่างกายคนเรามีกระดูกตั้งสอง ร้อยกว่าชิ้น ในเมื่อแกไม่ยอมพูด งั้นฉันก็จะเหยียบให้หักทีละชิ้น”
หลังจากพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยก็เหยียบไปที่น่องอีกข้างของเขา ทันที
“จะพูดไม่พูด!”
เธอเกลียดความรู้สึกที่ถูกหมาบ้าหมายตาที่สุด ถ้าตอนนั้นคุณ ยายคุณตาเปิดประตูให้ ผลที่ตามมาจะเป็นหายนะ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกกลัวและโกรธไปพร้อมกัน เนื่องจากหมาบ้า สามารถกัดคนได้ เธอจึงต้องถอนฟันมันออกเพื่อดูว่ามันจะยังกัดได้ อยู่อีกไหม
“อ๊ากกก!!”
เสียงร้องของชายวัยกลางคนดังอย่างไม่ขาดสาย ดังจนคนที่ได้ ยินรู้สึกตัวสั่นสะท้าน
ด้านในบ้าน
ฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งที่กำลังค้นหาในบ้านหยุดชะงัก แล้วพูดด้วยน ้าเสียงซับซ้อนว่า
“ตอนนี้คุณยังคิดว่าเธอเป็นแค่สาวสวยธรรมดา ๆ อยู่หรือ เปล่า?”
ตำรวจร่างท้วมกลืนน ้าลายลงคอ “ไม่… ไม่คิดแล้วครับ พวกเรา ยังไม่ได้สอบสวนเขาเลย ปล่อยให้เธอทรมานเขาแบบนี้จะดีเหรอ ครับ? เราต้องห้ามเธอไหมครับ?”
“เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง เราตรวจค้นทุกห้องแล้วและไม่มีใครอยู่ ตอนนี้เหลือแค่ห้องใต้ดินครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งหยิบปืนขึ้นมา “ไป ไปห้องใต้ดินกันเถอะ”
…
ชายวัยกลางคนนอนอยู่บนพื้นราวกับสุนัขที่ตายแล้ว ใบหน้า ของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว “ยังไม่ยอมพูดอีกเหรอ? เข้มแข็งดีจังนะ ไม่รู้ว่าเมียแกจะเป็นเหมือนแกไหม”
สีหน้าชายวัยกลางคนแข็งทื่อ เขามองไปที่เซียวหมิงเยวี่ยอย่าง ไม่เชื่อสายตา แล้วพูดตะกุกตะกักทันที
“ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าแกพูดอะไรอยู่”
เห็นท่าทีแบบนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ว่าตนเดาถูกแล้ว “เด็กสาวคน นั้นเป็นเมียของแกใช่ไหม แต่แกก็ตะโกนมาตั้งนานแล้ว ทำไมเธอถึง ไม่ออกมาดูแกเลยล่ะ?”
ชายวัยกลางคนคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันทีและตะโกนลั่นว่า “ฉันไม่ อนุญาตให้แกพูดถึงเสี่ยวเหมยแบบนั้น!”
เขาลากขาที่หักของตนพุ่งเข้าไปใส่เธอ
แต่เซียวหมิงเยวี่ยเตะเข้าที่ใบหน้าเขาแล้วตะคอกว่า “ฉันไม่สน หรอกว่าจะเป็นเสี่ยวเหมยหรือเสี่ยวฮวา พวกแกไม่ควรจ้องจะเอา สมบัติของฉัน ไม่ว่าจะหวังทรัพย์สินหรือชีวิต ฉันก็จะเอาชีวิตของแก มาก่อน”
ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือดและแผ่นหลังเย็นวาบ
“พวกเราไม่ได้ไปบ้านแกสักหน่อย มันเกี่ยวอะไรกับแกกัน!” ชาย วัยกลางคนตะโกนตอบอย่างโกรธแค้น
ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งและตำรวจอีกหลายนายเดิน ออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือด
“คนในครอบครัวทั้งสามคนตายหมด พวกเขาถูกมีดแทงเข้าที่
หัวใจ คนลงมือโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”