ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 201 ยังมีชายคนแคระอีกคน?
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบางพลางส่ายหัว “หนูไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้รับ บาดเจ็บอะไรเลย”
แม่เซียวถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไม่เป็นไรก็ดี แม่ดูวิดีโอ วงจรปิดแล้ว มันเป็นแค่คนเสียสติ แค่ไล่ให้ออกไปไกล ๆ ก็พอแล้ว”
“แล้วครอบครัวนั้นเป็นยังไงบ้าง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?” คุณ ตาถาม
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา “ตายหมดแล้วค่ะ ถูกแทงที่หัวใจ สิ้นใจตายในทันที”
และมันคือมีดอันเดียวที่กรีดประตูบ้านตระกูลเซียว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม่เซียวและคุณยายสูดหายใจเข้าลึก คุณตา หลับตาลง ทุกคนต่างก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ
“เข้าบ้านไปคุยกันดีกว่า หนูหิวน ้า”
เมื่อเข้าไปในบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟาและดื่มน ้าหมด แก้วในรวดเดียว แม่เซียว คุณยาย และคุณตานั่งเรียงกัน มองเซียวห มิงเยวี่ยด้วยความกังวล
“เด็กผู้หญิงตัวเล็กเป็นคนแคระจริง ๆ เธอแต่งงานกับผู้ชายคน นั้น หญิงคนแคระปลอมตัวเป็นเด็กเพื่อเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ จากเหยื่อ จากนั้นเข้าไปในบ้านของเหยื่อเพื่อก่อเหตุฆาตกรรม
หลังจากฆ่าทุกคนแล้ว เธอจะเปิดประตูให้ผู้ชายเข้ามา ทั้งสอง อาศัยอยู่ในบ้านของคนอื่นจนกว่าจะกินอาหารหมด จึงจะหา เป้าหมายต่อไป”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบในคราวเดียว
คุณยายตบหน้าอกพูดด้วยความสั่นกลัว “โชคดีที่เราไม่เปิด ประตู คนเลวพวกนี้ฉวยโอกาสจากความมีน ้าใจของคนอื่นและทำ เรื่องโหดเหี้ยมเช่นนี้ ถ้าพวกมันตาย จะต้องตกนรกขุมที่ 18 แล้วให้ ยมบาลจับพวกมันโยนลงกระทะน ้ามันร้อน ๆ ให้สาสมใจ…”
นี่คือเหตุการณ์ที่คุณยายเข้าใกล้กับความตายมากที่สุด เธออด ไม่ได้ที่จะสาปแช่งและก่นด่าเป็นภาษาถิ่น
ริ้วรอยบนหน้าผากของคุณตาดูลึกขึ้น เขาสั่งด้วยน ้าเสียงจริงจัง
“ต่อไปนี้คนในบ้านเราต้องระวังตัวเวลาออกไปข้างนอก ห้าม ไว้ใจใครง่าย ๆ ห้ามสงสารใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะพาทั้งครอบครัว เดือดร้อน โดยเฉพาะเธอ ยายเฒ่า”
คุณยายพยักหน้ารับ “ฉันเข้าใจแล้วน่า คราวนี้จะจำไว้ขึ้นใจเลย ห้ามสงสารใครเด็ดขาด”
“เรื่องนี้ต้องบอกลูกชายคนโตและคนรองด้วย ให้พวกเขาระวังตัว ไว้” คุณตาพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปหาแม่เซียว “จริงด้วยแม่ หญิงแคระคนนั้น เคยมาหาแม่สองครั้งแล้วนะ บอกว่าตั้งแต่เช้าตรู่ก็จ้องมาที่บ้านเรา แล้วเข้าไปขวางทางแม่สองรอบแล้ว”
แม่เซียวทำหน้างุนงง “มาหาแม่? ไม่เห็นจะจำได้…”
เสียงของเธอขาดห้วงกะทันหัน แม่เซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อน จะตบเข่าฉาดใหญ่
“แม่จำได้แล้ว ถ้าลูกไม่พูดถึงก็คงนึกไม่ออกจริง ๆ เมื่อประมาณ สิบวันก่อน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กมาขวางทาง บอกว่าเธอหิว ตอนนั้น แม่กำลังยุ่ง เลยพาเธอไปที่จุดแจกอาหารยังชีพ
หลังจากนั้นแม่ก็ปลีกตัวไปที่อื่น แล้วก็จำได้ว่ายังมีอีกครั้งหนึ่ง แม่เจอคนเยอะทุกวัน เมื่อกี้เลยนึกไม่ออก พอลูกพูดถึงแบบนี้ แม่ก็ เพิ่งจำได้ว่าเธอดูเหมือนหญิงแคระในกล้องวงจรปิดจริง ๆ”
คุณยายประหลาดใจมาก “สิบวันที่แล้วเหรอ? พระเจ้าช่วย พวก มันไล่ฆ่าคนมานานแล้ว โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คราวหน้าออกไป ข้างนอกต้องระวังนะ ลูกใส่เสื้อเกราะหรือเปล่า?”
“ใส่ค่ะ ใส่ทุกวัน” แม่เซียวตอบ
พูดจบ แม่เซียวเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่แน่ใจ สีหน้า เธอดูลังเล
“แม่คะ มีอะไรหรือเปล่า?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
แม่เซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เมื่อกี้ลูกพูดว่ายังมีผู้ชายอีกคนเป็น สามีของเธอใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ”
แม่เซียวค่อย ๆ พูด “แม่จำได้ว่าตอนที่เจอเธอครั้งที่สอง เธอพูด ว่าเธอหลงทางและพยายามขอให้แม่พาเธอมาที่บ้าน แต่แม่ไม่ยอม และตั้งใจจะพาเธอไปส่งที่สถานีตำรวจ
หลังจากนั้นผู้ชายคนหนึ่งก็เข้ามา ผู้ชายคนนั้นคือคนที่อยู่ใน วิดีโอ เขาบอกว่าเธอคือลูกสาวคนโตของเขา เวลานั้นเขายังจูงมือ เด็กชายคนหนึ่งมาด้วย โดยบอกว่าเป็นลูกชาย”
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นทันที “แม่หมายความว่า พวกมันไม่ได้ ร่วมมือกันสองคน แต่มีสามคนเหรอคะ หรือว่าเด็กผู้ชายจะเป็นคน แคระอีกคน?”
“ใช่ แม่จำผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นได้ เขาจ้องมองแม่ด้วยสายตา ที่ทำให้แม่รู้สึกไม่สบายใจ และจำได้ว่าเขาพูดแบบนั้นจริง ๆ”
แม่เซียวพยักหน้า เธอพยายามนึกย้อนไปและพูดทุกอย่างที่เธอ จำได้
“เด็กชายคนนั้นดูเตี้ยกว่าหญิงคนแคระประมาณครึ่งศีรษะ ดูเป็น คนเก็บตัว แม่จำอะไรเพิ่มเติมไม่ได้อีกแล้ว” แม่เซียวพูดเสริม
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจิ้งและพูดตรงประเด็นทันทีว่า
“พวกมันยังมีอีกคน เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก อาจจะเป็นคนแคระ เตี้ยกว่าคนแคระผู้หญิงครึ่งศีรษะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งที่ปลายสายตกตะลึงไปชั่วขณะ “… เอาล่ะ พวกมันปากแข็ง ไม่ยอมพูดอะไรเลย ทำเป็นไม่กลัวตาย โชคดีที่
ข้อมูลของคุณมาทันเวลาพอดี”
“แค่นี้ก่อนนะคะ ฉันวางสายล่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์
ทุกคนในบ้านคิดว่าคนร้ายถูกจับหมดแล้ว แต่กลับยังมีอีกคน ข่าวนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกกังวล ไม่มีใครรู้ว่าเด็กผู้ชายคนนี้รู้อะไรบ้าง เกี่ยวข้องมากแค่ไหน และจะมาแก้แค้นครอบครัวเซียวหรือไม่?
เคราของคุณตาสั่นระริก น ้าเสียงจริงจัง
“ชิงหว่าน ลูกลาพักงานสัก 2-3 วันนะ”
แม่เซียวตอบตกลงในทันที “ได้ค่ะ พรุ่งนี้ก็วันหยุดอยู่แล้ว หนูจะ ขอผอ.ซูลาเพิ่มอีกสองวัน”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ แววตาของเธอลึกล ้าดั่งน ้าลึก เธอไม่ชอบ ปล่อยให้มีภัยคุกคามหลงเหลืออยู่ เธอต้องหาตัวคนแคระผู้ชายให้ เจอ
แล้วถอนรากถอนโคนให้เหี้ยนซะ
…
เจี่ยงลี่เจียวและเจี่ยงจ้วงต่างคนต่างถือชามใส่อาหารยังชีพที่เพิ่ง ไปต่อแถวรับมา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่กิน แต่ก็ต้องไปรับทุกวัน นี่
เป็นคำสั่งของเซียวหมิงเยวี่ย พวกเขาอาศัยอยู่ในอาคารสูง และควร ทำตัวให้ต ่าต้อย
“เทียนเทียน ฟ้าเริ่มมืดแล้ว นายกลับบ้านได้แล้วนะ เดี๋ยวฉันกับ พี่สาวก็จะกลับแล้ว” เจี่ยงจ้วงโบกมือ
เด็กชายที่ถูกเรียกว่าเทียนเทียนเก็บบัตรประชาชนใส่กระเป๋า บนบัตรเขียนชื่อว่าหลิวเทียนเทียน ทั้งสองคนดูคล้ายกัน แต่ก็ไม่ได้ เหมือนกันมากนัก อย่างไรเสียเด็กก็โตเร็วมาก คนทั่วไปจึงดูไม่ค่อย ออก
“พี่จ้วงจ้วง พรุ่งนี้ผมไปจับหนอนฟันกับพี่ได้ไหม?”
“ตอนนี้พ่อแม่ฉันไม่อนุญาตให้ออกไปจับหนอนฟันแล้ว เพราะ กลัวว่าจะถูกหนอนเน่าดำกัด” เจี่ยงจ้วงตอบ
เทียนเทียนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “งั้นไม่เป็นไร”
“แต่บางครั้งพวกเราก็จะแอบออกไป ถึงเวลานั้นฉันจะเรียกนาย แล้วกัน เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักกับเพื่อน ๆ ของฉันด้วย คนเยอะจะได้จับ ได้เยอะ” เจี่ยงจ้วงพูดต่อ
ดวงตาของเทียนเทียนเป็นประกาย “ดีครับ ดีครับ”
เจี่ยงลี่เจียวนำหนอนฟันทอดในชามเธอใส่ในชามของเทียน เทียนและพูดว่า
“เจ้าน้องชาย นายรีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วงนะ”
เทียนเทียนจับมือเจี่ยงลี่เจียวและพูดคำเบา “พี่สาว พ่อแม่ผมยัง ไม่กลับบ้านเลย ผมกลัว…”
หัวใจของเจี่ยงลี่เจียวแทบละลาย “ไม่ต้องกลัวนะ”
เทียนเทียนยืนเขย่งปลายเท้า จูบแก้มเจี่ยงลี่เจียวเบา ๆ ดวงตา ของเขาฉายแววลึกซึ้ง
“พี่สาวทั้งใจดีทั้งสวยที่สุดเลย”
เจี่ยงลี่เจียวอึ้งไปชั่วครู่ เด็กคนนี้ช่างน่ารักเสียจริง
เธอคิดว่าเด็กคนนี้ชอบเธอมาก แต่เธอไม่ได้สังเกตเห็นร่องรอย ความหลงใหลในดวงตาของเทียนเทียน มันเป็นความชื่นชอบที่ผู้ชาย มีต่อผู้หญิง
เจี่ยงจ้วงลูบหัวเทียนเทียน “กลัวอะไร เป็นผู้ชายต้องกล้าหาญ นายลองกลับบ้านไปดูสิ เผื่อพ่อแม่จะกลับมาแล้ว”
เทียนเทียนเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มของเขาดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
“งั้นพี่ชาย พี่สาว ผมไปก่อนนะ บ๊ายบาย”
เทียนเทียนคลายมือจากเจี่ยงลี่เจียวอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนที่จะปล่อย เขาเผลอลูบมือเธอเบา ๆ
หลังจากบอกลาแล้ว เขาวิ่งไปทางตรงกันข้าม แต่หลังจากวิ่งไป สองถึงสามก้าว เขาก็หยุดฝีเท้าลง กินหนอนฟันทอดที่เจี่ยงลี่เจียวให้ แล้วเทอาหารยังชีพในชามลงในคูน ้า
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเทียนเทียนมีแววเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหายวับ ไป
เด็กชายเพลิดเพลินกับรสชาติของหนอนฟันทอดในปาก จากนั้นร่างกายของเขาค่อย ๆ หายไปในความมืดมิด