ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 200 เซียวหมิงเยวี่ยถูกยั่วยุ
เมื่อเห็นเซียวหมิงเยวี่ยชักปืนออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งและ ตำรวจอีกหลายนายต่างก็ตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้พกปืนติดตัวอยู่ตลอด เลยเหรอ แล้วเธอเอาปืนมาจากไหน?
“เซียวหมิงเยวี่ย คุณใจเย็น ๆ แล้ววางปืนลงก่อน!” เจ้าหน้าที่
ตำรวจเจิ้งพูดด้วยความร้อนรน
เขาสังเกตเห็นท่าทางการจับปืนของเซียวหมิงเยวี่ย เป็นไปไม่ได้ ที่เธอจะจับปืนได้อย่างมืออาชีพขนาดนี้โดยไม่ได้ผ่านการฝึกฝน อย่างเป็นระบบ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใช่คนเรียบง่ายอย่างที่เขาคิดไว้
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างเย็นชา “คุณไม่จำเป็นต้องแปลกใจ ขนาดนั้น ปืนนี้ฉันได้มาจากผู้กำกับเหยียน ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามได้ ผู้ บังคับการซ่งก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน หรือจะลองถามเขาดูก็ได้ เมื่อครู่ คุณเองก็ได้ยินสิ่งที่หล่อนพูดออกมา ฉันจะฆ่าหล่อน มันถือว่า สมควรแล้ว”
ตำรวจหลายคนมองหน้ากันโดยไม่รู้จะพูดอะไร
“คุณใจเย็นลงก่อนครับ เธอเป็นฆาตกรและหนีไปไหนไม่รอด แล้ว แต่การจับกุมและสอบสวนต้องเป็นหน้าที่ของพวกเรา เชื่อใจ พวกเราและเชื่อใจในกฎหมายนะครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งแนะนำ
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพูด เสี่ยวเหมยถ่มน ้าลายอย่าง ยั่วยุและพูดด้วยรอยยิ้ม
“นางหนู ฉันไม่กลัวตายเลย แกฆ่าฉันไม่ได้หรอก พอฉันตาย กลายเป็นผี ฉันจะกลับมาเอาชีวิตของแกเป็นคนแรก! ฮ่า ๆ…”
เซียวหมิงเยวี่ยสงบอารมณ์หงุดหงิดลงแล้วถามว่า
“คุณวางแผนจะสอบปากคำยังไงคะ? แค่คอยคำถามไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ? มันจะไม่เป็นการเมตตากับพวกเศษสวะแบบนี้เกินไปเหรอ ทำไมไม่ทรมานมันให้สาสม เราต้องสืบทอดสิ่งดี ๆ ที่บรรพบุรุษของ เราทิ้งไว้สิคะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพูดไม่ออก “…”
เหงื่อเย็นไหลชุ่มแผ่นหลังของเขา
“เอ่อ แบบนี้มันผิดกฎนะ”
แม้บุคคลนั้นจะถูกตัดสินประหารชีวิตและโยนลงไปในสระหนอน ฟัน แต่เขาก็ยังได้รับโอกาสให้ตายอย่างสงบก่อนถูกโยนลงไป มันไม่ มีทางเป็นอย่างที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดเมื่อครู่ การโยนคนเป็นลงไปและ ปล่อยให้หนอนฟันกัดกินทั้งยังมีชีวิต มันถือว่าไร้มนุษยธรรมเกินไป
แม้ผู้ร้ายหลายคนจะทำเรื่องโหดเหี้ยมมามาก แต่กฎหมายไม่ อนุญาตให้พวกเขาลงโทษเช่นนั้น
“งั้นไม่เป็นไร ฉันจะทำเอง”
สิ้นเสียง เซียวหมิงเยวี่ยคว้าผมหางม้าของเสี่ยวเหมยแล้วลาก ออกไปข้างนอก
มือของเสี่ยวเหมยถูกใส่กุญแจมือ เธอถูกลากไปตามพื้น และ หนังศีรษะถูกดึงอย่างแรงจนเจ็บปวด
“ฉันเพิ่งเรียนรู้วิธีใช้ร่างกายมนุษย์เป็นจานเพาะเชื้อ ก่อนอื่นก็ใส่ หนอนเน่าดำลงไป และปล่อยให้พวกมันขยายพันธุ์ในร่างกายของแก โดยกัดกินเลือดเนื้อจากภายใน
หนอนเน่าดำจะคลานไปตามหลอดเลือดและเข้าไปในอวัยวะ ภายใน พวกมันจะค่อย ๆ กัดกินแกจากข้างใน ฉันได้ยินมาว่าร่างนั้น จะไม่ตายทันที และสามารถอยู่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เป็นโชคดี ของแกนะ”
เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยดังก้องกังวานราวกับเสียงพิพากษาจาก ยมโลก แม้เธอจะพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ผู้ฟังต่างตกตะลึง ขน ลุกชันเพียงแค่ฟังเธออธิบาย
นี่คือกลวิธีที่เธอเรียนรู้จากเถียนเหลียงซั่น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคน วิปริต แต่การใช้วิธีการนี้กับคนวิปริตด้วยกันก็ได้ผลดี
เสี่ยวเหมยเริ่มมีสีหน้าตื่นกลัว “ไม่นะ อย่าทำแบบนี้ ฆ่าฉันให้ ตายเลยเถอะ ปล่อยฉันไป! ผู้หญิงคนนี้แค่ต้องการทรมานฉัน! อย่า ให้หล่อนพาฉันไป…”
“แกเองก็รู้จักกลัวด้วยสินะ” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ
เสี่ยวเหมยพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่ด้วยรูปร่างแคระแกร็น ของเธอ จึงไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของเซียวหมิงเยวี่ยได้
ดวงตาของหญิงคนแคระที่มองไปยังอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความ หวาดกลัว ต่างจากเมื่อครู่ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทาย
ใช่แล้ว ความหวาดกลัว วิธีเดียวที่จะทำให้คนชั่วหวาดกลัวคือ การเปรียบเทียบว่าใครชั่วร้ายกว่ากัน
หลังจากกลับมีชีวิต เซียวหมิงเยวี่ยไม่คิดจะทำตัวเป็นคนดีอีก ต่อไป ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นฆาตกรโรคจิตหรือมีบุคลิกต่อต้านสังคม ถ้าหากกล้าเข้ามายุ่งกับเธอ เธอจะทำให้คนพวกนั้นต้องชดใช้อย่าง แน่นอน
เพราะเธอ เซียวหมิงเยวี่ย ก็เป็นคนชั่วร้ายเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งรีบเดินขึ้นไปข้างหน้า และเข้ามาขวางทาง เธอไว้ “เซียวหมิงเยวี่ย ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ แต่ตำรวจก็มี ขั้นตอนการสืบสวน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาฆ่าเธอ มอบตัวเธอให้ผม เถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดชะงัก
เสี่ยวเหมยหอบหายใจอย่างยากลำบาก คำพูดของเจ้าหน้าที่
ตำรวจเจิ้งเหมือนจะเติมพลังให้เธออีกครั้ง เธอตะโกนด่าสาปแช่งไม่ หยุด
“ปล่อยฉันนะ! นางเด็กต ่าช้าต ่าทราม แกคงใช้วิธีนี้จัดการกับคน มากมายล่ะสิ คุณตำรวจได้ยินแล้วใช่ไหม หล่อนคงพรากชีวิตคนไป เยอะด้วยมือคู่นี้ ตัวหล่อนเองก็สมควรตาย!”
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตาลง แววตาปรากฏจิตสังหารแรงกล้า เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งดูเหมือนจะมองออกถึงเจตนาของเธอ เขาจึงเอ่ย ห้ามว่า
“อย่าหุนหัน…”
เซียวหมิงเยวี่ยเตะอย่างรุนแรง ทำให้เสี่ยวเหมยลอยออกไปไกล หลายเมตร เธอลอยไปกระแทกกับกำแพงเสียงดังสนั่นพร้อมเลือด ไหลทะลักออกจากปาก นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด ไม่ สามารถลุกขึ้นได้
แรงเตะครั้งนี้คงหักซี่โครงไปหลายซี่ นางฆาตกรคงขยับตัวไม่ได้ อีก ไม่เป็นอัมพาตก็ถือว่าดีแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ไปยั่วยุเธอ อีก โดนแบบนี้ก็สมควรแล้ว
เสี่ยวเหมยมองไปทางเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความตกใจ เธออ้าปาก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องกระอักเลือดออกมาเต็มปาก หล่อนไม่เชื่อฟังคำพูดของตำรวจเลยงั้นเหรอ?
หญิงสาวยกยิ้มมุมปากอย่างเชื่องช้า “เมื่อครู่ฉันแค่ล้อเล่นค่ะ คุณตำรวจพูดถูก พวกคุณพาเธอออกไปเถอะ ฉันขอตัวกลับบ้าน ก่อน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เสี่ยวเหมยโกรธจนแทบเป็นลมล้มไป
“ยังไงก็ตาม ถ้าพวกมันตายแล้ว แจ้งให้ฉันทราบด้วยนะคะ” เซียวหมิงเยวี่ยบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพลางโบกโทรศัพท์ไปมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย ถือว่าเป็นการตอบตกลง
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกจากไปอย่าง สง่างาม โดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้
หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยจากไป เจ้าหน้าที่ตำรวจร่างท้วมก็อด ไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“ผู้หญิงคนนั้นโหดชะมัด ตัดสินจากรูปร่างหน้าตาไม่ได้จริง ๆ เธอพูดว่าผู้กำกับเหยียนเป็นคนให้ปืนกับเธอใช่ไหม? ทำไมผู้กำกับ เหยียนถึงให้ปืนกับพลเมืองธรรมดาล่ะ?”
คนด้านข้างพูดขึ้น “ธรรมดาเหรอ? นายคิดว่าเธอเป็นคน ธรรมดาอยู่หรือไง บางทีเธออาจเป็นสายลับที่ผู้กำกับเหยียนแอบจัด ไว้ในหมู่ผู้คนก็ได้ เห็นท่าทางการจับปืนที่ถูกต้องของเธอเมื่อครู่ไหม แล้วไหนวันนี้เธอจะเป็นคนโทรแจ้งตำรวจด้วย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจร่างท้วมครุ่นคิด “หรือว่าเธอจะมาจากกองทัพ? ไม่อย่างนั้นเธอจะรู้จักผู้บังคับการซ่งได้ยังไง”
นายตำรวจด้านข้างเบิกตากว้าง “ฉันได้ยินมาว่าหญิงสาวจาก กองกำลังภาคสนามเปรียบเหมือนดอกกุหลาบป่า เธออาจเป็น ดอกไม้ของกองกำลังภาคสนามก็ได้ ว่าแต่เธอคิดจะ…”
“เอาล่ะ เอาล่ะ เลิกเดาไปเรื่อยได้แล้ว เดี๋ยวจะยิ่งไปกันใหญ่ เธอ เป็นแค่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่ห้ามไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด รีบ กลับไปทำตามหน้าที่ซะ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
…
หลังจากออกมาจากวิลล่า เซียวหมิงเยวี่ยก็ดึงเสื้อคลุมให้กระชับ แล้วเดินกลับบ้าน
เป็นเวลาเกือบสองปีแล้วที่เธอได้กลับมาเกิดใหม่ เธอวางแผนไว้ มากมาย ชีวิตครอบครัวเซียวดีขึ้นมาก เธอคิดว่าทุกอย่างจะราบรื่น ต่อไป แต่แผนการก็มักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ อันตรายที่คาดเดา ไม่ได้มักอยู่ใกล้เสมอ
เธอไม่เคยรู้เลยว่าวิลล่าตกเป็นเป้าหมายของผู้คนมานานแล้ว แม่ของเธอเกือบจะผ่านประตูนรกโดยไม่รู้ตัว ถ้าคุณตากับคุณยาย ไม่ระแวดระวัง ผลที่ตามมาคงยากเกินกว่าจะจินตนาการ
เซียวหมิงเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วค่อย ๆ ผ่อนออก
เธอไม่สามารถคาดเดาอันตรายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดได้ ตอนนี้เธอ ทำได้แค่บอกให้คนในบ้านระมัดระวังมากขึ้น
“หนูกลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อกลับถึงบ้าน
ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าบ้าน แม่เซียวก็รีบวิ่งเข้ามาหา จับมือเธอ ขึ้นมาดูทางซ้ายและขวา แล้วพูดด้วยความกังวลว่า
“ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม ได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า? ลูกเป็นแค่ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แจ้งตำรวจก็พอแล้ว จะไปด้วยทำไม ถ้าเกิดได้รับ บาดเจ็บหรือเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?!”